๒๒ กันยายน ๒๕๕๓เรื่อง ฟอร์แมตเอกสารมาตรฐานราชการไทยเรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอ้างถึง มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๓[๑]
เนื่องจากปัญหาตามในมติ ครม. ว่า “หน่วยงานราชการหลายแห่งใช้มาตรฐานฟอนต์ของบริษัทเอกชนที่ผูกขาดลิขสิทธิ์ของระบบปฏิบัติงานทำให้จำกัดสิทธิ์ต่างๆ ที่จะมีมาตรฐานเอกสารเป็นเสรี ไม่ขึ้นกับระบบปฏิบัติการใดๆ เช่น Angsana อาจมีปัญหาเรื่องการฟ้องร้องละเมิดลิขสิทธิ์ได้” ทำให้ ครม.ได้เห็นชอบกับโครงการฟอนต์มาตรฐานราชการไทย ซึ่งกำหนดให้ใช้ฟอนต์สารบรรณของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นฟอนต์มาตรฐานของหน่วยงานภาครัฐทุกหน่วย ภายในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๓ ด้วยเจตนารมณ์ที่ระบุไว้ใน มติ ครม. ว่า “เพื่อให้เอกสารต่างๆ ของภาครัฐ เป็นไปอย่างมีมาตรฐานปราศจากปัญหาลิขสิทธิ์และไม่ได้ขึ้นกับระบบปฏิบัติการระบบใดระบบหนึ่ง”
เมื่อวิเคราะห์เจตนารมณ์ของมติ ครม. นี้ จะเห็นว่ารัฐบาลต้องการให้ไฟล์เอกสารของภาครัฐ มีมาตรฐานเอกสารเป็นเสรี ไม่ขึ้นกับระบบปฏิบัติการใด เช่นการกำหนดให้ใช้ฟอนต์ Angsana ของ Microsoft ทำให้ต้องใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows เท่านั้น จึงจะสามารถเปิดไฟล์เอกสารขึ้นมาเพื่ออ่านและแก้ไขได้อย่างถูกต้องเหมือนต้นฉบับ ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถเลือกใช้ระบบปฏิบัติการแบบโอเพนซอร์ส หรือของบริษัทอื่นเช่น Apple หรือ Google ได้
ตาม พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ ข้อมูลข่าวสารของราชการย่อมเปิดเผยต่อประชาชนทั่วไปได้เสมอ การที่ไฟล์เอกสารของภาครัฐมีข้อจำกัดในการเข้าถึงได้เฉพาะผู้ที่ใช้ระบบปฏิบัติการของบริษัทหนึ่ง จึงขัดกับหลักประกันการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของราชการตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ การกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐเปลี่ยนไปใช้ฟอนต์ที่สามารถนำไปติดตั้งได้ในหลายๆ ระบบปฏิบัติการ จึงเป็นการแก้ปัญหาไปได้ส่วนหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่หน่วยงานภาครัฐยังคงนิยมใช้ฟอร์แมตไฟล์เอกสารของ Microsoft ซึ่งไม่ใช่มาตรฐานเปิด (Open Standard) เช่นไฟล์ที่มีนามสกุล doc xls ppt docx xlsx pptx[๒] ไฟล์เอกสารเหล่านั้นก็จะใช้งานได้เฉพาะประชาชนที่ใช้ Microsoft Office ซึ่งทำงานได้เฉพาะบน Microsoft Windows[๓] เท่านั้น นอกจากนี้ ซอฟต์แวร์ทั้งสองยังมีราคาแพงมากพอที่จะซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ได้หนึ่งเครื่อง ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของ พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ ที่คำนึงถึงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ทั้งยังส่งผลให้ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเอง ที่ไม่มีไลเซนส์ของซอฟต์แวร์เหล่านั้น จะต้องใช้ซอฟต์แวร์ทั้งสองอย่างละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีตาม พรบ.ลิขสิทธิ์
ด้วยเหตุนี้ จึงขอเสนอให้รัฐบาลกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยใช้ฟอร์แมตไฟล์เอกสารที่เป็นมาตรฐานเปิดเท่านั้น ซึ่งจะสามารถเปิดได้ด้วยซอฟต์แวร์มากมายบนทุกระบบปฏิบัติการ เพราะมีมาตรฐานที่เปิดเผยให้ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ทุกรายนำไปพัฒนาซอฟต์แวร์ได้ ต่างจากฟอร์แมตที่ไม่เป็นมาตรฐานเปิดซึ่งจะมีเพียงบริษัทเดียวเท่านั้นที่สามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ทำงานกับฟอร์แมตนั้นได้อย่างถูกต้อง มาตรฐานเปิดสำหรับฟอร์แมตไฟล์เอกสารที่มีซอฟต์แวร์รองรับจำนวนมากมี ๒ ฟอร์แมตคือ
1. ISO 32000 – Portable Document Format (PDF) สำหรับไฟล์ที่ต้องการให้ผู้รับอ่านได้เพียงอย่างเดียว2. ISO 26300 – Open Document Format (ODF) สำหรับไฟล์ที่ต้องการให้ผู้รับอ่านและแก้ไขได้[๔]
ปัจจุบันมีรัฐบาลอย่างน้อย ๑๘ ประเทศที่บังคับว่าไฟล์เอกสารราชการจะต้องเป็น ODF คือ มาเลเซีย ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี บราซิล รัสเซีย เบลเยียม โครเอเชีย เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ สโลวาเกีย แอฟริกาใต้ สวิตเซอร์แลนด์ อุรุกวัย และ เวเนซุเอลา[๕]
การใช้ฟอร์แมตไฟล์ที่เป็นมาตรฐานเปิด นอกจากจะมีข้อดีในแง่เป็นหลักประกันการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารราชการของประชาชนโดยไม่แบ่งแยกซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการที่ใช้ ยังมีข้อดีด้านอื่นคือ
1. เป็นหลักประกันว่าไฟล์เอกสารจะสามารถเข้าถึงได้ตลอดไป โดยไม่ขึ้นกับซอฟต์แวร์ที่ใช้ตราบใดที่มาตรฐานยังมีอยู่ ต่างจากฟอร์แมตที่ไม่ใช่มาตรฐานเปิดซึ่งหากไม่มีซอฟต์แวร์เวอร์ชันที่ใช้สร้างเอกสารนั้นแล้ว อาจไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้เลย หรือได้แต่เพี้ยนจากต้นฉบับเดิม
2. ลดการละเมิดลิขสิทธิ์ หน่วยงานภาครัฐมักจะส่งไฟล์เอกสารที่ไม่ใช่มาตรฐานเปิดไปให้ประชาชนอ่านหรือกรอกในฟอร์มแล้วส่งกลับ ส่งผลให้ประชาชนต้องเลือกระหว่างจ่ายเงินซื้อไลเซนส์ราคาแพงกับการละเมิดลิขสิทธิ์ ประเทศไทยมีอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์สูงถึง ๗๕% หน่วยงานภาครัฐสามารถช่วยลดตัวเลขนี้ได้โดยการใช้ฟอร์แมตไฟล์ที่เป็นมาตรฐานเปิดเท่านั้น
3. ลดค่าใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์ของหน่วยงานภาครัฐ การใช้ฟอร์แมตไฟล์ที่ไม่ใช่มาตรฐานเปิดทำให้หน่วยงานภาครัฐมีซอฟต์แวร์เพียงบริษัทเดียวให้เลือก ทำให้ปราศจากอำนาจในการต่อรองและต้องซื้อไลเซนส์ในราคาแพง การเปลี่ยนมาใช้ฟอร์แมตไฟล์ที่เป็นมาตรฐานเปิดอย่าง ODF จะทำให้หน่วยงานภาครัฐมีทางเลือกจำนวนมาก[๖] ไม่ว่าจะใช้ Microsoft Office ที่คุ้นเคยเช่นเดิม[๗] หรือเปลี่ยนมาใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สอย่าง OpenOffice.org ซึ่งไม่มีค่าไลเซนส์ และมีเวอร์ชันทั้งสำหรับ Microsoft Windows, Apple Mac OS X และระบบปฏิบัติโอเพนซอร์สตระกูล Linux ท่านสามารถพิจารณาตัวเลขจากกรณีศึกษาในประเทศต่างๆ ได้จากตาราง ODF Cost Savings Case Studies[๘]
4. หน่วยงานภาครัฐจะมีอิสระในการกำหนดทิศทางนโยบายสารสนเทศของตัวเอง จากเดิมที่บริษัทผู้เป็นเจ้าของฟอร์แมตไฟล์จะเป็นผู้กำหนดว่าเมื่อใดทุกคนจะต้องเปลี่ยนไปใช้ฟอร์แมตเวอร์ชันใหม่ ซึ่งจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทำให้หน่วยงานต้องอัปเกรดซอฟต์แวร์ตาม แล้วเมื่อแลกเปลี่ยนไฟล์ฟอร์แมตเวอร์ชันใหม่กับหน่วยงานอื่นก็จะทำให้หน่วยงานอื่นต้องอัปเกรดตามไปด้วย
ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ระบุไว้ใน มติ ครม. ข้างต้นคือ “เพื่อให้เอกสารต่างๆ ของภาครัฐ เป็นไปอย่างมีมาตรฐานปราศจากปัญหาลิขสิทธิ์และไม่ได้ขึ้นกับระบบปฏิบัติการระบบใดระบบหนึ่ง” อย่างสมบูรณ์ จึงเสนอให้รัฐบาลกำหนดให้ไฟล์เอกสารของภาครัฐที่สร้างขึ้นใหม่ต้องใช้ฟอร์แมตที่เป็นมาตรฐานเปิดและมีซอฟต์แวร์รองรับจำนวนมากคือ PDF และ ODF เท่านั้น โดยกำหนดวันที่จะบังคับใช้ไว้ล่วงหน้า แล้วให้ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ซึ่งรับผิดชอบงานวิจัยเกี่ยวกับโอเพนซอร์สและมาตรฐานเปิด เป็นผู้ศึกษาและวางแผนขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงในหน่วยงานภาครัฐให้เป็นไปอย่างราบรื่น และให้สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ให้ความสนับสนุนกับหน่วยงานภาครัฐโดยบริหารจัดการให้มีการอบรมและสนับสนุนทางเทคนิคอย่างเพียงพอ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
ด้วยความเคารพสัมพันธ์ ระรื่นรมย์Thai Native Language Project Lead, OpenOffice.org Projectsamphan@osdev.co.th
หมายเหตุ
[๑] มติ ครม. ๗ กันยายน ๒๕๕๓ http://www.chinnaworn.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539150907&Ntype=1
[๒] ไฟล์ที่มีนามสกุล docx xlsx pptx ใน Microsoft Office 2007 และ 2010 เป็น OOXML ที่ทำตามร่างของ ISO 29500 ไม่ใช่ตาม ISO 29500
[๓] Microsoft Office บน Apple Mac OS X เป็นซอฟต์แวร์คนละตัวกับ Microsoft Office บน Microsoft Windows เพียงแต่ใช้ชื่อเดียวกัน จึงมีปัญหาในการแลกเปลี่ยนไฟล์เอกสารระหว่างกันในลักษณะเดียวกับการแลกเปลี่ยนไฟล์เอกสารระหว่าง Microsoft Office คนละเวอร์ชัน
[๔] นอกจาก ISO 26300 ยังมี ISO 29500 (Office Open XML) ของ Microsoft ที่เป็นฟอร์แมตไฟล์เอกสารที่เป็นมาตรฐานเปิด แต่ปัจจุบันยังไม่มีซอฟต์แวร์ตัวใดในโลกที่รองรับฟอร์แมต ISO 26300 แม้แต่ Microsoft Office ซึ่งทำตามร่างของ ISO 29500 ที่ Microsoft ส่งเข้ากระบวนการของ ISO และถูกแก้ไขหลายจุดก่อนจะออกมาเป็นมาตรฐาน ISO 29500 อย่างไรก็ตาม แม้ OOXML ที่เป็นร่างของ ISO 29500 ก็มีเพียง Microsoft Office ที่เปิดได้โดยปราศจากความเพี้ยนจากต้นฉบับเดิม
[๕] Government ODF Adoptions http://www.odfalliance.org/resources/Adoptions-ODF-2010-Feb.pdf
[๖] Applications Support for ODF http://www.odfalliance.org/resources/App-Support-ODF-Dec2008.pdf
[๗] Microsoft Office ตั้งแต่เวอร์ชัน 2007 SP2 ขึ้นไปสามารถใช้งาน ODF ได้ทันที ส่วนเวอร์ชันก่อนหน้านั้นสามารถติดตั้งส่วนขยายเพิ่มเติมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
[๘] Cost-Savings Case Studies of Moving to ODF-Supporting Applications http://www.odfalliance.org/resources/Cost-Savings-ODF-2008-August-table.pdf
เอกสารฉบับนี้สร้างขึ้นด้วยซอฟต์แวร์ OpenOffice.org 3.2.1 และบันทึกด้วยฟอร์แมต ODF (Open Document Text – odt) และ PDF
โอ้...เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก
deltaflyer Sun, 26/09/2010 - 14:15
โอ้...เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากครับ แต่ก็นะกว่าจะประชุม กว่าจะมีคนขัดแข้งขากันเองอีก เห้อ
เห็นด้วยอย่างแรง
Wizard. Sun, 26/09/2010 - 16:02
เห็นด้วยอย่างแรง
+100 ให้เลยครับ
loptar Sun, 26/09/2010 - 21:07
+100 ให้เลยครับ ขอให้เป็นจริงได้ในเร็ววัน
แล้ว
equivalent Mon, 27/09/2010 - 10:51
แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เขาจะมาเปิดอ่านไหมนะ?
ปล.เพิ่งเคยได้ยิน .odf สงสัยอยู่หลังเขาซะแล้วเรา - -
ไม่ใช่ .odf ครับ แต่เป็น ODF
PaePae Mon, 27/09/2010 - 16:05
In reply to แล้ว by equivalent
ไม่ใช่ .odf ครับ แต่เป็น ODF ซึ่งประกอบไปด้วย
http://th.wikipedia.org/wiki/OpenDocument
ถ้าใช้ MS Word
Tinuviel Mon, 27/09/2010 - 17:11
ถ้าใช้ MS Word ก็สามารถเซฟเป็น .odt ได้ค่ะ
"ตาม พรบ.
slina Wed, 29/09/2010 - 03:33
"ตาม พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ ข้อมูลข่าวสารของราชการย่อมเปิดเผยต่อประชาชนทั่วไปได้เสมอ การที่ไฟล์เอกสารของภาครัฐมีข้อจำกัดในการเข้าถึงได้เฉพาะผู้ที่ใช้ระบบปฏิบัติการของบริษัทหนึ่ง จึงขัดกับหลักประกันการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของราชการตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ" + "อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่หน่วยงานภาครัฐยังคงนิยมใช้ฟอร์แมตไฟล์เอกสารของ Microsoft ซึ่งไม่ใช่มาตรฐานเปิด (Open Standard)"
เอ... software ของบริษัทอื่นเช่น Apple, Google, OpenOffice ก็เปิดไฟล์ของไมโครซอฟท์ได้ไม่ใช่เหรอ?
นอกจาก MS และ OpenOffice ที่สามารถเซฟไฟล์เป็น .ODT ได้แล้วและซอฟท์แวร์จากค่ายอื่นละได้เหรอเปล่า?
ผมว่าความสามารถของทั้ง MS และ OpenOffice มันต่างกันนะ ทำไมไม่เปิดเสรีเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพัฒนาแข่งขันกันเพื่อให้ประชาชนได้ของดี ๆ ใช้ อีกอย่างรัฐบาลไม่เคยออกกฏระเบียบให้ MS Office เป็น file หรือซอฟท์แวร์ มาตราฐานแต่เพราะของเขามีประโยชน์มากกว่าคนเลยแห่กันมาใช้ เลยดูเหมือนผูกขาดหรือเปล่าครับ
ถ้ามาใช้ OpenOffice จริง ๆ แล้ว คนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือคนทั่วไปจริงเหรอ (มันเป็น Opensource ที่ถูกสนับสนุนจากองค์กรภาคธุรกิจไม่ใช่เหรอ อย่างน้อยก็ Oracle ละน่า) เพราะซอฟท์แวร์ทั้งสองนี้มันไม่เหมือนกันซะทีเดียว หรือเป็นเฉพาะคนบางกลุ่มที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับ OpenOffice เช่น training, consulting ที่จะได้ประโยชน์สูงสุด (และได้ก่อนใคร) แล้วพวกบริษัทคนไทยที่ทำธุรกิจกับบริษัทซอฟท์แวร์จากต่างประเทศพวกนั้นละครับรวมถึงพวกที่ไม่ support ไฟล์มาตรฐานเปิดทั้งหลายจะทำไงละครับ อย่าเสียเวลามานั่งออกกฏหมายเลย ให้แข่งกันอย่างเสรีดีกว่า ของดีเดี๋ยวใคร ๆ เขาก็บอกต่อกันครับ คนเราจะละเมิดลิขสิทธิ์มันไม่เกี่ยวกับของฟรีหรือไม่ฟรีหรอกครับ มันอยู่ที่ใจ
ผมกำลังศึกษาเกี่ยวกับ piracy rate อยู่ก็ยังอึ้งอยู่ว่าทำไม piracy rate ของญี่ปุ่นนั้นมันต่ำจัง แต่มันคงจะไม่เกี่ยวข้องกับกฏหมายหรือมาตรฐานไฟล์แบบเปิดอย่างเดียวหรอกครับ
ผมพยายามมองแบบ กลาง ๆ นะครับ
software ของบริษัทอื่นเช่น
samphan Wed, 29/09/2010 - 12:40
In reply to "ตาม พรบ. by slina
ได้ แต่ได้แบบพิการๆ จนเรียกว่าไม่ได้ดีกว่าครับ
น่าจะหมายถึง ODF มีหลายสิบครับ ดูรายชื่อได้จาก note ข้างบนครับ
เห็นด้วยเป็นที่สุด
nextman13 Thu, 30/09/2010 - 20:34
เห็นด้วยเป็นที่สุด