ศาลสหรัฐตัดสินคดีของบริษัท MP3tunes ที่ถูกค่ายเพลง EMI ฟ้องว่าส่งเสริมการละเมิดลิขสิทธิ์เพลง ผลคือ MP3tunes ผิดบางข้อหา แต่คำตัดสินของศาลกลับรับรองบริการฝากไฟล์เพลงไว้บนเน็ต (music locker) ว่าไม่ผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ของสหรัฐ
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปช่วงต้นถึงกลางปีนี้ หลังจากที่อเมซอนและกูเกิลเปิดตัวบริการ music locker ของตัวเอง (Amazon Cloud Drive และ Google Music) แบบที่ไม่ได้รับอนุญาตจากค่ายเพลง ในขณะที่คู่แข่งอย่างแอปเปิลสามารถเจรจากับค่ายเพลงได้ และเปิดตัวบริการ iTunes Music Match ตามหลังมาไม่นาน
- 13 comments
- 2930 reads
- Read more
เว็บไซต์ Billboard.biz อ้างว่า Amazon ได้ส่งจดหมายถึงค่ายเพลงต่างๆ ในสหรัฐ ชี้แจงเพิ่มเติมว่าหลังเปิดตัว Cloud Drive/Cloud Player มาได้สองสัปดาห์ ยอดขายเพลงผ่าน Amazon MP3 Store ก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (อย่างไรก็ตาม Amazon ไม่ได้เปิดเผยยอดขายเป็นตัวเลข)
ในจดหมายของ Amazon ยังยืนยันคำเดิมว่า Cloud Drive/Cloud Player ไม่ต้องการการทำสัญญาใช้งานเพลงจากค่ายเพลง เช่นเดียวกับซอฟต์แวร์จัดการเพลงอย่าง Windows Media Player หรือพื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์แบบ Google Docs แต่ Amazon ก็บอกใบ้ไว้ในจดหมายเช่นกันว่าจะพัฒนาบริการเพิ่มเติมให้กับ Cloud Drive/Cloud Player ซึ่งอาจจะต้องการสัญญาใช้งานจากค่ายเพลงในอนาคต
ที่มา - Billboard.biz, ReadWriteWeb
- 3 comments
- 477 reads
บทความพิเศษโดย ดร. ทวีศักดิ์ กออนันตกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เกี่ยวกับประวัติของเทคโนโลยี MP3 ผมเห็นว่ามีประโยชน์มาก เลยขอบทความมาเผยแพร่ต่อ และได้รับอนุญาตจาก ดร. ทวีศักดิ์ เรียบร้อยครับ
- 19 comments
- 5045 reads
- Read more
โปรแกรมเข้ารหัส MP3 ยอดนิยม ออกเวอร์ชั่น 3.98 แล้วหลังจากพัฒนามานานเกือบ 2 ปี
สำหรับการเปลี่ยนแปลงหลักของรุ่นนี้คือ
- มีแบบจำลองการรับรู้ของเสียง (psy model) ของตัวเอง ซึ่งพัฒนาต่อมาจาก NSPSY
- ตอนนี้ LAME สามารถตั้งระดับคุณภาพของเสียงในโหมด VBR เป็นทศนิยมได้แล้ว
- ใช้กลไกการเข้ารหัสแบบ VBR แบบใหม่เป็นค่ามาตรฐานของโปรแกรมแล้ว หลังจากแก้ไขปัญหาที่มีมาได้สำเร็จ ทำให้กระบวนการเข้ารหัสแบบ VBR ทำงานได้รวดเร็วขึ้น และคุณภาพสูงขึ้น
สรุปว่า LAME ตัวใหม่ทำงานเร็วขึ้น และคุณภาพดีขึ้นครับ ดาวน์โหลดได้จากที่นี่ Rarewares
ปล. สำหรับ Foobar2000 ก็ก็อปไฟล์ lame.exe ไปวางในห้องของ foobar แล้วใช้ได้เลยครับ ส่วนโปรแกรมอื่นๆ ก็ต้องดูเป็นรายตัวไปว่าจะอัพเดทยังไง
ที่มา - HydrogenAudio
- 5 comments
- 5067 reads
Amazon ออกมาประกาศในวันนี้ว่าจะทำการเปิดตัว MP3 Store International ภายในปี 2008 นี้
สำหรับสาเหตุนั้น Amazon ได้ออกมาบอกว่าทางบริษัทได้รับอีเมลจากลูกค้ารอบโลกถามมาว่า เมื่อใด Amazon จะทำให้ลูกค้านอกสหรัฐซื้อเพลง MP3 ไร้ DRM ได้ ... และเราก็ตื่นเต้นที่จะออกมาบอกว่าเรายินดีที่จะประกาศเปิดบริการ MP3 Store International ในปีนี้
ขณะนี้ Amazon MP3 Store มีคอเลคชั่นเพลงไร้ DRM ที่ใหญ่ที่สุดบนอินเทอร์เน็ต และสามารถเล่นได้บนเครื่องเล่นดนตรีพกพาได้ทุกเครื่องอย่างไม่มีปัญหา
ที่มา - MacRumors
- 6 comments
- 1165 reads
เมื่อปี 2004-2005 ช่วง Superbowl ในสหรัฐอเมริกา แป๊ปซี่จะออกโปรโมชั่นร่วมมือกับ iTunes โดยการแจกเพลงฟรีจากการแจก Redeem Code ใต้ฝา ปีนี้แป๊ปซี่ก็ได้ออกโปรโมชั่นใหม่เช่นเดียวกัน แต่ครั้งนี้แป๊ปซี่จะทำการแจก MP3 (ไร้ DRM) ผ่านทาง Amazon MP3 Store แทน
ในขณะนี้โซนี่เองก็กำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจที่จะเริ่มขายเพลงในรูปแบบของ MP3 แทน ทำให้ "เดอะบิ๊กโฟว์" ทั้งหมดเหลือเพียงแค่ Warner เท่านั้นที่ยังไม่มีแผนการในการขายเพลง MP3 แต่อย่างใด โดยปัจจุบันหากรวมโซนี่แล้วทั้ง EMI และ Universal Music Group เริ่มที่จะขายเพลงในรูปแบบ MP3 แทน
Wal-Mart เองก็แรงไม่เบาเหมือนกันในก้าวเดินทีี่จะกลับมาสู่ MP3 ฟอร์แมตที่ทุกเครื่องเล่นเพลงสนับสนุนและไร้ DRM ... Wal-Mart ได้ประกาศ "ขู่" ค่ายเพลงว่าหากค่ายเพลงใดก็ตามที่ไม่เปลี่ยนมาขายเพลงฟอร์แมต MP3 ทาง Wal-Mart จะดึงเพลงที่เป็น WMA (ที่มาพร้อมกับ DRM) ออกจากระบบทั้งหมด
ดูเหมือนใกล้จะถึงจุดจบของ DRM ในสหรัฐเต็มที ขนาดนี่ไม่นับรวมผู้ขายเพลงหลัก ๆ อีกเจ้าเช่น iTunes ที่เริ่มจะเปลี่ยนแปลงแล้ว หรือวง Radiohead ที่เริ่มเปิดให้โหลดเพลงตามอัธยาศัยของผู้ซื้อ
คงพูดได้ว่านี่เป็นการกลับมาของฟอร์แมต MP3 เลยทีเดียว หลังจากที่มีการเปลี่ยนไปเป็น WMA, AAC, OGG และอื่น ๆ สาเหตุก็หนีไม่พ้น "ความเป็นกลาง" ของฟอร์แมตนี้ที่ไม่ว่าเครื่องเล่นเพลงจากค่ายไหนก็เล่นได้หมด และ Feature สุดขลังของมัน ซึ่งก็คือ "ความสามารถที่ไม่รองรับ DRM"
ค่ายเพลงไทยว่าไงครับ?
ที่มา - C|net
- 19 comments
- 1614 reads
หลังจากที่มีการตื่นตัวเรื่องการขายเพลงโดยที่ไม่มีเทคโนโลยี DRM ในธุรกิจการขายเพลงออนไลน์ไม่นาน ล่าสุดค่ายเพลง Universal ได้ตัดสินใจที่จะทดสอบการขายเพลงที่ไม่มี DRM แต่ว่าทางบริษัทจะนำเทคโนโลยีใหม่ไปใช้ในการตรวจสอบแทน เทคโนโลยีนี้คือการ Watermark ไฟล์เพลงแทน
การ Watermark ไฟล์เพลงนั้นก็คือการใส่ข้อมูลเพิ่มเติมลงไปในเพลงเพื่อที่จะเป็นตัวบอกว่าไฟล์เพลงนี้มาจากไหน เนื่องจากการใช้ DRM นั้นไม่ใช่การป้องกันที่ดีพอ ในที่นี้คือผู้ใช้สามารถเบิร์นเพลงออกมาแล้วนำโหลดเข้าเครื่องใหม่เพื่อกำจัด DRM โดยสิ้นเชิง แต่เทคโนโลยีใหม่นี้จะทำการใส่ข้อมูลเข้าไปในตัวเพลงเลย โดยข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถจะได้ยินโดนหูของคนได้ แต่ทางค่ายเพลงจะมีอุปกรณ์ตรวจสอบพิเศษที่สามารถอ่านข้อมูลเหล่านี้ได้
แต่สำหรับกรณีของ Universal นั้นจะไม่ทำการ Watermark ทุก ๆ ไฟล์ที่มีการดาวน์โหลดเพื่อบอกว่าไฟล์นี้มาจากผู้ใช้คนไหน แต่จะทำเป็นเพลง ๆ ไป (เช่น เพลง A ของศิลปิน ABC ทุก ๆ เพลงที่ขายไปโดยไม่มีการระบุว่าผู้ใช้คนไหนทำการดาวน์โหลดไป) โดย Universal ได้ทำแบบนี้เพื่อที่จะทดสอบความเสี่ยงเกี่ยวกับการทำธุรกิจขายเพลงโดยไม่มี DRM เท่านั้น (ในขณะนี้)
ถึงแม้ว่าจะไม่มีการนำเทคโยโลยีนี้ไปใช้จริงอย่างที่อธิบายไปแล้วก็ตาม แต่มันเป็นไปได้ที่ในอนาคตอาจจะมีการตรวจจับและเอาผิดผู้ใช้งานได้ในอนาคตแน่นอน
ที่มา - CNET News
- 7 comments
- 1725 reads
ตามหลังค่าย EMI มาหลายเดือน แต่ตอนนี้ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง Universal ก็แสดงความสนใจที่จะขายเพลงแบบไร้ DRM กันแล้ว แต่ยังคงเป็นการขายแบบจำกัดช่วงเวลาเพื่อทดสอบตลาดก่อนในช่วงแรก โดยจำกัดช่วงเวลาในโครงการทดสอบนี้ไว้ในช่วง 21 กันยายนนี้ ไปจนถึง 31 มกราคมปีหน้าเท่านั้น
ร้านค้าเพลงออนไลน์ที่เข้าร่วมโครงการนี้ได้แก่ Amazon, RealNetwork, BestBuy และ Wal-Mart โดยในด้านของบิตเรทที่จะขายนั้นทาง Universal ระบุว่าจะขึ้นกับตัวร้านค้าเอง เช่นทางด้าน RealNetwork นั้นประกาศชัดเจนว่าจะขายเพลงที่บิตเรท 256kbps ที่น่าสนใจคือไม่มีชื่อ iTunes อยู่ในรายการของบริษัทที่ร่วมโครงการ โดยอาจจะมีสาเหตุจากการที่โครงการนี้เป็นโครงการแบบจำกัดเวลา
คาดเดาได้ไม่ยากว่าทาง Universal ต้องการดูผลกระทบของตลาดจากการขายเพลงแบบไร้ DRM นี้ โดยหากมีผลดีต่อยอดขาย และสามารถช่วยลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ เราก็คงได้เห็นโครงการนี้กลายเป็นโครงการถาวรกันต่อไป
ที่มา - ArsTechnica
- 1 comment
- 1064 reads
แม้จะถูกออกแบบมาให้แข่งกับ iPod Shuffle โดยตรงในที่สุด Creative Zen Stone Plus เครื่องเล่น MP3 รุ่นล่าสุดของ Creative ก็มีการใส่จอภาพเข้าไปแล้วในที่สุด นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มฟีเจอร์เข้าไปจนครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นการรับวิทยุ FM, ไมค์อัดเสียง รวมไปถึงนาฬิกาจับเวลา?
เรื่องน่าเศร้าคือราคาที่กระโดดขึ้นไปอยู่ที่ 99 ดอลลาร์เทียบกับ Zen Stone ตัวเก่าที่อยู่ที่ 40 ดอลลาร์เท่านั้น
กำลังหาเครื่องเล่น MP3 ถูกๆ ดีๆ ซักตัวเหมือนกันนะนี่
ที่มา - ArsTechnica
- 4 comments
- 1041 reads
- Read more







