ไม่ว่าภาคธุรกิจจะชอบหรือไม่ก็ตาม แต่เทรนด์การทำงานนอกสถานที่ได้เกิดขึ้นแล้ว
งานวิจัยของออราเคิลเน้นย้ำประโยชน์ในความสามารถทางการผลิตของการทำงานนอกสถานที่
[กรุงเทพฯ, ประเทศไทย] – วันที่ 25 กันยายน 2557
งานวิจัยระดับโลกชิ้นใหม่ของออราเคิลเผยว่า พนักงานทั่วโลกมีความสุขในการทำงานนอกสถานที่และการทำงานที่มีความหยืดหยุ่น โดยพวกเขาเชื่อว่าจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม องค์กรส่วนใหญ่ยังไม่ตอบรับกับการทำงานนอกสถานที่ แต่ในทางกลับกัน ผู้ประกอบการกลับรู้สึกว่าการทำงานนอกสถานที่มีความเสี่ยง เนื่องจากผู้ประกอบการไม่ได้มีส่วนรวมและชี้แนะ ปัจจัยนี้ถือเป็นการท้าทายความเป็นหนึ่งเดียวกันภายในองค์กร ตลอดจนท้าทายความปลอดภัยของธุรกิจ
ท่ามกลางความท้าทายนี้ ออราเคิลได้อยากสนับสนุนให้ผู้บริหารภาคธุรกิจไม่ลังเลกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ แต่ในทางกลับกันอยากให้ธุรกิจมั่นใจว่าการทำงานนอกสถานที่จะเริ่มต้นขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัยและเป็นไปตามนโยบายของธุรกิจนั้นๆ
จากผลการสำรวจ พบว่า พนักงานทั่วโลกเปิดรับความคิดของการทำงานนอกสถานที่และเชื่อว่าจะทำให้พวกเขามีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น โดย 68% ของผู้ตอบแบบสอบถามอ้างว่าพวกเขามีความสุขมากขึ้นในการทำงานที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พบว่ามีตัวเลขสูงขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 73% นอกจากนี้ผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 53% คิดว่าการทำงานนอกสถานที่ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มขึ้นที่ 64% ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
อย่างไรก็ตาม มีผู้ประกอบการจำนวนไม่มากที่ให้ความสนใจในการเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน อีกทั้งผู้ประกอบการบางรายยังไม่ต้องการการเปลี่ยนแปลงนี้ในธุรกิจของตนเอง ซึ่งเพียง 24% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า นายจ้างของพวกเขาส่งเสริมการทำงานนอกสถานที่ แต่หากคำนวณเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตัวเลขไต่ระดับขึ้นไปที่ 32% ในขณะเดียวกัน มีผู้ตอบแบบสอบถาม 21% จากทั่วโลกและ 31% ของผู้ตอบแบบสอบถามในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า นายจ้างของพวกเขาพยายามกำหนดเอกสารและข้อมูลที่พนักงานสามารถเข้าถึงผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่
งานวิจัยเผยว่าข้อจำกัดของการทำงานนอกสถานที่มักจะไม่มีประสิทธิภาพและพนักงานจะต้องจัดการแก้ปัญหาในการทำงานเอง โดยมีเพียง 18% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าบริษัทควบคุมงานที่สามารถทำให้สำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ และเพิ่มสูงขึ้นเป็น 20% เฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นอกจากนี้ยังพบว่า 15% จากแบบสำรวจแสดงให้เห็นว่า พนักงานโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อการทำงานโดยปราศจากความช่วยเหลือหรือการก้าวข่ายจากนายจ้างได้เพียง 13% เท่านั้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
อย่างไรก็ตาม กว่า 56% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมดและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ในปัจจุบันพวกเขาต้องทำงานแบบนอกสถานที่มากกว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และ 40% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด หรือ กว่า 49% ของผู้ตอบแบบสอบถามในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เชื่อว่าเทคโนโลยีของอุปกรณ์เคลื่อนที่ จะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญของการทำงานภายในอีก 2 ปีข้างหน้า
“ในขณะที่พวกเราเข้าใจว่าทำไมธุรกิจมีความกังวลต่อโครงการทำงานนอกสถานที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความปลอดภัยและการรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ความกังวลเหล่านี้ไม่ควรจะมายับยั้งนวัตกรรม ออราเคิลเชื่ออย่างมากในพลังของการย้ายสถานที่เพื่อเปลี่ยนแปลงธุรกิจและพวกเราอยากให้องค์กรต่างๆเปิดใจรับการทำงานนอกสถานที่ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการทำงานนอกสถานที่ของพนักงานอาจยังไม่สามารถนำมาเป็นหลักในทางปฏิบัติได้ หากปราศจากการควบคุมดูแลจากฝ่ายไอที เนื่องจากธุรกิจอาจตกอยู่ในความเสี่ยงเพราะพนักงานที่ทำงานนอกสถานที่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้
“ออราเคิลเชื่อมั่นว่า ธุรกิจต้องเปลี่ยนการเคลื่อนย้ายของสภาพแวดล้อมจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งในแบบที่ง่ายและประหยัด ความเรียบง่ายเป็นกุญแจสำคัญในการรวมกันของข้อมูลทางธุรกิจกับแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้พนักงานสามารถทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนก็ตาม พวกเขาสามารถเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญทางธุรกิจได้ผ่านทุกอุปกรณ์สื่อสาร (แม้แต่โทรศัพท์เคลื่อนที่ส่วนตัว) ด้วยเทคโนโลยีการขนส่งข้อมูลที่มีความปลอดภัยสูง จะเห็นได้ว่า การทำงานนอกสถานที่จะเกิดขึ้นในภาคธุรกิจ ไม่ว่าผู้ประกอบการจะต้องการหรือไม่ คำถามคือองค์กรต้องการจะใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากการเปลี่ยนแปลงนี้หรือยังพยายามต่อไปที่จะหยุดสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”
โดยคุณ Suhas Uliyar ตำแหน่งรองประธานด้านกลยุทธ์เครื่องมือสื่อสารและการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท ออราเคิล คอร์ปอร์เรชั่น
เกี่ยวกับงานวิจัย
Censuswide ดำเนินงานวิจัยในนามของออราเคิล สำรวจผู้บริหาร 1500 คน ซึ่งทำงานในองค์กรนานาชาติ: 500 คนในอเมริกาเหนือ, 500 คนใน EMEA และ 500 คนใน APAC
**********