• ที่ผมรู้คือ เมื่อซื้อ(บางรุ่นแจกฟรี เช่น Optimus 7) จะต้องติดสัญญา 2 ปี
  • แล้วสัญญานี้ เราต้องเสียอะไรบ้าง?

แล้วทำไมประเทศไทยไม่ทำบ้างละครับ หรือว่าต้องรอให้ประเทศพัฒนาถึงจะมีบริษัทใหญ่ๆ กล้าทำ?
หรือรอให้ค่ายบริษัทมาสนใจประเทศเราจริงๆ ถึงจะลงมือทำแบบนั้น

แต่ทุกวันนี้ผมก็เห็นแค่ US ประเทศเดียว...

EDIT: ระยะที่มีในประเทศไทย ผมคงเพิ่งจะเกิด ขออภัยครับ เลยไม่รู้ว่าเคยมีมาก่อน (ยกเว้น Hutch)

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

สัญญา = ค่าบริการรายเดือน (ที่มักจะแพงมหาโหดครับ)

เท่าที่ทราบคือกฏหมายไทยไม่อนุญาตให้ทำแบบนั้น แต่ผมไม่แน่ใจรายเอียด ต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญมาอธิบายอีกที

ที่ยุโรปก็มีแบบขายราคาถูกติดสัญญานะครับ (อย่างน้อยก็สหราชอาณาจักร กับเยอรมนี) ราคาซื้อเครื่องแบบติดสัญญา กับซื้อเครื่องแยก แล้วจ่ายค่าใช้งานเท่าปริมาณที่ใช้ได้ในสัญญา บางทีผมเห็นแบบแรกถูกกว่าซะด้วยซ้ำนะครับ

ผมจำได้ว่า ตอน Orange เข้ามาใหม่ๆ ก็เอามาใช้นะครับ (จำได้ว่ามือถือเครื่องแรกในชีวิต Alcatel 500 บาท+สัญญา)

ถ้าดูอย่างนี้ ก็เลยคิดว่า มันมีอะไรสักอย่างที่ทำให้มันไม่เวิร์ค ถ้าให้เดาส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเรื่องฐานผู้ใช้รายเดือนที่แคบมากของไทย

  • กฏหมายเมืองไทย ไม่อนุญาตให้ผู้ให้บริการล็อกเครื่องเข้ากับเครือข่ายได้ครับ
  • รูปแบบนี้คล้ายยุโรปบางประเทศ ที่ผู้ใช้ซื้อเครื่องเอง แล้วไปเปิดใช้บริการกับผู้ใช้รายใดก็ได้
  • เครื่องในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ จะล็อกผู้ให้บริการแม้ไม่ติดสัญญา ทำให้ใช้กับผู้ให้บริการรายอื่นๆ ไม่ได้ ด้วยข้อจำกัดนี้ทำให้ผู้ให้บริการ มักออกเงินสนับสนุนค่าเครื่องไปล่วงหน้า

ในแง่ของการแข่งขันแล้ว ผมมองว่าตลาดบ้านเรา__ก้าวหน้า__กว่าตลาดสหรัฐฯ มากครับ ในแง่ของตัวเครื่อง การที่ไม่สามารถล็อกเครื่องได้ทำให้ผู้บริโภคมีสิทธิเลือกเครือข่ายอย่างเสรี อย่างสหรัฐฯ ถ้าอยากใช้ iPhone ต้องใช้ AT&T เท่านั้น ทั้งๆ ที่มีผู้ให้บริการรายอื่นๆ ให้บริการ GSM เหมือนกัน แต่บ้านเราเองสามารถซื้อเครื่องจากเจ้าไหนก็ได้ อย่างทุกวันนี้ ผมก็ยังเห็นคนซื้อเครื่องแบบติดสัญญาใช้งานแต่ขายซิมทิ้งไป เพื่อไปใช้งานค่ายอื่นๆ อยู่

ราคาเครื่อง+ค่าโทรในระยะยาวแล้วเรามักจะถูกกว่าเขานะครับ อย่าง iPhone ในสหรัฐฯ ราคาค่าโทรเริ่มต้นที่ค่าโทร 39.99$ (450 นาที) + Data 15$ (200MB) ประมาณต่อเดือน 1,650 บาท ไม่มีต่ำกว่านี้ให้เลือก

อีกประเทศที่ห้ามล็อกเครื่องเหมือนกันคือ ฝรั่งเศส (1, 2, 3)

เป็นอย่างที่คุณ lew บอกไว้ครับ

ทุกวันนี้ผมต้องจ่ายค่าโทรศัพท์เดือนละ 75 USD * 24 เดือน = 1800 USD เป็นเงินไทยก็ 55,000 น่ะครับ ถ้าบวก iphone ไปอีก 6000 กว่า รวม ๆ แล้วก็ 60,000 กว่าบาท อยู่ไทยซื้อไอโฟนได้เกือบ 3 เครื่องแล้วคับ ซึ่งผมว่ามันโคตรจะแพงเลย (data plan แบบถูกสุดแล้วนะครับ data 200 mb/15 USD นี่ชาร์จเพิ่ม 15 USD ทุก ๆ 200 mb ที่เกินมา ผมเลยเลือก 2 gb ดีกว่าครับ)

โปร 39.99 นี่โทรได้แค่ 450 นาที โทรออก รับสายก็โดนชาร์จนาที sms ราคา 0.2 USD/sms โดนชาร์จทั้งส่งออก รับเข้าเหมือนกัน (ถ้าเปิดแพลน เพิ่มอีก 10 USD)

ระบบแบบนี้ผมว่ามันห่วยมากเลยนะคับเมื่อเทียบกับของไทย :(

จริงครับ ยังไม่รวมค่า tax fee อะไรจิปาถะอีก
ผมเปลี่ยนไปใช้พวก prepaid ไม่มี tax แทน

เมืองไทยโปรโมชั่นโทรศัพท์ล้ำหน้ากว่ามากครับ

ถูกกว่าจริงเหรอครับ data เรามันเป็น EDGE บางที่ถึงขนาดเป็น GPRS
นับเป็นระยะการรอคอย upload/download ผมว่า ราคาไม่ได้ถูกเลย
เอาเฉพาะเครือข่ายที่ครบคลุมนะครับ ไม่ใช่ 3g เป็นหย่อมๆ
แต่ค่าโทรค่อนข้าง ถูก (ถ้าเลือกหาโปรมาใช้ให้ตรง)

ถ้าแปลงเป็นเงินไทยมันก็ต้องขัดแย้งกับค่าครองชีพบ้านเราแน่ๆครับ
ผมว่า มันเหมาะสำหรับเค้าแล้วละ แต่เรายังแปลกๆอยู่เพราะ
เรามัน คือ " thailand only" ความไม่สมประกอบของการเร่งความเจริญ

  • เรื่อง 3G หรือ EDGE/GPRS นี่เป็นอีกเรื่องครับ บ้านเรายังเป็นระบบสัมปทาน, ใบอนุญาต 3G ยังประมูลไม่ได้, สัมปทานใกล้หมดอายุเลยไม่มีแรงจูงใจให้อัพเกรดเครือข่าย ฯลฯ
  • ค่าใช้จ่ายรวม ค่าเครื่องส่ง, เสาสัญญาณ, ซอฟต์แวร์ควบคุม ฯลฯ เราเองก็ต้องใช้เหมือนเมืองนอกครับ ของนำเข้าทั้งนั้น แน่นอนว่าเราอยากให้ถูกกว่านี้ แต่เราไม่มีอำนาจควบคุม
  • ประเด็นของกระทู้คือการผูกกันระหว่างเครื่องลูกข่ายกับผู้ให้บริการครับ การเปิดให้ผู้ใช้สามารถเลือกเครื่องลูกข่ายและผู้ให้บริการได้เอง อาจจะไม่ทำให้ค่าโทรถูกกว่าโดยตรง แต่ทางเลือกเยอะกว่ามาก อย่าง iPhone เมืองนอกมีให้เลือกค่าโทรแค่ 3 แบบ ขณะที่เมืองไทยคุณอาจจะเลือกได้ตั้งแต่รายเดือน เติมเงิน ฯลฯ

รูปแบบของตลาดไม่เหมือนกันแต่แรกแล้วครับ เพราะว่าการขายมือถือที่นั่นมันเป็นลักษณะที่ผู้ให้บริการเครือข่ายทำการตลาดเกือบทุกอย่างทั้งหมด ว่าง่าย ๆ ตลาดมือถือเขาเป็นลักษณะ ผู้ใช้ <-> เครือข่าย มากกว่า ผู้ใช้ <-> เครื่อง + เครือข่ายครับ

มือถือพัง ส่วนใหญ่เข้าซ่อมกับเครือข่ายเลย ตอนซื้อก็ซื้อจากเครือข่าย บางรุ่นมีขายเฉพาะเครือข่ายเป็น Exclusive ฯลฯ

สาเหตุหลักจริง ๆ แล้วก็เกิดจากรูปแบบการตลาดสมัยโน้นมาแล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะพยายามกันมากขึ้นในการที่จะผูกมัดเข้าสัญญา เนื่องจากเป็นการรักษาลูกค้าให้อยู่กับเครือข่ายได้นานที่สุด เพราะฉะนั้นจะไม่ต้องทำการต่อสู้กันทางด้านราคาค่าโทรมากนัก แต่จะทำการต่อสู้ด้วยการขายอุปกรณ์และบริการทางด้านอื่น ๆ มากกว่า (เช่นพวก Content) ครับ นอกจากนี้ยังเป็นการกำจัดตลาดมือถือมือสองอีกด้วย เป็น Win-win เล็ก ๆ คือคนขายเครื่องก็ไม่ต้องทำการตลาดเองและขายเครื่องได้มากกว่า (โดยการกำจัดตลาดมือสองไปในตัว)

นี่คือสาเหตุที่ค่าโทรของเขาแพงกว่าเรามากส่วนหนึ่ง

เดินในประเทศที่ใช้การตลาดมือถือแบบนี้เศร้าครับ ตลาดมือสองแทบไม่มีให้เห็นเลย แถมไม่พอไม่มีพวกร้าน Retail ให้เห็นด้วย เห็นแต่ร้าน AT&T, Verizon, Sprint, T-Mobile แต่ไม่มีร้าน Sony Ericsson กับ Nokia ให้เห็นมากมาย ถ้ามีก็ไม่ค่อยขายเครื่องเปล่าอยู่ดี (เพราะทำร้านขึ้นมาเพื่อที่จะสร้าง Brand Image + Awareness มากกว่าขายเครื่อง) ในออสเตรเลียก็ไม่เห็นเหมือนกัน เห็นแต่ Telstra, Optus, 3, Vodafone, Virgin.

ของไทยเรานี่มือถือ Free-market มากกว่ามากครับ แต่ส่วนตัวก็อยากให้มีทางเลือกแบบนี้เหมือนกัน (สำหรับคนไม่เปลี่ยนมือถือบ่อยและอยู่กับเครือข่ายที่ตัวเองชอบอยู่แล้ว เพราะค่าใช้จ่ายมีสิทธิถูกกว่า) แต่ละค่ายสู้กันด้วยราคาที่ถูกกว่าเรื่อย ๆ มาตลอดหลายปี จนใช้คำว่า "โปรโมชั่น" แทนคำว่า "แพลน" หรือ "แพกเกจ" แล้ว

่ค่าของชีพบ้านเราผมว่ามันไม่สอดคล้องกับเทคโนโลยี(สินค้าและบริการ) เลยแม้แต่น้อยนิด..
คนรายได้ต่ำแทบไม่มีสิทธิ์ได้เข้าถึงเทคโนโลยี

คนเมกันไม่มีชนชั้น เพราะคนทำงาน(ที่บ้านเราว่าต่ำๆ) เขาก็มีเงินเพียงพอใช้ ซื้อไอโฟนได้ จ่ายรายเดือนได้
เพราะค่าของชีพขั้นต่ำมันสอดคล้องกับราคาสินค้าที่มีคุณภาพ
สมมติ(ทำงาน แรงงานขั้นต่ำ ชั่วโมงละ 8$ ในขณะที่ อาหารมื้อละดีๆหน่อย 10$)
แล้วลองคิดถึงราคาไอโฟน(ไม่ไกลเกินเอื้อมเลย) - ราคาโทรศัพท์ถูกยิ่งดี เพราะมีเงินจ่ายรายเดือนสบายๆ
ทำให้ผู้บริการน่าจะต้องพยายามแย่งลูกค้ากัน

แต่ถ้ามองกลับกัน ราคาอาหารบ้านเราก็ถูกมากๆ เทียบกับประเทศเหล่านั้น
ประเทศเหล่านั้น อาหาร เทคโลยี รายได้สอดคล้องกัน - คนจนไม่จนมาก
แต่บ้านเรา อาหารถูก เทคโนโลยีแพง รายได้ต่ำ(แต่มีอาหารให้กินพอเอาตัวรอด) - คนรวยกินสบาย

ผมไม่ได้มีอคตินะครับ แต่พูดจากที่ผมเห็น
ประเทศเราก็คงจะยังทำแบบนั้นไม่ได้เนื่องจากปัจจัยและโครงสร้างอื่นๆอีกมากมาย
ผมว่าส่วนนี้เป็นสาเหตุสำคัญทำให้การจัดราคาโทรศัพท์เป๋นเช่นนั้น อะคับ

ราคาของอุปกรณ์นำเข้าพวกนี้เราไปกำหนดไม่ได้ครับ คงบอกไม่ได้ว่าให้แอปเปิลมาขาย iPhone เครื่องละสามพันเพราะรายได้ต่อหัวเรามีแค่ 1 ใน 6 ของสหรัฐฯ

นี่เป็นสาเหตุให้เราต้องอยู่กับเทคโนโลยีที่ราคาถูก, ประสิทธิภาพต่อราคาสูง, เพื่อให้การกระจายดีขึ้น อย่างเรื่องการข้าม 3G ไป 4G อะไรนั่นผมก็เห็นว่าเป็นการพูดที่ไม่ดูรายได้ของประชาชน

แต่สุดท้ายแล้ว เราเองต้องพัฒนาเศรษฐกิจของเราให้มีขนาดใหญ่ขึ้น มีอำนาจในการซื้อหรือผลิตให้สูงขึ้น พัฒนารายได้ต่อหัวให้ดีขึ้น แล้วพาตัวเองออกไปจากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

ประเทศเราชอบใช้นโนบายคงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค + ไม่ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ
(จ่ายเงินชดเชยแทนโรงงาน) .. ประชานิยม (ผมว่าคนชั้นกลางก็นิยมกันจริงๆ)

แล้วผมก็ไม่รู้ว่า ขายข้าวสารซื้อเครื่องบินรบ มันจะไปไกลได้แค่ไหน
รัฐบาลขายข้าวสารซื้อเครื่องบินรบ คนทั่วไปก็ขายข้าวแกงซื้อไอโฟน..

ผมก็ยังจินตนาการไม่ค่อยออกว่า เราจะดันขึ้นไปจากจุดนี้ได้ยังไง
(เพิ่มกำลังซื้อและกระจายรายได้ด้วยนโยบายเช่นนี้)

และตราบใดที่นโยบายประชาติยมก็ค่อนข้างจะใช้ได้ผลดี กับคนส่วนใหญ่ในประเทศ
ไม่รู้ว่ามาจากปัญหาครอบครัว การศึกษา.. ฯลฯ (ซึ่งดูท่าจะแย่ลงทุกวัน)

ก็หวังว่าสักวัน เราจะมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง เทคโนโลยีดีๆ ถูกๆ จะได้บังเกิด
จะได้หลุดพ้นจากตรงนี้เร็วๆ ครับ

ปล. (อยากให้มี บ้านหม้อ Inc. ^_^)
เทคโนโลยีราคาถูกอยากที่คุณ lew พูดถึง
เหมาะกับคนไทยเราตอนนี้ + เป็นของไทยเต็มๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • รายได้ของผู้ให้บริการต่อเบอร์ (ARPU) บ้านเรา เมื่อคิดตามค่าเงินถูกมากๆ เพราะส่วนใหญ่ใช้ Voice ราคา package ถูกกว่า
  • บ้านเราตลาด pre-paid บูมมาก นับว่าเกินครึ่ง, แต่ที่อเมริกา post-paid มากกว่ามาก ตลาย pre-paid ยังเพิ่งเริ่มและยังมีผู้ใช้งานไม่มาก

thana19 Thu, 30/12/2010 - 11:20

เมื่อก่อน ของไทยเราก็ผูกติดกับผู้ให้บริการเหมือนกันครับ
เช่นไปซื้อมือถือ ก็ต้องไปซื้อที่ศูนย์บริการ และมือถือสมัยนั้นล็อค IMIE ทำให้ไปใช้ข้ามค่ายไม่ได้

รู้สึกว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปเมื่อ Tac รีแบรนดิ้งเป็น Dtac
ที่จู่โจมตลาดโดยขายเครื่องโดยปลดล็อค IMIE เป็นเจ้าแรก และคิดค่าโทรเป็นวินาทีด้วย

เราเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว แล้วก็พบว่ามันไม่เวิร์ค
แต่บางคนอยากกลับไปจุดนั้นอีก เพราะอยากได้เครื่องในราคาถูกๆ

แบบบ้านเราก็ดีออก ซื้อเครื่องเปล่าแพงหน่อย แต่ถ้าเบื่อก็ขายต่อ
ปีนึงเปลี่ยนมันสามสี่เครื่อง

ถ้าเจอสัญญา(ทาส) ต้องทนใช้เครื่องเดียวสองปี หลายคนคงอกแตกตายแน่ ^-^

wangfunchao Thu, 30/12/2010 - 13:03

คุณ thana19 ทำให้ตลาดการบริโภคเปลี่ยน มีอิสระเสรีในการเลือกซื้อ(เสพ)และถูกลง ทำให้ค่ายอื่นต้องขยับตาม

ถ้าคิดราคาเครื่องจริงๆ ผมว่าบ้านเราก็ถูกกว่าหลายๆ ประเทศมาก

ปล สมัยนี้ยังมีคนเชื่อแนวๆ มือถือหนีภาษีเครื่องนึงถูกไป 50%-70% อยู่เหมือนเมื่อสิบปีก่อนไหมนะ

lee Fri, 31/12/2010 - 12:49

ผม sign Sony Xperia X10 ติด 2ปี จ่ายเดือนละ $29(AU) คิดเป็นเงินไทยตกเดือนละ 900 บาท
โทรได้ 6,000 บาท มันก็โอครับ

ผมว่า ติดสัญญาก็โอนะ เพราะมันจะสอนให้เรารู้จักพอเพียง แล้วก็ เพียงพอ ตอนที่เราอยากยกเลิกสัญญาครับ เพราะเราต้องรอให้ครบสองปีครับ
ผมเคยเห็นบางประเทศเค้าแย่งลูกค้าติดสัญญาก็มีนะครับ ทั้งลด แลก แจก แถม บางครั้งออกเงินให้ลูกค้าไปปิดสัญญาเลยครับ(เงินที่ให้ไปปิดสัญญา=เงินส่วนลดไว้สำหรับซื้อโทรศัพท์ที่ผูกกับสัญญาครับ)

เรื่องนี้เหมือนดาบสองคมครับ Fair deal ด้วย ควรศึกษาสัญญาก่อนเซ็นครับ

บ้านเรา__ไม่ได้บังคับห้ามติดสัญญา__นะครับ อย่าง iPhone เองก็มีให้เลือกแบบติดสัญญาพอสมควร ราคาก็ลดกันไป

ที่ห้ามคือ ห้ามล็อกเครื่องเข้ากับผู้ให้บริการ ต่อให้ติดสัญญา ผมสามารถนำซิมการ์ดที่ติดสัญญานั้นไปใช้กับเครื่องไหนๆ ก็ได้ และเครื่องเองก็สามารถนำไปใช้กับผู้ให้บริการรายใดก็ได้

ด้วยสภาวะตลาดแบบนี้ ผู้บริโภคบ้านเราเองไม่ชินกับการซื้อ package ใหญ่ๆ (แม้จะดูคุ้ม) ทำให้การสนับสนุนราคาเครื่องไม่รุนแรงเท่าต่างประเทศครับ

ผมมองไม่ออกว่าการติดสัญญาแพงๆ มันพอเพียง หรือเพียงพอ ตรงไหนนะครับ package ที่ให้มามักบีบให้คนเลือกเกินการใช้งานจริงอยู่แล้ว (เพราะค่าใช้งานเกินกำหนด package จะแพงบ้าเลือดมาก)

ผมว่า มันไม่มีอะไรฟรีหรอก ก็แค่หมกไว้ในส่วนค่าใช้จ่ายรายเดือนเท่านั้น เสมือนเหมือนกันผ่อนจ่ายรายเดือนนั่นแหล่ะ ซึ่งปัจจุบันในไทย ก็บริษัทรับผ่อนชำระก็มีออกอยู่หลายรายนี่

ในมุมกลับ มันก็เหมือนถูกบีบให้เลือก อย่าง iPhone ตอนเปิดตัว exclusive กับ AT&T เรียกว่าลูกค้ารายอื่นๆ ได้แต่มองกลืนน้ำลาย สัญญาณไม่ดี จะไปก็ไม่ได้ แต่อยากใช้ iPhone ก็รอไปส

ถ้าจะให้แฟร์ก็แยกกันสิ เครื่องก็เครื่อง โครงข่ายก็โครงข่าย ซัดกันตรงๆ ชัดเจนง่ายกว่า

ไม่เฉพาะที่อเมริกาครับ ใกล้ตัวอย่าง สิงค์โปร์ก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ครับ ผมว่าตลาดโทรศัพท์ไทยมันหลุดพ้นเรื่อง ล็อคเครื่อง/สัญญาทาส แล้วนะครับ

ในทางตรงข้าม ถ้าผมต้องการแค่ใช้บริการ แต่มือถือที่ผมมีอยู่มัน_พอ_กับการใช้งาน โทรออก/รับสาย/สายไม่หลุด/เครื่องไม่เก่า แพ็คเก็จที่มีมาให้ เพิ่มเงินอีกไม่ถึงสิบห้าเปอร์เซนต์ของเครื่องรุ่นๆใหม่ๆ ก็ได้เครื่องใหม่ที่สุดที่ขายกันมาแล้ว หรือจะไม่จ่ายเงินเพิ่มจากราคาแพ็คเกจเลย ได้เครื่องรุ่นกลางๆ (แค่ไหนขึ้นกับแพจเก็จที่คุณสมัคร เช่น LG Optimus 7 หรือ Vivaz) มาฟรีๆ แบบนี้มันจะให้ความรู้สึกว่า ไม่ใช้สิทธิ์ เปลี่ยนเครื่องมือถือ ก็บ้าแล้วสิ แบบนี้มันไม่กระตุ้นให้เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือทุกๆสองปีหรอกหรือครับ?

ในแง่หนึ่งเค้าไม่ได้มือถือมาฟรีๆ ราคามันต้องฝังลงในแพคเก็จอยู่แล้ว ดังนั้น แม้ผมไม่อยากจะเปลี่ยนมือถือ ผมก็ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่มันแฝงมาด้วยหรือ จะไม่เอาเครื่องมือถือ แต่ให้เค้าลดราคา เค้าก็ไม่ยอมหรอกครับ