ถ้าเลือกซื้อปริ้นเตอร์ที่จะนำมาใช้งานซักเครื่องแล้ว เชื่อได้ว่าหลายๆ คนคงนึกถึง HP เป็นเจ้าแรกๆ อย่างแน่นอน เพราะด้วยความที่เป็นแบรนด์ที่มีปริ้นเตอร์ให้เลือกซื้อหลากหลายรุ่น รวมไปถึงบริการหลักการขายก็นับว่าไม่เลว ส่งผลให้เมื่อเร็วๆ นี้เพื่อนผมคงหนึ่งที่กำลังมองหาปริ้นเตอร์ All-in-One มาใช้งานที่บ้าน ไปเลือกซื้อเจ้า HP Deskjet 4515 ในราคา 4,590 บาทมาจากร้านออนไลน์ Office Mate (ราคาเต็มๆ มันอยู่ที่ 4,990 บาท)

HP Deskjet 4515 มีสเปคคร่าวๆ ดังนี้
- เครื่องพิมพ์ Inkjet 3 in 1 ใช้ Print/Scan/Copy
- รองรับการพิมพ์งานแบบไร้สาย (Wi-Fi) ผ่านคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต
- พิมพ์งานด้วยความเร็วขาวดำ 20 แผ่น/นาที, สี 16 แผ่น/นาที
- ถ่ายเอกสารขาวดำ 4.5 สำเนา/นาที, สี 3 สำเนา/นาที
- ช่องป้อนกระดาษรองรับสูงสุด 100 แผ่น ถาดรองรับสูงสุด 30 แผ่น
- รองรับงานพิมพ์สูงสุด 1,000 แผ่น/เดือน
- ความละเอียดในการพิมพ์สีสูงสุด 4800 x 1200 dpi ขาวดำ 600 x 600 dpi
- ตลับหมึก HP678 แบบดำและ 3 สี (tri-color)
- รองรับกระดาษ A4, B5, A6 และซองจดหมาย
- ระบบปริ้นสองหน้าแบบอัตโนมัติ
- สนับสนุนการปริ้นภาพแบบไร้ขอบ
- ใส่ SD Card ได้หน้าเครื่อง
- สามารถปริ้นผ่านอินเตอร์เน็ตได้
- ไดรเวอร์รองรับ Mac OS X, Windows XP SP3, Vista, 7 และ 8
- มาพร้อมการรับประกัน 2 ปี แบบ Onsite Service
สำหรับ HP Deskjet 4515 ถือเป็นเครื่องปริ้นระดับท็อปสุดในสาย Inkjet All-in-One ของ HP ในตอนนี้ แน่นอนว่ามาพร้อมฟีเจอร์ตามสไตล์ของเครื่องระดับไฮเอนด์ อาทิเช่น หน้าจอ LCD แบบสัมผัสทำให้เราสั่งงานได้ง่ายขึ้น และ HP ePrintCenter ที่จะช่วยให้เราสามารถสั่งปริ้นงานจากเครื่องนี้ได้ทุกทีทุกเวลา (แต่ต้องมีอินเตอร์เน็ตและเปิดเครื่องนะ)

อย่างไรก็ตามคุณภาพของงานปริ้นของ HP Deskjet 4515 อาจจะเรียกว่าไม่ต่างกับ HP Deskjet 2545 มากนัก (จากที่เคยทดสอบมาแล้ว) เนื่องจากตลับหมึกนั้นยังคงใช้ HP678 ที่เป็นตลับหมึกดำและสีรวมเหมือนกับตัว HP Deskjet 2545 แต่ก็ได้เพิ่มความสะดวกในการใช้งานได้หลากหลายยิ่งขึ้น อย่างการปริ้นสองหน้าแบบอัตโนมัติที่ไม่ต้องให้ผู้ใช้พลิกกระดาษเอาเองซึ่งมีโอกาสที่จะใส่ผิดด้านได้ การใช้งานนั้นสามารถทำผ่านจอทัชสกรีนของเครื่องได้โดยตรง ซึ่งมีวีดีโอเดโมการใช้งานช่วยเหลือเป็นระยะๆ และเครื่องรุ่นนี้ก็รองรับการปริ้นภาพแบบไร้ขอบ (borderless) แล้ว จึงเหมาะกับการปริ้นภาพถ่ายอย่างโพสการ์ดเก๋ๆ มากขึ้นนั่นเอง

การออกแบบตัวเครื่อง HP Deskjet 4515 นั้นมาเป็นแบบสีดำทั้งตัว ลักษณะโดยรวมจัดว่าเรียบง่ายไม่เทอะทะเหมือนอย่างปริ้นเตอร์ All-in-One ทั่วๆ ไป ซึ่งวัสดุนั้นเป็นพลาสติกดำด้านเกือบทั้งหมด ส่วนที่เป็นสีดำเงามีแต่บริเวณแผงหน้าเท่านั้น ความรู้สึกด้านดีไซน์นั้นจะคล้ายๆ กับพีซีไม่ก็โน้ตบุ๊คของ HP ในซีรีส์ Pavillion พอสมควร เรียกได้ว่าถ้าใครใช้งานคอมพิวเตอร์ HP อยู่แล้ว มาจัดปริ้นเตอร์ HP เครื่องนี้ไปใช้ ก็ดูเข้าคู่กันเลยทีเดียว (เห็นเพื่อนก็ใช้โน้ตบุ๊ค HP อยู่นะ) ที่สำคัญมีช่องเชื่อมต่อ SD Card ด้วยนะ ทำให้เราสามารถปริ้นภาพจากการ์ดกล้องได้อย่างง่ายๆ

ถ้าสังเกตด้านข้างจะเห็นว่ามีส่วนที่แยกเป็นสองชั้นชัดเจน ส่วนบนสุดเมื่อเปิดขึ้นมาจะเป็นแสกนเนอร์ตามปกติทั่วไป ส่วนชั้นล่างนั้นเมื่อเปิดมาก็จะเห็นภายในเครื่องปริ้นที่เอาไว้ใส่ตลับหมึกนั่นเอง

ชุดอุปกรณ์ที่ติดมากับเครื่องนั้นก็จะมีตามมาตรฐาน คือสายไฟ (แบบไม่มีอแดปเตอร์) สาย USB แผ่นซีดีไดรเวอร์ คู่มือการใช้งาน และโปสการ์ดให้ปริ้นอีกจำนวนหนึ่งพร้อมกับหมึก HP678 แบบดำและสีรวมอีกอย่างละตลับ ซึ่งการที่สายไฟไม่มีอแดปเตอร์นั้น ก็น่าจะหมายความว่าอแดปเตอร์ฝังอยู่ภายในตัวของเครื่องไปแล้ว ดังนั้นเวลาใช้ก็แค่เสียบสายไฟเข้าไปไม่ต้องมีอแดปเตอร์ข้างนอกให้เกะกะ ซึ่งถ้าจะต่อแบบไร้สายก็ไม่จำเป็นต้องเสียบ USB ก็ได้

ส่วนที่เป็นจุดเด่นของรุ่นนี้ก็คือสามารถสั่งงานหลายอย่างผ่านทางหน้าจอทัชสกรีนนี้ได้ โดยจอนี้เป็นจอสัมผัสแบบสี ซึ่งทำให้การสั่งงานหรือใช้งานนั้นทำได้ยืดหยุ่นกว่าปุ่มกดตามแบบปกติมาก โดยหน้าจอสัมผัสเป็นแบบ Resistive ต้องอาศัยแรงกดเล็กน้อยเพื่อใช้ใช้งานแต่ความเร็วและความแม่นยำในการใช้งานนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดี นอกจากหน้าจอสัมผัสแล้วจะมีปุ่มต่างๆ อยู่บริเวณข้างจอเพื่อใช้งานเพิ่มเติม เช่นปุ่มโฮมเพื่อกลับไปหน้าหลัก ปุ่มเลื่อนซ้ายและขวาเพื่อเลื่อนเมนู ปุ่มยกเลิกงานปริ้น ซึ่งปุ่มเหล่านี้จะสว่างขึ้นมาเมื่อสามารถใช้งานได้เพื่อป้องกันความสับสนของผู้ใช้งานว่าสามารถกดได้หรือไม่ในหน้าจอนี้ ซึ่งถือว่าเมนูและปุ่มควบคุมออกแบบมาใช้งานได้ง่ายดีตามที่ HP เค้าถนัดอยู่แล้ว

HP Deskjet 4515 นั้นมีช่องใส่กระดาษเพียงด้านเดียว นั้นเป็นเพราะว่าทั้งถาดเข้าและถาดออกนั้นใช้พื้นที่บริเวณเดียวกัน ตามสไตล์ของเครื่องปริ้นเตอร์รูปทรงนี้ โดยเราจะใส่กระดาษไปในกรอบช่องที่เห็นตามด้านล่าง สามารถขยายหรือลดขนาดได้ตามขนาดของกระดาษ ซึ่งบริเวณหน้าเครื่องสามารถขยายต่อออกมาได้ เพื่อรับกระดาษที่ปริ้นออกมานั่นเอง
HP Deskjet 4515 รองรับการปริ้นแบบไร้สาย
ถ้าอธิบายแบบง่ายๆ นั้นการปริ้นแบบไร้สายก็คือการที่เราสามารถสั่งปริ้นจากเครื่องหนึ่ง (พีซี, โน้ตบุ๊ก, สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต) มายังเจ้าตัว HP Deskjet 4515 นี้ได้โดยที่ไม่ต้องต่อสาย USB เข้ากับเครื่องโดยตรง ซึ่งสามารถทำได้แบบใดแบบหนึ่งในสองแบบดังนี้
- ให้เครื่องปริ้นต่อเข้ากับเราเตอร์ จากนั้นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเข้ากับเราเตอร์นั้นก็จะเห็นเครื่องปริ้นได้เอง ตรงนี้ต้องมีเราเตอร์เป็นตัวกลางเพื่อให้อุปกรณ์มองเห็นเครื่อง
- ให้เครื่องปริ้นเปิด ePrint (Wi-Fi Direct) แล้วให้พีซีหรือเครื่องต่างๆ ต่อเข้าเครื่องปริ้นโดยตรง ตรงนี้ไม่ต้องอาศัยเราเตอร์

ทั้งสองแบบนั้นมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป แต่การใช้งานส่วนใหญ่นั้นจะเป็นการให้เครื่องปริ้นต่อเข้ากับเราเตอร์เสียมากกว่า ข้อจำกัดของวิธีนี้คือต้องการเราเตอร์เท่านั้น (ซึ่งทุกบ้านส่วนใหญ่ก็คงมีกันอยู่แล้ว) หรือถ้าไม่มีก็สามารถเลือกที่ให้เครื่องปริ้นทำตัวเป็นตัวปล่อยสัญญาณ Wi-Fi เอง แล้วให้เครื่องต่างๆ เข้ามาจอยอีกทีหนึ่ง ซึ่งอาจจะเหมาะกับการใช้งานในบริเวณที่นอกสถานที่ไม่มีเราเตอร์เป็นตัวกลางเชื่อมต่อ
การปริ้นผ่านอินเตอร์เน็ตด้วย HP ePrintCenter
ความสามารถหนึ่งของ HP Deskjet 4515 นั้นก็คือเราสามารถสั่งปริ้นผ่านอินเตอร์เน็ตได้ด้วยการส่งอีเมลล์พร้อมภาพหรือเอกสารที่ต้องการผ่าน ePrintCenter ซึ่งเมื่อเปิดความสามารถของ ePrint ผ่าน EWS และนำเครื่องปริ้นเตอร์ไปผูกกับแอคเคาท์ที่สมัครไว้บน ePrintCenter (ลงท้ายด้วย @hpeprint.com) นั้นก็จะทำให้เราสามารถสั่งพิมพ์งานจากที่ไหนก็ได้ด้วยการแนบไฟล์ดังกล่าวและส่งมายังอีเมลล์นั้น จากนั้นไฟล์ที่เราแนบจะปริ้นลงมาที่เครื่องนี้ทันที ถ้าเปรียบแล้วก็คือเครื่องนี้มีอีเมลล์เป็นของตัวเอง ถ้าเราส่งไฟล์มายังเครื่องนี้ก็ถือเป็นการสั่งปริ้นนั่นเอง ซึ่งจะทำผ่านคอมพิวเตอร์ มือถือ หรืออะไรก็ได้ที่สามารถส่งอีเมลล์ได้
![]()
ไฟล์ที่รองรับนั้นก็จะเป็นไฟล์เอกสาร อย่างพวก doc, docx, pdf, html หรือไฟล์รูปภาพอย่าง jpg, bmp ถ้าไฟล์ไม่รองรับก็จะมีการแจ้งเตือนในหน้าเว็บ นอกจากนี้หน้าเว็บนั้นยังเก็บประวัติการปริ้นของเราไว้อีกด้วย
สรุป
จากที่ใช้มาระยะหนึ่งแล้ว HP Deskjet 4515 นั้นจัดเป็นเครื่องปริ้นที่เติมเต็มในเรื่องของการพิมพ์มาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วยการปริ้นแบบกลับหน้ากระดาษอัตโนมัติได้และ Borderless Print ที่สามารถปริ้นภาพได้เต็มขอบกระดาษ ส่วนเรื่องการใช้งานนั้นการเพิ่มจอสัมผัสมาก็ทำให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น บวกกับดีไซน์ของเครื่องนั้นก็เรียกว่า HP Deskjet 4515 นั้นจัดเป็นเครื่องปริ้นเตอร์ Inkjet All-in-One ที่มีฟีเจอร์ครบถ้วนกว่าเครื่องปริ้นเตอร์ Inkjet ระดับเริ่มต้นที่คนส่วนใหญ่นิยมกัน อีกทั้ง HP Deskjet 4515 ก็จัดเป็นเครื่องปริ้นเตอร์ที่ความสวยงามรุ่นหนึ่งสมตามราคาของเครื่อง บวกกับประกัน 2 ปีของ HP SmartFriend ที่มีช่างมาซ่อมให้ถึงที่ (Onsite Service) ถ้าใครคำนึงถึงเรื่องบริการหลังการขายก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจตัวหนึ่ง

แน่นอนว่าเครื่องปริ้นเตอร์รุ่นนี้ก็มีราคาสูงกว่า Inkjet ทั่วไป และการใช้งานบางอย่างเช่นปริ้นภาพแบบไร้ขอบหรือทัชสกรีน การพิมพ์งานผ่านอินเตอร์เน็ตนั้นออกไปในแนวเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานให้ดียิ่งขึ้น HP Deskjet 4515 จึงจัดอยู่ในกลุ่มของเครื่องปริ้นเตอร์ที่เน้นความสวยงามและใช้งานได้สมบูรณ์ขึ้นตามฟีเจอร์ที่เพิ่มมามากกว่า ยังไงถ้าไม่ได้สนใจฟีเจอร์ที่เพิ่มมาก็อาจจะดูเป็นเครื่องรุ่นที่มีราคาถูกกว่าอย่าง HP Deskjet 2545 ก็ได้นะ ประหยัดไป 2000 บาทได้

ข้อดี
- ใช้งานทัชสกรีนผ่านหน้าจอ LCD ได้ง่ายและสะดวกกว่ารุ่นไม่มีหน้าจอ
- สามารถพิมพ์งานผ่าน Wi-Fi และอินเตอร์เน็ตได้
- ตัวเครื่องดีไซน์สวยงาม ขนาดไม่เทอะทะ
- มีกลับกระดาษให้อัตโนมัติทั้งการก็อปปี้และพิมพ์
- เหมาะกับการพิมพ์ภาพถ่ายมากขึ้นเพราะพิมพ์แบบไร้ขอบได้ (Borderless Printing )
- ใส่ SD Card ได้หน้าเครื่อง
- เป็นแบรนด์ที่พิมพ์งานได้เร็วเป็นอันดับต้นๆ
- ประกัน 2 ปี พร้อมบริการ HP SmartFriend (Onsite Service)
ข้อสังเกต
- ตลับหมึกสีรวมทำให้พิมพ์งานสีได้ปริมาณไม่มากนัก
- ตัวเครื่องเป้นรอบนิ้วมือได้ง่ายมาก ในส่วนของที่เป็นดำมัน
ตกลง HP Deskjet 4515 ราคา
Pichai_C Fri, 19/09/2014 - 16:51
ตกลง HP Deskjet 4515 ราคา 2990 หรือ 4990 นะครับ ทำไมหัวกับเนื้อหาไม่เท่ากัน?
ขอโทษด้วยครับ พอดีพิมพ์ผิด
SaManTaGTR Mon, 22/09/2014 - 10:22
In reply to ตกลง HP Deskjet 4515 ราคา by Pichai_C
ขอโทษด้วยครับ พอดีพิมพ์ผิด ตอนนี้แก้ไขเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณมากๆ