Apple

เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาในโลกของนักลงทุน มีข่าวลือออกมาว่าแอปเปิลเตรียมที่จะเข้าซื้อบริษัทต่าง ๆ ตั้งแต่ Facebook, Adobe Systems, โซนี่หรือแม้กระทั่ง Walt Disney

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม Facebook ได้ออกมาประกาศแล้วว่ายังไม่มีการเจรจากันระหว่าง Facebook และแอปเปิล ส่วนเรื่องของการเข้าซื้อ Walt Disney นั้นเคยเป็นข่าวมาแล้วในปี 2006 โดยในตอนนี้สตีฟ จ็อบส์เองก็ได้นั่งอยู่บนบอร์ดบริหารของ Disney อยู่แล้วในฐานะที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ Disney หลังจากที่ Disney ทำการเข้าซื้อ Pixar

ณ เวลานี้หากนับเงินที่มีเก็บไว้เพื่อการลงทุน (กว่า 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์) และมูลค่าในตลาดของแอปเปิล แอปเปิลถือว่าเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา แอปเปิลเองก็ได้ทำการว่าจ้าง Adrian Pericaa ซึ่งเคยทำงานให้กับ Goldman Sachs มาทำงานกับแอปเปิลเต็มเวลา เพื่อหาตัวเลือกที่น่าสนใจในการลงทุนให้กับแอปเปิล

ที่มา - 9 to 5 Mac

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

ถ้า Apple เข้าซื้อ Facebook จริง ในอนาคตคงโดนยัดเยียดอะไรบางอย่างที่เห็นชอบเพียงศาสดาเป็นแน่แท้

อยากรู้ว่าจะปรับราคาให้ถูกลง เหมือนที่เคยว่า Abobe ทำโปรแกรมราคาแพงเกินมาตราฐานของ Apple รึเปล่า
(จำไม่ได้แล้วว่าพูดตอนไหน)

ก็เลิกทำผลิตภัณฑ์ Adobe สำหรับระบบ Windows น่ะสิ - -"
แล้วก็จะเกิดการย้ายค่ายขนานใหญ่จากฝั่งพีซีมาแมค //กร๊ากกกกกกกก
แล้วแอปเปิลก็จะโดนฟ้องผูกขาด //ชัวววววร์!!!

alcanfane Tue, 26/10/2010 - 08:39

ARM ยังเป็นไปได้มากกว่านะผมว่า

ซื้อ Sony นี่นึกภาพไม่ออกจริง ๆ ใหญ่กว่า Apple แหว่งหลายเท่าเลยนะนั่น (หรือเราเข้าใจผิดหว่า...)

แต่น่ากลัวเรื่อง Facebook แฮะ
ส่วน Adobe นี่ถ้าได้ไป ฝั่ง PC นี่แย่เลยนะนั่น ไม่เอา Autodesk ไปด้วยเลยล่ะ เหอ ๆ

alcanfane Tue, 26/10/2010 - 09:38

In reply to by zalapao

facebook น่าจะเล็กกว่าค่อนข้างเยอะนะคับ ส่วนบริษัทอื่นนี่ไม่ใหญ่กว่าแต่คงไม่น่าเทคโอเวอร์ไหว

ใหญ่หรือไม่ใหญ่ในประเด็นของการลงทุน เค้าวัดกันที่เงินสดที่บริษัทมีกว่า 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ไม่ใช่ขนาดจำนวนพนักงาน หรือจำนวนบริษัทลูก เงินมันเยอะเลยต้องคิดให้ดีๆ ว่าจะใช้เงินซื้อใจสาวกต่อไปนานๆได้ยังงัย

เป็นการลงทุนที่น่าสนใจดีกว่ากองเงินทิ้งไว้ แต่ถ้าบริหารไม่ดีมันจะเน่าเหมือน Goldman Sachs หรือเปล่า ?

  1. จ๊อบเป็นผู้ถือหุ้นรายบุคคลที่มีหุ้นมากที่สุดใน Disney ครับ ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด
  2. บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาคือ Wal-Mart ครับ แล้วก็ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย ไม่ใช่ Apple
  3. Sony นอกจากจะทำ ทีวี เครื่องเสียง คอมพิวเตอร์ ภาพยนต์ เพลง เกมส์ ฯลฯ ยังมีกิจการอื่น ๆ อีกเช่น ประกันภัย การเงิน อินเตอร์เน็ต ฯลฯ เป็นบริษัทที่ถือว่าใหญ่มาก แล้วก็มีพื้นฐานที่แกร่งพอตัว ต่อให้เอาสินทรัพย์ทั้งหมด + ค่า Brand (ที่ประเมินค่าไม่ได้) + กำไรที่ผู้ถือหุ้นอยากได้ ยังไงก็ไม่คิดว่า Apple จะซื้อได้ครับ (ยกเว้นจะซื้อต่อแค่บางส่วน)
  • exxon Market Cap ใหญ่สุดในเมกาและในโลกด้วย แต่เงินสดคงน้อยกว่า Apple
    ในข่าวน่าจะหมายถึงความสามารถในการลงทุนขนาดใหญ่ที่สุด จึงนับเป็น Apple
  • Sony : คุ้นๆว่าจะเคยไปปรามาส PSP ไว้นะ
  • Adobe : "ถ้าข้าใช้ Flash ไม่ได้ พวกแกก็อย่าได้ใช้ด้วยเลย" เหรอ? (ถ้าซื้อจริงนี่ฮาแตก)
  • Disney : ถ้าอาศัยความสัมพันธ์ที่มีกับ Pixar ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ (แกเคยซื้อ Volvo ให้ลุงจอร์น แลสเซสเตอร์ มาแล้วเพราะทนความบุโรทั่ง ของรถคันเก่าไม่ได้)
  • Facebook : บริษัทอาจจะเล็กแต่ฐานผู้ใช้น่าจะไม่เข้าข้างเท่าไหร่

ผมว่า Disney โอกาสโดนจะมากกว่านะ

juliusds Tue, 26/10/2010 - 10:47

ถ้าซื้อ Disney จะได้เห็นมิกกี้เมาท์ ใช้ iphone ป่าวอ่ะ หรือ ลุงโดนัล ถือ ipad งี้ กูฟฟี้ก็ฟัง ipod เหอๆ

ถ้าเป็นแบบนั้นเรียกผมเป็นพวก Anti Apple ได้เลย
ผมไม่ชอบแนวคิด High-end user ของ Apple เลยครับ
ทำเงินเป็นอย่างเดียว ไม่คิดที่จะทำเพื่อส่วนรวมซะบ้าง

ผมยอมให้ Microsoft หรือ Google ครองดีกว่า

ไม่ค่อยเห็นด้วยซักเท่าไหร่ครับ ถ้าทุกคนคิดแบบนี้ เขาจะซื้อ Benz e-class ทำไม ในเมื่อ camry ก็ทำได้เหมือนกัน

ผมไม่เห็นด้วยที่ว่า High-end user ครับ Apple ก็มีตลาดของเขา งานดีไซน์ งานวิจัย ศิลปะที่ไปพร้อมกับเทคโนโลยี ผมคิดว่าก็เหมาะสมกับราคานี่ครับ

ผมไม่เข้าใจตรงที่บอกว่า "ทำเงินเป็นอย่างเดียว ไม่คิดที่จะทำเพื่อส่วนรวม" ผมมองว่า ถึงแม้ตัวจ็อบส์อาจจะไม่มีข่าวบริจาคใหญ่โต แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนไม่ดีนะครับ

ส่วนเรื่องใครจะครองโลก ผมคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ธุรกิจเป็นธรรมดาที่ต้องแข่งขันกัน การเข้าซื้อบริษัทก็มีเป็นปกติอยู่แล้ว มีเบอร์ 1 ก็ต้องมีเบอร์ 2 เป็นธรรมดา

ไม่ได้ชวนทะเลาะนะครับ ผมไม่ได้ anti บริษัทใดทั้งนั้น ยังไงเราก็ต้องเสียเงินให้บริษัทเหล่านั้นอยู่ดี

ผมหมายถึงถ้า Apple ครองโลก
ในตลาดก็จะมีแต่สินค้าของ Apple สิ่งเป็นสินค้าระดับ High-end user
ซึ่งคนบ้านๆ หรือคนชอบอยู่แบบบ้านๆ ไม่ซื้อหรือไม่มีปัญญาซื้อ
ทั้งที่พวกเขาก็มีความต้องการเหมือนกัน

และที่ว่าไม่คิดที่จะทำเพื่อส่วนรวม หมายถึง Apple ทำตลาดอยู่กลุ่มเดียวนั้นล่ะ
จากคำกล่าวของ Apple ที่ว่า เราไม่สามารถทำโทรศัพท์ดีๆในราคาถูกๆได้ นั้นล่ะทำให้ผมคิดแบบนี้

ขนาดโนเกีย ยังทำ โทรศัพท์ที่มี function จำเป็นครบตกไม่แตกง่ายในราคาคนบ้านๆแบบผมซื้อได้เลย

เรื่องนี้ถ้าถามว่า Apple ผิดด้วยหรือ? ผมก็จะตอบว่าไม่ผิดในทางเศรษฐกิจทุนนิยม

ส่วนมากผมจะเขียนเขียนหรือพูดแบบสั้นน่ะครับ ความหมายมันอาจจะขาดหายไป
เพราะถ้าลงรายเอียดทั้งหมดมันอาจจะไปกระทบอะไรหลายๆอย่าง กลายเป็นเรื่องยาวน่ะครับ
ผมชอบเขียนแบบให้คนอื่นไปต่อยอดเอาเองครับ

ห่วงอะไรขนานน้านนน
ถ้าตาลุงมันครองโลกได้จริง เดี๋ยวก็มีพวก killer product จากยี่ห้ออื่นเกิดขึ้นมาเอง เพื่อมาเก็บตลาดล่างที่ตาลุงทำราคาสู้ไม่ได้

อย่างสมัยก่อนโน้น... ตลาดกล้องถ่ายรูป มีแต่กล้องเยอรมัน ถึงจะมีคุณภาพดี แต่ราคานี่ก็รู้ๆ กันว่าแพงสาดดดด
แล้วญี่ปุ่นก็ผลิตกล้องแข่ง จนปัจจุบันเป็นไง กล้องเยอรมันแทบจะตายสนิท กล้องญี่ปุ่นครองโลกไปแล้ว -_-"

Sony ถ้าเป็นส่วน Electronics น่าจะไม่น่าสนมั้ง อยู่ช่วงไม่ค่อยดีด้วย แต่ธุรกิจประกอบก็พอไหว
ผมว่า Adobe หรือ Disney น่าสนใจครับ แต่จริง ๆ Apple ไม่ต้องซื้อ Disney แค่ tie กันประมาณนึงก็พอมั้ง ยกเว้นจะเข้าสู่ธุรกิจ content จริง ๆ

  • Facebook ไม่น่าจะขาย potential ที่จะเจริญเติบโตต่อไปสูงมาก
    เจ้าของยังหนุ่มและมีไฟ และน่าจะมีจุดมุ่งหมายอะไรหลายอย่างไว้

  • Sony คงจะยาก บริษัทญี่ปุ่น Sony เคยถือเป็นความภูมิใจอันดับหนึ่ง
    ของอุตสาหกรรมอิเลคทรอนิกซ์ของญี่ปุ่น เงินคนญี่ปุ่นมีมากพอ ตอนนี้ต้องการงานให้คนญี่ปุ่นทำ

  • Adobe มีความเป็นไปได้ เพราะ core value อยู่ในสายเดียวกันไม่แตกต่าง
    กันจนเกินไป

อยากเห็น apple ไปลงทุนในอุตสาหกรรมอื่นบ้าง เช่น renewable energy, green tech
หรือ ลงทุนในด้าน hw เพิ่ม เช่น battery, user interface

เรื่อง renewable energy กับ green tech นี่คงลงทุนไปแล้วแต่เราอาจจะไม่ได้ยิน หรือได้เห็น ยกเว้นสิ่งที่มันสะท้อนออกมา จากการออกแบบผลิตภัณฑ์ในเรื่องการประหยัดพลังงาน การเลือกใช้วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่เช่น กระจก หรือ AL และ การที่พยายามเอาสารพิษสาระพัดออกจากผลิตภัณฑ์ ลดน้ำหนักให้เบา เตรียมสำหรับการ recycle ลดขนาดบรรจุภัณฑ์ การลงทุนในด้าน hardware เพิ่มก็คงมีมากขึ้น ตั้งแต่การทำ Unibody Macbook แบตเตอรี่ก็ทำเองไม่ได้ซื้อเขาใช้แบบสมัยก่อน Chip A4 ก็ให้ PA Semi ออกแบบเพื่อ optimized การใช้งานตามความต้องการให้ได้มากที่สุด เรื่อง UI ก็จดสิทธิบัตรหวงก้างเอาไว้เพียบ แล้วก็ไล่ฟ้องเค้าไปทั่ว จนมีศัตรูเยอะ
เชื่อว่าคงคิดอะไรไว้อีกเยอะ...จดสิทธิบัตรเอาไว้ก็มาก ใช้หรือไม่ใช้ก็อีกเรื่องหนึ่ง ศาสดาก็ชอบบอกว่าเทคโนโลยีเก่าๆมันล้าสมัย จะดันของใหม่เท่าเดียว ถือว่าบริษัทมีเงินเยอะ...จะทำอะไรก็ได้ แต่จะทำอะไรก็ต้องมีคู่แข่งเจ๋งทุกที

ที่คุณสารธยายมาผมว่าคนซื้อผลิตภัณฑ์ apple จำนวนมากคงเคย
ผ่านหูผ่านตามาหมดแล้ว (รวมทั้งผมด้วย)
มันอยู่ในคำอธิบายถึงภาพลักษณ์ใน กระบวนการขายเลยทีเดียว
แต่เผอิญผมไม่ได้ซาบซึ้งมากนักเลยท่องไม่ได้

และผมยังจำได้ว่า ที่ apple เริ่มสนใจจัดการเรื่องสารพิษและสิ่งแวดล้อม
ก็เพราะมีองค์กรณ์สิ่งแวดล้อมโจมตีเกี่ยวกับ ปัญหาของผลิตภัณฑืแอปเปิ้ล
(มันเสียภาพลักษณ์ "รักษ์โลก" ของบรรดากลุ่มเป้าหมาย)

แต่สิ่งที่เรารู้กน ก็รู้มาในรูป ประชาสัมพันธ์ จากทาง apple
ผมกำลังจะบอกว่า เราต้องดูข้อมูลประกอบ ซึ่งทางตะวันตกเขาจะเน้นเรื่องความโปร่งใส
ฝรั่งเขาดูตัวเลข และการวัดผลครับเขาถึงเจริญ
แต่ผมว่ามีบางข่าวทำให้รู้สึกน่าสงสัย เช่นข่าวนี้

http://www.justmeans.com/Why-is-Apple-Dodging-CSR-Reporting/9843.html

http://sustainabilityfrinq.wordpress.com/2010/02/19/apple-refuses-a-sustainability-report/

บางทีจะวัดอะไรพวกนี้ มันต้องมีไม้บรรทัดที่มีมาตรฐานวัด
ไม่ใช่ใครอวดอ้างได้สวยหรูกว่ากัน

ผมไม่ได้มีอคติกับ apple นะครับ ไม่อย่างงั้นคงไม่ได้ซื้อผลิตภัณฑ์หลายชิ้น
แต่ผมนอกจากดูหน้าตาภายนอกแล้ว
ชอบดุข้อมูลรายละเอียดเหตุผลที่มาที่ไปด้วย ก่อนที่จะเชื่อ

เรื่อง renewable engery
ที่ผมหมายถึง ลองเอาความสร้างสรรค์ไปบุกเบิกด้านใหม่ ๆ ดูบ้าง
อย่างเช่นที่กูเกิ้ลลงทุนใน winfarm

pines Tue, 26/10/2010 - 15:47

น่าจะเป็น Adobe ที่จะถูกซื้อไปเก็บกรุ แล้วเข็น Software ของ Apple ออกมาแทนและครองตลาดหลักจำพวก Digital Graphic

The Innovation Tue, 26/10/2010 - 16:08

Apple จะซื้อในลักษณะไหน?

จะว่าไป The Walt Disney Company บริษัทมันยักษ์ใหญ่(มากๆ)เลยนะ จะยอมหรอ? หรือจะซื้อ Pixar กลับมา?

ที่เป็นไปได้มากที่สุดตอนนี้ก็คงเป็น Facebook ละมั้ง

แต่ผมคิดว่าถ้า Apple จะซื้อ Sony

น่าจะไปซื้อ EA น่าจะเป็นไปได้มากกว่านะ

เพราะเหลือตลาดเกมส์ที่ Apple ยังไม่ได้เริ่มจริงจัง

แต่ถ้าซื้อ Adobe ตึ่งโป๊ะมาก - -

ถ้าพูดถึงความคุ้มค่า Facebook คุ่มค่าที่จะลงทุนสุด เพราะยังไม่ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ ถ้าหากนำตลาดในอีก 2-3 ปีข้างหน้า มูลค่าคงเพิ่มจากปัจจุปันมาก
ปัจจุปัน Apple เริ่มหันมามองตลาด Social Network มากขึ้น สามารถนำ Facebook ไปผูกกับ iOS ได้ด้วย น่าจะทำให้ภาพรวมของบริษัทต่อกรกับ Google และ Microsoft ได้สมน้ำสมเนื้อขึ้น

ความเป็นไปได้ที่สุดในมุมมองผมคือ ซื้อ facebook และ facebook จะยังคงเป้นแบบเดิม แต่มันจะ support กับ mac อย่างสุดกึ๋น
หลังจากนั้น facebook จะค่อยๆมีหน้าตาคล้ายๆ iphoto+mobile me
แล้วพอคนใช้ facebook ได้ง่ายอยู่แล้ว ก็จะเป้นเรื่องง่ายมากๆที่จะหันมาใช้ MacOS

ผมเชื่อว่า Sony แบรนด์ของเค้าเองแข็งแกร่งมากพอกว่าที่จะเอาไว้ขายนะ

fb ก็อีกกำลังเจริญเติบโต เป็นผมๆไม่ขายง่ายๆ แน่นอน

....ที่เหลือไม่แน่