โดยนายเดเมียน วอง ผู้จัดการประจำภูมิภาคอาเซียน เรดแฮท
เราอยู่ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง ที่ความคาดหวังว่าการให้บริการต่างๆ ของภาครัฐจะรวดเร็ว และตอบโจทย์ประชาชน
ความเสี่ยงใหม่ๆ ระดับโลกที่ปรากฎขึ้น เช่น การซบเซาของการเติบโตของโลก ความผันผวนของตลาดการเงิน การก่อการร้าย และปัญหาภาวะโลกร้อนที่ก่อให้เกิดมหันตภัยต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่ภาครัฐต้องเผชิญ บ่อยครั้งและอย่างกระชั้นชิด
ประชาชนเองก็ต้องการให้ภาครัฐมีการจัดการปัญหาความเสี่ยงหรือทำให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดในระดับประเทศอย่างรวดเร็วและเหมาะสม
ในขณะเดียวกัน การใช้โซเชียลมีเดียที่แพร่หลายอย่างมากในปัจจุบัน ทำให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น ผู้ใช้บริการมีทางเลือกที่หลากหลายและตอบโจทย์มากขึ้นจากบริการที่มาจากภาคเอกชน ภาครัฐเองก็สามารถและควรที่จะปรับการให้บริการเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของประชาชนเช่นกัน
ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจะเป็นการลดความน่าเชื่อถือของประชาชนที่มีต่อการให้บริการของภาครัฐ การที่จะสวมบทบาทในฐานะผู้แนะนำและผู้กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม ภาครัฐจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยน และเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสนับสนุนที่สำคัญในส่วนนี้
จากผลสำรวจเรื่อง อี-กอฟเวิร์นเมนต์ ของสหประชาชาติ หรือ UN เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีและโซลูชั่นต่างๆ ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับให้บริการอิเล็กทรอนิกซ์ขั้นพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่เทคโนโลยีและโซลูชั่นยังสามารถใช้เป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจและสังคมได้ด้วย นอกจากเรื่องราคาแล้ว ภาครัฐควรไตร่ตรองเรื่องการใช้ อี-กอฟเวิร์นเมนต์ เพื่อเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
แทนที่รัฐจะมองการให้บริการแบบแยกส่วน วิสัยทัศน์ด้านอี-กอฟเวิร์นแนนซ์ที่ดี ควรเน้นการเชื่อมต่อกันภายในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลเพื่อจะช่วยสร้างกระบวนการทำงานที่มีความลงตัวและเป็นการบูรณาการในการประสานงานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนมากกว่าแค่การบริการเป็นส่วนๆ แยกออกจากกัน
เข้าสู่ระบบคลาวด์
ระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง เป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ แม้จะมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในกลุ่มธุรกิจ SMB เช่น Gmail, salesforce.com และ Amazon เป็นต้น คลาวด์ไม่เพียงแต่ใช้ได้ในภาคธุรกิจเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ในภาครัฐได้เช่นกัน
แนวทางของระบบคลาวด์ที่มีโครงสร้างที่ดีช่วยรองรับขีดความสามารถและความรวดเร็วที่เพิ่มขึ้นของกระบวนการทำงานในระบบคลาวด์ จึงทำให้มีราคาไม่แพงและเป็นระบบการให้บริการที่ประชาชนให้ความไว้วางใจ การย้ายการให้บริการอิเล็กทรอนิกซ์สู่ระบบคลาวด์จะช่วยในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่ลดลง การปรับขนาดได้ รวมถึงโซลูชั่นที่มีความรวดเร็วขึ้น
จากการรายงานเดือนมีนาคม 2556 ของบริษัทให้คำปรึกษา TechNavio ตลาดคลาวด์คอมพิวติ้งสำหรับภาครัฐทั่วโลก จะมีอัตราการเติบโตโดยรวมต่อปีอยู่ที่ 6.2% ในช่วงปี 2555 จนถึงปี 2559
ปัจจัยหลักของการเติบโตดังกล่าว คือ ความจำเป็นที่รัฐต้องการลดค่าใช้จ่ายในการลงทุน ในขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจช้าลง (เมื่อเปรียบเทียบกับทศวรรษก่อนหน้า)
จากรายงานดังกล่าว ความกลัวที่ว่าระบบคลาวด์จะมีความปลอดภัยหรือไม่ หรือข้อมูลที่เป็นส่วนตัวอาจมีความไม่ปลอดภัย ประเด็นเรื่องระบบความปลอดภัยและเรื่องการกำกับดูแลข้อมูลจะเป็นตัวสกัดกั้นภาครัฐในการประยุกต์ใช้ระบบคลาวด์ (โดยเฉพาะกับระบบคลาวด์สาธารณะ)
ไฮบริดคลาวด์คืออนาคต
คำตอบ คือ ไฮบริดคลาวด์ การรวมกันของทั้งระบบคลาวด์สาธารณะและส่วนตัว หรือไฮบริดคลาวด์นับเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ด้วยการออกแบบแนวทางการทำงานของไฮบริดคลาวด์ที่ยอดเยี่ยม ทำให้ได้เปรียบในเรื่องราคาที่ถูกลง มีการปรับขนาดได้ ความรวดเร็วของแหล่งข้อมูลของคลาวด์สาธารณะ มีความปลอดภัยและยังสามารถกำกับดูแลข้อมูลของคลาวด์ส่วนตัวได้
ตัวอย่างเช่น ระบบคลาวด์ของภาครัฐหรือ G-cloud ของสิงคโปร์ ในแต่ละคลาวด์ คอมพิวติ้งโมเดลมีการแบ่งระดับของความน่าเชื่อถือและผลประโยชน์ซึ่งกลยุทธ์ multi-prong นับเป็นสิ่งสำคัญ
สำหรับแอพลิเคชั่นที่มีความสำคัญน้อยลง แอพลิเคชั่นคลาวด์สาธารณะที่มีอยู่ในเชิงธุรกิจที่มีต้นทุนต่ำจะถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ แม้ว่าระบบคลาวด์สาธารณะจะยังไม่สามารถตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลของภาครัฐ แต่ระบบคลาว์ส่วนตัวของภาครัฐ หรือ Central G-cloud ก็สามารถนำมาใช้เพื่อให้ตรงกับการใช้งานได้ นอกจากนี้ G-cloud ยังสามารถทำงานร่วมกับระบบคลาวด์ของหน่วยงานอื่นๆได้ ซึ่งการสร้างแพลตฟอร์มไฮบริดคลาวด์ ก็คือ การให้บริการที่รวดเร็วยิ่งขึ้นแก่ประชาชน
สิงคโปร์นับว่ามีความแตกต่างในแง่ที่ภาครัฐให้ความสนใจในระบบไฮบริดคลาวด์ ในการประชุมสุดยอด ”2012 FutureGov Summit” เมื่อเดือนตุลาคม 2555 ซึ่งเป็นการประชุมด้านเทคโนโลยีของผู้นำระดับสูงของภาครัฐ โดย 63.3% ของผู้เข้าร่วมงาน เชื่อว่า อนาคตคลาวด์ คอมพิวติ้งของภาครัฐจะเป็นแบบไฮบริดคลาวด์
ในงานประชุมดังกล่าวได้ทำการสำรวจผู้นำและที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีจำนวน 151 คนจาก 22 ประเทศทั่วโลก เมื่อเปรียบเทียบกับคลาวด์สาธารณะ (21.1%) และคลาวด์ส่วนตัว (7.3%) ดูเหมือนว่าไฮบริดคลาวด์เป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงการให้บริการแบบอิเล็กทรอนิกซ์ของภาครัฐ
United Nations E-Government Survey 2012: E-Government for the People
http://www.un.org/en/development/desa/publications/connecting-governments-to-citizens.html
ii. Governments Flock to Cloud Computing Market, Predicts Technavio http://www.businessadministrationinformation.com/news/governments-flock-to-cloud-computing-market-predicts-technavio
iii. eGov2015: Cloud Computing for Government
http://www.egov.gov.sg/egov-programmes/programmes-by-government/cloud-computing-for-government
iv. FutureGov Summit 2012
http://www.futuregov.asia/events/futuregov-summit-2012/
เกี่ยวกับเรดแฮท อิงค์
เรดแฮทเป็นผู้ให้บริการระดับโลกด้านโซลูชั่นซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส ด้วยหลักการการใช้ศักยภาพของชุมชนในการทำให้เทคโนโลยีระบบคลาวด์, ลินุกซ์, มิดเดิ้ลแวร์, ระบบจัดเก็บและเวอร์ช่วลไลเซซั่นมีศักยภาพสูงขึ้นและมีความเสถียรมากขึ้น ทั้งนี้เรดแฮทยังมีบริการสนับสนุน การฝึกอบรม และการให้บริการคำปรึกษาต่างๆ ในฐานะที่เป็นศูนย์เชื่อมโยงเครือข่ายระดับโลกสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ พันธมิตร และชุมชนโอเพ่นซอร์สต่างๆ เรดแฮทช่วยสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เหมาะสมที่ช่วยสร้างเสริมทรัพยากรเพื่อการเติบโตและเพื่อเป็นการเตรียมการให้กับลูกค้าสำหรับอนาคตของการใช้เทคโนโลยี ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.redhat.com