Paul Allen ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์กับบิล เกตส์ ประกาศว่าเขาเตรียมบริจาค "ทรัพย์สินส่วนใหญ่" ของเขาให้การกุศล โดยจะดำเนินการผ่านมูลนิธิของเขาเอง (Paul G. Allen Family Foundation) ซึ่งบริจาคเงินไปแล้วกว่า 400 ล้านดอลลาร์
นอกจากงานที่มูลนิธิแล้ว มิติที่ Paul Allen สนใจคือด้านวิทยาศาสตร์ เขาเป็นคนตั้งสถาบัน Allen Institute for Brain Science สำหรับงานวิจัยสมอง ได้รับเงินจาก Allen ไปแล้ว 600 ล้านดอลลาร์
Paul Allen เคยเป็นหนึ่งในสิบมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลก อันดับล่าสุดที่จัดโดย Forbes เขาอยู่ที่ 37 กระแสการบริจาคเงินเพื่อการกุศลของมหาเศรษฐีในสหรัฐรอบนี้นำโดยบิล เกตส์ และ Warren Buffet มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งและสอง
ที่มา - TechFlash
on
สุดยอด !!!
JPorsh Fri, 16/07/2010 - 10:36
สุดยอด !!!
คนไทยรวยๆ
dafty Fri, 16/07/2010 - 11:11
คนไทยรวยๆ ไม่เห็นจะเป็นแบบนี้เลย?
อิอิ
zerosource Fri, 16/07/2010 - 12:47
In reply to คนไทยรวยๆ by dafty
อิอิ
ปลงซะเถอะ LOL
EThaiZone Fri, 16/07/2010 - 13:28
In reply to คนไทยรวยๆ by dafty
ปลงซะเถอะ LOL
ผมมองว่าก่อนที่เราจะคิดว่าทำย
lew Fri, 16/07/2010 - 14:14
In reply to คนไทยรวยๆ by dafty
ผมมองว่าก่อนที่เราจะคิดว่าทำยังไงถึงจะมีการให้ใหญ่ๆ เช่นนี้
เราต้องคิดก่อนครับ ว่าทำยังไงเราถึงจะเลิกเรียกร้องในสิ่งที่เราอยากได้จากคนอื่น
ผมอยากเห็น
jane Fri, 16/07/2010 - 23:09
In reply to ผมมองว่าก่อนที่เราจะคิดว่าทำย by lew
ผมอยากเห็น มากกว่าอยากได้ครับ
ว่าคนไทยในต่างแดนเคยทำแบบนี้ไหม
บิลเกตทำได้แหะ เป็น idol ที่น่ารัก
เลยอยากเห็นคนอื่นๆ ที่ทำได้ ทำตามบ้าง คงดูน่ารักไม่น้อย
ถ้าสิ่งที่เราอยากได้มันมีประโ
Iterator Fri, 16/07/2010 - 20:28
In reply to ผมมองว่าก่อนที่เราจะคิดว่าทำย by lew
ถ้าสิ่งที่เราอยากได้มันมีประโยชน์ ต่อตัวเอง และต่อส่วนรวมไม่ว่าทางตรงทางอ้อม
ก็เรียกร้องไปเถิดครับ
ช่วยกันส่งเสียงแสดงความคิดเห็นว่า เราคิดว่าควรจะมีการให้ และควรจะให้อย่างไร
ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด อย่างน้อยคนที่มีศักยภาพจะได้รู้ว่า ทำอะไรแล้วสังคมจะ
ได้รับการยอมรับยกย่องเคารพนับถือ
คนเรียกร้องก็นับเป็นหนึ่งในห่วงโซ่ของวงจรของประโยชน์ที่เกิดขึ้น เราไปพบช่องว่าง
ที่จะเติมเต็ม แล้วทำให้เกิดประโยชน์ต่อเนื่อง
ที่ไหนขาดอะไรก็เรียกร้องเลยครับ ถ้าเขาพิจารณาว่ามีประโยชน์ ควรจะให้เขาก็ให้เอง
เรียกร้องไร้สาระ เขาก็ไม่สนใจ ก็แค่นั้น
คำว่าเรียกร้องจากคนอื่น กับคำว่างอมืองอเท้ามันคนละคำกันนะครับ เรียกร้องไปด้วย
แล้วพยายามเองไปด้วยก็ได้ไม่ผิด
คนรวยบางคนก็ไม่รู้ว่าจะเอาเงินไปบริจาคแบบไหนดี มีเงินเยอะเกินไปเอาไปทำอะไรดี
ความร่ำรวยมหาศาลส่วนใหญ่เกิดจากการผูกขาดทางใดทางหนึ่งทั้งนั้น
ไม่ว่าโดยธรรมชาติ หรือไม่ธรรมชาติ เช่น รวยเพราะสัมปทานเหล้า สิ่งเหล่านี้เกิด
จากการบังคับใช้กฎหมายในนามของเรา (ประชาชน)
ทรัพย์สินที่มีมากมายเหล่านี้ มันยังคงอยูมีคุณค่ารักษาคุณค่าของมันได้
เพราะมีสังคมอุ้มชู มีกฎหมายคุ้มครอง อภิมหาเศรษฐีโบราณ หลายคนเหลืออะไรไว้ไม่ได้เลย
เพราะ ไม่มีกฎหมาย เกิดสงคราม ก็ถูกแย่งชิงไป
ในหลายประเทศ มีภาษีมรดก อย่างญี่ปุ่น ขั้นสูงสุด ตายไปเสียภาษีมรดก สูงสุดถึง 70%
ไม่ว่าอยากให้หรือไม่อยากให้ก็ต้องให้ เพราะเป็นหน้าที่
ความเป็นเจ้าของมันเป็นเรื่องที่มนุษย์สมมุติขึ้นมาเอง
ผมไม่มีปัญหาหากเราจะมีความคิด
lew Fri, 16/07/2010 - 22:41
In reply to ถ้าสิ่งที่เราอยากได้มันมีประโ by Iterator
ผมไม่มีปัญหาหากเราจะมีความคิดว่าคนรวย "ต้องจ่ายคืน" ผมไม่มีปัญหากับค่าใบอนุญาตและค่าสัมปทานราคาแพงๆ หรือภาษีมรดก ตลอดจนภาษีที่ดิน
มันเป็นข้อตกลงระหว่างคนทำธุรกิจกับรัฐครับ มันเรื่องของสิทธิและหน้าที่ เป็นเรื่องของการกระจายทรัพยากรและความเท่าเทียม มีหลักการอธิบายชัดเจน
ผมมีปัญหากับการเรียกร้องให้ "บริจาค" ขณะที่เรายกย่องคนบริจาค การกดดันให้คนอื่นๆ บริจาคตามเป็นสิ่งที่ผมมองไม่เห็นข้อดี แต่ละคนมีเป้าหมายชีวิตของตัวเองที่ต่างกัน มันเป็นวัฒนธรรมการเรียกร้องในส่วนที่เขาไม่ได้มีความรับผิดชอบต่อสังคมโดยตรง ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่ๆ แล้วมันมีรากจากความอิจฉา
การผูกขาดบางอย่าง
Iterator Sat, 17/07/2010 - 00:16
In reply to ผมไม่มีปัญหาหากเราจะมีความคิด by lew
การผูกขาดบางอย่าง มันเป็นธรรมชาติ ไม่มีกฎเกณฑ์ไหน ที่ตอนนี้ไปแตะถึงหรอกครับ
เช่น long tail หรือการที่ คนในสมัยก่อนจะมีโอกาส เป็นศักดินา มีไพร่ไปหักล้างถางพง
จนมีที่ทางกว้างขวางสืบทอดมา โลกมันเกิดมานานแล้ว
ผมเชื่อว่า ใช้ soft power จะดี มันจะดีมากถ้าเราสามารถ ทำให้คนมี potential ออกมา
ช่วยเหลือสังคมอย่างถูกทิศทาง เขาไม่ได้มีแค่เงินที่จ่ายเป็นภาษี แต่เขามี คอนเนคชั่น วิสัยทัศน์ โฟกัส
ความสามารถพิเศษอื่น ๆ เงินที่จ่ายไปเป็นภาษีบางทีมีประสิทธิผลไม่เท่า
ผมคิดว่าความคิดที่ว่า ทุกคนมาถึงตรงนี้ได้เพราะสังคมสนับสนุนไม่ทางใดทางนึงควรจะมี บิลเกตไม่สามารถ
เกิดได้ที่โมกาดิสซู
บางทีมันเป็นเรื่อง ทัศนคติของวัฒนธรรม ด้วยครับ คนไทยไม่ใช่ บริจาคน้อยครับ แล้วมันไปไหนหมด
ทำไมไม่มีประสิทธิภาพเหมือน ชาติอื่นที่ทำได้ดีกว่า โจทย์พวกนี้บางทีเราต้องมาฉุกคิดกัน
อารยธรรมที่เจริญขึ้นไม่ใช่แค่อิฐและปูน แต่เป็นซอฟต์แวร์ทางสังคมครับ
ส่วนกดดันนี่ไม่ค่อยเห็นด้วยเช่นกันครับ
400 000 000 U.S. dollars =
KNPKT Fri, 16/07/2010 - 11:17
400 000 000 U.S. dollars = 12.8919973 billion Thai baht
OMG! O_o Wow!
อยากรู้จริงๆว่าเขาคิดและรู้สึกอย่างไรที่ยอมเสียสละทรัพย์มากมายเพื่อการกุศล นับถือๆ ^^
การให้ไม่เคยได้มาซึ่งการเสียค
zerosource Fri, 16/07/2010 - 12:46
In reply to 400 000 000 U.S. dollars = by KNPKT
การให้ไม่เคยได้มาซึ่งการเสียครับ
คม
Kiss Fri, 16/07/2010 - 13:23
In reply to การให้ไม่เคยได้มาซึ่งการเสียค by zerosource
คม
เยี่ยมจริงๆ ขอชื่นชมครับ
shyyonk Fri, 16/07/2010 - 11:24
เยี่ยมจริงๆ ขอชื่นชมครับ รวมถึง Bill Gates กับ Warren Buffet ด้วย
ภาพลักษณ์ของไมโครซอฟท์ดูดีขึ้
joomla Fri, 16/07/2010 - 11:49
ภาพลักษณ์ของไมโครซอฟท์ดูดีขึ้นเป็นกอง
ทำให้รู้สึกว่าเงินที่เสียไปกับซอฟท์แวร์ก็จะกลับมาสู่สังคม
อ่านที่แรกนึกถึงปลาหมึก= ='
iStyle Fri, 16/07/2010 - 11:51
อ่านที่แรกนึกถึงปลาหมึก= ='
มีเงินเยอะ
tirakarn Fri, 16/07/2010 - 14:14
มีเงินเยอะ ใช่ว่าจะมีความสุข
ให้คนที่เขาต้องการ มีความสุขกว่าเก็บไว้คนเดียว
มีเยอะขนาดนั้นเป็นผมก็ไม่รู้จ
kurodo99 Fri, 16/07/2010 - 15:22
มีเยอะขนาดนั้นเป็นผมก็ไม่รู้จะทำอะไร เยอะเกิน
หึหึ...มีคนทำอะไรขึ้นมา
karncore Fri, 16/07/2010 - 16:05
หึหึ...มีคนทำอะไรขึ้นมา ต้องมีพวกที่คอยทิ่มแทงอีกคน
ก่อนจะถามว่าใครเคยให้อะไรใครบ้าง (ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้นอนใต้เตียงเขา)
ควรถามตัวเองก่อนว่าตัวเองเคยให้อะไรใครหรือเปล่า....
ตัวอยู่ไม่ค้ำฟ้า
giogio Fri, 16/07/2010 - 16:06
ตัวอยู่ไม่ค้ำฟ้า ชื่ออยู่กาลปวสาร
สินทรัพย์นอกกายไม่คงนาน คุณก้องนามสะท้านชั่วกาลเอย
โดย "ผมเอง"
ทำแบบนี้แล้วเข้าใจได้ว่าคนรวย
collection Fri, 16/07/2010 - 18:23
ทำแบบนี้แล้วเข้าใจได้ว่าคนรวยไม่ได้เหมือนกันไปซ่ะทุกคน
ใจกว้างแบบ ผมยอมแพ้เลย=='
kueachon Sun, 18/07/2010 - 23:48
ใจกว้างแบบ ผมยอมแพ้เลย=='