ไซแมนเทคเสนอเทคโนโลยี ช่วยให้ดาต้าเซ็นเตอร์ใช้ประโยชน์จาก SSD
ได้ได้คุ้มค่า โดยยังใช้ประโยชน์ร่วมกับสตอเรจเดิมได้อย่างมีประสิทธิผล
Storage Foundation ใหม่เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานได้ถึง 400 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับ SAN ทั่วไป
กรุงเทพ – 22 มกราคม 2557 ไซแมนเทค (NASDAQ: SYMC) เปิดตัวซอฟต์แวร์ Storage Foundation เวอร์ชั่นใหม่ ช่วยให้ดาต้าเซ็นเตอร์สามารถใช้ประโยชน์จากไดรฟ์โซลิดสเตท (Solid State Drive - SSD) ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลและแอพพลิเคชั่นสำคัญๆ ได้รวดเร็วกว่าเครือข่ายสตอเรจ (Storage Area Network - SAN) ทั่วไปถึง 400 เปอร์เซ็นต์ และยังเป็นโซลูชั่นเดียวที่มอบคุณประโยชนสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะมีการติดตั้งส่วนประกอบฮาร์ดแวร์หรือระบบปฏิบัติการใดก็ตาม ด้วยเหตุนี้ลูกค้าจึงมีอิสระที่จะเลือกใช้ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสตอเรจใดๆได้ตามความเหมาะสม ซึ่งส่งผลให้ องค์กรธุรกิจสามารถดำเนินการตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของข้อมูลและแอพพลิเคชั่นสำคัญๆ ซึ่งรองรับการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ ส่งผลให้มีการปรับใช้ SSD เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภายในดาต้าเซ็นเตอร์ อย่างไรก็ตาม การปรับใช้ดังกล่าวยังขาดข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการจัดการระบบส่วนกลาง ซึ่งผู้ใช้จำเป็นต้องใช้เพื่อให้การบริหารจัดการสตอเรจทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลอย่างแท้จริง เทคโนโลยีของไซแมนเทคช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ ทั้งยังช่วยให้ผู้ใช้งานผสานรวม SSD เข้ากับ Direct Attached Storage (DAS) และ SAN ที่มีอยู่ โดยไม่ลดประสิทธิภาพความพร้อมใช้งานของระบบแต่อย่างใด
ฟีเจอร์ใหม่ที่สำคัญ : ฟังก์ชั่นการทำงานและคุณประโยชน์ของ Storage Foundation 6.1 มีดังนี้:
• ด้วยเทคโนโลยี SmartIO ของไซแมนเทค สามารถโหลดการทำงานของแอพพลิเคชั่นและการใช้ข้อมูล โดยซอฟต์แวร์จะช่วยเลือกแคชข้อมูลที่มีการใช้บ่อยไว้บน SSD ที่อาจไว้ในเครื่องก็ได้ ผลก็คือ การทำงานที่เร็วขึ้นกว่า 400% การใช้งานสตอเรจแบบเดิมเพียงอย่างเดียว
• เทคโนโลยี Flexible Storage Sharing (FSS) ช่วยให้เซิร์ฟเวอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลระยะไกลได้อย่างรวดเร็วราวกับว่าข้อมูลนั้นถูกเก็บไว้ในที่เก็บข้อมูลภายในเครื่อง จึงช่วยให้องค์กรสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านสตอเรจได้ถึง 80% โดยใช้ฮาร์ดแวร์สตอเรจทั่วไป ทั้งยังมั่นใจได้ว่าข้อมูลทั้งหมดจะได้รับการคัดลอก ปกป้อง และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
คำยืนยันของคู่ค้าและนักวิเคราะห์ : อินเทล, เน็ตแอพ, เมลลาน็อกซ์, ไอดีซี
“ปัจจุบันฝ่ายไอทีจำเป็นต้องจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน โดยที่ไม่ต้องการเพิ่มค่าใช้จ่ายหรือความยุ่งยากซับซ้อน ไดรฟ์โซลิดสเตทในตระกูล Data Center ของอินเทล ช่วยเสริมสร้างการทำงานของผลิตภัณฑ์ Storage Foundation รุ่นล่าสุดจากไซแมนเทค เพื่อให้ทำงานได้อย่างรวดเร็ว สม่ำเสมอ ต่อเนื่อง และเปี่ยมด้วยเสถียรภาพ โดยใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เพื่อเพิ่มความสะดวกในการปรับใช้และลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิผล” ปีเตอร์ ฮาเซ็น ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจโซลูชั่นหน่วยความจำแบบถาวรของอินเทล กล่าว
“ไซแมนเทคและเน็ตแอพ เป็นพันธมิตรด้านนวัตกรรมโซลูชั่นเพื่อแก้ปัญหาการจัดการข้อมูลของลูกค้า การผสานด้านความแข็งแกร่งระหว่างสตอเรจของเน็ตแอพ และ สตอเรจ ฟาวเดชั่น 6.1 ของไซแมนเทค จะสามารถช่วยลูกค้าของทั้งสองผลิตภัณฑ์ง่ายต่อการปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีสตอเรจแบบใหม่ อาทิ แฟลช (flashX ในขณะที่มีการปรับปรุงด้านประสิทธิภาพ สมรรถภาพ และการจัดการความยุ่งยากของแอพพลิเคชั่นธุรกิจที่จำเป็น เช่นเดียวกับ ออราเคิล เอสเอพี และไมโครซอฟต์ เอ็กเชนจ์ ” โจ รีช รองประธานกรรมการและผู้จัดการทั่วไปเน็ตแอพ ให้ความเห็น
เควิน ไดเออร์ลิง รองประธานฝ่ายการตลาดของเมลลาน็อกซ์ เทคโนโลยี (Mellanox Technologies) กล่าวเสริมว่า ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วก่อให้เกิดปัญหาที่ท้าทายต่อสถาปนิกผู้ออกแบบดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งต้องทำให้ระบบสามารถรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจแบบเรียลไทม์ การปรับใช้เทคโนโลยีการประมวลผลข้อมูลขั้นสูงแบบกระจัดกระจายจะช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับข้อมูลที่เพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง และยกระดับขีดความสามารถด้านการแข่งขันด้วยการตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ ทางธุรกิจในแบบเรียลไทม์ การผสานรวมไดรฟ์โซลิดสเตทเข้ากับระบบเชื่อมต่อ FDR 56Gb/s InfiniBand ของเมลลาน็อกซ์ และซอฟต์แวร์ Storage Foundation 6.1 ของไซแมนเทค ช่วยขจัดปัญหาการติดขัดของ IO และช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจในโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีเสถียรภาพสูงสุดได้
“เทคโนโลยีล่าสุดของไซแมนเทคได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ลูกค้าใช้ประโยชน์จากสตอเรจรุ่นใหม่ ในโลกปัจจุบันที่ข้อมูลเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง องค์กรธุรกิจจำเป็นที่จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเรื่องสมเหตุสมผลในแง่ของงบประมาณที่จะเปลี่ยนจากสตอเรจที่มีอยู่ไปสู่เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างเช่น แฟลช ( Flash) อย่างไรก็ดี ด้วย Storage Foundation 6.1 ผู้ใช้จะสามารถแบ่งเบาภาระในการปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ด้วยการผสมผสานโซลูชั่นระดับไฮเอนด์เข้ากับฮาร์ดแวร์ทั่วไป โดยไม่ลดทอนระดับบริการที่มีอยู่ ” อาชิช นัดคาร์นี ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยระบบสตอเรจของไอดีซี กล่าวเสริม
#
เกี่ยวกับ ไซแมนเทค
ไซแมนเทคทำหน้าที่ปกป้องข้อมูลทั่วโลก ทั้งยังเป็นผู้นำระดับโลกในการจัดหาโซลูชั่นด้านการรักษาความปลอดภัย การแบ็คอัพข้อมูล และการจัดการดูแลข้อมูลให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นนวัตกรรมของเราช่วยปกป้องผู้ใช้และข้อมูลในทุกสภาพแวดล้อม ตั้งแต่อุปกรณ์พกพาที่มีขนาดเล็กที่สุด ไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กรขนาดใหญ่ และระบบบนคลาวด์ ความเชี่ยวชาญระดับผู้นำอุตสาหกรรมของเราในการปกป้องข้อมูล ผู้ใช้ และการติดต่อสื่อสาร ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่ลูกค้าในโลกที่มีการเชื่อมต่อถึงกัน ข้อมูลเพิ่มเติมมีอยู่ที่www.symantec.com หรือเชื่อมต่อกับไซแมนเทคได้ที่: go.symantec.com/socialmedia