ลาก่อน DRM ... MP3 รีเทิร์น!

tags:

เมื่อปี 2004-2005 ช่วง Superbowl ในสหรัฐอเมริกา แป๊ปซี่จะออกโปรโมชั่นร่วมมือกับ iTunes โดยการแจกเพลงฟรีจากการแจก Redeem Code ใต้ฝา ปีนี้แป๊ปซี่ก็ได้ออกโปรโมชั่นใหม่เช่นเดียวกัน แต่ครั้งนี้แป๊ปซี่จะทำการแจก MP3 (ไร้ DRM) ผ่านทาง Amazon MP3 Store แทน

ในขณะนี้โซนี่เองก็กำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจที่จะเริ่มขายเพลงในรูปแบบของ MP3 แทน ทำให้ “เดอะบิ๊กโฟว์” ทั้งหมดเหลือเพียงแค่ Warner เท่านั้นที่ยังไม่มีแผนการในการขายเพลง MP3 แต่อย่างใด โดยปัจจุบันหากรวมโซนี่แล้วทั้ง EMI และ Universal Music Group เริ่มที่จะขายเพลงในรูปแบบ MP3 แทน

Wal-Mart เองก็แรงไม่เบาเหมือนกันในก้าวเดินทีี่จะกลับมาสู่ MP3 ฟอร์แมตที่ทุกเครื่องเล่นเพลงสนับสนุนและไร้ DRM … Wal-Mart ได้ประกาศ “ขู่” ค่ายเพลงว่าหากค่ายเพลงใดก็ตามที่ไม่เปลี่ยนมาขายเพลงฟอร์แมต MP3 ทาง Wal-Mart จะดึงเพลงที่เป็น WMA (ที่มาพร้อมกับ DRM) ออกจากระบบทั้งหมด

ดูเหมือนใกล้จะถึงจุดจบของ DRM ในสหรัฐเต็มที ขนาดนี่ไม่นับรวมผู้ขายเพลงหลัก ๆ อีกเจ้าเช่น iTunes ที่เริ่มจะเปลี่ยนแปลงแล้ว หรือวง Radiohead ที่เริ่มเปิดให้โหลดเพลงตามอัธยาศัยของผู้ซื้อ

คงพูดได้ว่านี่เป็นการกลับมาของฟอร์แมต MP3 เลยทีเดียว หลังจากที่มีการเปลี่ยนไปเป็น WMA, AAC, OGG และอื่น ๆ สาเหตุก็หนีไม่พ้น “ความเป็นกลาง” ของฟอร์แมตนี้ที่ไม่ว่าเครื่องเล่นเพลงจากค่ายไหนก็เล่นได้หมด และ Feature สุดขลังของมัน ซึ่งก็คือ “ความสามารถที่ไม่รองรับ DRM”

ค่ายเพลงไทยว่าไงครับ?

ที่มา - C|net

IceDagger's picture

และ Feature สุดขลังของมัน ซึ่งก็คือ “ความสามารถที่ไม่รองรับ DRM” <— ถูกจาย อิอิ

illusion's picture

ถูกใจประโยคนี้เช่นกัน ^^

lancaster's picture

+1

ชอบประโยคนี้มากๆๆครับ

msmart's picture

+1

—-
Khajochi

eszhang's picture

+1

Some one behind the scenes

cwt's picture

ยังไงๆ ogg ก็เสียงดีกว่า และไม่มี DRM เหมือนกัน

infernohellion's picture

แต่เครื่องเล่นเพลงเล่นไม่คค่อยได้ :(

skycreeper's picture

หูไม่เทพขนาดแยกออกแฮะ แต่ ogg มันก็ประหยัดพื้นที่กว่านั่นแหละ

DrRider's picture

ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่เปลี่ยนเป็น ogg ทั้งที่เป็น format เปิด ใช้ได้ทุก platform เสียงดีกว่า ขนาดเล็กกว่า

ถ้าจะบอกว่าเครื่องเล่นไม่รองรับล่ะก็ฟังไม่ค่อยขึ้น ถ้า content เป็น ogg มากๆ เข้า เครื่องเล่นก็ต้อง support ตามเองแหละ แถมตัว decoder chip ที่มีอยู่ในเครื่องเล่นส่วนใหญ่มัน decode ogg ได้อยู่แล้ว เพียงแต่ firmware มันไม่สนับสนุน

ไม่เชื่อดู iPod สิ firmware ของ Apple เล่น ogg ไม่ได้ แต่พอเปลี่ยนเป็น iPodLinux หรือ Rockbox มันก็เล่น ogg ได้ หรือ Creative ก็คงทำนองเดียวกัน


Henshin
chaow's picture

สนับสนุน ogg ครับ (เล็กๆ ประหยัดเนื้อที่)

kohsija's picture

แต่ ogg encode ช้ากว่าเยอะเลยครับ ท่าทางอาจจะมีผลด้านการใช้พลังงานของเครื่องเล่นด้วย


Kohsija

atheist's picture

เดี๋ยวนี้เครื่องเล่นหลายๆยี่ห้อก็เล่น vorbis ได้แล้วนะครับ พวก iaudio, iriver ส่วนตัวก็ชอบ vorbis อยุ่แล้ว เวลาดูดแผ่นก็ใช้ vorbis ตลอด

bhattee's picture

อืม jobs เองก็ไม่ชอบเกตต์เองก็เคยพูดถึง DRM เสียๆหายๆ สรุปก็คือไม่มีใครชอบ DRM ทั้งคนขายคนซื้อ มีก็แต่เจ้าของค่ายที่งมงายอยู่กับมันนั้นแหละ

แต่ผมอยากให้แยกระหว่าง DRM กับ MP3 ออกจากกันนะครับ ทุกวันนี้ผมว่า LL ทั้งหลายน่าจะมาแรงกว่านะครับ ไม่ใช่ MP3

jane's picture

ดารานักร้อง ต่างรู้จัก mp3 ฮ่าๆ

HaMoo's picture

บ้านลาดพร้าวเค้าทำเป็น MP3 มาเป็นปีแล้วครับ (mixiclub.com) !!

Ford AntiTrust's picture

หมดเงินไปกับการซื้อเพลง online กับค่ายนี้ไปหลายพันแล้วครับ ;)

Ford AntiTrust’s Blog

Anjue's picture

ขอทักนิดผมเจอสระลอยตรง “Wal-Mart เองก็แรงไม่เบาเหมือนกันในก้าวเดินทีี่จะกลับมาสู่ MP3” นะครับช่วยดูหน่อยนะครับ

pexza's picture

ออกจะแหวกแนวซักหน่อยไหมครับ คือผมจะแปลงไฟล์จาก MP3 -> WMA เมื่อจะนำลงโทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องเล่น MP3 (ใช้ Creative Muvo)

คือ ไฟล์ WMA มันขนาดเล็กกว่า ปรับบิตเรตไปที่ประมาณ 80 - 90 ก็ฟังชัดแล้ว (หูฟังแถมมากะเครื่องจะเอาอะไรมาก) เอามาทำริงโทนก็เสียงยังดี เพราะลำโพงโทรศัพท์มือถือจะเอาอะไรมาก

PKKid103's picture

I Like it

Site Search

 
Web blognone.com

Blognone Video

Video Icon รวมวิดีโองาน Blognone Tech Day, Codenone Meeting, TLUG และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

User login