ความเดิมตอนที่แล้ว: จดหมายเปิดผนึกถึงแบรนด์ บริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ และบริษัท PR ที่อยากโปรโมทผ่านเน็ต ผมเขียนเอาไว้ว่า

ข่าวประเภท "ก็อซซิป" ว่าบริษัทไหนจะขายอะไร ดาราคนไหนใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทนี้ แบบนี้ไม่ต้องส่งมาครับ อันนี้ต้องเขียนถึงเพราะผมได้เมลแบบนี้เยอะมากจาก PR ของโอเปอเรเตอร์รายหนึ่ง ซึ่งผมรู้สึกว่ามันไม่มีความเป็นมืออาชีพมากๆ

วันนี้เพิ่งได้อีเมลแนวนี้มาอีกฉบับ ก็ขอเอามาลงเป็นตัวอย่างให้ดูกันชัดๆ ว่าอีเมลประชาสัมพันธ์แบบนี้หน้าตาเป็นอย่างไร (ขอเซ็นเซอร์ชื่อบริษัท คราวหน้าจะไม่เซ็นเซอร์แล้วถ้ามีอีก)

เนื้อเมลมีดังนี้ครับ (เซ็นเซอร์เนื้อหาออกบางส่วน)

Subject: ข่าวซุบซิบ - "ผู้บริหาร xxx ปลื้ม ลูกค้าเข้าคิวรับเครื่อง yyy กันคึกคัก 1,000 เครื่องที่เตรียมไว้หมดเกลี้ยง"

เรียน ท่านสื่อมวลชน

รบกวนฝากข่าวซุบซิบ "ผู้บริหาร xxx ปลื้ม ลูกค้าเข้าคิวรับเครื่อง yyy กันคึกคัก 1,000 เครื่องที่เตรียมไว้หมดเกลี้ยง" ไว้ให้พิจารณาด้วยค่ะ

ถ้าช่วงนี้ เจอะเจอหน้าคุณ aaa รองผู้อำนวยการ หัวหน้าสายงานการตลาดและเชิงพาณิชย์และบริหารงานขาย xxx แล้วเห็นแต่ยิ้มไม่หุบ ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะ yyy จาก xxx ที่เพิ่งจัดงานมอบเครื่องแบบร้อนแรงไปนั้น ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม เพียงวันแรกวันเดียวมีสาวก bbb ทุกเพศ ทุกวัยที่ให้ความไว้วางในเครือข่ายของ xxx ที่จับจองเครื่องไว้มาเข้าคิวรับของกันอย่างคึกคัก แว่วว่าที่เตรียมไว้กว่า 1,000 เครื่องหมดเกลี้ยง!!! ตอนนี้ yyy จาก xxx จึงกลายเป็นสมาร์ทโฟนที่แรงสุดและเร็วสุดแบบเต็มประสิทธิภาพได้ถึง 21 Mbps

เราเรียนรู้อะไรในเรื่องนี้บ้าง?

  1. ข่าวยอดขายเครื่องดีๆ เป็นเรื่องที่ดีของบริษัทที่ควรประกาศตัวชัดๆ ไม่ต้องซุบซิบ
  2. ลูกค้าเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ก็เพราะผลิตภัณฑ์ของบริษัทดี มีคุณภาพ ราคาเหมาะสม ไม่ใช่เลือกเพราะข่าวซุบซิบของบริษัท
  3. อีเมลฉบับนี้แสดงให้เห็นว่าความคิดของ PR บริษัทนี้ (ซึ่งเป็นบริษัทข้างนอกที่บริษัท xxx จ้างมาอีกทีหนึ่ง) มีกรอบความคิดแค่คอลัมน์ "ซุบซิบ" ตามหน้านิตยสารเท่านั้น
  4. ผมเข้าใจว่าเหตุผลที่ต้องมี "ข่าวซุบซิบ" แบบนี้ ก็เพราะ PR วัดประสิทธิภาพการทำงานด้วยการเป็นข่าวในหน้าสื่อต่างๆ เลยสนใจแต่ปริมาณข่าวเพื่อทำยอด (จะได้ต่อสัญญาในปีต่อไป) ไม่สนใจคุณภาพของข่าว

ถ้า PR บริษัทนี้รู้ตัวและติดต่อเข้ามา เงื่อนไขใน Blognone ยินดีให้คำปรึกษาแก่สินค้าและแบรนด์ด้านไอที โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ยังเปิดรับอยู่เสมอครับ

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

นี้คือหลักฐานความกว้างขวางของหูตาผู้บริโภคสมัยนี้ PR ควรพิจารณา มีดีควรบอกกันชัดๆ

ไม่ใช่มีแต่คนชอบอ่านข่าวซุบซิบนะครับ ข่าวพวกนี้เจอบ่อยกับพวกนิตยสารดารา มีข่าวซุบซิบดารานาม ฮ นกฮูก แอบตบกันหลังตึกกับดารานาม น หนู .... ข่าวซูบซิบอะไรแบบนี้ผมล่ะเอื้อมครับ

อ่านรอบเดียวก็พอนึกออกว่าค่ายไหน เพราะมีตัวเลขนึงที่สูงกว่าค่ายอื่น พออ่านลิงค์ที่คุณให้มา ชัดเลย ตรงกับที่คิด

aeke88 Wed, 13/07/2011 - 21:49

เอ่อ... จบจากมาม่าเกาหลีตราดอกบัว ก็มาเจอข่าวซุบซิบอย่างกับดูบางกอกก็อซซิป

เอิ่ม...

ดับอนาถ

PaPaSEK Wed, 13/07/2011 - 22:45

In reply to by aeke88

แต่แผนเค้าได้ผลนะ ช่วงนี้ผมไปโลตัสทุกวันเพราะกะจะได้เจอนั่นแหละ

อย่างว่า... ดราม่าตราดอกบัวก็แผน PR ชัดๆ

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ลิงค์ที่มาอยู่ท้ายบทความ

กะจะให้ลิงค์ไปเว็บพันทิบอย่างเดียว แต่ให้เป็นเว็บมาม่าดีกว่า กระทู้ที่เกี่ยวข้องครบถ้วนครับ

mixth Wed, 13/07/2011 - 23:53

PR ของบริษัท xxx นี้แย่จริงๆครับ แนะนำให้เปลี่ยน ถึงมันจะได้ผลเชิง + ว่าผลิตภัณฑ์คุณขายได้ แต่ว่าก็มีคนรังเกียจอยู่เยอะ

xxx เนี่ย... โฆษณากวนอารมณ์มาบ่อยแล้ว

suwijakza Thu, 14/07/2011 - 05:58

http://goo.gl/A5mrq เนื้อหาคล้ายๆเว็บนี้หรือปล่าว ปล. กลุ้ม

Sripattra Thu, 14/07/2011 - 09:38

อืมม ส่งผลต่อการตัดสินใจนิดนึง (ตัดสินใจว่าจะไม่ซื้ออ่ะนะ)

เป็นปัญหาของพวก PR และ Organizer ตกยุค เราจึงยังคงเห็นการโปรโมทสินค้าโดยเอาผู้หญิงมาอาบน้ำโชว์กลางห้างอยู่เรื่อยๆ หรือการเอาคนที่เรียกว่า celeb ที่ไม่รู้เรื่อง product มาถือสินค้า

เค้าอาจบ่นว่า "เชอะ ไอ้พวกเนิร์ด" แล้วเปิดสมุดจด หมายเหตุที่ชื่อเวบบลอกนอนด้วยปากกาแดงตัวใหญ่ๆว่า Blacklist ก็ได้นะครับ lol

Blognone สร้างขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เราคิดว่าแย่ๆ ในสังคมน่ะครับ ถ้าเค้ารู้ตัวว่าที่ทำอยู่มันมีปัญหา จะกากี่ตัวแดงผมก็ยินดีที่สุดเลยครับ

ทำให้นึกถึง ttp://www.tot3g.net/PromotionDetail11.aspx คงไม่ต่างกันนัก

  • super LOAD 3G 42 Mbps
    หรือ
  • superSPEED 42 เม็ก

แต่ดูใน เงื่อนไขรายการส่งเสริมการขาย ก็ไม่มี เลยโทรไปถาม call center 1777 ความเร็วนี้ยังไม่มีให้บริการ ผมถามแล้วสถานีที่ทดลองเจ้าหน้าที่ก็บอกยังไม่มี มีแค่ในงาน(event)

ป.ล. ตอนแรกก็ตั้งใจจากถามเรื่อง 42(42.2) Mbps ว่าเป็น MIMO หรือ Dual-Cell เรื่องเดียวเพราะไม่รู้จะไปถามที่ไหน ตอบมามึนๆเลยดูแล้วไม่ได้เลยเรื่องเปลี่ยนไปถามข้อข้องใจที่มันเห็นชัดๆอย่างสถานที่ใช้ได้จริง ได้คำตอบมาแบบนี้ การ PR ทำได้พอจะตื่นเต้น แต่ใช้จริง...

ผมสงสัยที่ว่า "ตัวอย่างการเขียนอีเมลประชาสัมพันธ์ที่ไม่เวิร์ค"

ไม่เวิร์คที่นี่น่ะแน่นอน เพราะเจ้าของเว็บไม่ชอบ แต่รู้ได้ไงว่าที่อื่นไม่เวิร์ค?

ลืมกันไปหรือเปล่าว่า BB ในไทยเกิดได้เพราะอะไร?

อันนี้ความเห็นส่วนตัวผมนะครับ

ทั้งๆ ที่บริษัท PR สามารถเขียนอย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์ได้

แต่กลับเลือกใช้วิธีที่ทำให้ดูเหมือนข่าวหลุด ข่าวซุบซิบ ... มันดูถูกสติปัญญาผู้เสพสื่อน่ะครับ

เพิ่มเติม

ผมไม่คิดว่าวิธีนี้ผิดหรอกครับ ถ้าพูดตามตรงคือเจ้าของบ้านเค้าไม่ต้อนรับวิธีนี้ และได้ประกาศไปแล้วว่า "ไม่เอา"

ไม่เวิร์คที่นี่ก็อย่าส่งมาที่นี่ .. ไงครับ :D

ที่อื่นเวิร์คไม่เวิร์คก็ต้องแล้วแต่ target audience ของเขา แต่ที่นี่มันไม่เวิร์คจริง ๆ (กลับไปอ่านข้างบนอีกทีก็ได้นะครับ)

หน้าที่ของ PR คือต้องทำให้มันเวิร์คทุกที่ครับ

ถ้าข่าวชุดเดียว เวิร์คทุกที่ไม่ได้ ก็คือหน้าที่ของ PR อีกนั่นแหละ ที่ต้องทำมาหลายๆชุด ให้เหมาะกับแต่ละที่

การที่มีปัญญาคิดวิธีเสนอข่าวแบบเดียว ไม่ว่าจะเหมาะกับที่ไหนหรือเปล่า ก็คือความดักดานของ PR และตัวองค์กรณ์ที่มอบหมายให้ PR ที่มีปัญญาคิดวิธีเสนอข่าวแบบเดียวมากระจายข่าวที่นี่

การเลือกวิธีเสนอข่าวผิดที่ ก็จะส่งผลลบต่อชื่อเสียงองค์กรณ์ ก็เป็นความรับผิดชอบของ PR

และบล็อกนอนอุตส่าห์ช่วยเหลือโดยการอธิบายอย่างตรงไปตรงมาว่าวิธีของคุณไม่เหมาะกับที่แบบนี้หรอก ไปคิดมาใหม่

การที่คิดแบบที่คุณพูดแล้วปล่อยไป มันยิ่งทำให้องค์กรณ์ที่ไม่มีวิสัยทัศน์ในยุคปัจจุบัน ยังคงงมงายไร้วิสัยทัศน์ต่อไป และกลายเป็นตัวตลกยิ่งกว่านี้

การตลาดจะมีคำว่ากลุ่มเป้าหมายไปทำไมถ้าไม่รู้จักแยกกลุ่มเป้าหมาย ว่าที่นึงต้อง PR แบบนึง อีกที่นึงก็ต้อง PR อีกแบบนึง

ไม่ทราบว่าคุณใช้มาตรฐานอะไรในการวัดและตัดสินว่า "การเขียนอีเมล"ประชาสัมพันธ์" ของบริษัท PR เวิร์คหรือไม่เวิร์ค"? "วิธีการ" และ "กลยุทธ์"ของการทำงานในละสายงานอาจต่างกันและไม่ได้ถูกใจคนไปซะทั้งหมดแต่พวกเขาก็คาดหวังว่าผู้รับสารจะเข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจ พวกเขาก็คงหวังคำอธิบายและบอกพวกเขาดีๆ สิ่งที่พลาดของ PR บริษัทนี้ก็คือ "ส่งผิดคน" เค้าควรจะส่งเฉพาะ "นักข่าว"ก็เท่านั้น..สิ่งที่พลาดของคุณก็คือ คุณควรตั้งหัวข้อว่า "ตัวอย่างการเขียนอีเมลประชาสัมพันธ์ที่ไม่เวิร์คสำหรับ "Blogger" และการสร้างรอยร้าวที่ไม่จบสิ้นของBlogger กับ PR (โดยวิธีการนี้)

ดิฉันขออธิบายในฐานะที่มีประสบการณ์ด้าน PR ดังนี้ (ในกรณีที่คุณอาจไม่เข้าใจหรือไม่เคยทำความเข้าใจ PR)

  1. ข่าวยอดขายเครื่องดีๆเป็นเรื่องที่ดีของบริษัทที่ควรประกาศตัวชัดๆ ไม่ต้องซุบซิบ

อธิบาย: คำว่า "ข่าวซุบซิบ” เป็นคำเฉพาะของวงการ PR ที่ต้องการส่งmessage "อย่างไม่เป็นทางการ" ในรูปแบบที่ไม่จำเจและผู้อ่านรู้สึกเบื่อ

  1. ลูกค้าเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ก็เพราะผลิตภัณฑ์ของบริษัทดี มีคุณภาพ ราคาเหมาะสมไม่ใช่เลือกเพราะข่าวซุบซิบของบริษัท

อธิบาย:ทุกคนเข้าใจตรงจุดนี้ แต่ข่าวซุบซิบก็คือกลยุทธ์ของ PR ในการตอกย้ำ message ถึงผู้รับที่อาจไม่เคยได้รับข่าวสารอีกทางหนึ่ง

  1. อีเมลฉบับนี้แสดงให้เห็นว่าความคิดของPR บริษัทนี้ (ซึ่งเป็นบริษัทข้างนอกที่บริษัท xxx จ้างมาอีกทีหนึ่ง)มีกรอบความคิดแค่คอลัมน์ "ซุบซิบ" ตามหน้านิตยสารเท่านั้น

อธิบาย: เท่าที่อ่านข่าวดิฉันก็เห็นข่าวของบริษัทนี้ตามหน้าหนังสือพิมพ์มากมาย ไม่ใช่จำกัดแค่คอลัมน์ "ซุบซิบ"ตามหน้านิตยสาร

  1. ผมเข้าใจว่าเหตุผลที่ต้องมี"ข่าวซุบซิบ" แบบนี้ ก็เพราะ PR วัดประสิทธิภาพการทำงานด้วยการเป็นข่าวในหน้าสื่อต่างๆเลยสนใจแต่ปริมาณข่าวเพื่อทำยอด (จะได้ต่อสัญญาในปีต่อไป) ไม่สนใจคุณภาพของข่าว

อธิบาย: PR ต้องการส่งข่าวใน content ที่หลากหลายที่ไม่ทำให้ผู้อ่านเบื่อ จึงสร้าง contentขึ้นมา base on ความจริง รวมถึง contentเหล่านั้นก็ cover key message ด้วย ถ้าคุณอ่านให้ดี มันเป็นการอัพเดทความสนใจของผู้บริโภคต่อตัวสินค้า ไม่ใช่สนใจแต่ปริมาณข่าวเพื่อทำยอด

หมายเหตุ:

  1. ดิฉันไม่ได้เป็น PR ของบริษัทดังกล่าว ไม่ต้องสงสัยค่ะ

  2. ยังมีบริษัท PR Agency หลายบริษัทที่ไม่ได้คิดแต่เรื่องเงินอย่างเดียวไม่ใช่ถูกใครจ้างก็ทำมันทุกงาน เค้ายังต้องมี "ความเชื่อ" ในตัวสินค้าและเทคโนโลยีรวมถึงการคำนึงถึง "ธรรมาภิบาล" (Good Governance) ของบริษัทผู้้จ้าง ไม่ใช่ใครจ้างก็ทำ

  3. ลองทำความเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของ PR ดูบ้าง เหมือนที่ PR ได้ทำความเข้าใจ"บทบาทและหน้าที่" ของ Blogger แม้จะยังไม่เข้าใจทั้งหมดแต่พวกเขาก็พยายามเรียนรู้

  4. เหนื่อยและใช้เวลามากกับการพิมพ์อีเมลฉบับนี้ คิดว่า PR หลายคนคงอยากตอบโต้แต่อาจไม่มีเวลาหรืออาจพิมพ์ภาษาไทยช้ามากอย่างดิฉัน เฮ้อออ!

ผมว่ามันชัดอยู่แล้วว่าปัญหาคือ PR ทำไม่ถูกใจทางผู้บริหารเว็บ ถ้าอยากประชาสัมพันธ์ที่เว็บนี้ก็ควรปรับปรุง content ให้ได้มาตรฐานที่ที่นี่กำหนด ถ้าทำไม่ได้ทีหลังก็อย่าส่งมา ยังมีเว็บอื่นเยอะแยะที่ pageview เยอะๆ และไม่ตั้งมาตรฐานสูงนัก หรือว่านายสั่งมาว่าต้องลงที่ blognone ให้ได้

:)

ผมเล่าให้ฟัง

ตอนที่เป็นข่าวครั้งก่อนมี PR ส่งหน้าม้าเข้ามาเชียร์สินค้าอย่างออกนอกหน้า และเข้ามาตอบโต้กับคนในบล็อกนันอย่างดุเดือด

โดยสมัครสมาชิกเข้ามาใหม่เพื่อตอบโต้โดยเฉพาะ ซึ่งต่อมาทางบริษัทต้นทางเจ้าของสินค้าอ้างว่าได้ยกเลิกการว่าจ้างบริษัท PR บริษัทนั้นแล้ว

ขอตอบสั้นๆว่า เป็นเรื่องของ PR ที่จะต้องเข้าใจความต้องการ ของผู้รับสารกลุ่มต่างๆ และเลือกใช้วิธีการให้เหมาะสมกับ ผู้รับสาร นั้น ซึ่งวิธีนี้ มันเหมาะสมกับคนบางกลุ่ม แต่ไม่เหมาะสมกับทีนี่ (และที่นี่ก็ยินดี อธิบายความต้องการ ของคนกลุ่มนี้ ให้ PR เข้าใจแบบฟรีๆ)

มันทำให้ สิ่งที่คุณต้องการสื่อ และ อธิบายมาทั้งหมดนั้นให้ผลตรงกันข้าม

และสุดท้าย มีที่ไหน ที่ สื่อและลูกค้า ต้องพยายามมาทำความเข้าใจ PR

PR ต้องทำความเข้าใจลูกค้า ฝ่ายเดียวเท่านั้นครับ ลองทบทวนดูดีๆว่า PR คืออะไร

อธิบาย: คำว่า "ข่าวซุบซิบ” เป็นคำเฉพาะของวงการ PR ที่ต้องการส่งmessage "อย่างไม่เป็นทางการ" ในรูปแบบที่ไม่จำเจและผู้อ่านรู้สึกเบื่อ

แต่ผู้อ่านเบื่อครับ การเขียนข่าวซุบซิบ สำหรับคนวงการไอที มันน่าเบื่อ เพราะมันไม่ใช่แนว

พูดกันจริงๆผู้ชายทั่วไปก็ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของข่าวซุบซิบอยู่แล้ว มันใช้ได้ผลในวงการดาราที่มีผู้หญิงติดตามมากกว่า

นิตยสารผู้ชาย หรือแม้แต่ในนิตยสารเกย์ ผมก็ว่ามันไม่มีข่าว "ซุบซิบ" ให้เห็นหรอกนะ

อธิบาย: เท่าที่อ่านข่าวดิฉันก็เห็นข่าวของบริษัทนี้ตามหน้าหนังสือพิมพ์มากมาย ไม่ใช่จำกัดแค่คอลัมน์ "ซุบซิบ"ตามหน้านิตยสาร

แต่รูปแบบของการเขียนข่าวของบริษัทนี้ตามหน้าหนังสือพิมพ์ กลับไม่ใช่รูปแบบของ "คอลัมน์ซุบซิบ" ที่ฝ่าย PR ของบริษัทดังกล่าว เลือกเอามาใช้กับที่นี่ ซึ่งนี่เป็นการตอกย้ำว่า

[PR บริษัทนี้มีกรอบความคิดแค่คอลัมน์ "ซุบซิบ" ตามหน้านิตยสารเท่านั้น]

การที่ไปสัมภาษณ์ให้ข่าวกับหน้าหนังสือพิมพ์ต่างๆ ก็แสดงให้เห็นว่าหนังสือพิมพ์ มีความเป็น "มืออาชีพ" รู้จัก "กาลเทศะ" และ "กลุ่มเป้าหมาย" เป็นอย่างดี แตกต่างกับตัว PR ที่มีปัญญาคิดวิธีนำเสนอ "ให้ไม่ซ้ำซากจำเจ" ได้แค่ในรูปแบบ "คอลัมน์ซุบซิบ" (ที่โคตรซ้ำซากและจำเจ)

ลองทำความเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของ PR ดูบ้าง เหมือนที่ PR ได้ทำความเข้าใจ"บทบาทและหน้าที่" ของ Blogger แม้จะยังไม่เข้าใจทั้งหมดแต่พวกเขาก็พยายามเรียนรู้

บล็อกนอนมีทั้ง PR ที่ดี และ PR ที่ไม่ดี แวะเวียนเข้ามาโฆษณาอยู่เรื่อยๆ ซึ่งการ PR อย่างที่มีการแนะนำนี้ ก็สร้างความรู้สึกดีให้กับผู้อ่านอย่างผม (ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมาย) ทำให้ผมรู้สึกขึ้นมาได้ว่า สินค้าของคุณน่าสนใจ วิธีการเขียนของคุณน่าอ่าน

การที่มีคนเขียนเอนทรี่นี้ขึ้นมา เพราะว่ามี PR ที่ไม่ใช่ปัญญาในการแยกแยะกลุ่มเป้าหมาย สร้างความรู้สึกแย่แก่ผู้อ่านอย่างผม วิธีการเขียนแบบ "คอลัมน์ซุบซิบ" มันดูปัญญาอ่อนสำหรับสินค้าไอที และการเขียนข่าวแบบหน้าม้า มันก็ไม่เนียน และรู้สึกได้เลยว่าไม่จริงใจ และพูดได้ว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในการทำให้ "ไม่ซ้ำซากจำเจ"

นี่คือประสบการณ์ด้าน PR ของคุณ?

ประสบการณ์ของคุณคงจำกัดแต่ในวงคอลัมน์ซุบซิบดาราอย่างที่เขาว่าจริงๆนั่นแหละ

คิดว่าคนทั่วไปอ่านข่าวซุบซิบแล้วไม่เบื่อจริงเหรอครับ

ผมเคยลองถามเพื่อนๆนอกวงการแล้ว มีแต่คนบอกว่าปัญญาอ่อน

(เว้นแต่ว่าอยากให้เป็น talk of the town แม้จะเป็นข่าวด้านลบ แบบที่ pr ชอบทำกัน)

อยากถาม PR เหมือนกันว่ากลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ที่ทำให้คนเกลียดนี่ ถือว่าประสบความสำเร็จเหรอครับ

สนใจแค่คำว่าลูกค้าจำ Product ได้หรือไม่ได้ ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีเท่านั้นใช่มั้ยครับ

"พวกที่ทำลงไปทั้ง ๆ ที่รู้ว่าจะเกิดผลลบตามมา แถวบ้านผมเรียกโง่ครับ"

ปล.ผมไม่ใช่ geek และขอพูดในนาม "ผู้บริโภค"

ขออีกหน่อยนึง

คิดว่า PR หลายคนอาจไม่คิดตอบโต้ เพราะคิดได้แล้วว่านี่คือการเตือนอย่างจริงใจ และรับไว้แก้ไปรับปรุง หรืออย่างน้อยก็รู้ว่าวิธีการของตัวเองไม่เหมาะสมกับที่นี่ เอามาใช้แล้วก็จะโดนประจานแบบนี้

แล้วเอาเวลาไปใช้กับการเรียนรู้ธรรมชาติของเว็บข่าว IT ให้มากขึ้น แทนที่จะมาเถียงตอบโต้ให้โดนสวนโดยใช่เหตุ

ยังมีบริษัท PR Agency หลายบริษัทที่ไม่ได้คิดแต่เรื่องเงินอย่างเดียวไม่ใช่ถูกใครจ้างก็ทำมันทุกงาน เค้ายังต้องมี "ความเชื่อ" ในตัวสินค้าและเทคโนโลยีรวมถึงการคำนึงถึง "ธรรมาภิบาล" (Good Governance) ของบริษัทผู้้จ้าง ไม่ใช่ใครจ้างก็ทำ

แต่ที่เขาต้องเขียนอันนี้ขึ้นเพราะมีบริษัทที่ไม่ทำตามนั้น แล้วคุณจะร้อนตัวออกมาช่วยเขาปกป้องทำไมถ้าคุณไม่ใช่

คำสุดท้าย

อย่าลืมว่าแม้แต่คนที่เขียนข่าวที่นี่ ก็คือผู้บริโภคของสินค้าที่คุณต้อง PR

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแก้ตัวเพราะโดนเหมารวม (ตอบเยอะ เข้าใจประเด็นผิด และการซุบซิบมันไม่ได้หลากหลายตรงไหน) XD

หากยังไม่เข้าใจธรรมชาติของ User ที่นี่ก็ถลอกปอกเปิกกลับไปแบบนี้หล่ะครับ..

User ที่นี่เป็นผู้ที่มีความเข้าใจใน IT สูงครับ เขาไม่ได้คุยกันด้วยภาษา Gossip ครับ แต่คุยกันด้วยเหตุและผลป็นตั้งๆ

ดังนั้นโปรดกลับไปทำความเข้าใจกับ Target ใหม่ = =

+1

การสื่อสารทางการตลาดที่ดีต้องเข้าใจ norm ของ target ก่อน แล้วค่อยสื่อสารออกไปยังกลุ่มเป้าหมายให้ตรงจุด ไม่ต้องมาอ้างนู่นนี่นั่น แต่คนที่นี่เค้าเป็นกันแบบนี้ พวกคุณที่เป็น PR ต้องเข้าใจพวกเราก่อน

นี่ Webmaster เค้าใจดีนะ เค้าบอกว่าที่นี่เป็นยังไง ถ้าอยากขายของให้พวกเรา อยากประชาสัมพันธ์ต้องทำอย่างไร เราถึงจะฟัง และสนใจ

PR แปลตรงตัวก็การประชาสัมพันธ์หากบิดเบือนไปก็ไม่ต่างกับการโฆษณา แต่ไม่ปรับปรุงแล้วส่งมาเรื่อยๆถ้าผู้รับไม่ต้องการก็คือ spam ดีๆนี่เอง ดึงดันส่งไปอีกก็ไม่ต่างกับการยัดเยียด

ป.ล. เป็นความคิดของ End-user คนหนึ่งนะครับ

ถ้าเหนื่อยและใช้เวลาพิมพ์มาก ผมว่าคุณน่าจะเอาเวลานั้นกลับไปอ่านลิงค์เกา่ที่เขาอ้างถึงไว้ในข่าวนี้ด้วยนะครับ เขาหวังดีนะครับ เขาเตือนกันดี ๆ แล้ว แถมยังบอกว่าให้คำปรึกษาฟรี แต่ PR เองไม่ใช่เหรอที่ไม่เล่นตามกติกาเอง ครั้งนี้่เขาก็ยังอุตส่าห์เซนเซอร์ให้อีก ถามจริง ๆ คุณอยากให้เขาทำยังไงไม่ทราบครับ? จะให้เขาเดินสายไปอบรม PR ทั้งประเทศ?

คุณบอกให้ลองทำความเข้าใจ PR ดูบ้าง ขอโทษนะครับคุณ ขอพูดตรงไปตรงมาเลยครับ "นั่นมันหน้าที่คุณต่างหากที่ต้องทำความเข้าใจพวกเรา" คุณทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ใครคุณจะเรียกคนกลุ่มนั้นมาทำความเข้าใจคุณงั้นเหรอ?!? ฟังดูตลกไปไหมครับ?

โอเค คุณอาจมอง Blogger เป็นคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มลูกค้า แต่อย่าลืมนะครับคนกลุ่มนี้เขาช่วยประชาสัมพันธ์ต่อให้คุณ ซึ่งกลุ่มคนที่เขาประชาสัมพันธ์ต่อก็เป็นกลุ่มคนจำนวนไม่น้อย และกลุ่มคนนั้นก็มีความคิดคล้าย ๆ กัน (Geek หรือเกือบ ๆ หรือคนไอทีที่อยากรู้เรื่อง เสปก แบตอึดมั้ย ถ่ายรูปสวยหรือเปล่า ใช้ระบบปฏิบัติการอะไร ลื่นมั้ย เล่นสามจีของค่ายไหนได้บ้าง ผู้บริหารมีวิศัยทัศน์ต่อแพล็ตฟอร์มนี้ยังไง ระบบปฏิบัติการนี้จะไปรอดหรือเปล่า ฯลฯ ไม่ได้ต้องการรู้ว่า "เหยดดดด ขายหมดพันเครื่องในวันเดียวเลยเว้ยเฮ้ยยยยย" หรือ "เอ๊ะ ทำไมผู้บริหารบริษัทนั้นช่วงนี้ยิ้มไม่หุบเลย")

ถ้าหาว่าผมมั่วเอาเอง คุณก็ดูเอาละกันว่าข้อความที่ตอบ ๆ กันมาเนี่ย เขาเห็นด้วยกะข่าวนี้หรือเขาด่าข่าวนี้ (และกลับไปดูข่าวเก่าด้วยนะ มันชัดเจนมาก) ผมเห็นคนไม่เห็นด้วยกับข่าวนี้แค่ไม่กี่คนเอง

ข่าวนี้ไม่ได้เป็น "การสร้างรอยร้าวที่ไม่จบสิ้นของBlogger กับ PR" เลย ถ้า PR อ่านข่าวทีแล้ว และทำความเข้าใจ Blogger บ้าง

ป.ล. อย่าอ้างว่าคนไม่เห็นด้วยเขาไม่กล้าหรือขี้เกียจเขียนโต้ตอบ เพราะผมก็จะอ้างได้เช่นกันว่าคนที่เห็นด้วยอีกมากเขาก็ขี้เกียวเขียนเช่นกัน

อุตส่าห์สมัครใหม่เข้ามาเพื่อแสดงความคิดแบบไร้ความคิดเนี่ยหรอครับ

เป็น PR ควรกลับไปอ่านจับประเด็นให้มันดีกว่านี้แล้วกันนะครับ

หรือว่าจงใจสมัครเข้ามาเพื่อสื่ออะไรกันแน่ ?

ผมว่า ไอ้ข่าว "ซุบซิบ" เนี่ย เกิดจากความไม่รู้จักกลุ่มเป้าหมายของข่าวสาร/ประชาสัมพันธ์ที่ตัวเองต้องการจะส่งมากกว่านะ

ข่าวซุบซิบนี่อย่างที่คุณ Thaina บอกแหละ มันเหมาะกับนิตยสารดารา กลุ่มคนอ่านที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้าน (อันนี้พูดแรงไปหน่อย แต่เท่าที่สังเกตมันจริงนะ) ซึ่งกลุ่มคนบนเวปนี้นี่ไม่ใช่เลย อาจจะเป็นตัว PR เองก็ได้มั้งที่ชอบอ่านข่าวแบบนี้ ?

ที่แย่กว่านั้น ไอ้ข่าวลักษณะนี้มันมีน้ำลงไปละลายเนื้อหาค่อนข้างมาก มันไม่ได้ทำให้อ่านแล้วเข้าใจผิดอะไรก็จริง แต่มันทำให้ยืดเยื้อเสียพื้นที่ไปอย่างไร้ประโยชน์

แล้วถามจริง ๆ ไอ้มือถือรุ่นที่ว่านี่มันดังขนาดต้องซุบซิบกันเลยเหรอ ??

ปล. ผมเห็นแต่ว่าไอ้คนที่ถูกซุบซิบนี่เสียหาย ... นี่มาซุบซิบตัวเอง เออ แปลกดี เพื่อนผมมันยังเคยมาบ่นเลยว่ามันโดนเขียนลงนิตยสารซุบซิบว่าไปมีอะไรกับป้าไฮโซแก่ ๆ คนนึง เพราะไอ้ป้าคนนี้ดันมาติดพันมัน ... มันก็มาบ่นเซ็ง ๆ แล้วก็บอกว่าไม่เห็นมันจะจริงตรงไหน

ปลล. เก็บข่าวซุบซิบเอาไว้สำหรับข่าวดาราขึ้นเตียงเถอะครับ (แรงไปมั้ย ?)

อธิบาย: คำว่า "ข่าวซุบซิบ” เป็นคำเฉพาะของวงการ PR ที่ต้องการส่งmessage "อย่างไม่เป็นทางการ" ในรูปแบบที่ไม่จำเจและผู้อ่านรู้สึกเบื่อ

ถ้าคิดว่าข่าวซุบซิบหมายถึงการส่งสารที่ไม่เป็นทางการ ผมว่าควรเปลี่ยนคำว่าซุบซิบไปใช้คำอื่นที่มันตรงกับวัตถุประสงค์มากกว่า
เพราะคำว่าซุบซิบสำหรับคนอ่านส่วนใหญ่น่าจะเหมือนกับข่าวปัญญาอ่อนของพวกดารานะครับ ซึ่งสำหรับคนรับสารส่วนนึงรู้สึกว่ามันน่าเบื่อ และไร้สาระมากครับ :)

NGFar Thu, 14/07/2011 - 19:24

เคยอ่าน TL ในทวิตเตอร์แล้วรู้สึกว่าเหล่า PR ทั้งหลายจะเกลียดเว็บนี้มากเลยนะครับ -__-

ผมว่า นักโฆษณาที่ไม่มีความ Creative มีแต่แนวคิดโฆษณาโลกทัศน์เก่าๆ ก็ไม่กินเส้นกับ Geek อยู่แล้ว

เพราะ Geek ชอบตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่ชอบการโฆษณาที่มาล่อหลอก การที่โฆษณาชอบทำอะไรเวอร์ๆ สำหรับคนกลุ่มนี้คือความน่าเบื่อ เอียน ซ้ำซากจำเจ

ตัวอย่างเช่นผงซักฟอกที่มีพี่วิลลี่กับเครื่องจับเชื้อโรค สำหรับผม ดูแล้วเฟคและเอียนมาก
แต่มันเป็นโฆษณาที่ดี เพราะจับกลุ่มเป้าหมายแม่บ้าน ไม่ใช่ผม

สังเกตได้ว่า วงการ IT ไม่ใช่ว่าไม่ดูโฆษณา แต่จะชอบโฆษณาที่ Feel Good หรือมีไอเดียแบบที่รู้สึก WOW

หรืออย่างน้อยก็ดูมีความทุ่มเทบ้าง อย่างแบตเตอร์รี่ Transformer ที่ทำให้รู้สึกว่าคนทำมีฝีมือ แถมยังไอเดียใช้ได้ที่ให้เต้นหมอลำ ดูฮาดี คนที่ไม่ชอบดูทีวีก็ยังจับแชร์กันไปทั่ว

ไม่ได้ศึกษากลุ่มเป้าหมาย แล้วคุณจะมาทำ PR ทำไมนี่ หน้าที่ PR คืออะไร
เมื่อทำไม่ถูกใจกลุ่มเป้าหมาย ที่ควรทำคุณจะกลับไปศึกษามาใหม่แต่
บางคนบอกว่ากลุ่มเป้าหมายแหละผิด ที่ทำนะถูกแล้ว ถ้าผมเป็นเจ้าของ
ผลิตภัณฑ์คงไม่ต้องจ้าง PR แล้วแหละครับแบบนี้ ทำไงก็ได้เพราะลูกค้า
ต้องปรับตามเรา ไม่ใช่ปรับตามลูกค้า เอเวง - -*

กำลังสงสัยว่า ที่ว่า "ไม่เวิร์ค" นี่

ไม่เวิร์ค เฉพาะ Blognone ที่เดียวเท่านั้น

หรือไม่เวิร์คสำหรับ blog IT ทั่วไป (แต่ออกแนว geekๆ หน่อย) และ blognone พยายามพูดแทน blog เหล่านั้น (ว่าคงคิดเหมือนๆ กัน)

คือถ้าเป็นอย่างหลัง ก็อยากทราบว่า มี blog IT (geekๆ) อื่น เขาบ่นกันมั่งมั้ยครับ ? (อยากรู้จริงๆ)

หรือ Blognone เอาเป็นเอาตายกับ "ซุบซิบ" เพียง blog เดียว (ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ควรระบุในคำบ่นให้ชัดครับ ไม่งั้นจะกลายเป็นว่า เราไปคิดแทน blog อื่นๆ)

แน่ใจว่าที่อื่นนั้น User เป็น Geek จริง

หรือ Guest แกล้ง Geek...

(สำหรับผมๆ มองว่ามันไม่เวิร์กในที่ไหนทั้งนั้น หากผู้ที่อ่านคือผู้ที่บริโภค IT เป็นหลัก นั้นก็เพราะชาว IT ส่วนใหญ่ต้องการสาระมากกว่าบันเทิง ซึ่งเป็นการดูถูกความรู้ของชาว IT, เว้นแต่ว่าบริโภค IT แบบงูๆ ปลาๆ ซึ่งก็คงไม่นับว่าเป็น Geek)

ผมว่าสไตล์นี้มันไม่เวิร์คกับผู้ชายทุกคนแหละ เวิร์คแต่กับเพศที่สาม

ไม่ว่าจะเป็นข่าวกีฬา การเมือง วิทยาการ หรืออะไรก็ตามแต่

ลองคิดสภาพข่าว "ฝากข่าวซุบซิบ พบเฟ็นนายกวีวี่หน้าตาแจ่มใส ไม่ต้องแปลกใจ กำลังเดินสายแจกลูกบอลรุ่นใหม่ล่าสุดฟรีเพราะได้เป็นนายกสมาคมบอลอีกสมัย ช่วยบอกต่อๆกันนะคะ"

ปวดกระโหลกมั้ย?

ผมไม่ดูฟุตบอลผมยังอยาก Tactical Facepalm

ผมว่าคุณคิดไปเองคนเดียวล้วนๆ ครับ เราไม่เคยพูดแทนคนอื่นนะ อย่าพยายามเอาคำพูดอื่นมายัดปากผมเลยครับ

Perl Fri, 15/07/2011 - 21:27

ขยายข่าว..

Subject: ข่าวซุบซิบ - "ลูกค้า xxx บูดบึ้ง เข้าคิวรอเครื่อง yyy กันอย่างคึกคัก 1,000 เครื่องที่เตรียมไว้รอจนหน้าเหียก"

เรียน ท่านสื่อมวลชน

รบกวนฝากข่าวซุบซิบ "ลูกค้า xxx บูดบึ้ง เข้าคิวรอเครื่อง yyy กันอย่างคึกคัก 1,000 เครื่องที่เตรียมไว้รอจนหน้าเหียก" ไว้ให้พิจารณาด้วยค่ะ

ถ้าช่วงนี้ เจอะเจอหน้าคุณ aaa ท่านลูกค้า เห็นแล้วหน้าบูดไม่หุบ ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะ yyy จาก xxx ที่เพิ่งจัดงานสับหลอกไปอย่างร้อนแรงนั้น ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม เพียงวันไม่กี่วันมีสาวก bbb ทุกเพศ ทุกวัยที่ให้ความไว้วางในเครือข่ายของ xxx เข้าไปสับเละในบอร์ดพันดริฟท์กันอย่างคึกคัก แว่วว่าที่เตรียมไว้กว่า 1,000 หน้าแหกกันเรียบที่ห้างโลตุส!!! ตอนนี้ yyy จาก xxx จึงกลายเป็นดราม่าโฟนที่แรงสุดและเร็วสุดแบบประทับใจแฟนๆ ไปถึง 5 กะโปก..

-------------

-..-

ไม่ต้องเซ็นเซอร์ก็ได้ครับ แบบนี้ แต่ขอเพิ่มไรหน่อ
ข่าวซุบซิบ
ลูกค้า XXX รุมประนาม จองเครื่องก่อน ต่อแนวเป็นชม. แต่ได้เครื่องช้ากว่า Walk in ซื้อที่ร้าน

ผมว่าหัวเรื่องน่าจะประมาณนี้จะชัดเจนกว่า
"ตัวอย่างการเขียนอีเมลประชาสัมพันธ์ที่ไม่เวิร์คสำหรับ Blognone"
เพราะคงมีสื่อประเภทอื่นที่อาจจะยังชอบวิธีการประชาสัมพันธ์แบบนี้ก็ได้

เห็นหลายคอมเม้นบอกกันว่ามีแต่ Blognone ที่เดียวที่ไม่ชอบข่าวซุบซิบ

ดังนั้น ผมว่าตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับสื่อที่ชอบให้มีข่าวซุบซิบ ควรจะรีบประกาศตัวออกมาว่าต้องการให้ส่งข่าวแบบนี้ให้ เพื่อเป็นกำลังใจให้ PR ที่ชอบเขียนข่าวซุบซิบ ให้ยังมีแรงเขียนข่าวซุบซิบต่อไปนะครับ

ผมอ่านยังไงมันก็ไม่เป็นข่าวซุบซิบนี่สิครับ มันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่น่าจะเอามาซุบซิบ

ขอตอบทีเดียวอีกครั้งรวมถึงตอบคุณ Thaina & คุณ Rookies ดังนี้..

ตั้งแต่ต้นดิฉันได้บอกถึงข้อผิดพลาดของ PR บริษัทนี้ไปหมดแล้วว่าผู้รับสารนี้ไม่ควรเป็น Blogger เพราะไม่ใช่ target ของข่าวชิ้นนี้ และคิดว่าเค้าก็คงน้อมรับคำเตือนของคุณ แต่ หัวข้อของ Blognone ก็ 'ผิดพลาด' เช่นกัน จาก “ตัวอย่างการเขียนอีเมลประชาสัมพันธ์ที่ไม่เวิร์ค" คุณควรเปลี่ยนเป็น “ตัวอย่างการเขียนอีเมลประชาสัมพันธ์ที่ไม่เวิร์คสำหรับ "Blogger" หรือ "Blognone" เพราะมันอาจเวิร์คกับที่อื่น เช่น หน้าสังคมของหนังสือพิมพ์ ฯลฯ ซึ่งก็เป็น Target ของสินค้านี้เช่นกัน) ชัดเจนกันขนาดนี้ก็ไม่ทราบว่าไม่เข้าใจตรงไหน และตั้งประเด็นต่อที่ซ้ำซากทำไมอีก?

ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็น Blogger แล้ว 'ไม่สามารถ' ยอมรับสิ่งที่ตนทำผิดพลาดได้ ก็จะได้เข้าใจตามนั้น..อีกทั้งดิฉันยังไม่เคยบอกว่าการที่ Blognone เตือนอย่างจริงใจเป็นสิ่งผิด แต่ถ้า Blognone คิดว่า “การเตือนโดยประจานผ่านสื่อ” เป็นวิธีที่ 'ดีกว่า' "การสื่อสารหรือการเตือนกันตรงๆซึ่งๆหน้า" แล้วละก็..ดิฉันก็ได้เข้าใจตามนั้นอีกเช่นกัน จะได้รู้ว่าพวก Blogger เค้าไม่เผชิญหน้ากัน ถ้ามีอะไรขัดใจก็จะทำกันลับหลังประจานออกสื่อกันลูกเดียว แทงกันลับหลังดีกว่าเพราะสื่อสารทางวาจาไม่เป็น พวกเค้าเข้าใจว่าการใช้ 'คำพูดเสียดสีที่เหมือนจะดูฉลาด'เพื่อดูถูกสติปัญญาผู้อื่นนั้นเป็น 'การเตือนกันดีๆ'..

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าไม่ควรมาเสียเวลานั่งต่อปากต่อคำกับคนที่มองโลกแคบๆ อยู่แต่ในกลุ่มของตนเอง 'ไม่มีวัน' เปิดใจยอมรับความผิดพลาด ดูถูกความคิดและภูมิปัญญาผู้อื่นเสมอเมื่อมีโอกาส คุณก็จงภาคภูมีใจกับการโชว์เหนือ การเป็น Geek ที่แตะต้องไม่ได้ของ 'พวกคุณ' กันต่่อไป ส่วนดิฉันก็คงจะสมเพชพวกคุณอยู่ห่างๆ และอีกอย่างไม่จำเป็นต้องแกล้งโง่ว่าทำไม PR ถึงไม่เข้ามาแสดงความเห็นเพราะเค้าก็ยอมรับผิดอยู่แล้วแต่อีกส่วนหนึ่งคุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าเพราะอะไร หรือไม่รู้จริงๆ?!

สุดท้ายยินดีด้วยกับความสำเร็จของ Blognone ที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลของวงการ IT และไม่มีใคร 'กล้า' แย้งหรือคิดต่างใน Blog คุณ เพราะ Blognone และกลุ่มจะใช้คำพูด (ที่ดูเหมือนฉลาด) ทำให้บุคคลผู้นั้นดูเบาปัญญา ดักดานและ 'โง่เขลา' ในที่สุด

หมายเหตุ:

คงไม่ได้เข้ามาตอบอีกเพราะชีวิต 'เสียเวลา' มากพอแล้วกับกลุ่มคนที่ไม่คิดจะเปลี่ยนในทางดีหรือสร้างสรรค์ขึ้น จะคอมเมนท์หรือจะโชว์เหนืออะไรต่อจากนี้ก็ตามสบาย..เชื่อว่าคงมีพวกคุณหลายคนจะเต้นกับเม้นท์นี้และเตรียมด่าและโต้ตอบอย่างดุเดือดเหมือนเช่นเคย ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะชีวิตทำได้แค่นี้ :)

ดิฉันยังคงเชื่อใน Power of PR ที่ดี พลังสร้างสรรค์ของนักข่าวและ Blogger ที่มีจรรยาบรรณ ขอบคุณที่ให้ความสำคัญโดยการเดากันไปต่างๆนาๆ ขอย้ำว่าดิฉันไม่ใช่ PR ของบริษัทนั้นๆ และ ไม่ได้ปกป้องใคร แค่อยากเห็นความถูกต้อง และทนไม่ได้กับการโชว์เหนือผิดๆที่ก็เท่านั้น! อ้อ! FYI - ตั้งแต่เกิดมาดิฉันยังไม่เคยเขียนข่าวซุบซิบใคร ขอบคุณที่ให้เกียรติฮ่ะ ^_^

เถียงแบบนี้อย่าเถียงเลยครับ ถียงแบบศรีธนนชัยไปเรื่อยๆ ไม่ใช่เหตุผล

Blognone เขียนแต่ข่าว IT ครับ ฉะนั้น "ตัวอย่างการเขียนอีเมลประชาสัมพันธ์ที่ไม่เวิร์ค" มันก็หมายถึงข่าว IT และกลุ่มเป้าหมายก็แน่นอนอยู่แล้วว่าเป็น Blogger

คุณ mk หรือคุณ lew คงไม่ได้เขียนบทความนี้ครอบคลุมไปถึงหนังสือพิมพ์หรอก

"'ไม่มีวัน' เปิดใจยอมรับความผิดพลาด" คนที่ควรยอมรับว่าผิดพลาดน่ะคือ PR ครับ มันมีด้วยเหรอที่กลุ่มผู้อ่านน่ะแหละผิด ชั้นประชาสัมพันธ์แต่มันเข้าไม่ถึงพวกคุณ ฉะนั้นพวกคุณผิด

คนเปิดใจน่ะต้องแก้ปัญหาครับ ไม่ใช่ว่าเที่ยวโยนความผิดให้คนอื่นแบบนี้

อ้อ! เถียงเหมือนเป็นพนักงานของบรัษัทเองเลยนะครับ ดูเดือดร้อนมาก

สิ่งที่คุณออกมาตอบโต้แต่แรก ไม่ได้ตรงกับสิ่งที่คุณพูดครั้งนี้เลยครับ

อธิบาย: เท่าที่อ่านข่าวดิฉันก็เห็นข่าวของบริษัทนี้ตามหน้าหนังสือพิมพ์มากมาย ไม่ใช่จำกัดแค่คอลัมน์ "ซุบซิบ"ตามหน้านิตยสาร

ไม่มีตรงไหนที่พูดถึง "หน้าสังคม" หรือ "วิธีเขียนข่าวแบบคอลัมน์กอสซิป" คุณพูดเองด้วยซ้ำว่า ข่าวของบริษัทนี้ "ไม่ใช่จำกัดแค่คอลัมน์ ซุบซิบ ตามหน้านิตยสาร"

สิ่งที่น่าตลกคือคำพูดและการกระทำของคุณนั่นแหละ คือสิ่งที่คุณหาว่าพวกเราเป็น
คุณเข้ามาถึงก็ "ดูถูกสติปัญญา" ของพวกเรา ว่าไม่เข้าใจความเป็น PR ทั้งที่ PR พยายามทำความเข้าใจพวกเราแล้ว

ในขณะที่คนที่นี่หลายคน เขียนคอลัมน์/ข่าว ที่อ่านสนุก มาตลอด
บางคนเป็นนักพรีเซนต์ เพราะต้องออกแบบ Layout
บางคนก็ทำ Presentation นำเสนองานมาตลอดตั้งแต่สมัยไหนๆ
บางคนมีงานเขียนหรือเคยทำ infographic ที่มีไอเดียน่าสนใจกว่างานที่ผลิตออกมาจาก PR มืออาชีพเสียอีก

นั้นคือพวกเขาเหล่านั้น ต่างประสบความสำเร็จ ในการ [นำเสนอสารต่อผู้คน] คุณกลับคิดดูถูกว่าพวกเราไม่เข้าใจเรื่อง PR

แล้วก็นะครับ คำพูดที่ "ดูเหมือนฉลาด" มันก็จะใช้ได้กับคนธรรมดาไงล่ะครับ
ไม่สามารถใช้ได้กับ Geek ที่แยกแยะได้ว่าคำพูดไหน "ดูเหมือนฉลาด" และคำพูดไหนที่มัน "ฉลาดจริงๆ"
พวกเราไม่ได้ฉลาดล้ำโลก เราไม่ได้รู้ทุกอย่าง แต่เรารู้ว่าคำพูดไหนที่มันฟังดูเหมือนฉลาด แต่มันผิดตรรกะ

ในขณะที่คุณเข้ามาดูถูกสติปัญญาเหล่า Geek ในที่นี้ด้วยความเชื่อมั่นเหลือล้นว่าคุณมีสติปัญญาที่สูงส่ง พวกเรากลับเห็นว่าคุณช่างอวดอ้างความคิดผิดๆ ตรรกะเน่าๆ ของตัวเอง ได้อย่างภาคภูมิใจขนาดนี้

มันช่างน่าสมเพช

ดูเหมือนประสบการณ์ด้าน PR ของคุณจะสอนให้ต้องคิดว่า กลุ่มเป้าหมายโง่กว่า และเรา เหล่า PR ต้องมาเพิ่มพูนความฉลาดให้กับเหล่าผู้บริโภคที่โง่เขลา ด้วยการป้อนสารอันเลิศเลอสุดยอด ใช้วิธีการเขียนแบบคอลัมน์ซุบซิบเพื่อให้ไม่ซ้ำซากจำเจ และด้วยเป้าหมายว่า รู้มั้ยๆ ฉันข่าววงใน เธอได้รู้ก่อนใครๆ น่าตื่นเต้นเนอะ

ปัญญาอ่อน

ขอย้ำอีกครั้งว่า PR ที่ดี ก็มีแวะเวียนมาในบล็อกนอนเรื่อยๆ และทำให้คนอ่านอย่างผมรู้สึกได้ว่า "วิธีเขียนน่าอ่าน สินค้าน่าสนใจ" แต่วิธีการเขียนแบบที่ยกมานี้ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง นั่นแสดงให้เห็นว่า PR มีทั้งดีและไม่ดี

แต่จากวิธีการโต้ตอบที่คุณใช้ออกมา

คุณล้มเหลวในการที่มา PR ให้พวกเราคิดได้ ว่ามี PR ที่ดีอยู่มากมาย

นี่คือประสบการณ์ในการ PR ของคุณ?

อ้อ อีกเรื่องนึง
ประสบการณ์ในการ PR ของคุณรึเปล่าครับ? ที่สอนว่า

ไม่ควรมาเสียเวลานั่งต่อปากต่อคำกับคนที่มองโลกแคบๆ อยู่แต่ในกลุ่มของตนเอง

ผมเข้าใจว่า PR คือคนที่จะต้อง [ประชาสัมพันธ์] กับคนทุกชนิดที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเสียอีก

ไม่ว่ากลุ่มเป้าหมายจะโลกแคบ หรือมีกลุ่มที่เหนียวแน่นเฉพาะทาง ต่างกับสังคมทั่วไปแค่ไหน ถ้าขึ้นชื่อว่ากลุ่มเป้าหมาย ก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อ [ส่งสารเชื่อมสัมพันธ์] ให้ถึงให้ได้

ผมสงสัยมากเลยนะ ว่า ใครจะตกงาน

ถ้ามีการจ้าง PR บริษัทหนึ่ง เพื่อที่จะจัดงานเกี่ยวกับ IT หรือวงการการ์ตูน

ที่มีแต่ Geek กับ โอตาคุ ที่ [มองโลกแคบๆ อยู่แต่ในกลุ่มของตนเอง] แถมยังมีสังคมของตัวเอง วิธีการ PR ไม่เหมือนวิธีของคนทั่วไป

แล้วงานล่มเพราะ Geek กับโอตาคุ ไม่ยอมมางาน

โดย PR อ้างกับคนจัดงานว่า "ไม่ควรมาเสียเวลานั่งต่อปากต่อคำกับคนที่มองโลกแคบๆ อยู่แต่ในกลุ่มของตนเอง"
หรือไม่ก็ "พวกเราทำความเข้าใจพวกเขาแล้ว แต่พวกเขาไม่ทำความเข้าใจ PR เลย"

นี่คือ "ประสบการณ์ในการเป็น PR" ของคุณ?

ดีใจนะครับที่คุณอ่าน แต่น่าเสียดายที่คุณตั้งป้อมไว้แล้วว่าจะไม่ถกเถียงกันต่อไป (สำหรับผม การถกเถียงโดยใช้เหตุผลทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น)

ผมคงไม่พูดอะไรมาก (เพราะคุณอาจไม่อ่านแล้วด้วยซ้ำ) เอาเป็นว่าผมคิดเหมือนสองท่านด้านบนครับ เขาสองคนตอบได้ครอบคลุมดีแล้ว และผมเห็นด้วยทุกประการ

ป.ล. ถ้ามี PR ที่รู้สึกผิดแล้วไม่กล้ามาโพสต์จริงๆ ผมขอแนะนำว่า ลองเสี่ยงโพสต์ขอโทษดูครับ เท่าที่อยู่ในโลกไซเบอร์มา เวลามีใครยอมรับผิด ออกมาขอโทษ และปรับปรุงตัวจริง เกือบร้อยทั้งร้อยทุกคนให้อภัย แถมยังสรรเสริญเสียด้วยซ้ำ หรือไม่ก็ไม่ต้องโพสต์ขอโทษก็ได้ แต่แก้ตัวใหม่ให้เห็นกันไปเลย แค่นั้นก็โอเคแล้วครับ
ป.ล.๒ ดีแล้วที่คุณไม่เคยเขียนข่าวซุบซิบใครครับ ผมคิดว่ามันได้ผลกับคนเฉพาะกลุ่มจริงๆ และผมมองว่ามันเป็นเรื่องไม่ดีนัก (นึกถึงหัวอกคนถูกซุบซิบ ในกรณีเป็นข่าวเชิงลบ)ก็ขอให้ไม่จำเป็๋นต้องเขียนข่าวประเภทนั้นต่อไปนะครับ

นึกว่าจะมาอธิบายด้วยเหตุผล แต่ไม่เลย
มาด้วยอารมณ์+อคติ

เสียเวลาอ่าน..

(ทำงานทั้งทีแต่ดันไม่ยอมศึกษา ไม่ยอมเข้าใจ ไม่รู้จักเป้าหมายของการทำงาน [แถมไม่ยอมรับความคิดเห็นอีก] แล้วชาตินี้จะประสบความสำเร็จในการงานเหรอ..)

ps. Blogger จะมีหัวเป็นตัว "c" , "f" และ "w" ส่วนที่เหลือคือผู้อ่านธรรมดาที่มาร่วมให้ความเห็น ไม่ใช่ Blogger ซึ่งคุณกำลังดูถูกความคิดเห็นเขาอยู่

ผมว่าคงคุยกันยากทาง blog พยายามเสนอเป็นข่าวแต่นักโฆษณาพยามเสนอเป็น PR(การประชาสัมพันธ์) จรรยาบรรณ(กับความโลภ) ย่อมแตกต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องทัศนะคติโฆษณา(แฝง)

ครับ ผมก็อยากจะบอกอยู่เหมือนกัน แต่อย่างว่า เขาไปซะแล้วครับ เขาคิดว่าผมเป็น Blogger ก็คิดไปเถอะครับ มันคงไม่ต่างจากที่เขากล่าวว่าคนโน้นคนนี้คิดว่าเขาเป็นแบบโน้นแบบนี้ผมเลยไม่ถือสา (ถือว่าหายกันได้มั้ยหว่า? = =a)

ถ้าเขียนข่าวผู้บริหารลั้ลลาแบบนี้แล้วคิดว่าเจ๋ง Cooooool

แล้วผู้บริหารจะปลื้ม มันก็"เลีย"ดี ๆ นี่เองครับ

รู้สึกเหมือนโดนตบหัวแล้ววิ่งหนี-*- ผมสงสัยมาตั้งนาน(ตั้งแต่เด็กๆ)แล้วว่าไอ้ข่าว pr ตอนเที่ยงๆ ของช่องสามมันจะมีไว้ทำไมวะเนี่ย เปลี่ยนช่องหนีทุกที

PR คืออะไรครับ หน้าที่ของ PR คืออะไร แล้วบ. จ้าง PR มาทำอะไร
กลับไปทบทวนดีกว่าไหมครับ อย่ามาบอกว่า Blogger ไม่ใช่เป้าหมาย
ครับถ้าไม่ใช่ คนส่งส่งมาทำไม แค่นี้ก็ผิดแต่แรกแล้วครับ ถ้าบอกว่าให้
ช่วยกระจายข่าว มันก็กลับไปเรื่องข้อมูลที่แจ้งมาอีก

จากประสบการณ์ส่วนตัว วงการข่าวสารไอที มันไม่มีอะไรที่ดูจะเป็น "ซุบซิบ" ได้เลยนะ

มีแต่ข่าวจริง (Fact) กับข่าวลือ (ฮา)

ปล. ผมเดาว่า Blognone ได้ข่าว PR มาเยอะ และได้แปะขึ้นหน้าแรกอยู่เรื่อยๆ บางข่าวที่ไม่ผ่านเกณฑ์ก็น่าจะตกไป

แต่ข่าวที่ไม่ผ่านเกณฑ์ แล้วถูกประจานขึ้นหน้าแรกเนี่ย ตัวแทน PR นั้นควรพิจารณาได้แล้วล่ะครับ = ="

เอาละ

ผมขอใช้สมองอันน้อยนิดและโลกทัศน์อันคับแคบของผม ทำความเข้าใจ PR ซักหน่อยนะ

บางที PR ที่เขียนข่าวแบบนี้ อาจจะเพราะต้องการให้ข่าวนี้ ได้ถึงมือผู้หญิงในวงการ IT
อย่างที่มีคนยกตัวอย่างเรื่อง BB ว่ามีผู้หญิงใช้เยอะ ดังนั้นการเขียนข่าวซุบซิบแบบนี้ อาจจะเป็นที่ชื่นชอบของผู้หญิงที่ใช้อุปกรณ์แบบนี้

แต่ ถ้าคิดแบบนี้ เป็นความคิดที่ผิดเต็มๆ ด้วยสาเหตุว่า

  • ความจริงอันน่าเศร้าคือบล็อกนอนมีเพศชายเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นคนที่จะรับสารนี้ โดยส่วนใหญ่คือเพศชายไม่ใช่เพศหญิง แล้วสำนวนที่ไม่เหมาะกับเพศชายแบบนี้ จะส่งผลเสียมากกว่าผลดีรึเปล่า

  • พยายามจะคิดอีกชั้นว่า อาจจะมีเจตนาให้เว็บข่าวไอที ดูเหมือนนิตยสารดารามากขึน และสามารถดึงดูดผู้หญิงให้เข้ามาเล่นบล็อกนอนได้มากขึ้น โดยการเขียนข่าวกอสซิปแบบนี้ แล้วชายฉกรรย์ในบล็อกนอนก็จะเอาไปส่งต่อให้สาวๆ

คิดแบบนี้ก็ไม่ได้เรื่องอยู่ดีครับ เพราะ ในฐานะผู้ชาย เราก็ต้องรักษาภาพลักษณ์ MANLY ไม่ใช่ไปกอสซิปกับผู้หญิง แบบนั้นภาพลักษณ์เราจะเปลี่ยนเป็นเพื่อนสาวแทน

  • การ "ฝากเขียนข่าว" นั่นหมายถึง ชายฉกรรย์ที่ชื่อ MK ผู้ได้รับอีเมลฝากเขียนข่าวนี้ ต้องเอาสำนวนกอสซิป วี้ดว้ายกระตู้วู้แบบนั้น มาเขียนเป็นข่าวในชื่อตัวเอง

PR ที่ส่งเมล์มาฝากข่าวแบบนี้ น่าจะเป็นสาวออฟฟิศที่นั่งส่งอีเมลโดยไม่ได้ไตร่ตรองว่า การให้ชายฉกรรย์หนึ่งคนเขียนสำนวนแบบนี้มันสร้างภาพลักษณ์ที่ดูอีเดียทซะมากกว่าหรือไม่

ถ้ามีเจตนาดีก็น่าจะมาลงมือเขียนเอง ไม่ใช่ฝากข่าวให้คนอื่นเขียนแทน

จากที่เคยถามมา สาวๆเค้าสนข่าวซุบซิบดาราตรงเนื้อหานะ ไม่ได้สนวิธีเขียนเลย

และผมก็บอกได้เลยว่าผู้บริหารยิ้มไม่หุบนี่ไม่มีสาวที่ไหนนอกจากทีม PR ด้วยกันมาสนใจหรอก

vaLVE Fri, 15/07/2011 - 22:56

In reply to by lancaster

+1 ผู้บริหารเป็นใครวะ

ญาติผมรึเปล่า ก็ไม่นะ

แล้วมันยิ้มไม่หุบ แล้วเกี่ยวอะไรกับผม

ปล. พูดในฐานะผู้บริโภคครับ