•คือผมทําโปรเจคเรื่อง rfid ครับ อาทราบว่ามีเว็บใหนสอนเขียนโปรแกรม ติดต่อกับ rfid บ้างครับ
•แล้วมีใครเคยเขียนบ้างครับอยากรู้ว่ามันยากง่ายยังไงอะครับ
ใครพอมี ไฟร์ Pdf การอบรม ของ ที่ http://www.tidi.nectec.or.th/rfid-workshop/ บ้างอะครับผมโหลดมาได้ไม่หมดอะครับมันติด password หรือขอวิธีแก้ password Pdf ก็ได้ครับ ขอบคุณมากครับ
ฮื้อๆ
bombman Sat, 28/07/2007 - 13:57
ฮื้อๆ ไม่มีคนตอบเลยอ่าครับ
เขียนด้วย
DamDuDee Sat, 28/07/2007 - 15:14
เขียนด้วยภาษาอะไรครับ แล้วก็ติดต่อกับ อุปกรณ์แบบใหนครับ เช่น ผ่าน Rs232 เผื่อผมจะแนะนำได้ครับ
ครับพี่
bombman Sat, 28/07/2007 - 19:17
ครับพี่ DamDuDee ที่แรก ผมคิดว่าจะต่อกับ RS232 ครับเพราะว่าพอเคยทําอยู่บ้างโดยใช้ vb6 หรือ จะเป็น vb.netแต่ว่าผมเห็นตัว Rfid Reader มันมีแบบ USB อะครับ เลยอยากให้มันติดต่อทาง USB ครับแต่ผมไม่เคยทําครับอยากรู้ว่าจะเริ่มยังไงครับ
แล้วอีกอย่างอยากทราบว่าถ้ามันติดต่อกับ Rfid Reader เนี่ยมันจะทําอย่างไงอะครับคือเราเสียบ Rfid Reader เนี่ยมันจะดึงข้อมูลได้เลยหรือเปล่า หรือว่าเราต้องเขียนโปรแกรมเข้าไปควบคุมมัน ขอพอเป็นแนวก็ได้ครับ
ปล. โปรเจคที่ผมจะทําคือ อ่าน อ่านข้อมูลจาก TAG Rfid โดยมีข้อมูลลายนิ้วมือเก็บอยู่ พร้อมชื่อและนามสกุล แล้วนํามาเปรียบเที่ยบข้อมูล ลายนิ้วมือจริงๆ โดยใช้ Finger print นําข้อมูลลายนิ้วมือเข้ามา แล้วจากนั้นก็ เขียนโปรแกรมเปรียบเทียบลายนิ้วมือ เมื่อเป็นคนเดียวกันก็เก็บชื่อลงในฐานข้อมูล ขอบคุณครับ
ปล2. Finger print เนี่ยมันต้องใช่อัลกอลริทึมในการเปรียบเที่ยบแบบใหนพอรู้ใหมครับ
อยากให้เร
lew Sat, 28/07/2007 - 19:29
อยากให้เริ่มจากปัญหาก่อนครับ ว่าประเด็นปัญหาที่ต้องการแก้ไขคืออะไร
ความยากนั้นมีหลายระดับ ขึ้นกับว่าต้องการพัฒนาในระดับไหน ถ้าต้องการพัฒนาในระดับ Application นั้นทำได้ด้วยการเริ่มจาก SDK ของบริษัทต่างๆ ที่มีให้อยู่แล้ว อย่างของไทยก็มีของ IT Works เข้าใจว่ามีราคาพิเศษสำหรับการทำโปรเจคด้วย
แต่ถ้าเริ่มจากชิป ต่อวงจรเองอะไรอย่างนั้นความยากก็เพิ่มขึ้นไปหลายเท่าตัวครับ
ผมมองว่าประเด็นปัญหาสำคัญกว่ามาก หลายโปรเจคผมเห็นทำๆ กันแล้วกลับกลายเป็นว่าไม่สามารถตอบคำถามง่ายๆ เช่น
LewCPE
ขอบคุณครั
bombman Sat, 28/07/2007 - 20:05
ขอบคุณครับ พี่ lew ผมขอตอบ นะครับ 1 ทำไมต้องใช้ RFID เนื่องจากทางมหาวิทยาลัย นั้นได้เริ่มใช้บัตร ที่ฝัง Rfid Tags โดย Rfid Tags นั้นสามารถเก็บข้อมูลได้ ถ้าเป็นPassive(ไม่ใช้ถ่าน) จะเก็บข้อมูลได้ ประมาณ 128 Byte หรือมากกว่า และ Active แบบใช้ถ่าน อันนี้เก็บได้เยอะอยู่แล้ว ข้อดี Rfid 1.อ่านข้อมูลจาก Tags ได้โดยไร้ระบบสําผัสแม้แต่ในทัศนวิสัยไม่ดี 2.ทนต่อความเปียกชื้น 3.แรงสั่นสะเทีอน 4.การกระทบกระแทก 5.สามารถอ่านข้อมูลด้วยความเร็วสูง 6.และที่สําคัญเก็บข้อมูลได้
แต่เรื่องความปลอดภัยนั้น อาจจะมีปัญหาอยู่บ้าง อาจจะโดนดักจับข้อมูลได้
2.สิ่งที่พัฒนาแตกต่างจากในตลาดกันยังไง ผมว่าตอนนี้ตลาดทางด้าน Rfid ยังมีน้อยอยู่ ในโปรเจคที่ทําถ้าถามว่าแตกต่างใหม ผมว่ามีส่วนแตกต่างคือใช้ทั้ง 2 ระแบบเข้ามาช่วย เพื่อนเพิ่มความปลอดภัยบางคนอาจจะคิดว่า ใช้ Finger print อย่างเดียวก็ได้ ใช่ครับ แต่ระบบผมมีจุดเด่นที่เป็นแบบ OffLine ไม่ต้องใช้ฐานข้อมูลในการเก็บลายนิ้วมือเพิ่มความเร็วในการตรวจสอบได้ โดยจะมีการทํางานร่วมกับระบบออนไลน์ได้
3.งานที่ทำคืออะไร ที่ผมวางแผนไว้คืองานหลักๆที่ต้องทําแน่ๆ คือ โปรแกรมเปรียบเทียบลายนิ้วมือที่อ่านมาจาก Rfid TagsและFinger print ให้ทํางานร่วมกันได้ครับ
ปล. มีใครเคยเขียน Rfid ใหมครับ
ถ้าบอกว่า
lew Sat, 28/07/2007 - 20:14
In reply to ขอบคุณครั by bombman
ถ้าบอกว่าใน ม. มีการใช้ RFID อยู่แล้ว ผมถามต่อนะครับ ว่าโจทย์ที่จะทำคืออะไร เช่นว่าระบบเช็คชื่อเข้าเรียน หรือระบบเข้าออกห้อง/ตึก หรือจะเป็นระบบจอดรถ
อีกอย่างคือ RFID ที่ใช้อยู่เป็นมาตรฐานอะไร (ISOxxxxx) เครื่องอ่านในตลาดมียี่ห้อไหนรับบ้าง แต่ละยี่ห้อมีความสามารถอะไรบ้าง อ่านเขียนได้หรือไม่ หรือเป็นแบบ OTP
อีกเรื่องคือระบบ Offline ที่ว่ามานั้นผมไม่มองว่าเป็นจุดเด่นนะครับ โดยส่วนตัวแล้วยังไม่เคยเห็นสินค้าในตลาดตัวไหน ทำไม่ได้
LewCPE
ขอตอบพี่ lew
bombman Sat, 28/07/2007 - 21:38
ขอตอบพี่ lew นะครับ 1.โจทย์ของผมไม่กว้างมากครับ คือแค่เช็คชื่อ น.ศ. เข้ากิจกรรม โดยบางทีอาจ ต้อง ทํากิจกรรม Outdoor ในที่ไม่สามารถใช้งาน Enternet ได้ เช่น ต่างจังหวัด,จุดอับสัญญาณในมหาลัย,หรือ ในที่ต่างๆ จุดประสงค์หลัก คือ กันการเช็คชื่อแทนกัน(ซึ่งทํากันบ่อยมาก),สดวกสบาย,นําเทคโนโลยีที่มหาวิทยาลัยมีมาใช่ให้เกิดประโยชน์
2.อันนี้ผมยังไม่ทราบครับ ทางคณะจะจัดหาให้ เห็นบอกว่าน่าจะเป็น Rfid กับ Finger print และ Reader ในตัวเดียวกัน
3.ถูกครับ ที่พี่บอกว่า ในระบบ Offline นั้นในตลาดใครก็มีไม่มีตัวใหนทําไม่ได้ แต่ผมพูดถึงจุดเด่นในด้าน Application ที่ผมจะพัฒนาขึ้นมา นี้จะเป็นระบบเช็คชื่อ อย่างที่กล่าวมาข้างต้นโดยสามรถ Offline ได้ก็คือไม่ต้องไปดึงฐานข้อมูลก็สามารถใช้งานได้ โดยระหัส นศ ชื่อ และลายนิ้วมือจะเก็บ ใน Rfid Tags โดยในระบบเก่าจะต้องเช็คชื่อเมื่อมาเข้ากิจกรรมต้องมาเซ็นชื่อใส่กระดาษ แต่ระบบใหม่ ก็สามารถ นําบัตรและนิ้วมือมาเช็คได้ทันที ไม่ต้องเช็นชื่อให้เสียเวลา จุดเด่นอีกด้านนั่น ก็คือ ในทุกๆปี จํานวนนักศึกษาในฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยนั้นมีเพิ่มมาขึ้นเรื่อยๆ การเข้าถึงข้อมูลก็จะช้าลงทุกที จึงจะใช้ ข้อมูล น.ศ. ที่มีใน Rfid Tags ที่มีอยู่แล้ว ในบัตรเพื่อความรวดเร็วในการเปรียบเที่ยบลายนิ้วมือ ไม่ต้องไปดึงจาก ฐานข้อมูลมหาลัย ทําไมไม่ใช้ลายนิ้วมืออย่างเดียวละ อันนี้ก็สามารถใช้ได้ครับ แต่ว่าถ้าเป็น Off line มันก็จะต้องมีฐานข้อมูลของ นศ ทั้งหมดอยู่ในเครื่องอะครับ แต่ใช้ rfid มาช่วยก็ ไม่จําเป็นต้องมีฐานข้อมูล นศ ทั้งหมดในเครื่อง อะครับ และก็สามารถ อัพเข้า Sever อีกทีครับ แต่ถ้าเกินว่าลืมเอาบัตรมาละ จะทําไงดี เราก็ทํา เป็น onLine ได้โดยเช็คกับระบบฐานข้อมูลของทางมหาวิทยาลัย แต่ถ้าไม่มีเน็ทละ ก็ อนุโลมให้ใช้ลายนิ้วมือและพิมพ์ชื่อได้ครับ และจะนําไปเช็คกับฐานข้อมูลอีกที
มันอาจดูเวอร์ไปสําหรับแค่การเช็คชื่อกิจกรรมแต่ว่ามันก็เป็นตัวต้นแบบที่จะไปใช้ในด้านอื่นในมหาลัยอะครับ
ชี้แนะด้วยครับ ขอบคุณครับ
ถึงตรงนี้
lew Sat, 28/07/2007 - 21:55
In reply to ขอตอบพี่ lew by bombman
ถึงตรงนี้ผมสงสัยในความ Authenticate ของข้อมูลครับ คำถามผมต่อโปรเจคนี้
ประเด็นตรงนี้อาจจะดูเว่อร์ แต่เท่าที่ผมจับสโคปงานของคุณแล้ว ผมมองว่าโปรเจคนี้อาจจะถูกนำไปใช้ในกิจกรรมอีกหลายๆ อย่าง เช่น เช็คชื่อเข้าห้องสอบ ซึ่งตรงนั้นความปลอดภัยจะสำคัญมาก
LewCPE
เรื่องควา
bombman Sat, 28/07/2007 - 22:36
เรื่องความปลอดภัยอาจจะมีปัญหาจริงๆ อะครับ ผมเคยอ่านมา ว่าที่อเมริกาจะเอา Rfid มาใส่ใน Passport เห็นเค้าบอกว่าจะมีการฉาบสารบางอย่างเพื่อให้เข้าถึงยากขึ้นอะครับ ตอนนี้ไม่รู้ทําเสร็จแล้วมั้งครับ
เรื่องของการปลอมบัตรนั้นน่าจะสามารถทําได้ครับ เห็นเค้าก็ปลอมกันประจําแต่บัตร นศ เค้าจะลงทุนทําหรือไม่อันนี้ไม่แน่อะครับ ผมคิดว่าเราก็ใส่รูปเข้าไปเพื่อระบุตัวตันที่ชัดเจน หรือ เพิ่มการเข้าระหัสข้อมูลให้ถอดยากเข้าไปอีก
ไม่ไ้ด้
DamDuDee Sun, 29/07/2007 - 16:58
ไม่ไ้ด้ เข้ามาดูครบ 24 ชั่วโมง พอดี คำถาม คำตอบ น่าสนใจมากครับ ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องทางด้านบนเท่าไหร่เลยนะเนี่ย (อาจเป็นข้อเสียของผมเอง) ต้องออกตัวก่อนครับว่า ผมไม่ได้ถนัดสักเท่าใหร่ครับ เรื่องการเขียนโปรแกรมติดต่อกับ H/W เนี่ย ส่วนใหญ่ผมผมเขียนโปรแำกรมเป็น Web Application มากกว่า แต่ก็เกี่ยวข้องกับ RFID นิดหน่อย คือ RFID เนี่ยไม่ได้เป็นหลักใหญ่ของโปรเจคหน่ะครับเป็นส่วนย่อยๆ ที่ผสมกับข้อมูลอย่างอื่นด้วย พอข้อมูลมาถึงผมแล้วเนี่ยมันก็มีแต่รหัสและตัวเลขแล้วครับ ^^ แต่พอดีได้อุปกรณ์มา ก็เลยลองเขียนทดลอง เล่นๆ ผมใช้ภาษา Python เขียนครับ แต่คงไม่ต่างกันอะไรกันมาก จริงๆ ก็หลักการเดียวกัน ผมต่อกับ port usb ครับ แต่แปลงจาก RS232 มาหน่ะ Notebook ผมไม่มี serial port เลยต้องแปลง ถามว่าเขียนโปรแกรมติดต่อยังไง
ถามว่า ืืืื แล้วอีกอย่างอยากทราบว่าถ้ามันติดต่อกับ Rfid Reader เนี่ยมันจะทําอย่างไงอะครับคือเราเสียบ Rfid Reader เนี่ยมันจะดึงข้อมูลได้เลยหรือเปล่า หรือว่าเราต้องเขียนโปรแกรมเข้าไปควบคุมมัน ขอพอเป็นแนวก็ได้ครับ
ปล. ก็เท่าๆ ที่พอรู้ก็มีประมาณนี้ล่ะครับ ส่วนเรื่อง Algorithm เนี่ย น่าจะมีคนทำไว้บ้างแล้วลองหาๆ ดูนะครับ ผมเคยเห็นอยู่เหมือนกัน แต่จำไม่ได้อีกเช่นเคย เพราะไม่ได้ลองเล่นดูจริงๆ (ถ้าความเข้าใจของผมผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยครับ และแนะนำได้ครับ)
•ขอบคุณคร
bombman Sun, 29/07/2007 - 19:53
•ขอบคุณครับ พี่ ผมคิดแล้วเชียวว่ามันต่อ HyperTerminal ได้เหมือน Router ช่ายใหมครับ
•แล้ว Finger print อะครับข้อมูลมันก็ออกมาเป็น ascii ช่ายใหมครับถ้าเข้าใจไม่ผิด
ปล.เว็บนี้ดีจังมีคนตอบยาวๆดีไม่เหมือนบางเว็บตอบกระจึ๋งนึงไม่ค่อยได้อะไรเลย ขอบคุณพี่ๆทั้ง 2 คนครับ ได้ความรู้มากเลย
พอดีเข้าม
preecha Fri, 21/11/2008 - 15:49
พอดีเข้ามาอ่านหลังจากเคยเข้ามานานมากแล้ว คือได้แต่อ่านไม่ค่อยได้ตอบ พอดีทำ RFID อยู่ก็เลยตอบแบบกว้างๆน่ะครับ เรื่องของ RFID reader นั้นปกติเวลาที่เราซื้อมันมาเขาจะขายชุดแรกหรือที่เรียกว่า Development Kit ชุดนี้แพงหน่อย แต่จะมีข้อมูลให้เราเช่น Protocol ในการสื่อสารกับ Reader หรือคู่มือการใช้งาน LIB อีกหลายอย่างแล้วแต่ผู้ผลิต พอได้มาก็ต้องนั่งศึกษามันซักพักก็จะพอทำได้ ส่วนเรื่อง Tag นั้นนิยมใช้แบบ Passive เพราะว่าหาได้ง่ายราคาถูกกว่า Active ซึ่งราคาอาจเป็นพันบาทอีกอย่างการสื่อสารระหว่าง Tag กับ เครื่อง Reader ของ Active tag ไม่ค่อยมีมาตรฐานคือว่าเมื่อเราซื้อ Reader ของไครก็จะต้องซื้อ Tag เขาด้วยแต่ถ้าเป็น Passive จะมี ISO14443-A/B , ISO15693 ซึ่ง Reader ทุกค่ายที่รองรับ ISO ดังกล่าวจะอ่านได้ ที่บ้านเราจะนิยมใช้ ISO14443-A หรือที่เรียก Mifare card ซึ่งใช้ชิพของ Phillips ขนาดของ Memory ใน Tag ISO14443-A นั้นจะมีอยู่ 1Kbyt) และก็ 4 Kbyte อันนี้หายากหน่อย 1K หาง่ายกว่า ภายในชิพแบ่งเป็น 16 Sector แต่ละ Sector มี 3 Block(เก็บข้อมูล)กับอีก 1 Block(เก็บ Key) แต่ละ Block เก็บข้อมูลได้ 16 ไบต์ ดังนั้นถ้าเป็นชิพ 1K เนื้อที่จริงๆที่เราสามารถใช้ได้จะประมาณ 600-700 ไบต์นอกนั้นป็น Key ส่วนชิพรุ่น 4K จะมี Memory ขนาดใหญ่อยู่ 4 Block แต่ละ Block เก็บข้อมูลได้ 500 ไบต์ ส่วนที่เหลือถูกแบ่งเป็นส่วนๆเหมือนกับชิพขนาด 1K ทีนี้ถ้าเราต้องการเก็บข้อมูลต่อเนื่องจำนวนมาก(ต้องไม่มากกว่า Memory ที่เราใช้ได้)จะมีปัญหาคือเวลาที่เราอ่านข้อมูลโดยปกติของ Reader คืออ่านข้อมูลทีละ Sector ดังนั้นเราก็ต้องสั่งให้ Reader ทำการอ่านไปเรื่อยๆจนครบ แต่ปัญหาคือแต่ละ Sector ต้องมีการ Verify Password key ด้วยคือว่าการอ่านแต่ละ Sector ต้องเริ่มจาก Activate Card + Anticollsion + Select Card + Authenticate Card + Read Data + Halt อันหลังถ้าสั่งจะทำให้ Tag อยุดตอบสนอง Reader ต้อง Present ใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลาในการทำงานพอสมควร ดังนั้นต้องประมาณทำที่วาง Tag ที่เครื่องอ่านด้วยไม่งั้นคนใช้อาจเอา Tag ออกไปก่อนอ่านยังไม่เสร็จหรืออาจทำโปรแกรมแจ้งก็ได้ ผมไม่แน่ใจว่า Template ลายนิ้วมือนั้นใช้กี่ไบต์ ส่วนการสื่อสารกับ Reader นั้นก็ RS232 ซ่ะส่วนมากถึงแม้จะเสียบ USB แต่จริงๆก็ใช้ชิพของ FTDI ซึ่งเป็น RS232 Emulator ครับคือเราจะเห็นเป็น Port ในคอมเรา ส่วน Tag แบบ ISO15693 นั้นเป็น tag ที่สามารถเก็บข้อมูลได้ประมาณ 32 ไบต์นอกจากชิพที่พิเศษที่อาจเก็บได้เยอะกว่านี้ แต่ ISO15693 ถูกออกแบบมาให้ทำงานประมาณพวก Smart Label แทนบาร์โค๊ดดังนั้นจึงมี Memory ไม่เยอะและไม่มีขั้นตอนการ Authenticate ในการอ่านและเขียนพูดง่ายๆ Reader ทุกตัวอ่านข้อมูลเราได้หมดก๊อปปี้ข้อมูลได้
จากที่ผมท
jiramot Fri, 21/11/2008 - 15:57
จากที่ผมทำน่ะคับ ทางด้านผู้ผลิต hardware เค้าจะให้ api ในการพัฒนามาด้วย ซึ่งจริงๆแล้วก็คือการติดต่อ port com แหละ แต่ว่า เหมือน เอามาเขียนเป็น api ให้เราใช้งานได้ง่ายๆ เท่าที่ลอง จำยี่ห้อไม่ได้ ได้มาตอนแข่ง RFID Contest เป็น SDIO แล้วอีกตัวนึงที่ต่อทาง USB มหาลัยเค้าซื้อไว้ (ทำ project ให้เพื่อน) ทั้งคู่เป็น dll เอามาใช้กับ .net คับ
ไม่ทราบว่าของน้อง มีอะไรมาให้บ้างอ่ะ อย่างแรกที่ต้องดูก็คือ datasheet ว่ามันติดต่อยังไง ถ้ามี api ใช้ (ของผมได้ตัวอย่างโค๊ดมาด้วย) ก็ง่ายครับ
http://jiramot.info