ทำไมต้องโฆษณาทางเสียง ?!?
ถึงแม้โลกตอนนี้จะมีเทคโนโลยีมากมาย มาเพื่อตอบโจทย์และรองรับความต้องการทางการสื่อสารที่ไม่รู้จบ แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า หนึ่งในการสื่อสารที่ทรงพลังที่สุด ยังคงหนีไม่พ้นการสื่อสารผ่าน “เสียง” ทั้งนี้ก็เพราะความ “ง่าย” ต่อการ “รับรู้” “จดจำ” ตลอดจนสร้าง “Impact” นั่นเอง กระทั่งผู้เชี่ยวชาญทางด้านการใช้เสียงเพื่อการโฆษณาอย่าง Tony Hertz ยังได้กล่าวถึงความสำคัญของการสื่อสารด้วยช่องทางดังกล่าวในการบรรยายที่ทรงอิทธิพลที่สุดครั้งหนึ่งประวัติศาสตร์วงการโฆษณา ในหัวข้อ “The Sound of your Brand” ไว้ว่า “เสียง” มีบทบาทสำคัญในแง่ของการกระทบต่อความรู้สึกนึกคิดทางจิตใจของคนเราอย่างมาก” นอกจากนี้ผลวิจัยทางการแพทย์ก็ยังระบุไปในทางเดียวกันว่า ระบบการได้ยินของมนุษย์เรานั้นเป็นประสาทสัมผัสที่พัฒนาก่อนประสาทสัมผัสอื่นๆ ทั้งหมดของร่างกาย เหมือนกับเวลาที่แม่พยายามสื่อสารกับลูกน้อยในครรภ์ด้วยการพูดคุย หรือเปิดเพลงกล่อม ทั้งนี้ก็เพราะเชื่อว่าลูกน้อยสามารถรับรู้ถึงสื่อสัมผัสทางเสียงนั้นๆ ได้นั่นเอง จึงอาจอนุมานได้ว่า “มนุษย์เรียนรู้ที่จะสร้างความสัมพันธ์กันทางเสียง มากกว่าการสื่อสารในรูปแบบอื่นๆ”
แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า นักพัฒนาการสื่อสารหรือแม้กระทั่งคนในแวดวงโฆษณาส่วนใหญ่กลับมักมองข้ามความสำคัญในข้อนี้ ทำให้การใช้ประโยชน์จากการสื่อสารทางเสียงด้อยค่าลงกว่าที่ควรจะเป็น ดังจะเห็นได้จาก ผลงานโฆษณาในปัจจุบันที่เน้นพึ่งพาการสื่อสารด้วยภาพ (Visual) เป็นหลัก ในขณะที่การนำเสนอโฆษณาผ่านเสียงนั้น ได้ถูกละเลยให้ใช้ประโยชน์อยู่เพียงในวงแคบๆ ที่ไม่ได้ดึงประสิทธิภาพของเสียงมาใช้อย่างแท้จริง การโฆษณาด้วยเสียงที่ดี จึงควรเน้นที่การสร้างความรู้สึกและกระทบจิตใจของผู้ฟัง ที่สำคัญควรมีข้อความสำคัญเพียงข้อความเดียวในแต่ครั้งที่สื่อสาร และการโฆษณาทางเสียงที่ดี คือการใช้เสียงในการช่วยให้ผู้ฟังสามารถจินตนาการต่อเติมเป็นภาพได้อย่างเสรี สร้างเรื่องราวให้คล้อยตามได้ ซึ่งนั่นถือเป็นคุณสมบัติที่แสนวิเศษของการสื่อสารผ่านเสียง ที่สื่อรูปแบบใดๆ ก็ไม่สามารถทดแทนได้ “ Freebie” เป็นหนึ่งในสื่อที่มองเห็นโอกาสดังกล่าว โดยเลือกที่จะ “ดึงจุดเด่น” “กลบจุดด้อย” และรู้จัก “ต่อยอด” ศักยภาพของการสื่อสารผ่านเสียงมาใช้ได้อย่างชาญฉลาด โดยมุ่งหวังสร้างผลกระทบในแวดวงการสื่อสาร โดยเฉพาะวงการโฆษณาอย่างสูงสุด และที่สำคัญ Freebie กำลังเป็นหนึ่งในสื่อที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับแวดวงการโฆษณาอยู่ไม่น้อย จนเริ่มเป็นที่จับตามองในวงกว้างแม้เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน ด้วยหลักการทำงานที่ “ง่าย” “ชาญฉลาด” และ “เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย” ทำให้ในอนาคตอันใกล้ Freebie อาจช่วยจุดประกายแวดวงการโฆษณาในรูปแบบเสียงให้กลับโดดเด่นขึ้นได้อีกครั้งได้อย่างไม่ยากเย็น