SHOKZ เปิดตัว ‘OpenFit Pro’ หูฟังแบบ Open-Ear รุ่นใหม่ในไทย โดยรอบนี้ขยับมาแก้จุดอ่อนของหูฟังประเภทนี้ โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพเสียงและการลดเสียงรบกวน
ตัวสินค้ายังยึดแนวคิด Open-Ear ที่เปิดให้ได้ยินเสียงรอบข้างเพื่อความปลอดภัย แต่เพิ่มเทคโนโลยีเข้ามาให้ประสบการณ์ฟังใกล้เคียงหูฟังแบบปิดมากขึ้น

ฟีเจอร์หลักของ SHOKZ OpenFit Pro มีดังนี้:
- ไดรเวอร์คู่ Dual Diaphragm พร้อมเทคโนโลยี SuperBoost
- ช่วงความถี่ 50 Hz - 49 kHz
- ระบบ Open-Ear Noise Reduction ลดเสียงรบกวนสูงสุด 14 dB
- ไมโครโฟนรวม 6 ตัว พร้อมระบบตัดเสียงลม
- รองรับ Dolby Atmos และปรับ EQ ได้ผ่านแอป
- Bluetooth 6.1 และเชื่อมต่อพร้อมกัน 2 อุปกรณ์
- กันน้ำมาตรฐาน IP55
- ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 12 ชั่วโมง และสูงสุด 50 ชั่วโมงเมื่อใช้กับเคส
- ชาร์จเร็ว 10 นาที ใช้งานได้ 4 ชั่วโมง
- รองรับการชาร์จไร้สาย
สำหรับระบบลดเสียงรบกวนใช้ไมโครโฟนหลายตัวทำงานร่วมกับอัลกอริทึมวิเคราะห์รูปทรงหูแบบเรียลไทม์ ช่วยลดเสียงรบกวนได้สูงสุด 14 dB ขณะเดียวกันยังคงให้ผู้ใช้ได้ยินเสียงรอบข้าง เพื่อรักษาจุดเด่นด้านความปลอดภัยของหูฟังประเภทนี้
ในด้านการออกแบบ ตัวหูฟังใช้โครงสร้างแบบ Unibody และวัสดุไทเทเนียมเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความกระชับ เหมาะกับการใช้งานทั้งในชีวิตประจำวัน และการออกกำลังกาย โดยยังคงจุดเด่นของ Open-Ear ที่ช่วยให้รับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัวได้ตลอดเวลา
OpenFit Pro ถือเป็นหนึ่งในความพยายามผลักดันตลาดหูฟังแบบเปิดให้กว้างขึ้น โดยชูจุดเด่นเรื่องระบบ ‘Open-Ear Noise Reduction’ ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนมาใช้กับหูฟังลักษณะนี้ พร้อมผ่านการรับรองจาก ‘TUV Rheinland’ และได้รับรางวัล ‘CES 2026 Innovation Awards’
ปัจจุบัน SHOKZ เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เติบโตเร็วในตลาดนี้ โดย KOAN ระบุว่ายอดขายในไทยปี 2023 เติบโต 70% และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2020 ที่ 59.13% ต่อปี ทำให้ประเทศไทยเป็นตลาดอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียนของแบรนด์
ในระยะถัดไป แบรนด์มีแผนขยายจากกลุ่มสปอร์ตไปสู่ ‘แฟชั่น’ และ ‘ไลฟ์สไตล์’ มากขึ้น โดย OpenFit Pro เป็นหนึ่งในสินค้าที่ใช้ขยายภาพลักษณ์นี้
SHOKZ OpenFit Pro วางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ ผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่ายและออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2026 เป็นต้นไป ด้วยราคา 9,490 บาท มีให้เลือกสีดำและสีขาว โดยจับกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการความสมดุลระหว่างคุณภาพเสียง การสื่อสาร และการใช้งานที่ยังต้องรับรู้เสียงรอบข้างได้ในเวลาเดียวกัน
ไม่รู้ว่าปรับตำแหน่งของลำโพง…
specimen Sat, 21/03/2026 - 11:46
ไม่รู้ว่าปรับตำแหน่งของลำโพงได้หรือเปล่าถ้าปรับไม่ได้ก็เปล่าประโยชน์เลย มีหูฟังแนวๆนี้อยู่หลายอันส่วนใหญ่ใช้การไม่ได้เพราะว่าตำแหน่งของลำโพงตายตัว driver ไม่ตรงกับช่องหูกลายเป็นเสียงเบาเกินไปหรือคุณภาพเสียงไม่ได้เพราะไม่ตรงกับช่องรูหู เพราะคนแต่ละคนมีขนาดหูและโครงสร้างของใบหูไม่เท่ากัน การที่ลำโพงฟิกตายตัว มันจะทำให้คุณภาพเสียงแย่ลงหรือบางตัวถึงขั้นใช้การไม่ได้เลยก็มี หูฟังใหม่ๆรุ่นหลังที่ดีไซน์แนวนี้ก็จะทำให้สามารถขยับตำแหน่งให้พอดีกับช่องหูได้เพื่อคุณภาพเสียงที่ดีที่สุด หลายเจ้าส่วนใหญ่ก็หนีดีไซน์นี้ไปทำเป็นคลิปออนกันหมดแล้วเพราะว่าทำออกมาแล้วแก้ปัญหาได้ทุกจุดคุณภาพเสียงออกมาก็ดีกว่า
ตัวนี้เป็นสั่นสะเทือนผ่านกระ…
hisoft Mon, 23/03/2026 - 09:53
In reply to ไม่รู้ว่าปรับตำแหน่งของลำโพง… by specimen
ตัวนี้เป็นสั่นสะเทือนผ่านกระดูกนะฮะ ไม่ได้เน้นเอาเสียงเข้าผ่านรูหู
ตัวนี้ไม่ได้เป็น Bone…
specimen Mon, 23/03/2026 - 17:24
In reply to ตัวนี้เป็นสั่นสะเทือนผ่านกระ… by hisoft
ตัวนี้ไม่ได้เป็น Bone Conduction ครับ ไม่ใช่เป็นการสั่นสะเทือนผ่านกระดูกครับ
Bone conduction ตกเทรนไปเกือบสองปีละครับ
**ไดรเวอร์คู่ Dual Diaphragm พร้อมเทคโนโลยี SuperBoost
ในเว็บมีคำอธิบายเพิ่มครับ
OpenFit Pro delivers sound that's dynamic and distortion-free. The dual diaphragms of the 11 × 20 mm ultra-large driver work in sync to reveal rich detail, smooth highs, and deep lows.
Equivalent to a 16.7mm round speaker**
รายละเอียดเขียนไว้ชัดเจน เค้าใช้ Speaker ครับ ไม่ใช่ Bone Conduction
หมายเหตุ Open Ear ≠ Bone conduction ครับ
ผมมีหูฟัง open ear อยู่ 7-8 ตัวครับ มีทั้งที่เป็น Bone conduction และการใช้ลำโพงแบบปกติ
ในกรณีนี้ รุ่นนี้ใช้ลำโพงแบบปกติ ตามข้อมูลที่แจ้งไว้ในข่าว
ดังนั้น ตำแหน่งของลำโพง มันเป็นความสำคัญ ถ้าตำแหน่งลำโพง ไม่ได้ใกล้เคียงช่องหู มันจะมีปัญหาคุณภาพเสียง
หูฟังที่ออกมาช่วงหลัง ๆ ก็เลยทำให้ปรับตำแหน่งของลำโพง ให้ใกล้กับรูหู (ear canal) ได้ใกล้ที่สุด เพื่อคุณภาพเสียงที่ดีที่สุด เพราะหูแต่ละคนไม่เหมือนกัน Ear canal อยู่คนละตำแหน่งกัน
และเทรนยุคหลังก็เริ่มเปลี่ยนแล้ว หูฟังทรง Hook แบบตัวนี้ เริ่มได้รับความนิยมน้อยลง ตอนนี้แนวทางเริ่มไปทาง clip หนีบหูมากกว่า เพราะมันไม่ใหญ่เทอะทะ และสามารถออกแบบให้ตำแหน่งของลำโพงอยู่ใกล้ Ear Canal ได้มากกว่าครับ
ยี่ห้อนี้เค้าก็มีสินค้าแนวนี้ ในชื่อรุ่น Open Dot ครับ
https://shokz.com/pages/opendots-one
ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่อง bone conduction ได้จากเว็บของ Shokz ไดเลยครับ
เค้าแยกกลุ่มสินค้าที่เป็น Bone Conduction กับ Open Ear ออกจากกันครับ เข้าไปดูที่เมนู Product ครับ เค้าจะแยกกันไว้
ขอบคุณครับ
โอว ขอบคุณมากฮะ แต่ตัว bone…
hisoft Tue, 24/03/2026 - 00:16
In reply to ตัวนี้ไม่ได้เป็น Bone… by specimen
โอว ขอบคุณมากฮะ
แต่ตัว bone conduction ที่เคยใช้อยู่ตัวนึง พอจะคุยโทรศัพท์ทีนึงนี่ก็ต้องเอาตัวลำโพงมันมาแปะทับรูหูทีอยู่เหมือนกัน ดังกว่า ไม่งั้นคุยไม่รู้เรื่องเลย orz
ตัว bone conduction…
specimen Tue, 24/03/2026 - 06:16
In reply to โอว ขอบคุณมากฮะ แต่ตัว bone… by hisoft
ตัว bone conduction ผมใช้แล้วเวลาเปิดเสียงดังๆแล้วมันสั่นจั๊กจี้ครับ เลยไม่ค่อยได้ใช้ หนีไปใช้ open ear แบบลำโพงแทน ล่าสุดก็ไปใช้ตัวคลิปออนแทนครับตอนนี้คุณภาพดีขึ้นเยอะในราคาถูกลงเยอะเลย ตัวเริ่มต้นราคา 6-700 บาทคุณภาพเสียงดีกว่าตัวหลักพันปีก่อนๆด้วยซ้ำไป หรือต่อให้เป็นตัวเทพๆอย่าง huawei ก็ราคา 3,000 บาทกลางๆเอง ของผมต้องใช้หูฟังประเภทนี้ด้วยความจำเป็นเพราะว่า ear canal แพ้ซิลิโคนใส่ in ear ไม่ได้ก็เลยต้องใช้พวก open ear หรือคลิปออนพวกนี้ครับ
หูฟัง Bone Conduction…
waroonh Sat, 21/03/2026 - 16:27
หูฟัง Bone Conduction ที่สั่นกระดูกแทนอุดหู
ผมว่า เค้าออกแบบ ให้ได้ยินเสียงรอบตัว
ก่อนเสียงหูฟังนะครับ 55
จะฟังเพลง เจ้มจ้น แบบไม่สนโลกก็ไป IEM
เห็นหลายคนแล้ว ซื้อ Open Ear เอามาวิ่ง
แล้วบ่นว่า ไม่ได้ยินเสียงเพลงเลยจ้า
ได้ยินแต่เสียงมอไซ (หูฟังทำงาน ถูกแล้ว)
ยี่ห้อนี้ เอามาใส่ทำงาน work มัก ๆ
มีคนเรียก หรือ พูดใส่ แบบไม่สนใจว่า
ใส่หูฟังประชุมทีมอยู่มั้ย ? ยังไงก็ได้ยิน
ตัวนี้ไม่ได้เป็น Bone…
specimen Mon, 23/03/2026 - 17:29
In reply to หูฟัง Bone Conduction… by waroonh
ตัวนี้ไม่ได้เป็น Bone Conduction ครับ ไม่ใช่เป็นการสั่นสะเทือนผ่านกระดูกครับ
Bone conduction ตกเทรนไปเกือบสองปีละครับ
***ไดรเวอร์คู่ Dual Diaphragm พร้อมเทคโนโลยี SuperBoost
ในเว็บมีคำอธิบายเพิ่มครับ
OpenFit Pro delivers sound that's dynamic and distortion-free. The dual diaphragms of the 11 × 20 mm ultra-large driver work in sync to reveal rich detail, smooth highs, and deep lows.
Equivalent to a 16.7mm round speaker***
รายละเอียดเขียนไว้ชัดเจนว่ามันเป็น speaker ครับ ไม่ใช่ bone conduction
หมายเหตุ Open Ear ≠ Bone conduction เสมอไปครับ
ผมมีหูฟัง open ear อยู่ 7-8 ตัวครับ มีทั้งที่เป็น Bone conduction และการใช้ลำโพงแบบปกติ เพราะผมใช้เวลาเดินทางข้างนอก ต้องการได้ยินเสียงรอบตัว รู้ว่าต้องเลือกหูฟังประเภทนี้ ใช้ให้ถูกกับงาน ถ้าอยากฟังเพลงมันส์ ๆ เบสแน่น ๆ ต้องไปฟังพวก in ear ครับ ไม่ใช่ Open-ear
ในกรณีนี้ รุ่นนี้ใช้ลำโพงแบบปกติ ตามข้อมูลที่แจ้งไว้ในข่าว
ดังนั้น ตำแหน่งของลำโพง มันเป็นความสำคัญ ถ้าตำแหน่งลำโพง ไม่ได้ใกล้เคียงช่องหู มันจะมีปัญหาคุณภาพเสียง
หูฟังที่ออกมาช่วงหลัง ๆ ก็เลยทำให้ปรับตำแหน่งของลำโพง ให้ใกล้กับรูหู (ear canal) ได้ใกล้ที่สุด เพื่อคุณภาพเสียงที่ดีที่สุด เพราะหูแต่ละคนไม่เหมือนกัน Ear canal อยู่คนละตำแหน่งกัน
และเทรนยุคหลังก็เริ่มเปลี่ยนแล้ว หูฟังทรง Hook แบบตัวนี้ เริ่มได้รับความนิยมน้อยลง ตอนนี้แนวทางเริ่มไปทาง clip หนีบหูมากกว่า เพราะมันไม่ใหญ่เทอะทะ และสามารถออกแบบให้ตำแหน่งของลำโพงอยู่ใกล้ Ear Canal ได้มากกว่าครับ
ยี่ห้อนี้เค้าก็มีสินค้าแนวนี้ ในชื่อรุ่น Open Dot ครับ
https://shokz.com/pages/opendots-one
ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่อง bone conduction ได้จากเว็บของ Shokz ไดเลยครับ
เค้าแยกกลุ่มสินค้าที่เป็น Bone Conduction กับ Open Ear ออกจากกันครับ เข้าไปดูที่เมนู Product ครับ เค้าจะแยกกันไว้
หูฟัง open ear ดี ๆ เสียงชัด ๆ มีเยอะครับ ลองหาโอกาสไปฟังดูนะครับ บางตัวทำให้คุณภาพเสียงเข้าใกล้ semi-in ear หรือ in-ear ได้ แต่ไม่มีทางเท่า เพราะเสียงข้างนอกมันยังเข้ามาได้ ราคาไม่แพงก็หาได้ครับ
ยี่ห้อนี้ ก็เป็นตัวอย่างของหูฟัง open ear เสียงดี ๆ ครับ
อื้อจริงครับ ขอบคุณ…
waroonh Fri, 27/03/2026 - 11:36
In reply to ตัวนี้ไม่ได้เป็น Bone… by specimen
อื้อจริงครับ ขอบคุณ
พวกตัวที่เปิดตัวมาใหม่
open fit (ตัวในกระทู้) ear buds
Open dots อีกรุ่น ear buds
แต่ตัวดั้งเดิมที่ทำตลาดมานานนน
Open move, openrun, openswim, opencomm,open meet พวกนี้ bone conduction
เสียตัวต้นแบบนี้ จะซื้อต้องลองใหม่สิ 55
Bone Conduction …
NOーSYSTEMS Mon, 23/03/2026 - 06:19
Bone Conduction เสียงดังดีแต่เสียงไม่ค่อยเพราะ เสียงเบสที่น้อยกว่าหูฟังทั่วไป
ถ้าใช้สำหรับสนทนาทั่วไปดีมาก ^^ เหมาะสำหรับคนหูตึง
แปลว่า Shokz…
Virusfowl Thu, 26/03/2026 - 13:27
แปลว่า Shokz นี่สร้างภาพจำว่าเป็นหูฟังแบบ Bone Conduction ได้ดีมาก หลายคนที่อ่านบล็อกนี้ยังเข้าใจว่ารุ่นใหม่เป็น Bone Conduction กันอยู่เลย :P
ส่วนตัวเคยลอง Bone Conduction ของเจ้านี้เหมือนกัน ซื้อตั้งแต่รุ่นแรกๆ ที่ยังเป็นแบบมีสาย
ไม่ได้มีปัญหาเรื่องจักจี้ แต่มีปัญหาว่ามันต้องบีบระดับนึงเพื่อให้ driver แนบสนิดกับแก้มเรา แล้วรู้สึกปวดๆ ถ้าใส่นานๆ แถมมันต้องมีแบตเพื่อขยายสัญญาณ ทำให้ถึงเวลาก็พังไป ไม่นับวัสดุซิลิโคนที่ยังไงก็ไม่รอดอีก
ส่วนหูฟังแบบ open-ear อันนี้ไม่แน่ใจว่าเจ้านี้เคลมว่าเป็นผู้เปิดตลาดได้ไหม แต่ด้านราคานี่เป็นผู้นำแน่ๆ ไม่มีตัวถูกเลย 55
พักหลังก็มาสาย open-ear เหมือนกัน เพราะเน้นใส่สบาย และฟัง voice เป็นหลัก ไม่ได้เน้นคุณภาพเสียงอะไรเท่าไหร่ (ถ้าจะฟังเพลงจริงจังไปฟังแบบมีสายยังไงก็ดีสุด)
เคยลอง clip-on ถูกๆ ตอนกระแส clip-on ออกมาใหม่ๆ คือไม่ได้เรื่องเลย เสียงเบามากกกก
แต่ตามที่ คห. ด้านบนบอกเลย เดี๋ยวนี้ open-ear ไม่ว่าจะแบบเกี่ยวหูหรือหนีบหู (clip-on) ราคาต่ำพันคือคุณภาพดีขึ้นมากๆ แล้ว ซื้อใช้ได้แบบไม่ต้องคิดมาก และก็หวังได้เลยว่ามันจะพังภายในไม่กี่ปี....
ล่าสุดยี่ห้อ s แบบเกี่ยวหู ซิลิโคนก้านเกี่ยวหูหักไปเรียบร้อย ขนาดว่าใส่อยู่กับบ้านเลยนะ ไม่ได้ใส่ออกกำลังกายโดนเหงื่อโชกๆ อะไรเลย ซึ่งถ้าด้านในมีแกนโลหะหรือพลาสติกมาสักหน่อย มันคงใช้งานต่อได้ แต่เป็นซิลิโคนล้วนๆ พอกรอบแตก ก็พัง... จบข่าว ยังนึกไม่ออกว่าจะ mod แก้ไขยังไง
เห็นว่า clip-on ยี่ห้อ H นี่ก็เปลื่อยภายในไม่กี่เหมือนกัน แต่เขายังมีไทเทเนียมเป็นแกนด้านใน ยังไงก็น่าจะยังพอใช้ได้ต่อ
ก็น่าจะเหมาะกับเดินๆวิ่งๆตาม…
ECOS Thu, 26/03/2026 - 17:20
ก็น่าจะเหมาะกับเดินๆวิ่งๆตามหมู่บ้านหรือชนบทหน่อยมั้ง
ไม่ก็ในที่ทำงาน
ผมลองหูฟังของแบรนด์นี้ตั้งแต่ยังใช้ชื่อ Aftershokz มาหลายตัวละ ทั้งเป็น bone conduction และไม่ใช่
ตัว over/open-ear ตัวที่แล้วก็ลองมาแล้ว ใส่สบายจริง
แต่เรื่องกันเสียงภายนอกไม่ได้เลย เสียงกทม.ในเมืองตอนเดินข้างถนนมันเกินมาตรฐานไปไกลมาก (วัดแล้วมากกว่า 100dB เป็นส่วนใหญ่) เสียงภายนอกชนะขาดลอย
ปัจจุบันเลยต้องยอมมาใช้ in-ear ที่ใส่แล้วอึดอัดกว่าแทน
+1 open-ear…
usbuzz Fri, 27/03/2026 - 09:04
In reply to ก็น่าจะเหมาะกับเดินๆวิ่งๆตาม… by ECOS
+1 open-ear ข้างถนนนี่ไม่ไหวจริงๆ จะใส่ over-ear เหงื่อก็ชุ่มฟองน้ำอีก