เชื่อว่าชาว IT ชาว FB หลายๆคนน่าจะเคยดูหนังสั้นกันแล้ว ถ้ายังไม่ได้ชม คลิกเบาๆ

ผมดูแล้วสะดุดเลยว่า สังคนเราต้องการคนเก่งและดี แต่เรายังทำตัวเป็นภัยกับคนเก่งและดีแล้วจะมีใครที่เก่งและดีและอึดพอที่จะมาช่วงสังคมเรา นึกถึงเพลง "น้ำลาย" ของพี่โต SillyFool เลยครับ
ส่วนตัวผมคิดว่าสังคมที่ดีเริ่มจากตัวเรา เราควรเลิกตัดสินคนเพราะเชื่อความคิดเห็นที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่อยากไปรู้ข้อเท็จจริงจริงๆ เราตีเครื่องหลายลบไว้แล้ว แต่ไม่เคยคิดจะย้อนไปดูว่าทำไม พอเจ้าตัวออกมาแก้ข่าวก็หาว่าขี้ฮก และบางครั้งข้อเท็จจริงอันนั้นมันเป็นเหตุของข้อเท็จจริงอื่นหรือเปล่า

ไม่อยากจะก่อดราม่าเชื่อว่าน่าจะเกิดแต่การเลี่ยงไม่เผชิญหน้ากับปัญหาไม่ใช่ทางออก เพราะในที่สุดปัญหามันก็ต้องวกกลับมาหาเราอยู่ดี

ลองตกผลึกร่วมกันได้ครับ
ขออยู่ 2 อย่างครับ

  1. ไม่ต้องชมนักแสดงนะครับ ผมเชื่อว่าน้องเค้าทำหน้าที่นักแสดงเพื่อถ่ายทอดความคิดของตัวละครได้สมบูรณ์แบบแล้ว
  2. ช่วยแชร์ความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหา อย่าบ่นอย่างเดียว

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

best Mon, 06/12/2010 - 10:29

ดูแล้วเมธาวี น่ารักที่สุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 555555

สรุปเรื่องนี้ ผมชอบตอนจบครับ

ทุกคนสามารถตอบได้หมดเลยว่า เมธาวีเป็นคนยังไงแม้จะมีหลายความเห็น
แต่พอถามเมธาวีเองว่าเป็นคนอย่างไร (กลับตอบไม่ได้)

+1 ในบรรทัดแรก อิอิ
ผมว่ามันเปรียบเทียบกับสังคมจริงไม่ได้ เพราะชีวิตจริงมันมองทุกมุมและรับข้อเท็จจริงแบบในหนังไม่ได้ เมื่อไม่รู้ว่าข้อมูลที่่มีเป็นข้อเท็จจริงรึเปล่า แล้วเราก็จะตัดสินกันไปว่าข้อมูลเท่าที่เรามีอยู่ว่าเป็นข้อเท็จจริงแล้วจึงสรุปว่าสิ่งที่เรารู้เป็นความจริง

แล้วจะ 'ตัดสิน' ไปทำไม ? จะ 'ตัดสิน' ในประเดนใด ? จะใช้เกณฑ์อะไร 'ตัดสิน' ? แล้วก้อจะ 'ตัดสิน' เมื่อไร ?

บางเรื่อง.. มิแน่ใจด้วยซ้ำ.. คนที่ถูกตัดสินเค้าเกี่ยวมั้ย?

ที่แน่ๆ .. 'สรรพสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลง'

ใช่ครับ คนเราถ้า "รับฟัง" "รับรู้" ชีวิตของกันและกัน ก็จะเข้าใจกันมากขึ้น
ถ้ามัวแต่ "ตัดสิน" ก็ไม่ต่างอะไรกับการ "พิพากษา" ชีวิตคนอื่นๆ

สรรพสิ่งล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เกิดดับไม่รู้จบ
อะไรก็เปลี่ยนแปลงได้ครับ เห็นด้วยครับ

ถ้าเราไม่ตัดสินแล้วชีวิตหรือสังคมมันจะดำเนินต่อไปได้อย่างไรครับ
เอาตัวอย่างจากในหนังละกัน ถ้านักเรียนโรงเรียนนั้นเค้าไม่เอามาถกเถียงกัน
ให้ได้ข้อสรุป (ซึ่งอาจจะไม่ใช่ข้อเท็จจริง) แล้วจะหลับหูหลับตาเลือกไปเหรอ
ปล่อยให้มันผ่านไป ใครพูดอะไรก็พยักหน้ารับฟัง ใครเขียนอะไรก็หงกหัวรับรู้?

สมัครนางนพมาศไปอยู่ดีดี มีคนที่ไม่ได้สมัครได้เป็นก็..

อืม หงกหัว?

อ้างว่าไม่รู้ข้อเท็จจริงสักหน่อย?

ฟังอย่างเดียว ?

ไม่มีสิทธิ์สรุปในประเด็นนั้น ๆ ?

ปล่อยมันผ่านเลยไปเฉย ๆ ?

ก้มหน้าก้มตายอมรับความจริงไป ไม่มีอะไรเกิดขึ้นตลกสิ้นดีครับ : )

ดุจังเลย ^^

สิ่งที่ผมต้องการจะบอก ไม่ใช่ว่า ไม่ให้ใช้ชีวิตแบบไม่ต้องตัดสินใจนะครับ
แบบนั้นมันตลกสิ้นดี เหมือนคุณว่าจริงๆ ครับ : )

------------ ส่วนนี้บ่น ข้ามได้ครับ --------------
ผมไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่า อย่าตัดสิน หรือต้องตัดสิน ใคร อะไร ยังไง
ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ความตั้งใจ ความเหมาะสม หรือแม้แต่ความอยากของคน

ผมบอกว่า "ถ้ามัวแต่ 'ตัดสิน' ก็ไม่ต่างอะไรกับการ 'พิพากษา' ชีวิตคนอื่นๆ"
แค่นั้นเองนะครับ ^^

ส่วนที่ว่า เลือกคนนี้แล้วมันดี มันดีที่เขาทำดี แล้วส่งผลให้ชีวิตเราดี
มันแย่ที่เขาทำไม่ดี เลว แล้วทำให้เราเดือดร้อน
มันก็มองได้ครับ

บางคนก็มองว่า มันดีหรือมันแย่ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเรา ก็ได้เหมือนกัน มองแบบรับผิดชอบชีวิตน่ะครับ
ไม่ได้มองแบบ ชีวิตต้องตกเป็นเหยื่อของสังคมเสมอไป ก็ได้
เมธาวี ก็เหมือนกันครับ เขาก็เลือกเป็นเหยื่อของคำวิพากษ์วิจารณ์ในโรงเรียนได้
มองตัวเองเป็นตัวตลก ให้คนในโรงเรียนนินทาให้สนุกปากก็ได้
หรือเลือกทำสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นในสังคมก็ได้ (ในแบบที่หลายคนบอกว่า หลับหูหลับตา)

และนักเรียนในโรงเรียน เลือกนินทา เลือกชม เลือกด่าก็ได้
ทุกอย่างมีผลของมัน ก็รับกันไปตามสมควรน่ะครับ

แม้มองเขาดี ทำดีต่อเขา ก็ยังอาจโดนด่า โดนว่า แต่มองเป็นการสั่งสมความอดทน ความแน่วแน่ ความตั้งใจ ก็ได้
หรือมองว่า แย่จัง ทำดีไม่มีใครเห็นดี ทำดีแล้วก็ยังโดนด่า ก็ได้ครับ
ถ้ามองจากมุมของการมีความสุข สองอย่างนี้ก็น่าจะให้ผลต่างกันนะครับ
------------ จบส่วนของการบ่นครับ --------------

ตัดสินมาก ก็ทำให้เหนื่อยได้ครับ
ไม่ตัดสินอะไรเลย ก็อาจลำบากได้ครับ
ใช้สติปัญญาเยอะๆ ประมาทน้อยๆ กันดีกว่าครับ :)

จะตัดสิน หรือไม่ ก็แล้วแต่สติปัญญาของใครจะพาไปครับ

แต่สิ่งที่ทำ ทำให้ตัวเราเองเป็นสุขไหม หรือทำแล้วมานั่งทุกข์
ทำให้คนอื่นเป็นสุขไหม หรือทำแล้วคนอื่นต้องมาทุกข์
แล้วสุดท้าย ใช่สิ่งที่เราตั้งใจทำจริงๆ ไหม หรือแค่กระแสสังคมพัดพาไป

หลายเสียงอาจมองว่า โห เมธาวี เป็นผู้หญิงร่าน ปล่อยตัว ผ่านผู้ชายมาไม่ถ้วน ก็ได้
ซึ่งมันก็ทำให้พูดแล้วสนุกปาก ถ้าคนเราไม่เชื่อว่าทำอะไร ได้อย่างนั้นคืนไป (กฏแห่งกรรม)
ก็ทำเถอะครับ เพราะถึงเวลารับกรรม ก็มีไม่น้อย ที่นึกไม่ออกว่าตัวเองทำอะไรไว้
แล้วก็โทษนั่นโทษนี่อยู่เหมือนเดิม...

เป็นคนดีไม่ยากครับ แต่เป็นคนดีที่ยิ่งใหญ่ และได้ใจคนน่ะ ยากเหมือนกันนะ

ปล. ผมว่าผมเริ่มเป็นทุกข์แล้วล่ะ ^^

ไม่งั้นจะมียื่นอุทธรณ์ไว้เพื่ออะไรละครับ ? LOL
อย่างงั้นคดีความก็ปล่อยทิ้งไว้ได้ร้อยปีพันปี ?
เพราะหลักฐานยังไม่แน่ชัด หรือไม่รู้ว่าจะมีหลักฐานใดมาหักล้างอีกรึเปล่า
หรือไม่รู้แม้ว่าจะต้องรออีกกี่แสนล้านปีข้อเท็จจริงจะพิสูจน์ได้อย่างบริสุทธิ์
(เปรียบเทียบนะครับ)

แปลกดีที่คิดว่า ถ้าไม่แน่ใจแล้วจะตัดสินไม่ได้
อย่างถ้าผมขับรถไปเจอทาง2ทาง ที่ไปที่หมายได้เหมือนกัน
แต่ผมไม่รู้ว่าทางไหนจะใกล้กว่าประหยัดน้ำมันได้มากกว่า
ผมก็ได้แค่จอดรถอยู่หน้าทางแยกรอถามคนอื่นรึเปล่าครับ

เพราะผมไม่มีเกณฑ์อะไรมาตัดสิน และไม่รู้ข้อเท็จจริง LOL

สรรพสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลงอันนี้ผมก็เห็นด้วยมันเปลี่ยนแปลงได้อยู่แล้ว

และผมมองกลับกันว่าสมมุติผมสร้างภาคต่อของหนัง
แล้วเปิดโปงเบื้องหลังของเมธาวีที่ไม่ได้มีอยู่ในภาคก่อนหน้านี้
เช่นจริง ๆ หลังจากอาจารย์ให้ไปเป็นนางนพมาศ แล้วเกิดมีคนค้านมากมาย เช่นนักเรียนม.5 คนนั้นจึงทำให้ล้มเลิก ใช้วิธีคัดเลือกแบบเดิมแต่เมธาวีก็ให้พ่อแม่เอาเงินมายัด ให้คนละแสนสองแสน
หรือฉากในห้องน้ำหลังจากปูเคาะประตู เมธาวีก็จะเปิดประตูเข้าไปมี sex กัน
เสร็จแล้วเมธาวีก็บอกว่าจริง ๆ เคยมี sex กับรุ่นพี่คนนั้นมาก่อนแล้ว
ทำให้ปูวิ่งออกมานั่งยันเดเระอยู่ข้างนอก LOL

หรือแม้แต่ว่าถ้าระหว่างปูวิ่งหนีกลับบ้านไปวันนั้นแล้วรุ่นพี่คนนั้นแอบดักฉุดอยู่ระหว่างทาง
ทำให้วันถัดมาปูถึงได้เอากรรไกร ไปแทงรุ่นพี่ เหมือนที่หนังขึ้นว่ามีคนโพสต์ข้อความเรื่องชู้

จะกลับกลายเป็นว่าข้อเท็จจริงที่คนเอาไปพูดกัน คิดว่าเมธาวีเป็นแบบนั้นแบบนี้ก็จะกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมา
หลงเหลือไว้เพียงแต่คนดูหนังภาคแรกที่โดนหลอก

??

จริงๆในหนังมันก็สรุปเป็นข้อความเดิมๆที่เราทุกคนได้รับการสั่งสอนมานะครับ
ว่า "อย่าไปตัดสินชีวิตคนๆนั้น ถ้าเราไม่รู้จักเค้าดีพอ"

แต่มันก็ย้อนกลับมาถามเราว่า คำว่ารู้จักดีพอ มันคือแค่ไหน
แม้แต่ผู้ชม ส่วนใหญ่ก็ยังสรุปว่า เมธาวี เป็นคนดี

เห็นด้วยกับคุณ RYUTAZA ว่ากรอบความคิดที่นำไปตัดสินใจตัวเค้า
ยังแคบเกินไปที่จะตัดสินใจ

แม้แต่เจ้าตัวเองยังไม่รู้ว่าเป็นคนยังไงเลย

ทุกวัน อย่างน้อย คงมีคนยื่นฟ้องกันนับพันคดี.. ใครถูกใครผิด ขี้เกียจตามซะหมด ลอยกระทงที รวมทุกหมู่บ้าน คงมีนางนพเปนพัน.. ใครเปนบ้าง ขี้เกียจตามซะหมด ใครแฟนใคร ใครเลิกใคร ใครชู้ใคร .. แค่ในไทยก้อกี่ล้านคู่ละ ขี้เกียจตามซะหมด

ถ้าที่เมธาวีทำ(รึไม่ทำ) ไม่ effect ไรผมมาก ก้อรุสึกเปลือง effort ที่จะตามซะหมด

.. ไม่เป้ะๆ ตามข้างบนหรอก แต่ใกล้เคียง จุดดุลแต่ละคนต่างกัน ต่างคนต่างช่างดู

ปล. แค่เรื่องตัวเอง ยังมี effort ไม่พอเลย.. ทำได้ไม่ถึงครึ่งที่พูด พูดได้ไม่ถึงครึ่งที่คิด แล้ว "เมธาวี" คือใคร เกี่ยวไรกะเค้า หรือเค้าเกี่ยวอะไร.. เปนเพื่อน "ตุ้ม" หรอ ;P

ถ้าจากในหนัง ทุกคนในโรงเรียนก็รู้จักเค้าส่วนหนึ่งและอีกส่วนเพราะสมัครเป็นประธานนักเรียน ที่นักเรียนทุกคนจะมีสิทธิ์เลือกไม่ใช่เหรอครับ แบบนี้ไม่เรียกว่าเกี่ยวกันเหรอ บางคนที่โพสต์ในหนังเค้าอาจจะเป็นคนที่ได้ effect เต็ม ๆ เลยก็เป็นได้ เช่นคนที่สมัครนางฯ แค่นี้ไม่เป็นเหตุผลพอให้ effort เหรอครับ : )

ส่วนตัว.. คิดว่านั่นแหละประเดนของหนัง

ระหว่าง 'ทุกคนในโรงเรียน' กับ 'คนไทย 1 ล้านคน' ผมจัดว่าตัวเองอยู่กลุ่ม 'คนไทย 1 ล้านคน' มากกว่า

แล้วนี่ รร ไร ไม่รุจัก.. แถม รร ทั้ง ปท มีกี่พันกี่หมื่น แต่ละ รร มีกี่สิบรุ่น.. ให้รุ ทุกรุ่นทุก รร นี่คงมิไหวล่ะ (ถ้าดูไม่ผิด จิงๆ ก็ดอง รร นั้น แต่ถือว่า fiction แล)

เช่นเดียวกะหลายๆ ดราม่า.. ไม่เกี่ยว แต่อุดส่าแจม แม้แต่ บุคคลสาธารณะ .. บางเรื่องไม่ต้องยุ่งก้อได้

โอเคว่ามันมีระดับสังคมอยู่ ถึงได้บอกให้หาจุดดุลดู ดุล effect/effort ให้ดี.. ใช้ effort ของสังคมให้คุ้ม ถ้า effect จิงจัง.. จะขุดถึงรากถึงโคนเลย ก้อมิว่าไร

เรื่องหนังคนละม้วนเป็นประเด็นที่ดีครับ ในความจริงยังอาจมีความจริงเบื้องหลังอยู่

อย่าตัดสินว่าเมย์เป็นคนเลวหรือดีจากการดูหนังสั้นชุดนี้
อย่าตัดสินใครจากเรื่องที่ถูกเล่าต่อๆกันเพียงด้านเดียวโดยไม่ได้หาข้อเท็จจริง

ปล แต่น้องอ้วนดำ ไปคิดได้ไงว่าน้องเมย์เค้าจะคบเเป็นแฟน วานคุณ RYUTAZA ช่วยแต่งเรื่องให้ด้วยครับ ฮ่าๆ

nowingnoid Mon, 06/12/2010 - 11:39

เยี่ยมครับ ดูแล้วช่วยสะท้อนมุมมองได้หลายอย่าง

บางที กับดักที่คนเราติดกันนั้น อยู่ภายในใจตัวเองทั้งนั้น
เช่น ความอิจฉา การคิดไปเอง ตีความอะไรต่างๆ นาๆ ที่เรามีกับคนอื่นๆ
และคนดีๆ ทั้งหลายแหล่ก็ลำบาก เพราะสิ่งเหล่านี้ที่อยู่ในใจเรา

ผมชอบที่น้องคนหนึ่งในนั้นบอกว่า "แล้วพี่รู้ได้ไง ว่าเขาไม่ใช่คนดี"
บางครั้งเราก็ซึมซับสิ่งร้ายๆ ข่าวร้ายๆ ละครต่างๆ ดราม่าทั้งหลายแหล่
จนกลายเป็นรูปแบบความคิดปกติของเราไปแล้ว และเราก็เสพข่าวสารกัน
เพียงแค่ด้านเดียว (โดยเฉพาะด้านที่เราพึงพอใจ)
บ่อยครั้งที่ไม่เห็นผลกระทบว่ามันดีหรือร้ายยังไง
ทำให้เรามองผู้คน เป็นลบไว้ก่อน (โดยเฉพาะคนที่มีสิ่งที่เราไม่ชอบใจ)

ครั้งหนึ่งผมเคยสังเกตุนะครับ (ส่วนนี้ลงไปอาจเป็นอคติของผมเองก็ได้ครับ อ่านระวังด้วยนะ)
ว่าคนเรามองโลกในแง่ร้าย จนเป็นเรื่องปกติ ดราม่าคือส่วนประกอบในชีวิตของเราไปแล้ว
ทั้งที่ไม่จำเป็นก็ได้ และเราก็ชอบมานั่งปลอบใจกันเอง แต่คนที่มองโลกในแง่บวก
กลับกลายเป็นคนเพ้อฝัน เป็นคนไม่อยู่บนโลกความเป็นจริงไป กลับโดนสังคมมองแปลกๆ
ยิ่งคนที่มองโลกในแง่ความเป็นจริงนี่หนักเลยครับ หลายครั้งถูกมองว่าเป็นพวกความคิดลบ
มองโลกอย่างโหดร้าย เข้าแก๊งไหน ทำให้โลกมืดหม่น ไม่รู้จริงไหม!

(พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเคยตรัสไว้ครั้งหนึ่งทำนองว่า
"เราเห็นสิ่งผิดปกติ อยู่กับสิ่งผิดปกติ จนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
และพอมีใครทำสิ่งที่ผิดปกติ (ซึ่งเคยเป็นสิ่งปกติ ที่ดีๆ มาก่อน) ก็กลายเป็นคนผิดปกติไป")

คนดีๆ ที่คิดแต่ทำดี ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร แบบไร้เดียงสา ก็เยอะนะครับ ถ้ามองหาดูดีๆ
และส่วนใหญ่มักเป็นคนที่ทำดี จนกลายเป็นเรื่องปกติสามัญไปแล้ว จนไม่เห็นความแตกต่าง
ว่าตัวเองทำดีตรงไหน ไม่รู้สึกแปลกแยก ไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่าดีหรือไม่ดี
หลายครั้งกระแสสังคมก็ทำให้คนดีๆ กลายเป็นตัวประหลาดเหมือนกันนะครับ

และมีวงจรอุบาทว์แบบหนึ่ง คือ เราอยากได้คนดีมาทำงานเพื่อบ้านเมือง
แต่ถ้าให้เป็นเรา เราไม่ทำ ขออยู่สบายๆ ดีกว่า เหมือนเป็นคนดีต้องไปรับกรรม
เราไม่อยากให้คนโกงบ้านกินเมืองมาทำงาน แต่กลับมองคนดีว่าเป็นตัวประหลาดที่น่าสงสัย
(แต่ไม่ผิดที่จะตรวจสอบ เพราะคนดีต้องพร้อมให้ตรวจสอบได้เสมอครับ)
ทีนี้ ถ้าเราไม่อยากเป็นตัวประหลาด ไม่อยากดูไม่ดีในสายตาของผู้คน
ผูกกับเรื่องที่การเป็นคนดีคืออะไรที่แปลกประหลาด มันก็ยากที่เราจะเป็นคนดีได้ครับ
อาจไม่ต้องดีเต็มที่ พระเอก เสียสละมากก็ได้ แต่ขอพื้นที่ และแรงสนับสนุนให้คนที่เขาเต็มใจ
ได้ขึ้นมาทำหน้าที่สะดวกๆ หน่อยนะครับ จะได้เห็นคนดีๆ เกลื่อนเมืองกัน

เลยกลายเป็นว่าตอนนี้ "ดีอย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องมีปัญญาด้วย ไม่งั้นไม่รอด"

งั้นเรามาเป็นคนดี มีปัญญา และทำดีแบบไม่ต้องแคร์สื่อกันเถอะ

นิสัยเสียๆบางอย่างของคนไทยที่ผมพอจะรู้จักคือ
1.พิพากษาคนอื่นโดยที่ไม่รู้ว่าความจริงคืออะไร
2.อิจฉาคนอื่น เห็นคนอื่นดีกว่าตัวเองไม่ได้
3.ทำดีก็หาว่าบ้า

ที่จริงผมดูอีวามาก่อนผมเลยพอจะเข้าใจว่าอื่นมองเราเป็นยังไงแม้แต่ตัวเองนั่นแหละ
คือดัดสันดานไปในตัว เลิกอคติกับคนอื่นทั้งๆที่ยังไม่รู้จักกัน
แม้แต่รูมเมทผมที่เรียนมาทั้งเทอมแต่คุยกันแค่สามครั้ง(นอกนั้นเงียบกริบ)ยังโดนด่าได้ -*-

แล้วทีนี้ในบางกรณีที่คนๆนั้นมันมีนิสัยที่ไม่พึงประสงค์จริงๆ เวลาจะบอกเค้าให้ปรับปรุงตัวก็ต้องระวังความรู้สึกกันอีกละ
ไม่งั้นมีดราม่าแถมหมางใจซะดื้อๆ

สรุปคือ เลิกนิสัยสามข้อข้างบนแล้วหัดเปิดใจรับคนอื่นก็พอละ ทุกวันนี้ก็ดราม่ากันเป็นคุ้งเป็นแควซะเหลือเกิน

ผมเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งครับ จำชื่อไม่ได้
เขาพูดถึงว่า "การรับฟัง การรับรู้ชีวิตคนอื่นๆ คือหนึ่งในทักษะการสื่อสารพื้นฐานที่สำคัญที่สุด
เป็นพื้นฐาน และอยู่ในขั้นวิฤติเลยครับ" ผมกลับมามองดูก็เห็นคล้ายกัน
แค่เรารับฟังคนอื่น รับรู้ชีวิตคนอื่นๆ ให้มากขึ้น เราจะเห็นความเป็นจริงที่ต่างออกไป
และนิสัยเสียของเราจะลดลงไปเอง
เราจะได้ไม่ต้องพิพากษาคนอื่นโดยไม่รู้ว่าอะไรจริงไม่จริง
และไม่ต้องอิจฉาใครๆ เพราะรู้ว่า คนอื่นๆ ก็ทุกข์เหมือนกับเรานั่นแหละ
และไม่ต้องเบื่อหน่ายในการทำดี และถูกหาว่าบ้า เพราะเราไม่เหลือเวลาให้สนใจเรื่องพวกนั้นแล้ว
เราดูแลตัวเองในระดับพื้นฐานครบถ้วนแล้ว ก็มีเวลาไปดูแลคนอื่นๆ เต็มที่

ปล. เท่าที่เคยเจอมา ผมว่าเป็นกันหลายประเทศนะครับ เดี๋ยวจะว่าคนไทยไม่ดีอยู่ชาติเดียว อิอิ

xpress Mon, 06/12/2010 - 13:28

คนเราจริงๆ ก็คงจะมีแค่นี้
เสพแค่สิ่งที่มี แล้วก็ไม่รู้อะไรเลย

ผมเชื่อว่า สิ่งที่เรารับรู้มากที่สุดแล้วก็แค่ 49% ของทั้งหมด แต่ถึงกระนั้น ผมก็ยังต้องตัดสินอะไรอย่างรวดเร็วอยู่บ่อย ๆ เราไม่มีเวลานานพอที่จะคิดให้รอบคอบ พอเวลาผ่านไปผมก็เห็นความผิดพลาดของการตัดสินใจเยอะแยะไปหมด เพราะข้อมูลที่เพิ่มขึ้นจากเดิม

อย่าตัดสินอะไรเร็ว หรือช้าเกินไป หาข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่หาได้ในเวลาที่จำกัด ใช้ปัญญาเท่าที่มีพิจารณาให้รอบคอบถี่ถ้วน แล้วจึงเลือก หากอนาคตรู้เพิ่มขึ้นมา แก้ไขได้ก็แก้ แก้ไม่ได้ก็ถือเป็นบทเรียนแล้วก้าวต่อไป

ของฝาก: Don't Judge Too Quickly

ปล. น้ำขึ้นให้รีบตัก + ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม ; )

way_cs16 Mon, 06/12/2010 - 15:24

อย่าตัดสิน แต่จงเลือกหากไม่เลือก ก็จะเป็นผู้ถูกกระทำ หรือถูกเลือก ซึ่งเรามักจะไม่ชอบ

แค่ยอมรับในสิ่งที่เค้าเป็น อย่าเอา Story หรือ Bias ต่างๆมารวม เราเองก็เป็นสุขแล้ว

ผมยังไม่เห็นน้อง เมธาวี ทำอะไรไม่ดีเลยนะครับ

คนนู้น คนนี้ เลือกเข้ามาพัวพันชีวิตเค้าเอง แล้วจะมาว่าเค้าตามหลัง เพราะเค้าไม่เล่นด้วยก็ไม่แฟร์ (อ้างอิงจากข้อมูลในหนัง ไม่เหนน้องเมจะทำอะไร)

ข้อมูลมันอาจจะไม่พอครับ แต่ถ้าข้อมูลไม่พอแล้วเอามาตั้งว่า 1 ล้านคนเกลียด+หมั่นไส้นี่ ผมว่ามันก็เกินไป

ธรรมดาของมนุษย์ครับ เชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากเชื่อ ใครเห็นคล้ายเราเรามักจะเชื่อคนนั้น ยิ่งถ้ามีคนเป็นกลุ่มหรือหลายคนคิดเหมือนกัน รับประกันเลย ส่วนใหญ่จะตัดสินว่าตัวเองคิดถูกแล้วและยากที่จะรับฟังเหตุผลอีกฝั่ง ไม่มากนักที่จะรับฟังหลายด้านโดยปราศจากอคติ

กาลามสูตรกังขานิยฐาน 10

หมายถึง วิธีปฎิบัติในเรื่องที่ควรสงสัย หรือหลักความเชื่อ ที่ตรัสไว้ในกาลามสูตร

1.อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตามกันมา (มา อนุสฺสเวน) (อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำที่ได้ยินได้ฟังมา ประเภท "เขาว่า" "ได้ยินมาว่า" ทั้งหลาย)

2.อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสีบๆกันมา (มา ปรมฺปราย) (อย่าได้ยึดถือถ้อยคำสืบๆกันมา ประเภท "ใครๆว่า" "โบราณว่า" ตามกระแส)

3.อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ (มา อิติกิราย) (อย่าได้ยึดถือโดยความตื่นข่าวว่า เข่าว่าอย่างนี้ ประเภทข่าวลือ ข่าวโคมลอย ทั้งหลาย)

4.อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำรา หรือคัมภีร์ (มา ปิฏกสมฺปทาเนน) (อย่า ได้ยึดถือโดยอ้างตำรา อย่าไปตามตำรามากนัก ตำราว่าอย่างนั้น ต้องออกมาเป็นอย่างนั้น เท่านั้น เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะอย่าลืมว่า ตำราบางเล่ม คนแต่งก็มั่วมาบ้าง เขียนไม่ครบบ้าง ใส่ไข่เอาเองบ้าง คนมีกิเลสไปแก้ไขตำรา คนมีผลประโยขน์ ไม่แก้ไขตำราเท่ากับเราโดนหลอก)

5.อย่าปลงใจเชื่อ เพราะตรรก (มา ตกฺกเหตุ) (อย่าได้ยึดถือโดยนึกเดาเอาเอง เช่น เข้าใจเอาเอง หรือข้อมูลไม่พอ ใจร้อนเดาสุ่มเอา มั่วๆ เอา)

6.อย่าปลงใจเชื่อ เพราะอนุมาน (มา นยเหตุ) (อย่า ได้ยึดถือโดยการคาดคะเน การคาดการณ์ตามประวัติศาสตร์ ตามสถิติ ความน่าจะเป็น ซึ่งอาจจะผิดก็ได้ เพราะเห็นแค่ร้อย อย่าเหมาว่าที่ร้อยเอ็ดจะเป็นไปด้วย)

7.อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล (มา อาการปริวิตกฺเกน) (อย่า ได้ยึดถือตรึงตามอาการ อย่าเห็นว่าอาการแบบนี้ น่าจะเป็นแบบนี้ ให้คิดเผื่อๆไว้ด้วย เช่น เห็นคนไข้เป็นแบบที่เคยรักษาคนอื่นๆมาก่อน อย่าไปตรึกเอาเองว่าเป็นแบบนั้น เห็นเงาก็จ่ายยาได้ เพราะเหนือฟ้ายังมีฟ้า อย่าเข้าข้างตนเอง นั่งสมาธิเห็นโน่น เห็นนี้ อย่านึกว่าเป็นจริง เพราะอาจจะเป็นจิตหลอกจิต)

8.อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้าได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว (มา ทิฏฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา) (อย่า ได้ยึดถือโดยชอบใจว่า ต้องกันกับทิฐิของตัว อย่าเอาความเห็นของตนเป็นใหญ่ อะไรที่ตรงกับที่ตนคิดไว้เท่านั้นที่เชื่อได้ คนคิดแบบนี้ ดื้อตายชัก)

9.อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้ (มา ภพฺพรูปตาย) (อย่าได้ยึดถือโดยเชื่อว่าผู้พูดสมควรจะเชื่อได้ ระวังจะโดนหลอก อย่าลืมว่า สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง)

10.อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่า ท่านสมณะนี้เป็นครูของเรา (มา สมโณ โน ครูติ) (อย่า ได้ยึดถือโดยความนับถือว่าสมณะนี้เป็นครูของเรา การยึดอาจารย์ของตนเองมากไป ก็ไม่ดี ควรทำตาม ทดสอบดู ถ้าผิดพลาดก็ไม่ต้องเชื่อ ถ้าทำแล้วดีขึ้นก็แสดงว่าเชื่อได้)

ref : http://warmheart.exteen.com/20100528/entry