คนรุ่น Gen Y หรือ Gen M (Millennial), Gen X และองค์กรธุรกิจ ผลักดันสไตล์การทำงานแบบ “ซูเปอร์ทาสกิ้ง” ที่ทำงานได้ “ทุกที่ทุกเวลา”
ผลการสำรวจในไทยชี้ กว่าครึ่งหนึ่งของบุคลากร Gen X และ Gen Y ยอมให้ “ลดเงินเดือน” เพื่อแลกกับความยืดหยุ่นในการทำงาน และ 100 เปอร์เซ็นต์ ของบุคลากรทั้งหมดเลือก
“สมาร์ทโฟน” เมื่อจำเป็นต้องเลือกเพียงอุปกรณ์เดียวสำหรับการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว
ประเทศไทย – 16 เมษายน 2558 – คนทำงานรุ่นเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์ (Generation X) และเจนเนอเรชั่นวาย (Generation Y) หรือมิลเลนเนียล (Millennial) ต้องการสไตล์การทำงานที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยนายจ้างได้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเพื่อรองรับทัศนคติที่เปลี่ยนไป จากรายงาน Cisco Connected World Technology Report (CCWTR) ประจำปี 2557 นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังเปิดเผยว่า ภายในปี 2563 คนทำงานรุ่น Generation X และ Y ส่วนใหญ่เชื่อว่า สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์สวมใส่ (Wearable Device) จะกลายเป็นอุปกรณ์ “เชื่อมต่อ” ที่สำคัญที่สุดสำหรับบุคลากร ขณะที่แล็ปท็อปยังคงเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับสถานที่ทำงาน
โดยรวมแล้ว รายงาน CCWTR แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เทคโนโลยีจะส่งผลต่อรูปแบบการทำงานในอนาคต และอุปกรณ์ แอพพลิเคชั่น และโซลูชั่นที่คนรุ่นเหล่านี้ชื่นชอบจะรองรับการทำงานในรูปแบบใหม่ๆอย่างไรบ้าง รวมถึงการเกิดใหม่ของสุดยอดคนทำงาน หรือ "Supertasker" ซึ่งใช้งานอุปกรณ์ 4 เครื่อง และทัศนคติที่เปลี่ยนไปของคนทำงานและองค์กรธุรกิจที่มีต่อการทำงานจากที่ใดก็ได้ (44 เปอร์เซ็นต์ของคนรุ่นมิลเลนเนียลรู้สึกว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดในการทำงานจากออฟฟิศ), การใช้งานแอพพลิเคชั่น (ผู้ตอบแบบสอบถาม 6 ใน 10 คนชอบที่จะใช้ปากกาและกระดาษมากกว่าโปรแกรมจดบันทึกยอดนิยม) และการรับสมัครบุคลากรทั่วโลก (50 เปอร์เซ็นต์ของผู้จัดการฝ่ายบุคลากรจะว่าจ้างคนทำงานจากการสัมภาษณ์ทางวิดีโอเท่านั้น)
สำหรับประเทศไทย ผลการสำรวจความคิดเห็นในประเทศไทยในส่วนของบุคลากร Gen X, บุคลากร Gen Y และพนักงานฝ่าย HR สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการทำงานของคนไทย รวมถึงผลกระทบจากเทคโนโลยีต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานในปัจจุบันและอนาคต ผลกระทบของอดีไวซ์ต่างๆ แอพ และโซลูชั่นที่ใช้โดยบุคลากรเหล่านี้ต่อรูปแบบใหม่ในการทำงาน รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากอุปกรณ์อัจฉริยะ และการสร้างสรรค์แนวทางใหม่ๆในการเชื่อมต่อของบุคลากรรุ่นใหม่
ในประเทศไทย กว่าครึ่งหนึ่งของบุคลากร Gen X (95 เปอร์เซ็นต์) และ Gen Y (72 เปอร์เซ็นต์) ต้องการที่จะเป็นอิสระจากตารางเวลาทำงาน 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นตามปกติ ขณะที่กว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (54 เปอร์เซ็นต์) ระบุว่าบริษัทของตนเองอนุญาตให้ทำงานจากบ้าน และ 44 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากร Gen X และ 56 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากร Gen Y สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งจากที่บ้านและออฟฟิศ อีกทั้ง 87 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากร Gen X เชื่อว่า องค์กรที่ปรับใช้รูปแบบการทำงานนอกสถานที่ผ่านอุปกรณ์พกพาอย่างยืดหยุ่น มีความได้เปรียบด้านการแข่งขันเหนือกว่าคู่แข่งที่ให้พนักงานทำงานในออฟฟิศ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น ผลการสำรวจยังระบุด้วยว่า บุคลากรของไทยมองว่า “สมาร์ทโฟน” คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด กล่าวคือ 100 เปอร์เซ็นต์ ของบุคลากรที่ตอบแบบสอบถามเลือกสมาร์ทโฟนเมื่อจำเป็นต้องเลือกเพียงอุปกรณ์เดียวสำหรับการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากรายงาน CCWTR ซึ่งระบุว่าบุคลากร Gen X และ Gen Y เชื่อว่าสมาร์ทโฟนคืออุปกรณ์เชื่อมต่อที่สำคัญที่สุดสำหรับบุคลากรภายในปี 2563
นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลกระทบที่อุปกรณ์อัจฉริยะ เช่น อุปกรณ์สวมใส่ (wearables) ที่มีผลต่อระบบไอทีและผู้กำหนดกลยุทธ์ด้านไอที โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดขึ้นของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกัน หรือ Internet of Everything (IoE) ซึ่งจะสร้างการเชื่อมต่อรูปแบบใหม่ รวมทั้งเปลี่ยนแปลงการติดต่อสื่อสารสำหรับคนทำงานรุ่นอนาคต เช่นเดียวกับปีก่อนหน้า รายงาน CCWTR แสดงถึงทัศนคติ ความคาดหวัง และพฤติกรรมของคนทำงานรุ่นอนาคตในประเทศต่างๆทั่วโลก โดยในปีนี้มีการเพิ่มเติมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับบุคลากรรุ่น Gen X และพนักงานฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) รวมถึงทัศนคติที่มีต่อความสามารถในการเชื่อมต่อ (เหนือความจำเป็นทางกายภาพ), ความคิดเห็นเกี่ยวกับความพร้อมใช้งานของระบบสื่อสารที่ใช้ในการทำงาน (24 ชั่วโมง 7 วัน) รวมถึงประเด็นที่ว่าความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลอย่างไรต่อนโยบายทางด้านไอทีและการรักษาความปลอดภัยขององค์กร การพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ และความสามารถด้านการแข่งขันของธุรกิจ
ภาพรวม
รายงาน Cisco Connected World Technology Report สำรวจตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมของมนุษย์ อินเทอร์เน็ต และการใช้เครือข่าย การตรวจสอบความสัมพันธ์ที่ว่านี้เผยให้เห็นข้อมูลเกี่ยวกับขีดความสามารถด้านการแข่งขันของบริษัทท่ามกลางอิทธิพลของแนวโน้มไลฟ์สไตล์ที่มีการใช้เทคโนโลยีอย่างกว้างขวาง รายงานระดับโลกนี้อ้างอิงการสำรวจความคิดเห็นของบุคลากรอายุ 18 ถึง 50 ปีใน 15 ประเทศ พร้อมทั้งจัดหาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหาท้าทายในปัจจุบันที่บริษัทต่างๆ ต้องเผชิญ ขณะที่พยายามรักษาสมดุลระหว่างความต้องการของพนักงานและองค์กรธุรกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคต ท่ามกลางความสามารถทางด้านโมบิลิตี้ที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และเทคโนโลยีที่นำเสนอข้อมูลทุกที่ทุกเวลา
ประเด็นสำคัญของผลการศึกษาจาก 15 ประเทศ
** สถานที่ทำงานในอนาคต **
"Supertasker" หรือ “พนักงานที่ทำงานได้หลายอย่างในเวลาเดียวกันและทำได้ดี” เป็นพนักงานที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในอนาคตหรือไม่?
· กว่า 4 ใน 10 ของคนทำงานรุ่น Gen X และ Gen Y รวมถึงเกือบ 6 ใน 10 ของพนักงานฝ่าย HR มองว่าตนเองเป็น "Supertasker" ซึ่งหมายถึงบุคคลที่สามารถทำงานมากกว่าสองอย่างในเวลาเดียวกันได้เป็นอย่างดี
· ราวครึ่งหนึ่งของบุคลากรรุ่น Gen X และ Gen Y เชื่อว่า การทำงานแบบ Supertasking จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และในทำนองเดียวกัน บุคลากรฝ่าย HR (62 เปอร์เซ็นต์) เชื่อว่า Supertasker ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับองค์กรโดยรวม
· เกือบ 2 ใน 3 เชื่อว่าในปี 2563 การทำงานแบบ Supertasking จะเป็นที่ต้องการมากที่สุดสำหรับองค์กร
· ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ระบุว่าตนเองกำลังเรียนรู้ที่จะเป็น Supertasker ด้วยการจัดการชีวิตส่วนตัว และส่วนใหญ่มักจะผสมผสานกิจกรรมเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรรุ่น Gen X (70 เปอร์เซ็นต์)
คนทำงานรุ่น Gen X เทียบกับรุ่น Gen Y
· บุคลากรกว่า 4 ใน 10 คนเชื่อว่า พนักงานรุ่น Gen Y มีประสิทธิภาพในการทำงานแบบ Supertasking มากที่สุด เมื่อเทียบกับคนรุ่นอื่นๆ
· 60 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากรรุ่น Gen X และ 81 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากรฝ่าย HR เชื่อว่า พนักงาน Gen Y สามารถทำงานได้รวดเร็วกว่าพนักงานรุ่นเก่า ด้วยการใช้อุปกรณ์พกพาและโมบายล์แอพ
· นอกจากนั้น พนักงานฝ่าย HR ราว 7 ใน 10 คนคิดว่า พนักงานรุ่น Gen Y สามารถทำงานได้เร็วกว่า หากเขาได้รับอนุญาตให้ใช้อุปกรณ์พกพาและโมบายล์แอพ แทนที่จะใช้คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป แล็ปท็อป หรือโน้ตบุ๊ก
อนาคตของฝ่าย HR และฝ่ายสรรหาบุคลากร
· พนักงานฝ่าย HR เกือบ 6 ใน 10 (58 เปอร์เซ็นต์) เต็มใจที่จะว่าจ้างผู้สมัครโดยเพียงแค่สัมภาษณ์ผู้สมัครผ่านการประชุมด้วยวิดีโอ (โดยไม่ต้องดำเนินการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว)
· เมื่อสอบถามความคิดเห็นทั่วไปเกี่ยวกับผู้จัดการฝ่ายบุคคล พนักงาน 50 เปอร์เซ็นต์เชื่อว่า ผู้จัดการฝ่ายบุคคลมีทัศนคติเปิดกว้างต่อการว่าจ้างพนักงานโดยไม่ต้องมีการสัมภาษณ์เป็นการส่วนตัว
อวสานของเวลาทำงานตามปกติ – ไลฟ์สไตล์ที่มีการเชื่อมต่อตลอดเวลา
· พนักงานกว่าครึ่งหนึ่ง (Gen X และ Gen Y) คิดว่าตนเองพร้อมทำงานทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึง 3 ใน 10 คนที่สามารถติดต่อได้ทั้งทางอีเมลและโทรศัพท์
· เวลาทำงาน 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นยังมีอยู่อีกหรือ? ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่คิดว่าเวลาทำงานน่าจะเป็น 7 โมงเช้าถึง 8 โมง และ 9 โมงถึงเที่ยง ต่อด้วยบ่ายสองถึงห้าโมงเย็น และสามทุ่มถึงสี่ทุ่ม
· ตารางเวลาทำงานที่ยืดหยุ่นกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น กล่าวคือ ราวหนึ่งในสี่ของพนักงานรุ่น Gen X และ Gen Y ระบุว่า องค์กรของตนอนุญาตให้ทำงานจากที่บ้านได้
· ที่น่าสนใจก็คือ พนักงานรุ่น Gen Y ที่มีโอกาสทำงานนอกสถานที่มีแนวโน้มที่จะชอบทำงานที่ออฟฟิศมากกว่าพนักงานรุ่น Gen X
การรับประทานอาหารกลางวันตอนบ่ายสามกลายเป็นเรื่องปกติ: คนรุ่น Gen X & Y ชอบตารางเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น และยินดีที่จะทำงานนอกเวลางานปกติเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน
· บุคลากรมีความเห็นแตกต่างกันอย่างครึ่งๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับวันทำงานปกติของพนักงานทั่วไป โดยเกือบครึ่งหนึ่งระบุว่าตนเองต้องการอิสระในการทำงานและเล่นสนุกได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่มีข้อจำกัด (เทียบกับเวลาทำงานตามปกติ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น จันทร์ถึงศุกร์)
· บุคลากรรุ่น Gen X ส่วนใหญ่เชื่อว่า พนักงาน Gen Y ชื่นชอบเวลาทำงานที่ยืดหยุ่นมากกว่า แต่บุคลากร Gen Y มีแนวโน้มที่จะชอบเวลาทำงานปกติแบบเดิมๆมากกว่า (54 เปอร์เซ็นต์)
· บุคลากรประมาณหนึ่งในสี่ได้รับการว่าจ้างโดยองค์กรที่อนุญาตให้ทำงานจากที่บ้าน โดยมีเพียง 28 เปอร์เซ็นต์ของคนรุ่น Gen Y, 19 เปอร์เซ็นต์ของ Gen X และ 6 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานฝ่าย HR เท่านั้นที่ชอบทำงานในออฟฟิศมากกว่าที่บ้าน
· บุคลากร Gen Y ส่วนใหญ่ (44 เปอร์เซ็นต์) ระบุว่าตนเองมีสมาธิและประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อทำงานในออฟฟิศ ขณะที่พนักงาน Gen X (38 เปอร์เซ็นต์) ระบุว่าตนเองมีสมาธิและประสิทธิภาพเท่ากันทั้งที่บ้านและในออฟฟิศ
“ความยืดหยุ่นในเวลาการทำงาน” คือ เครื่องมือดึงดูดบุคลากร
· บุคลากร 2 ใน 3 เชื่อว่าองค์กรที่ปรับใช้รูปแบบการทำงานนอกสถานที่ที่ยืดหยุ่น มีความได้เปรียบด้านการแข่งขันมากกว่าองค์กรที่กำหนดให้พนักงานประจำอยู่ในออฟฟิศ ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์
· ราวครึ่งหนึ่งของพนักงาน Gen X และ Gen Y รู้สึกว่าฝ่ายทรัพยากรบุคคลกำลังปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับสไตล์การทำงานแบบโมบายล์ที่ยืดหยุ่นมากขึ้นสำหรับพนักงาน แต่พนักงานเกือบหนึ่งในสามรู้สึกว่าการปรับเปลี่ยนดังกล่าวยังไม่เร็วพอ
· จากมุมมองของฝ่าย HR ราว 56 เปอร์เซ็นต์ระบุว่า ฝ่าย HR ได้ปรับใช้หรือมีแผนที่จะปรับใช้สไตล์การทำงานแบบโมบายล์ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
ความยืดหยุ่นในการทำงาน และเงินเดือน
· โดยรวมแล้ว พนักงานไม่เต็มใจที่จะยอมลดเงินเดือนเพื่อแลกกับการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น แต่พนักงานในฝ่าย HR เต็มใจที่จะทำเรื่องนี้มากที่สุด โดย 4 ใน 10 ระบุว่าตนเองยอมรับการปรับลดเงินเดือน ในทำนองเดียวกัน บุคลากรฝ่าย HR เต็มใจที่จะยอมรับการลดเงินเดือนมากที่สุด โดย 56 เปอร์เซ็นต์ยอมรับการปรับลดเงินเดือนมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ (เทียบกับ 35 เปอร์เซ็นต์ของพนักงาน Gen Y และ 34 เปอร์เซ็นต์ของพนักงาน Gen X)
· แม้ว่าเงินเดือนเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ความยืดหยุ่นในการกำหนดตารางเวลาของตนเองหรือความสามารถในการทำงานนอกสถานที่มีความสำคัญมากที่สุดสำหรับพนักงาน Gen X และ Gen Y ราว 1 ใน 5 คน รวมถึงพนักงานฝ่าย HR ราว 1 ใน 3 คน
** อุปกรณ์และอุปกรณ์สวมใส่ (Wearables) **
กระแส BYOS (Bring Your Own Stuff) คือ BYOD รูปแบบใหม่
· ปัจจุบัน การนำเอาอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ในที่ทำงาน (Bring Your Own Device – BYOD) ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง โดยพนักงานฝ่าย HR ราว 4 ใน 10 คนระบุว่า พนักงานทั้งหมดภายในองค์กรได้รับอนุญาตให้เชื่อมต่ออุปกรณ์ใดๆ เข้ากับเครือข่ายขององค์กร เพื่อรองรับการทำงาน