ธุรกิจออนไลน์มักโฟกัสไปที่การตลาดบนโลกดิจิทัลกันเป็นสำคัญ แต่ล่าสุด เกิดกรณีศึกษาที่น่าสนใจเกิดขึ้น นั่นคือแคมเปญ ‘ความหวังของคนจะรวย’ ที่ซื้อบิลบอร์ดสีแดงสะดุดตาทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงจอดิจิทัล ทั้งบริเวณทางด่วน รถไฟฟ้า และอาคารต่าง ๆ ซึ่งหลายคนน่าจะผ่านตากันไปบ้างแล้ว
และด้วยตัวป้ายไม่มีโลโก้แบรนด์กำกับ มีแค่ข้อความตัวใหญ่และพื้นหลังสีโดดสะดุดตา จึงดึงความสนใจ และเปลี่ยนเป็น Traffic ไปสู่โลกออนไลน์ ผ่านคิวอาร์โค้ดบนป้ายได้ทันที นี่คือหนึ่งเคสการทำ O2O Marketing ที่น่าสนใจ

หัวใจของ O2O คือ Touchpoint ที่แข็งแรงบนโลกจริง
แม้ยุคนี้จะเป็นช่วงเวลาที่หลายธุรกิจประโคมงบโฆษณาลงบนพื้นที่ในโลกดิจิทัล แต่ก็ปฏิเสธได้ยากว่าผู้คนยังใช้เวลาจำนวนมากอยู่บน ‘โลกจริง’ โดยเฉพาะช่วงไป-กลับ ที่ทำงาน หรือหลังเลิกงานที่คนอยากจะละสายตาออกจากหน้าจอ
สำหรับการทำการตลาดแบบ O2O ช่วงเวลานี้จึงสำคัญอย่างมาก การสร้างจุดสัมผัสกับลูกค้าในโลกจริง (Physical Touchpoint) ที่แข็งแรงพอจะช่วยให้แคมเปญสามารถสร้างความตระหนัก (Awareness) ให้กับผู้พบเห็น จนต้องพิจารณา (Consideration) ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นลูกค้า (Conversion) ในที่สุด
แคมเปญนี้คือการตลาดที่เชื่อว่าการเปลี่ยน Traffic ของสายตาผู้คนตามเมืองให้กลายเป็น Data ในโลกดิจิทัลได้นั้น ทำได้ด้วย Physical Touchpoint ที่แข็งแรง
จึงเป็นที่มาของการบอมบาร์ดป้ายบิลบอร์ด (และป้ายดิจิทัล) สีแดงจัด ตัดด้วยแมสเสจสีขาวขนาดใหญ่ไปทั่วทั้งกรุงเทพฯ กลายเป็น Visual Hook ที่ดึงผู้คนให้กลายเป็น Lead ในแคมเปญบนโลกดิจิทัลต่อไปผ่านคิวอาร์โค้ดบนแผ่นป้าย

แค่กระหน่ำป้ายโฆษณาไม่ได้การันตีว่าจะสำเร็จ
ป้ายสีแดงอาจหยุดความสนใจไว้ได้ชั่วขณะก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะทำให้คนเก็บสิ่งที่เห็นมาคิดต่อได้เสมอไป
ถ้าวิเคราะห์ในมุมการตลาด สิ่งที่แคมเปญนี้น่าสนใจคือการ ‘ซ้อน’ ความน่าสนใจเอาไว้สองชั้น
- ชั้นแรก คือป้ายสีแดงสะดุดตา ที่สร้างความตระหนักถึงแคมเปญ (Awareness)
- ชั้นที่ถัดมา คือคำโฆษณาหรือ Ad Copy ที่ชวนให้พิจารณาแคมเปญต่อไป (Consideration)
แคมเปญนี้เริ่มต้นด้วยการปรากฏขึ้นของ “บิลบอร์ดสีแดง” โดยไม่มีโลโก้แบรนด์กำกับ พร้อมข้อความชวนสงสัยสั้น ๆ
เช่น ‘ความหวังของคนจะรวย’ เป็นการโยนหินถามทางเพื่อให้คนเริ่มสังเกตเห็นและเกิดความสงสัย หรือ "แล้วความหวังของคุณล่ะ คืออะไร" เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคฉุกคิดและเกิดบทสนทนา จนท้ายที่สุดก็ต้องสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อหาข้อมูลกันต่อไป
เข้าถึงง่ายด้วย Brand Humanization
แบรนด์ทุกวันนี้ส่วนใหญ่มักประสบปัญหาเรื่องความเย็นชาและความห่างเหิน โดยเฉพาะธุรกิจแพลตฟอร์ม แต่แคมเปญนี้เลือกแก้โจทย์ด้วย Brand Humanization ผ่านการวางตำแหน่งแบรนด์ (Brand Positioning) ที่ชัดเจน

เช่น แคมเปญนี้แสดงให้เห็นว่า ตนเองเป็นแบรนด์สำหรับคนทั่วไปที่เข้าถึงง่าย ไม่ซับซ้อน เห็นได้จากการใช้คำว่า ‘ความหวัง’ ซึ่งเป็นภาษาสากลของคนทำงาน ช่วยลดช่องว่างระหว่างแบรนด์กับผู้ใช้งาน
นอกจากนี้ ยังสื่อสารด้วยความเข้าใจ แทนที่จะโฆษณาข้อดีหรือฟีเจอร์ แต่แบรนด์เลือกที่จะสื่อสารว่าผู้ใช้จะได้ประโยชน์อะไร โดยเฉพาะการตั้งคำถามว่า ‘ความหวังของคุณคืออะไร’ เป็นการแสดงความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) ทำให้แบรนด์ดูเป็นมิตรและจับต้องได้มากขึ้นในความรู้สึกของผู้บริโภค
สรุป
แคมเปญนี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนสื่อสารน่าสนใจกว่าการซื้อพื้นที่โฆษณาปกติ การผสมผสานระหว่างสื่อ O2O ที่มีรากฐานมาจาก Physical Touchpoint ที่แข็งแรง อย่างป้ายบิลบอร์ดสีแดง เพื่อดึงคนเข้าสู่ระบบ และ Brand Humanization เพื่อยึดครองพื้นที่ในใจ
นี่คือหนึ่งในการทำการตลาดที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจยุคนี้มักโฟกัสกับช่องทางดิจิทัลเป็นหลักที่ชวนเรากลับมาตระหนักกันอีกครั้งว่า ไม่ว่าโลกดิจิทัลจะพัฒนาไปแค่ไหน แต่โลกแห่งความเป็นจริงก็ยังเป็นสถานที่ที่ผู้คนใช้ชีวิตอยู่ไม่มากก็น้อย
คำพูดมากมาย ความหมายคือ…
raindrop Tue, 17/02/2026 - 16:50
คำพูดมากมาย ความหมายคือ sponsored content
คหสต. ผมว่า tactic นี้ และ copywriting นี้ตื้นเขินบางเบามากๆ...แต่เราอาจไม่ใช่ target ของเค้าอยู่แล้ว
เรียกว่า "จีบปากจีบคอ"…
Elysium Tue, 17/02/2026 - 16:54
In reply to คำพูดมากมาย ความหมายคือ… by raindrop
เรียกว่า "จีบปากจีบคอ" น่าจะได้
อ่านจนจบ…
Pingz Tue, 17/02/2026 - 20:49
อ่านจนจบ จับใจความอะไรไม่ได้เลย 😅
คนทำ campaign นี้…
pote2639 Tue, 17/02/2026 - 21:24
คนทำ campaign นี้ ยังไงก็สอบตกการตลาดและการ read the room ครับ
ตัวอย่าง แปะ QR Code ให้สแกนในยุคที่คนตี่นตัวเรี่องภัยไชเบอร์มากขึ้น แถม topic เป็นเรี่องเงินๆ ทองๆ ยังไงผู้ใช้ก็ไม่กล้าสแกนเพราะกังวลเรี่องความปลอดภัย ในยุคนี้ที่คนไทยไม่เชี่อใจใครง่ายๆ แล้ว ถ้า campaign นี้ทำเมี่อ 10 ปีก่อนอาจจะได้อยู่
+1 ครับ ไอเราก็เห็นโต้ง ๆ…
ekaphop Thu, 19/02/2026 - 09:59
In reply to คนทำ campaign นี้… by pote2639
+1 ครับ ไอเราก็เห็นโต้ง ๆ ตามหลายที่ ก็ตั้งแง่ไว้ก่อนว่าไม่ สัมมนา ก็หลอกลงทุน แน่นอน
พูดตรงๆ นะครับ…
suriyan2538 Tue, 17/02/2026 - 21:38
เอิ่ม แต่ตามข้อมูลที่ผมมี รู้สึกว่ามีคนไปร้องเรียนหน่วยงานของ กทม อยู่นะครับ ว่าปล่อยให้มีป้ายโฆษณาที่ไม่น่าไว้วางใจแบบนี้มาอยู่ในพื้นที่สาธารณะของเมืองได้ยังไง ทั้งข้อความ "ความหวังของคนจะรวย" ที่คล้ายกับจะชวนเล่นการพนัน ทั้งคิวอาโค้ดที่ให้สแกนดูข้อมูลอีก ยิ่งไม่มีโลโก้แบรนด์ก็ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่
การทำให้คนหันมาสนใจกระทั่งนำไปร้องเรียนได้นี่ ไม่แน่ใจว่าประสบความสำเร็จด้านโฆษณาไหมนะครับ
เหมือนทีแรกผมเห็นใส่แท็กเยอะ…
crabfather Wed, 18/02/2026 - 06:46
เหมือนทีแรกผมเห็นใส่แท็กเยอะกว่านี้นะ รู้สึกจะเป็นของบริษัทที่กว้านซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลมาขายต่อในแพลตฟอร์มของตัวเองนี่แล
ใช่ครับ อะไร นกๆ อะไรบวกๆ…
deaknaew Wed, 18/02/2026 - 06:48
In reply to เหมือนทีแรกผมเห็นใส่แท็กเยอะ… by crabfather
ใช่ครับ อะไรบวกๆ นี่แหละ
ผมก็นึกว่าเป็นของบริษัทขายหว…
OXYGEN2 Wed, 18/02/2026 - 14:18
In reply to เหมือนทีแรกผมเห็นใส่แท็กเยอะ… by crabfather
ผมก็นึกว่าเป็นของบริษัทขายหวย ที่ปีก่อนไป takeover บมจ EE แล้วคงจะเปิดตัวใหม่ อะไรประมาณนั้น
เงินมันเยอะจริง จ้างสื่อ PR…
crabfather Wed, 18/02/2026 - 14:31
In reply to ผมก็นึกว่าเป็นของบริษัทขายหว… by OXYGEN2
เงินมันเยอะจริง จ้างสื่อ PR มืออาชีพทำการตลาดให้ตามสไตล์ นอกจากบทความนี้แล้วที่ผมก็เจอก็
https://brandinside.asia/marketing-red-billboard-hope-insight/
บทความนี้…
baihupo Wed, 18/02/2026 - 09:11
บทความนี้ อ่านแล้วเหมือนจะเป็นข่าวแต่ก็ไม่ใช่ข่าว แน่นอนมันแปะป้ายสปอนเซอร์แต่ก็ไม่ได้บอกว่าโฆษณาอะไร ถ้าเป็นบทความในทำนองข่าวข้อมูลไม่ครบไม่บอกว่าโฆษณาอะไร ทำตัวเหมือนป้ายบิลบอร์ดนั่นแหละ ถ้าเองอยากรู้ไปสแกนคิวอาร์โค้ดดู ในยุคข้อมูลมหาศาลนี้ผมไม่คลิ๊กครับ ได้แต่สงสัยมันคืออะไรว่ะ แล้วก็ช่างมัน แต่ก็น่ะเป็นความเห็นส่วนตัวที่ผมอาจจะไม่เหมือนชาวโลก เค้าคงมีข้อมูลวิจัยมาแล้วว่าคนไทยส่วนใหญ่ชอบสอดรู้สอดเห็น ต้องสแกนคิวอาร์โค้ดไปดูแน่นอน ถ้าใครดูแล้วมาเสริมในคอมเม้นสปอยหน่อยโฆษณาอะไร? ผมไม่อยากสแกนเข้าไปดู
product คืออะไร monetization…
windslove Wed, 18/02/2026 - 11:15
product คืออะไร
monetization จากผู้ใช้อย่างไร (และผู้ใช้จะได้บริการอะไรตอบแทน)
อยากเสนอให้โฆษณาทุกประเภท ต้องมีบริบทที่ย้อนไปว่าใครคือผู้โฆษณา เป็นข้อบังคับกฎหมาย
อ่านบทความแล้วยังงงว่าคืออะไ…
langisser Wed, 18/02/2026 - 12:18
อ่านบทความแล้วยังงงว่าคืออะไร
ส่วนป้ายอ่ะ สงสัยจริงๆแหละว่าคืออะไร แต่มันไม่มีอะไรให้ชวนไปหาต่อ คือไม่รู้เลยว่าคืออะำร แล้วจะให้เสียเวลาไปหาคำตอบ
สรุป สำหรับผมมันไม่เกิดอะไรขึ้น สงสัยนะแต่ไม่ไปต่อเพราะคาดเดาอะไรไม่ได้เลย
ออกแนวไม่โปร่งใสด้วย ของใครก็ไม่รู้
ไม่ได้สนใจไปสแกนเลยครับ…
zumokik Thu, 19/02/2026 - 16:46
ไม่ได้สนใจไปสแกนเลยครับ สงสัยจะไม่ใช่ target
สรุปขายอะไรนะครับ? กำลังรอดูอยู่ว่าจะเฉลยเมื่อไหร่ 😂
ยุคนี้ อาจยังไม่เท่าไหร่ ,…
tontpong Thu, 19/02/2026 - 20:14
ยุคนี้ อาจยังไม่เท่าไหร่ , คนยังต้องขยับ จับมือถือมาส่อง .. ยุคแว่น แอบน่ากลัว , ตามป้าย จะมีซ่อนข้อความไว้มั้ย 😨
ปล.
ไหงมาลง bn , คนในนี้ไม่น่ามีนิสัยที่ตรงเป้าหมาย ไม่เอากล้องมือถือมาส่องกันง่ายๆ .. กะใช้ความน่าเชื่อถือของ bn โดยกระจายโพสอันที่อยู่ตรงนี้ , เพื่อให้มีชื่อ bn พ่วงไปด้วย ?
อ่านแล้วไม่รู้เรื่องว่าจะสื่…
paijc Thu, 19/02/2026 - 20:17
อ่านแล้วไม่รู้เรื่องว่าจะสื่ออะไร
ถ้า product offerings…
Be1con Fri, 20/02/2026 - 09:35
ถ้า product offerings ยังไม่ชัดเจน ผมคิดว่า สื่อสารแบบนี้ไม่ช่วยอะไรครับ
ผมเห็นทุกวัน แต่ก็ยังไม่รู้ว่าต้องการสื่อถึงอะไรด้วยซ้ำ ขายประกัน? ขายสินค้า? ขายหวย? ถ้ายังตอบคำถามพวกนี้ไม่ได้ ผมว่ามันล้มเหลวนะครับ น่าจะได้แค่ PR value
โฆษณาแบบนี้…
IDCET Fri, 20/02/2026 - 11:19
โฆษณาแบบนี้ ยิ่งไม่น่าเชื่อถือกว่าเดิม แถมคนจะหนีด้วย
ยุคนี้ที่มิจฉาชีพมีเยอะแยะเกลื่อนไปหมด โชว์ QR เปิดสาธารณะแบบนั้น ไม่ได้ต่างอะไรกับโฆษณาหลอกลวงเลย ยิ่งมีกระแสข่าวเหยื่อโดนดูดเงินจาก QR อีก (ซึ่งยังเป็นที่สงสัยว่าทำได้จริงหรือไม่) ใครจะกล้าสแกนครับ
อยากรู้ traffic QR code…
langisser Fri, 20/02/2026 - 12:15
อยากรู้ traffic QR code ตัวนี้เลยว่าเยอะขนาดไหน มันต้องเยอะนะ ทุกคนอยากรวย
ว่าแต่ตอนขาย idea ก่อนจะออกมาเป็นป้ายสีแดงนี่ นี่คือขายคีย์เวิร์ดหรือขายอะไรนะ ในบทความเน้นคีย์เวิร์ดสุดๆ แต่ไม่ได้สื่อสารอะไรออกมา
งงว่าทำไมเดี๋ยวนี้ บทความ PR…
psemanssc Sat, 21/02/2026 - 12:56
งงว่าทำไมเดี๋ยวนี้ บทความ PR ชอบลงแนว marketing analysis วิเคราะห์หลักการของ Campaigns แล้วก็อวยแบรนด์นั้นๆ แล้วก็มีใช้ศัพท์ของฝั่งการตลาด หรือแนวธุรกิจ แต่จริงๆคือ sponsored ซึ่งมันไม่ได้ทำให้แบรนด์ดูดีหรือน่าสนใจขึ้นมาเท่าไรเลย
เข้าใจว่าเอเจนซี่น่าจะเสนอ Idea ไปว่าไม่มีชื่อแบรนด์เล่นกับความรู้สึก แต่พอมันเลย excitement phase ไป มันก็เฉยๆ หลายๆครั้งคนเริ่มสงสัยว่ามิจฉาชีพไหม
เอาจริงๆว่ามัน bombard ไปได้ด้วยพลังเงิน แค่ไม่เกิด word of mouth อะ ส่วนตัวคิดว่าไม่ได้เปรี้ยงปร้างดังขนาดนั้น คนไม่เห็นพูดถึงกันเลย พอพูดถึงก็เป็น sentiment ลบอีก