สตอเรจแห่งอนาคต
ความเชื่อมโยงของไฮเปอร์-คอนเวอร์เจนซ์ กับ เว็บ-สเกล หรือ
“ทำไมไฮเปอร์คอนเวอร์เจนซ์ จึงต้องการ เว็บ-สเกล”

โดย: ทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี
ผู้จัดการ นูทานิกซ์ (ประเทศไทย)

ระบบต่างๆ ที่เป็นไฮเปอร์-คอนเวอร์จ กำลังเป็นเรื่องที่พูดคุยกันในวงกว้างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในสื่อต่างๆ และกลุ่มนักวิเคราะห์ ผู้ผลิตสตอเรจรายใหญ่ของโลกต่างกำลังพูดถึงการเปลี่ยนไปใช้ระบบไฮเปอร์-คอนเวอร์จ (การผสานรวมการประมวลผลและระบบสตอเรจไว้ด้วยกัน) ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ที่สมบูรณ์สำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่นูทานิกซ์ได้เคยแนะนำไว้เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา

ไฮเปอร์-คอนเวอร์เจนซ์ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานสถาปัตยกรรมดั้งเดิมแบบสามระดับ (three-tier) ซึ่งยังคงใช้กันอย่างแพร่หลายในดาต้าเซ็นเตอร์ทุกวันนี้ ไฮเปอร์-คอนเวอร์เจนซ์ เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมสำหรับโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่รวมการประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูลไว้ด้วยกันเป็นแพ็คเกจเดียวอยู่ในเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็ก ซึ่งโดยทั่วไปเป็นสถาปัตยกรรมแบบ x86

โครงสร้างระบบไฮเปอร์-คอนเวอร์จ เป็นระบบแบบกระจาย (distributed systems) อยู่แล้วในตัวของมันเอง การสร้างโซลูชั่นไฮเปอร์-คอนเวอร์จ ประกอบด้วย เซิร์ฟเวอร์แบบ x86 ที่มีโปรเซสเซอร์หรือหน่วยประมวลผล หน่วยความจำ และสตอเรจ (รวมถึงแฟลช) ลูกค้าใช้งานโซลูชั่นเหล่านี้ได้ด้วยการซื้อเซิร์ฟเวอร์ลักษณะนี้หลายๆ ตัว หรือหลายๆ โหนด แล้วเชื่อมต่อทุกตัวเข้าไปยังเน็ตเวิร์คสวิตซ์แบบมาตรฐานทั่วๆไป

รูปภาพที่ 1: สเกล-อัพ สตอเรจ ในสถาปัตยกรรมดั้งเดิมแบบสามระดับ (three-tier)

การกระจายงานของระบบไฮเปอร์-คอนเวอร์จ ต้องคำนึงถึงพื้นฐานในการจัดเก็บข้อมูลว่าทั้งในส่วนของข้อมูล และเมทาดาต้า (Metadata) จะถูกจัดเก็บและเข้าถึงอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร ในระบบสตอเรจแบบดั้งเดิมที่เป็น สเกล-อัพ (Scale-Up) นั้น ข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์จำนวนมากที่เชื่อมต่ออยู่ถัดจากชุดควบคุมการจัดเก็บข้อมูลคู่หนึ่ง (Controllers) ตัวควบคุมเหล่านี้ทำหน้าที่จัดการกับข้อมูลที่ถูกเขียนและอ่านทั้งหมด ตลอดจนการดูแลจัดการงานด้านอื่นๆของสตอเรจ เช่น การขจัดข้อมูลซ้ำซ้อน การบีบอัดข้อมูล และการทำสแน็ปชอต

รูปภาพที่ 2 : ข้อมูลที่อยู่ในระบบไฮเปอร์-คอนเวอร์จต่างๆ

ระบบไฮเปอร์-คอนเวิร์จ จะกระจายข้อมูลไปยังหลายๆ โหนด ซึ่งมีชุดควบคุมการจัดเก็บข้อมูลของใครของมัน จะเห็นได้ว่าเป็นการทำงานที่ตรงกันข้ามกับระบบแบบรวมศูนย์สตอเรจ ที่การทำงานต้องพึ่งพาชุดควบคุมการจัดเก็บข้อมูลเพียงไม่กี่ตัว ยังผลให้เกิดข้อจำกัดในการขยายตัวในอนาคต และเป็นจุดที่ถ้าหากเกิดความเสียหายใดๆ ขึ้นอาจก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้างกับเซิร์ฟเวอร์จำนวนมากที่แชร์ใช้สตอเรจอยู่ร่วมกัน

ด้วยเหตุนี้ จึงมีการนำสถาปัตยกรรมแบบเว็บ-สเกลเข้ามาใช้ บริษัทต่างๆ เช่น Facebook, Google และ Amazon ได้สร้างสถาปัตยกรรมโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายขนาดใหญ่ ซึ่งมีความสามารถในการเพิ่มทรัพยากรในโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างรวดเร็วเมื่อต้องการ โดยที่ระบบไม่หยุดชะงักเลย และสามารถบริหารจัดการงานที่เพิ่มมากขึ้นได้ ด้วยผู้ดูแลระบบเพียงไม่กี่คน

ในการสร้างระบบแบบกระจายต่างๆ เหล่านี้ บริษัทที่กล่าวข้างต้นเป็นผู้บุกเบิกการเปลี่ยนแปลงทั้งวิธีการซื้อ การปรับใช้ การจัดการ และการปรับขนาดโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของเว็บ-สเกล หลักการของเว็บ-สเกล คือการทดลองและทดสอบกฎเกณฑ์ต่างๆ ในการสร้างระบบแบบกระจายอย่างเหมาะสม

สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญต่อลูกค้าที่เป็นองค์กรด้านไอทีอย่างไร ระบบไฮเปอร์-คอนเวอร์จต่างๆ มีความเฉพาะตัวและไม่เหมือนกัน หากองค์กรกำลังมองหาระบบไฮเปอร์-คอนเวอร์จเพื่อใช้ลดความซับซ้อนของศูนย์ข้อมูลและปรับขนาดโครงสร้างพื้นฐานขององค์กร องค์กรต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าโซลูชั่นที่เลือก ใช้หลักการและสถาปัตยกรรมแบบเว็บ-สเกล อาจมีคำถามที่เกิดขึ้นตามมา เช่น

  1.   คุณสามารถเริ่มใช้งานด้วยโหนดเพียงไม่กี่ตัว แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละโหนดเมื่อต้องการ ได้หรือไม่?
    
  2.   ข้อมูลที่กระจายไปทั่วทุกโหนดในคลัสเตอร์ก็เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาของการอ่านหรือเขียนข้อมูลจากจุดๆ เดียวหรือไม่?
    
  3.   โหนดทั้งหมดในคลัสเตอร์มีส่วนในการให้บริการอินพุต/เอ้าท์พุต โดยที่ไม่มีโหนดใดโหนดหนึ่งถูกจำกัดเรื่องการส่งผ่านข้อมูล หรือกลายเป็นคอขวดใช่หรือไม่?
    
  4.   เมทาดาต้า (Metadata) ถูกจัดเก็บ และกระจายอยู่ทั่วทุกโหนดในคลัสเตอร์เพื่อรองรับการขยายระบบในอนาคตโดยไม่มีข้อจำกัดใช่หรือไม่? หรือจำเป็นต้องมีเครื่องใดเครื่องหนึ่งในคลัสเตอร์ที่ต้องทำหน้าที่ในการจัดเก็บเมทาดาต้าซึ่งจะทำให้เกิดข้อจำกัดในการขยายเพิ่ม และลดประสิทธิภาพการทำงานหรือไม่?
    
  5.   โหนดทั้งหมดมีส่วนในการทำงานของสตอเรจเหมือนๆ กัน เช่น การขจัดข้อมูลซ้ำซ้อน และการบีบอัดข้อมูลทั่วทั้งคลัสเตอร์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน โดยใช้ซีพียูทั่วทั้งระบบ ใช่หรือไม่?ษ
    
  6.   คลัสเตอร์สามารถทนทานต่อความล้มเหลวของโหนดแต่ละตัวหรือของส่วนประกอบต่างๆ โดยไม่ส่งผลกระทบกับข้อมูล และสร้างความเสียหายให้กับข้อมูลใช่หรือไม่?  ประเด็นนี้เป็นพื้นฐานสำคัญขององค์กรที่จะต้องทำงานตลอดเวลา
    
  7.   ถ้าโหนดตัวใดตัวหนึ่งใช้งานไม่ได้ โหนดที่เหลือจะมีส่วนช่วยในกระบวนการกู้คืนเพื่อเร่งการฟื้นฟูข้อมูล และเรียกคืนสถานะเดิมให้เป็นไปอย่างรวดเร็วใช่หรือไม่?
    

การคาดการณ์ตลาดไพรเวทคลาวด์และพลับลิคคลาวด์ในอีก 5 ปี และ 10 ปี ข้างหน้า

ไพรเวทคลาวด์และพลับลิคคลาวด์ในอีก 5 ปี

ฮาร์ดแวร์

· ผู้ให้บริการคลาวด์เพียงไม่กี่รายที่เป็นบริษัทที่ใช้ระบบไฮเปอร์-สเกล จะเป็นผู้ควบคุมส่วนแบ่งตลาด พวกเขาจะยังคงพัฒนาสถาปัตยกรรมของตนเอง และสร้างแรงกดดันไปยังผู้ผลิต และให้บริการฮาร์ดแวร์ เพื่อทบทวนบทบาทของฮาร์ดแวร์ที่จะต้องง่ายขึ้น, การสร้างแพลตฟอร์มแบบเปิด, ฮาร์ดแวร์ที่สามารถปรับเปลี่ยนทรัพยากรได้ตามความต้องการ (custom pods) และรวมถึงเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องมีจำนวนคอร์ที่มากขึ้น บริษัทเหล่านี้จะเป็นทัพหน้าในการเปลี่ยนแปลงด้านไอที

· สำหรับผู้ให้บริการคลาวด์หลัก ฮาร์ดแวร์ที่ซับซ้อนจะสร้างภาระและต้นทุนในการขยายตัวในอนาคต ดังนั้นการตัดสินใจของผู้ให้บริการเหล่านี้จะพิจารณาจากการที่ว่า เขาควรจะสร้างโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานของตัวเองบนพื้นฐานของซอฟต์แวร์ระบบเปิด เช่น OpenStack Swift/Ceph ดี หรือจะซื้อโซลูชั่นแบบครบวงจรต่างๆ ที่รวมหลักการทำงานของเว็บ-สเกลไว้ด้วย ไม่ว่ากรณีใด คลาวด์ในอนาคตจะเป็นฮาร์ดแวร์ที่หาได้ง่าย พร้อมใช้ และทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ที่มีความชาญฉลาด โดยไม่ต้องกังวล และลดปัญหาเกี่ยวกับการผูกขาดของฮาร์ดแวร์รายใดรายหนึ่งหรือการใช้ฮาร์ดแวร์สำหรับงานประเภทใดประเภทหนึ่งเท่านั้น

ซอฟต์แวร์

· แอพพลิเคชั่นแบบเว็บ-สเกลต่างๆ ที่สร้างอยู่บนแพลตฟอร์มแบบสเกล-เอาท์ จะกลายเป็นเรื่องธรรมดา และถูกใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมด้านการรักษาพยาบาล และการวิจัยทางการแพทย์ อุตสาหกรรมการผลิต การค้าปลีก และการศึกษา แอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่เกิดจากคลาวด์เหล่านี้ จะพัฒนาความยืดหยุ่นของโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์สาธารณะ รวมทั้งการจัดการภายในของไพรเวทคลาวด์ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบสเกล-เอ้าท์ ให้สามารถจัดการกับความต้องการที่ไม่แน่นอนของลูกค้า และเพื่อทำการตัดสินใจในเรื่องที่ข้อมูลมีความสำคัญ

· แม้แต่แอพพลิเคชั่นพร้อมใช้แบบดั้งเดิมต่างๆ ก็จะได้รับการออกแบบใหม่ ให้สามารถปรับขนาดได้ตามต้องการ เราจะเริ่มเห็นบริษัทฯ ต่างๆ เช่น ไมโครซอฟต์ นำสถาปัตยกรรมแบบสเกล-เอาท์มาใช้ ในอีก 5 ปีแนวทางใหม่ในการออกแบบซอฟต์แวร์นี้จะเป็นบรรทัดฐาน และโบกมือลากับระบบเสมือนที่ใหญ่โต และสร้างขึ้นมาทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานแบบสเกล-อัพ

· ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ (software-defined datacenter) จะเป็นที่แพร่หลาย และแม้แต่บริการด้านไอทีและดาต้าเซ็นเตอร์แบบดั้งเดิม เช่น ระบบความปลอดภัย และการเข้ารหัส การจัดการและการโยกย้ายข้อมูล จะอยู่ในรูปแบบบริการที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ การตอบสนองแบบเรียลไทม์จากทุกที่ในดาต้าเซ็นเตอร์ หรือเมื่อแอพพลิเคชั่นต้องการ

· การนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อให้เข้าใจ, เข้าถึง และคาดการณ์สภาพแวดล้อมของระบบคลาวด์ จะผลักดันนวัตกรรมในการพัฒนาระบบระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพการดำเนินงานของระบบคลาวด์ที่ดีขึ้น

การพัฒนาและการทำงานในองค์กร

· ลูกค้าระดับองค์กรสามารถใช้บริการของพลับลิคคลาวด์ทำให้เกิดการทำงานแบบ "Think Globally and Consume Locally" กล่าวอีกนัยหนึ่ง องค์กรต่างๆ จะสามารถวางแผนและจัดการเวิร์กโหลดของพวกเขาบนพลับลิคคลาวด์ทั่วโลก ในขณะที่ใช้ประโยชน์จากความยืดหยุ่นที่ผู้ให้บริการคลาวด์มีให้ เพื่อเก็บข้อมูลของตนไว้ในประเทศหรือภูมิภาคของตน ซึ่งมีกฎระเบียบข้อบังคับที่จำกัดการเคลื่อนไหวของข้อมูลข้ามเขตแดนของประเทศ

· เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานได้รับการผสานรวม เป็นการทำงานแบบอัตโนมัติ และใช้งานง่าย ซึ่งช่วยทำลายข้อจำกัดในการดูแลจัดการแบบแยกเป็นส่วนๆ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในเรื่องของสตอเรจ เน็ตเวิร์กกิ้ง และเวอร์ชวลไลเซชั่น จะกลายเป็นบทบาทของผู้ดูแลทั่วๆ ไป แม้ว่าทีมต่างๆ ที่ดูแลด้านการสำรองข้อมูล การรักษาความปลอดภัย และอื่นๆ จะยังคงมีอยู่ แต่จะเชื่อมประสานการทำงานกันได้ดีขึ้น และมีความคล่องตัวมากขึ้นกว่าเดิม

· บริการคลาวด์แบบเฉพาะเจาะจงในแต่ละอุตสาหกรรม เช่น สำหรับบริการด้านการเงิน ภาครัฐ และการรักษาพยาบาล จะรับมือกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เฉพาะเจาะจงของแต่ละอุตสาหกรรมได้ ในขณะเดียวกันก็ยังนำเสนอรูปแบบทางธุรกิจต่างๆ ที่ปรับให้เหมาะสมอย่างเฉพาะเจาะจงให้ตรงกับความต้องการของพวกเขาด้วย

· ในอีก 5 ปีข้างหน้า ความกังวลด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวบนคลาวด์จะลดลงอย่างมากหรือได้รับการแก้ไขแล้วเสร็จ

ไพรเวทคลาวด์และพลับลิคคลาวด์ในอีก 10 ปี

ภายในเวลาอีก 10 ปี จะไม่มีการพูดถึงคลาวด์อีก กล่าวอีกนัยหนึ่งพลับลิคคลาวด์จะเป็นที่แพร่หลายและสมบูรณ์แบบถึงจุดที่โครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีจะเป็นทรัพยากรที่มองไม่เห็นเหมือนการได้มาและใช้กระแสไฟฟ้า อุปสรรคต่างๆ ระหว่างพลับลิคคลาวด์และไพรเวทคลาวด์ เช่น การเข้ากันไม่ได้ของไฮเปอร์ไวเซอร์และคอนเทนเนอร์จะหมดไป นอกจากนี้ข้อมูลและการบริการต่างๆ จะสามารถส่งผ่านไปมาระหว่างระบบคลาวด์ต่างๆ ได้อย่างราบรื่น

ด้วยนวัตกรรมเหล่านี้ และการมีส่วนร่วมกับผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ๆ ของโลก นูทานิกซ์ป็นผู้นำด้านวิวัฒนาการคลาวด์ทั้งในปัจจุบันและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อผลักดันอนาคตของคลาวด์ต่อไป

เกี่ยวกับนูทานิกซ์
นูทานิกซ์เป็นผู้ให้บริการเว็บ-สเกล ที่ผสานรวมโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีสำหรับองค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่ด้วยแพลทฟอร์มการประมวลผลที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ ที่ผสานรวมการประมวลผลและระบบสตอเรจเข้าเป็นหนึ่งโซลูชั่นเพื่อผลักดันให้เกิดการใช้งานอย่างเรียบง่ายในศูนย์ข้อมูล ลูกค้าสามารถเริ่มต้นใช้เทคโนโลยีนี้ได้จากเซิร์ฟเวอร์จำนวนน้อย และขยายไปได้จนถึงระดับพันเซิร์ฟเวอร์ ทั้งยังสามารถคาดการณ์ประสิทธิภาพที่จะได้รับ และเงินลงทุนหรือค่าใช้จ่าย ด้วยสิทธิบัตรด้านการขยายของข้อมูลและการบริหารระดับผู้ใช้บริการ นูทานิกซ์นับเป็นพิมพ์เขียวสำหรับผู้ต้องการใช้งานแอพพลิเคชั่นให้ได้ประโยชน์สูงสุด และในโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนด้วยนโยบาย ร่วมเรียนรู้นูทานิกซ์เพิ่มเติมได้ที่ www.nutanix.com หรือติดตามได้ที่ Twitter @nutanix

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand