การแพร่หลายของเทคโนโลยี
โดยคุณชริดาร์ จาญาคูม่า ผู้อำนวยการโปรแกรม EPM BI และ Exalytics ของออราเคิล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ในหลายปีที่ผ่านมานี้การหลอมรวมของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้พัฒนาไปอย่างสุดขีดและได้นำไปใช้อย่างแพร่หลายซึ่งได้ขับเคลื่อนการวิเคราะห์ทางการเงินไปสู่ยุคของความเข้าใจในเชิงลึกและการประยุกต์อย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนผ่านจากบัตรเจาะรูสำหรับบันทึกข้อมูล (punch card) ไปสู่แผ่นดิสต์และเทปแม่เหล็กในช่วงทศวรรษ 1970 ได้ทำให้กระบวนการจัดเก็บข้อมูลกลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจในยุคดิจิตัล ในช่วงทศวรรษ 1990 การใช้อินเตอร์เน็ตอย่างแพร่หลายทำให้นักวิเคราะห์ทางการเงินได้รับข้อมูลเชิงลึกและศักยภาพในการทำงานร่วมกันที่ไม่เคยปรากฎที่ไหนมาก่อน
ในปัจจุบันการพัฒนาอย่างสุดขีดของการวิเคราะห์อภิมหาข้อมูล (big data) ระบบคลาวด์ โทรศัพท์เคลื่อนที่และโซเชียลมีเดียได้ก่อให้เกิดการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้อย่างแพร่หลายโดยธุรกิจจำนวนมากเหล่านี้มุ่งมั่นที่จะสร้างกุลยุทธ์ในการเพิ่มมูลค่าในยุคดิจิตัล ธุรกิจสมัยใหม่จึงควรรู้จักใช้เทคโนโลยีที่ทันยุคทันสมัยและพัฒนาความสามารถในการวิเคราะห์ธุรกิจของพวกเขาที่จะช่วยรักษาความเป็นผู้นำทางการตลาดในยุคดิจิตัลผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้
ท่ามกลางการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และแรงขับเคลื่อนของความต้องการภายในตลาดที่จะมอบผลประโยชน์อย่างสูงแก่ผู้บริโภค องค์กรจำนวนมากจึงได้มอบหมายให้ผู้บริหารสูงสุดด้านการเงิน (CFO) เป็นผู้ประเมินการตัดสินใจสำหรับการลงทุนด้านไอที ดังนั้นผู้บริหารสูงสุดทางการเงิน (CFO) มีส่วนในการรับผิดชอบในการเลือกซื้อสินค้าด้านไอทีตามหลักการ “sweet spot” และช่วยให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิตัลด้วยเป้าหมายในอนาคต
ผู้บริหารสูงสุดด้านการเงิน (CFO) ได้กลายเป็นบุคคลที่สำคัญเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับการพัฒนาด้านกลยุทธ์ในการลงทุนและมีความรับผิดชอบเพิ่มเติมในฐานะ “ผู้ให้คำปรึกษาระดับสูงด้านเทคโนโลยี” แก่คณะผู้บริหารรวมถึงการให้ข้อมูลเชิงลึกด้านการเงินแก่บริษัทในขณะที่บริหารจัดการกับการวิเคราะห์ที่สำคัญและรายงานผลการดำเนินงาน
การสร้างกรณีศึกษาทางธุรกิจ
ในขณะที่การวิเคราะห์ข้อมูล ระบบคลาวด์ โทรศัพท์เคลื่อนที่และเครื่องมือทางโซเชียลมีเดียได้กลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดที่มีการพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหารสูงสุดทางการเงิน (CFO) ที่จะถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้บริหาร C-Level หรือผู้บริหารระดับสูงขององค์กร นอกจากนั้นยังเป็นภาระหน้าที่ของฝ่ายการเงินที่จะทำให้ธุรกิจต่าง ๆ สามารถกำหนดทิศทางในการลงทุนเพื่อสร้างความมั่นใจว่าการจัดซื้อผลิตภัณฑ์ด้านไอทีได้ตอบสนองความต้องการอย่างมากที่สุด
หนึ่งในความท้าทายหลัก ๆ สำหรับบรรดาผู้บริหารสูงสุดด้านการเงิน (CFO) ในการเฟ้นหาโอกาสที่ทำให้บริษัทได้รับผลประโยชน์ถ้าหากพวกเขาสามารถใช้ประโยชน์จากการหลอมรวมเทคโนโลยี ในขณะที่องค์กรจำนวนมากยังคงพึ่งพาระบบเทคโนโลยีแบบเก่าและยังไม่แน่ใจกับผลที่ได้รับจากการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทีมผู้บริหารทางการเงินจึงจำเป็นที่จะนำกรณีศึกษาทางธุรกิจมาปรับใช้ในสถานการณ์ที่เป็นจริงสำหรับการจัดซื้อผลิตภัณฑ์ด้านไอทีอย่างชาญฉลาด ความรู้ด้านการวิเคราะห์และความถนัดในการกำหนดมูลค่าของตัวเงินสำหรับการตัดสินใจทางธุรกิจของผู้บริหารระดับสูงทางการเงิน (CFO) ทำให้พวกเขากลายเป็นผู้ที่คู่ควรกับหน้าที่เหล่านี้
การศึกษาระดับโลกจากออราเคิลและเอคเซ็นเชอร์เมื่อเร็ว ๆ นี้ชี้ให้เห็นถึงพลังแห่งการเปลี่ยนผ่านของแผนกการเงินในปัจจุบัน ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนร้อยละ 68 เห็นด้วยว่าผู้บริหารสูงสุดทางการเงิน (CFO) คือผู้เผยแพร่คนสำคัญสำหรับบทบาทของเทคโนโลยีที่นำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ นอกจากนั้นการสำรวจยังพบว่าร้อยละ 66 เชื่อว่าแผนกการเงินคือแผนกที่พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในการนำเทคโนโลยีและระบบใหม่ ๆ มาปรับใช้ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็นว่าผู้บริหารสูงสุดทางการเงิน (CFO) เปรียบเสมือนผู้นำในการนำประโยชน์จากไอทีมาปรับใช้สำหรับธุรกิจ
ความไม่แน่นอนสามารถสร้างโอกาสได้
ถึงแม้ว่าผู้บริหารระดับสูงทางการเงินจะให้การสนับสนุนแก่เทคโนโลยีใหม่ ๆ แต่องค์กรจำนวนมากก็ยังคงไม่แน่ใจสำหรับการลงทุนด้านไอทีว่าจะก่อให้เกิดระบบที่ทันสมัยและแอพพลิเคชั่นที่มีประสิทธิภาพต่อองค์กร ในความเป็นจริงแล้วร้อยละ 45 ของผู้ร่วมตอบแบบสำรวจทั่วโลกต่างก็ให้ข้อมูลถึงความไม่แน่ใจสำหรับการบูรณาการในระบบใหม่ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงอันดับต้น ๆ สำหรับการพิจารณาการลงทุนในเทคโนโลยีสมัยใหม่
สำหรับการลงทุนทุกชนิดแล้วย่อมที่จะเกิดความเสี่ยงในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และการหลอมรวมของระบบคลาวด์ โทรศัทพ์เคลื่อนที่และอภิมหาข้อมูล (big data) ได้ก่อให้เกิดการแพร่หลายของการนำเครื่องมือด้านไอทีมาปรับใช้สำหรับกรณีศึกษาทางธุรกิจอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเช่นเดียวกับความต้องการตลาดสำหรับการบริการที่รวดเร็วและยืดหยุ่นมากขึ้น ผู้บริหารสูงสุดทางการเงิน (CFO) จำนวนมากสามารถช่วยผู้บริหาร C-Level หรือผู้บริหารระดับสูงขององค์กรได้รับประโยชน์จากโอกาสเหล่านี้โดยการให้ความสำคัญแก่เทคโนโลยีชั้นนำที่จะทำให้องค์กรสามารถจัดการกับงานในสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นบรรดาผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงิน (CFO) จึงให้ความสำคัญแก่การพัฒนาในสิ่งใหม่ ๆ ที่ได้รับมาเพื่อผลักดันให้องค์กรของตนเองอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่ง
การเตรียมการที่ดีสำหรับผลประโยชน์ในอนาคต
ในปัจจุบันองค์กรจำนวนมากได้สูญเสียทั้งเวลาและเงินไปจำนวนมากสำหรับการรักษาระบบให้ทำงานไปอย่างปกติภายใต้การจัดสรรเวลาและงบประมาณที่จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างแท้จริงขึ้นได้ บริษัทจำนวนมากเหล่านี้ยังคงพึ่งพาข้อมูลที่ล้าสมัยและระบบสำนักงานที่ใช้กระดาษในการดำเนินงานซึ่งเป็นวิธีการที่ทำให้ความสามารถทางการเงินลดน้อยลงไป
นอกจากนี้ผู้บริหารสูงสุดทางการเงินมากกว่าสองในสามไม่สามารถถ่ายทอดความรู้เชิงลึกด้านการเงินที่ทันสมัยแก่เจ้าหน้าที่ผู้บริหารสูงสุดได้ซึ่งหมายความได้ว่าสามารถเกิดความล่าช้าสำหรับการตัดสินด้านการลงทุนที่มีผลกำไรและบริษัทเหล่านี้อาจจะเสี่ยงต่อการสูญเสียผลกำไรไป
ในปัจจุบันองค์กรธุรกิจจำนวนมากจำเป็นที่จะต้องมีวิสัยทัศน์ที่เชื่อถือได้และทันสมัยสำหรับการปฏิบัติงานและฐานะทางการเงิน เทคโนโลยีใหม่ ๆ สามารถมอบข้อมูลเชิงลึกแก่ผู้บริหารสูงสุดทางการเงินและทำให้แผนกการเงินสามารถรับมือกับกระบวนการที่ต้องใช้เวลานานในสำนักงานได้ซึ่งเปรียบเสมือนประตูที่จะนำไปสู่ระดับที่เป็นเลิศของความมีประสิทธิภาพและความคล่องตัวในเชิงปฏิบัติการ นอกจากนั้นยังช่วยให้ผู้บริหารสูงสุดทางการเงิน (CFO) สามารถที่จะมีแนวคิดที่ก้าวไกลสำหรับธุรกิจ
ผู้เผยแพร่เทคโนโลยีคนใหม่
ในปัจจุบันผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงินจำนวนมากได้มีความรู้เชิงลึกสำหรับวิธีการควบคุมธุรกิจและเปรียบเสมือนผู้ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำหรับภาวะทันสมัย (modernization) ในโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีแก่บริษัทของพวกเขาเหล่านั้น ความเชี่ยวชาญที่บรรดาผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงินได้นำมาปรับใช้ในองค์กรจะไม่มีประโยชน์อีกต่อไปสำหรับธุรกิจในฐานะผู้นำในตลาดในขณะใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ระบบคลาวด์ โทรศัพท์เคลื่อนที่และเครื่องมือโซเชียลมีเดียที่ได้พัฒนาอย่างสุดขีดในขณะนี้และมอบมูลค่าที่มากพอแก่องค์กรต่าง ๆ อย่างทั่วถึงภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา (EMEA)
สำหรับบทบาทใหม่ในฐานะผู้เผยแพร่เทคโนโลยีจึงเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของทีมผู้บริหารด้านการเงินในการสร้างมูลค่าของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นและช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถหลอมรวมกลยุทธ์ด้านการลงทุนและเป้าหมายในอนาคตเข้าด้วยกัน ดังนั้นผู้บริหารทางการเงินจึงสามารถสร้างชื่อเสียงในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์และเสริมสร้างตำแหน่งของพวกเขาในฐานะนักวางกลยุทธ์ที่น่าเชื่อถือแก่ทีมงานผู้บริหาร