จากผลการสำรวจพบว่า ธุรกิจ B2C ชั้นนำกำลังมุ่งมั่นพัฒนากลยุทธ์เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า พร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านความภักดีในตราสินค้า (Loyalty) ในขณะธุรกิจแบบ B2B ส่วนใหญ่เพิ่มการลงทุนระบบให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้จากหลากหลายช่องทาง

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – วันที่ 3 กรกฎาคม 2557

ผู้คร่ำหวอดในวงการธุรกิจทั้งในกลุ่มธุรกิจแบบ B2B และ แบบ B2C ต่างก็กำลังประสบความท้าทายที่ไม่แตกต่างกันมากนักนั่นคือความท้าทายที่เกิดจากการมีลูกค้าที่ต้องการเข้าถึงข้อมูล สินค้าและบริการได้จากหลากหลายช่องทาง ซึ่งความท้าทายนี้ ถือเป็นความท้าทายที่น่าสนใจ และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ การวิจัยที่เรียกว่า “ออราเคิล คอมเมิร์ซ” โดยจากผลสำรวจพบว่า กลุ่มธุรกิจแบบ B2C กำลังพยายามที่จะหาหนทางเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหนือความคาดหมาย พร้อมสร้างความภักดีในตราสินค้า (Loyalty) ตลอดจนการส่งเสริมให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ B2B ก็กำลังหาหนทางที่จะพัฒานประสบการณ์ของลูกค้า พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการบริการเช่นเดียวกัน

ผลสำรวจจากออราเคิล พบว่า กลุ่มธุรกิจชั้นนำทั้งแบบ B2C และ B2B กำลังมองหาวิธีที่จะเพิ่มคุณค่าของธุรกิจในสายตาของลูกค้า ด้วยการดำเนินธุรกิจในแบบที่จะช่วยสร้างเสริมประสบการณ์ให้กับลูกค้าของตนแบบบูรณาการทุกช่องทาง อีกทั้งยังมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านเทคโนโลยี และพัฒนากลยุทธ์การสื่อสารผ่านข้อมูลดิจิตอล จากการสำรวจธุรกิจแบบ B2B และธุรกิจแบบ B2C ในบรรดานักอีคอมเมิร์ซมืออาชีพด้านธุรกิจและไอทีทั่วโลกพบว่า ถึงแม้ว่าหน้าที่หลัก ตัววัดความสำเร็จและการลงทุนด้านเทคโนโลยีระหว่างธุรกิจสองกลุ่มนี้จะมีความแตกต่างกันแต่การสร้างฐานลูกค้าใหม่ (Customer Acquisition) และการรักษาลูกค้า (Customer Retention) ยังคงเป็นเป้าหมายสำหรับธุรกิจสองกลุ่มนี้ การเติบโตของส่วนแบ่งทางการตลาดและการสร้างสรรค์ประสบการณ์ของลูกค้ายังคงได้รับการกล่าวอ้างว่าเป็นหัวใจหลักสำหรับนักอีคอมเมิร์ซมืออาชีพทุกคน ในขณะที่การสร้างสรรค์ประสบการณ์ให้กับลูกค้าถูกมองว่าป็นหัวใจหลักสู่ความสำเร็จนั้น องค์กรที่ดำเนินธุรกิจแบบ B2C ดูเหมือนว่าจะประสบความสำเร็จมากกว่าในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ดังนั้น กลุ่มธุรกิจแบบ B2C จึงมักจะก้าวข้ามผ่านมุมมองของยอดขาย ในขณะเดียวกันก็พยายามอย่างหนักในการสร้างความภักดี ซึ่งสิ่งที่องค์กรที่ดำเนินธุรกิจแบบ B2C กำลังทำอยู่นั้น เปรียบเสมือนกับไฟที่จุดประกายให้ธุรกิจแบบ B2B หันมาสนใจในกลยุทธ์การทำธุรกิจอีกรูปแบบหนึ่ง โดยข้อมูลจากผลสำรวจพบว่า 77% ของกลุ่มธรุกิจแบบ B2B กล่าวว่าความคาดหวังของลูกค้าส่วนใหญ่มีอิทธิพลมาจากกลุ่มธุรกิจแบบ B2C ที่พยายามสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ด้วยการขยายช่องทางการดำเนินธุรกิจแบบออฟไลน์ ไปสู่ออนไลน์มากขึ้น

สร้างประสบการณ์แบบเฉพาะในแบบฉบับของลูกค้าแต่ละคน พร้อมสร้างความภักดีในตราสินค้ากับธุรกิจแบบ B2C

ในปี 2014 ทั้งหมดของธุรกิจแบบ B2C มักจะเกี่ยวข้องกับการรู้จักลูกค้าและสร้างความภักดีในตราสินค้า ซึ่งตัวชี้วัดความสำเร็จนั้นกำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่คำว่า “ลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลาง” ทั้งนี้ข้อมูลจากผลสำรวจพบว่าเกือบครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามหรือจำนวน 49% ให้ข้อมูลว่าการรักษาลูกค้า (Customer Retention) เป็นตัววัดความสำเร็จที่สำคัญที่สุด รองลงมาคือรายได้ของกิจการ ทั้งนี้การสร้างบริการหรือความรู้สึกที่เป็นแบบเฉพาะบุคคลให้กับลูกค้าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก เนื่องจากองค์กรธุรกิจสามารถนำประโยชน์ที่ได้มาใช้พัฒนาความสามารถในการแข่งขันด้านราคา รวมทั้งเพิ่มฐานลูกค้าให้กับองค์กร ส่งผลให้ บิ๊ก ดาต้า เริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจ เนื่องจากธุรกิจต้องการที่จะเข้าใจและรู้จักข้อมูลของลูกค้ามากขึ้นนั่นเอง

จากผลสำรวจพบว่า 59% ของกลุ่มธุรกิจแบบ B2C กำลังลงทุนเพิ่มขึ้นในการพัฒนาเนื้อหาที่ใช้ในรูปแบบดิจิตอล ทั้งนี้ก็เพื่อพิจารณาประสบการณ์ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มยอดขาย ตลอดจนเพิ่มโอกาสทางการแข่งขัน และทำให้ธุรกิจถูกหาเจอได้ง่ายขึ้นเวลาที่ลูกค้าค้นหาคำบนเว็บไซต์ ในขณะที่ประสบการณ์ที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้จากทุกช่องทางนั้น เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะนำธุรกิจไปสู่ความสำเร็จ แต่อย่างไรก็ตาม มันยังคงเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยากลำบากในการบริหารจัดการและประเมินผล นอกจากนี้ ยังมีองค์กรอีกจำนวนไม่น้อยที่พยายามจะสร้างช่องทางให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ เพื่อสร้างผลตอบรับทางบวกให้กับองค์กร แต่ยังประสบกับปัญหาการเข้าถึงจุดสัมผัส (Touch Points) ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่องค์กรจะสามารถพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าได้

กลุ่มธุรกิจแบบ B2B สามารถใช้กลยุทธ์การสร้างประสบการณ์ลูกค้าแบบเดียวกับ B2C ได้

ความต้องการของลูกค้าในธุรกิจ B2B เปลี่ยนแปลงไปในทำนองเดียวกับลูกค้ากลุ่ม B2C ดังนั้นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการดำเนินธุรกิจแบบ B2C เช่น การทำการตลาดผ่านเครื่องมือค้นหา (Search Engine) หรือ การสร้างความเป็นลักษณะเฉพาะบุคคล รวมทั้งโซเชียลมีเดียและโทรศัพท์มือถือ กำลังเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆในการเป็นเครื่องที่จะมาช่วยให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการซ้ำ ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มยอดขายตามมา สิ่งที่องค์กรให้ความสำคัญและเกณฑ์การประเมินผล ได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต ธุรกิจให้ความสำคัญมากขึ้นกับลูกค้า เช่น ความภักดีในตราสินค้าและการกลับมาใช้บริการซ้ำ ตลอดจนประสบการณ์ที่ได้จากการเข้าถึงสินค้าและบริการได้จากหลากหลายช่องทาง โดยจากผลสำรวจพบว่า ในปี 2013 ธุรกิจเพียง 8% เท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ และมีองค์กรธุรกิจอีก 45% ที่ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ในปี 2014 นอกจากนี้ยังมีองค์กรอีก 28% ที่ให้ข้อมูลว่ากำลังพิจารณาให้ประเด็นของความภักดีในตราสินค้ามาเป็นส่วนหนึ่งในเกณฑ์การประเมิณผล

51% ของผู้ตอบแบบสอบถามให้ข้อมูลว่า การสร้างฐานลูกค้าใหม่ (Customer Acquisition) ยังคงมีบทบาทสำคัญและเป็นตัววัดความสำเร็จที่สำคัญในปี 2014 ในขณะที่ 40% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ยังให้ข้อมูลว่า โทรศัพท์มือถือคือกุญแจสำคัญที่จะไขไปสู่ลูกค้าของกลุ่ม B2B แต่อย่างไรก็ตาม มีเพียง 2% ของผู้ตอบแบบสอบถามเท่านั้นที่คิดว่า โทรศัพท์มือถือไม่ได้ เป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดรายได้จำนวนมากแก่ธุรกิจ ยังมีการคาดการณ์ว่า รายได้ที่มาจากช่องทางออนไลน์จะเพิ่มขึ้นในปี 2014 โดยจากผลการสำรวจพบว่า 70% ของธุรกิจเชื่อว่า รายได้ของธุรกิจที่มาจากช่องทางออนไลน์จะเพิ่มขึ้น 10% ภายใน 2 ปี และผู้ตอบแบบสอบถามอีก 39% เชื่อว่ารายได้ที่มาจากช่องทางออนไลน์จะเพิ่มขึ้นถึง 20% หรือมากกว่านั้น

ในขณะเดียวกัน ความซับซ้อนระหว่างราคากับผลิตภัณฑ์ หรือช่องทางและประสบการณ์บนช่องทางออนไลน์ ตลอดจนระบบการทำงานเบื้องหลังที่ยังคงนำความท้าทายมาสู่ธุรกิจแบบ B2B อย่างต่อเนื่อง โดยกว่า 98% ของธุรกิจ B2B ยอมรับว่า องค์กรและธุรกิจของพวกเขาค่อนที่จะมีความซับซ้อน

คุณจอห์น แอนดริวส์ ผู้ช่วยประธานฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ ของบริษัท ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ความคาดหวังของผู้บริโภคได้ทำให้การดำเนินธุรกิจบนช่องทางออนไลน์ทั้งของธุรกิจแบบ B2B และแบบ B2C เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง โดยในธุรกิจแบบ B2C นั้น มุ่งให้ความสำคัญกับการเพิ่มความภักดีในตราสินค้า ท่ามกลางสถานการณ์ของการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในระดับสูง ในขณะที่กลุ่มธุรกิจแบบ B2B ก็อยู่ภายใต้ความกดดันของความพยายามที่จะนำระบบการบริหารของ B2C มาประยุกต์ใช้ ซึ่งในการที่จะพัฒนากลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ โดยให้มีความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลาง ตลอดจนการลงทุนให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้จากหลากหลายช่องทาง ยังคงเป็นกลไกสำคัญในปี 2014 ที่จะผลักดันให้เกิดการเจริญเติบโตของรายได้ผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งในธุรกิจแบบ B2C และแบบ B2B”

                                                                                 *******

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand