จุดประสงค์กระทู้

  1. มันจำเป็นต้องใช้งบเยอะขนาดนี้เลยเหรอครับ ?
  2. มีทางอื่นจะช่วยรัฐบาลประหยัดไหม ?

ตามข่าว http://www.dailynews.co.th/technology/151893

ไอซีที จ้าง “SAP” ทำโปรแกรมป้องกันการใช้งานแท็บเล็ตป.1เข้าเว็บไม่เหมาะสม 120 ล้านบาท เซ็นสัญญาจ้าง 31 ส.ค.นี้ เริ่มติดตั้งในเครื่องแท็บเล็ตป.1 ตั้งแต่ 1 ธ.ค.55

วันนี้ (27 ส.ค.) น.อ.สุรพล นะวะมวัฒน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจรับแท็บเล็ตป.1 กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงไอซีทีได้เลือกให้บริษัท เอส เอ พี คอมปานี (SAP Company) จัดทำโปรแกรมเพื่อป้องกันการเข้าเว็บไซต์ไม่เหมาะสม(เว็บไซต์ลามกอนาจาร) ผ่านทางแท็บเล็ตป.1 ตามโครงการคอมพิวเตอร์มือถือสำหรับนักเรียนทุกคน (One Tablet PC Per Child) ที่กระทรวงไอซีทีร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อแจกให้กับนักเรียนชั้นป.1 ทั่วประเทศกว่า 8 แสนคน โดยจะเซ็นสัญญาในวันที่ 31 ส.ค.นี้ และส่งมอบโปรแกรมหลังเซ็นสัญญา 90 วัน โดยจะเริ่มติดตั้งโปรแกรมดังกล่าวในแท็บเล็ตป.1 ได้ประมาณวันที่ 1 ธ.ค.นี้ โดยสัญญาจัดซื้อโปรแกรมป้องกันการเข้าใช้งานเว็บไซต์ไม่เหมาะสมในแท็บเล็ตป.1มีมูลค่า 120 ล้านบาท ระยะเวลา 1 ปี ติดตั้งในแท็บเล็ตป.1 จำนวน 1 ล้านเครื่อง

น.อ.สุรพล กล่าวว่า โปรแกรมดังกล่าวจะมีคำสั่งควบคุมการใช้งาน 9 คำสั่ง ประกอบด้วย คำสั่งเก็บข้อมูลว่าเด็กเข้าใช้งานเว็บไซต์อะไรบ้างไว้ในตัวเครื่อง และจำกัดสิทธิ์ในการเข้าใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ โดยโปรแกรมจะระบุไว้ว่าสามารถเข้าใช้งานเว็บไซต์ใดได้และไม่สามารถเข้าใช้งานเว็บไซต์ใดได้ เป็นต้น โดยการติดตั้งโปรแกรมลงในเครื่องแท็บเล็ตป.1 ทางบริษัทจะเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด

“ยืนยันว่าการจัดทำโปรแกรมป้องกันการเข้าเว็บไซต์ไม่เหมาะสมไม่ใช่ทำแบบวัวหายแล้วล้อมคอก แต่ทุกอย่างอยู่ในแผนที่จะดำเนินงานตั้งแต่ต้น”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในระหว่าง 3 เดือนที่ยังไม่สามารถติดตั้งโปรแกรมป้องกันการเข้าใช้งานเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมผ่านแท็บเล็ตป.1 จะมีแนวทางดำเนินงานอย่างไร น.อ.สุรพล กล่าวว่า ขอย้ำว่าการใช้งานแท็บเล็ตป.1 ใช้เพื่อเป็นอุปกรณ์เสริมการเรียนรู้ในห้องเรียน และถ้าโรงเรียนใดมีความสามารถในการที่จะใช้แท็บเล็ตป.1เพื่อเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต คุณครูต้องสอนให้เด็กรู้จักวิธีใช้แท็บเล็ตในการค้นหาข้อมูลแบบเหมาะสม

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

แล้วงบที่เหมาะสมควรเป็นเท่าไหร่ครับ?

เพราะถ้าไม่รู้งบที่เหมาะสมก็คงจะบอกไม่ได้ว่า 120 ล้านนี่เยอะไปหรือน้อยไป มีใครประมาณได้บ้างเนี่ย

งบประมาณที่เหมาะสมเกิดจากการประกวดราคาครับ รัฐว่าจ้างเอกชนทำงานตรงๆไม่ผ่านการประกวดราคาเข้าใจว่าผิดระเบียบ เอื้อประโยชน์ใให้เอกชน

ถ้าประเมินในแบบคนที่รู้เรื่องระบบ รู้เรื่อง software รู้เรื่อง hardware น่ะครับ ว่าถ้าคุณต้องติดตั้งระบบนี้สำหรับให้คนจำนวนมากใช้งาน คุณจะประเมินราคาคร่าวๆไว้ประมาณเท่าไหร่ครับ

อันนี้อยากรู้แบบคร่าวๆน่ะครับ ยังไม่ต้องไปเกี่ยวกับทางรัฐ ไม่ต้องดูไปถึงการประมูลงานก็ได้ครับ

ตัวผมไม่มีความรู้ด้านนี้เลย จะประเมินเองก็ไม่ได้น่ะครับ

50 ล้านก็นับว่า แพงมากแล้วครับ (ผมคิดไว้ที่ 25 ล้าน) อย่าลืมว่า software copy ได้ และการลงก็คงไม่ยากที่จะให้มันใส่มาจากโรงงานหรือ ทำ server เอาไว้ load โดยที่ไม่จำเป็นต้อง ใช้คนไปลงให้ยุ่งยาก ให้ครูบอกให้เด็กกดตามก็ได้แล้วครับ ป 1 เปิดหนังสือเป็น ก็คงกดตาม ครูบอกเป็นล่ะครับ design UI ให้มัน ฉลาดๆหน่อยให้เด็กป 1 ใช้ได้ คงไม่ยากเกินไปสำหรับ SAP

เห็นใน web อื่นบางคนบอกว่าบอกว่า 120 บาทต่อเครื่อง แล้ว บอกว่าไม่แพงนั้น คำถามคือ คุณซื้อของจำนวนมาก ๆนี่จะราคาเท่าเดิมตลอดเลยหรือปาวครับยิ่ง ถ้าติดตั้งล้านเครื่องใช้ 120 ล้าน ถ้า ติดตั้ง 2 ล้านเครื่องต้องใช้ 240 ล้านหรือปาว software นี่ 1 เครื่องกับ ร้อยล้านเครื่อง นี่ มันทำยากต่างกันไม่เยอะนะ

และจะบอกว่า นี่เป็นค่า license ต่อเครื่องคำถามคือ เราจ้างเขาพัฒนาไม่ใช่หรอครับ มีค่า license ด้วยหรือนี่เราจ้างพัฒนานะครับไม่ใช่ program สำเร็จรูป ดังนั้นนี่คือการจ้างเขียนโปรแกรมราคา 120 ล้านโดยใช้เงินภาษีของทุกๆคนนั้นเองบอกได้คำเดียว เศร้าครับ

คำตอบก็คือ "ใช่" ครับ ในฐานะผู้ซื้อเราควรจะมีข้อกำหนดที่ได้เปรียบให้มากที่สุด แต่ในฐานะผู้เขียนก็ย่อมต้องการผลประโยชน์มากๆ อันนี้ logic การค้าทั่วไปเข้าใจครับ แต่กรณีนี้เป็นกรณีเราสั่งเขียน นั่นก็คือ program เป็นลิขสิทธิ์ของเราครับเราเสียเงินไปแล้วเราจะติดตั้งสัก 100 ล้านเครื่องก็คือ สิทธิ์ของเราครับ ดังนั้นมันถูกได้กว่านี้มากครับ มองในฐานนะผู้ซื้อ เราควรจะได้เปรียบ เพราะเราเป็นคนนำเงินไปจ้างเขาเขียน ไม่ได้ให้เขียนฟรีๆ เมื่อเราจ้างเขาเขียนโปรแกรมก็เป็นของเรา 100% เงินก็มาจากภาษีของเราทุกคน ดังนั้นการดิวควรจะมุ่งไปที่ผลประโยชน์เของชาติครับเป็นสำคัญ มัวคิดเกรงใจบริษัทเขียนโปรแกรมต่างชาติ ไปทำไมครับ

ดูจากวิธีคิดเรื่อง license copy แล้ว @polawing คงไม่ใช่นักพัฒนาหรือโปรแกรมเมอร์แน่นอน อย่าเพิ่งโกรธนะครับผมเข้าใจว่าทุกคนย่อมมีมุมมองที่แตกต่าง เอาเป็นว่าขอแชร์แนวคิดของคนหากินกับการขายซอฟท์แวร์ รวมถึงแนวคิดของระบบงานประมูลให้ก็แล้วกันครับ

  • สำหรับโลกอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์แล้วแนวคิดเรื่อง software copy คือของแสลงและแทบจะอยู่คนละโลกกันเลยทีเดียวครับ เหมือนบอกให้เล่าปีตีแย่งเมืองจากญาติร่วมแซ่ หรือทำอะไรที่ขัดหลักการคุณธรรมอย่างไรอย่างนั้นเลยครับ หลักการประเมินจึงอยู่ที่การประเมินตามจำนวน license ครับ แนวคิดการก็อปปี้แจกจ่ายฟรีจะมีแต่บริษัทพันทิพซอฟท์แวร์หรือทอเรนลัลลาที่รับทำครับ หรือแม้จะอ้างถึงซอฟท์แวร์โอเพ่นซอร์ส ธุรกิจโอเพ่นซอร์สก็จะมีเรื่องการขาย maintenance มาทดแทนเพื่อทำรายได้ครับ ตัวอย่างลีนุกซ์ค่ายหมวกแดงที่ไม่เกี่ยวกับกลุ่มหมวกฟาง
  • เท่าที่ดูจากข่าวงานนี้เป็นลักษณะประมูลซื้อมากกว่าจ้างครับ เพราะระบุไว้แค่ว่าซื้อมาติดตั้งใช้งานตามจำนวน/ภายในระยะเวลา ถ้าเป็นงานจัดจ้างจะมีเรื่องของ Maintenance ตามหลังมาเกี่ยวข้องด้วยซึ่งจะทำให้ราคาประเมินสูงขึ้นไปอีกครับ ตัวอย่างหาดูง่ายๆ ถ้าคุณ @polawing ทำงานในหน่วยงานราชการหรือเคยใกล้ชิดคงเคยพบงานประมูล "เก้าอี้" ที่ซื้อเก้าอี้ออฟฟิชจากในราคาตลาด 3,xxx - 4,xxx บาทมาในราคาประมูลสัก 8,xxx ถึงแพงกว่านั้นต่อตัว อะไรที่แตกต่างจนทำให้ราคาสูงขึ้นเป็นเท่าตัวครับ? ก็คือเก้าอี้ตัวนี้จะมีสัญญาการดูแลอีกอาจจะเป็นปีหรือสองปี สำหรับการเปลี่ยนอะไหล่ กรณีล้อหัก ขาหัก ไฮโดรลิคโยก อะไรก็แล้วแต่นี่คือข้อเท็จจริงที่ตอบคำถามที่ว่าทำไมพวกงานประมูลต่าง ๆ เราจึงเห็นว่ามันแพงจนเกินจริงไปมากกว่าการกำเงินสด มาซื้อเองถูกกว่า
  • จากลักษณะการทำงานของโปรแกรมเท่าที่ระบุในข่าวผมเทียบง่ายๆ ให้เห็นภาพก็เหมือนกับซอฟท์แวร์แอนตี้ไวรัสที่มีระบบไฟร์วอลล์ในท้องตลาดก็แล้วกันครับ สำคัญที่มีระบบ parental control หรือระบบทำงานคล้ายๆ กันนี้คือควบคุมการเข้าถึงของผู้ใช้งานซึ่งโดยทั่วไปเทียบราคาตามท้องตลาดซอฟท์แวร์พวกนี้จะมีราคาตั้งแต่ 300 กว่าบาทจนถึงหลักพันกว่าบาท
  • สมมุติว่าผมเป็นบริษัทที่รับงานนี้ผมอาจจะเสนอราคาประเมินที่ 300 บาท / license หรือสูงกว่า(คิดจากราคาเฉลี่ยซอฟท์แวร์ไฟร์วอลล์ที่มีระบบควบคุมผู้ใช้ตามข้อข้างต้น) เมื่อมีการเจรจาต่อรองจากผู้ซื้อ ต่อรองกันแล้วต่อรองกันอีกเพราะงานระดับนี้ไม่ใช่ซื้อผักครับ คุยกันวันเดียวไม่จบวิ่งรอกกันเป็นหลักหลายเดือนถึงข้ามปี ก็มาจบที่ราคาเหมาลดเหลือ 120 บาท / license ซึ่งผมก็นำเสนออีกว่าราคาลดมาเกินครึ่งเชียวนะจ๊ะ
  • ปล. เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์สมมุติ โปรดใช้ความฮาในการรับฟัง ยกเว้นเรื่องเก้าอี้ที่ผมนั่งทำงานอยู่เป็นเก้าอี้ในเหตุการณ์จริงที่หน่วยงานผมซื้อมา - -'

เก้าอี้นี่เห็นภาพเลย ฮ่าๆ

แต่ถ้าเป็น computer ราคาประมูลต่ำกว่าท้องตลาดเสียอีก แถมการดูแลหลังการขายมากกว่าปกติทั่วๆไป

แปลกดีนะ

ถ้างานนี้เป็น license copy จริงๆ ถือว่าเป็นการจ้างงานที่แพงไม่สมเหตุสมผล

ผมมองว่างานนี้ไม่ควรจะเป็น license copy นะครับ

เพราะควรต้องจ้างทำใหม่หมด (ควรจะทำใหม่หมด) ไม่งั้นบริษัทนี้ก็เป็นเสือนอนกินเมื่อมีการสั่งเขามาเพิ่มให้โรงเรียนต่างๆในอนาคตก็ต้องจ่ายเพิ่มอีก การที่บริษัทกำหนดเป็น license copy ออกมาก็ไม่ควรจะให้งานแก่บริษัทที่ต้องการแบบนี้เลยนะครับ

TOR ก็ควรกำหนดมาเป็นแบบที่ไม่ใช่ license copy ถ้าให้บริษัทช่วยร่าง TOR ให้ก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ

เพราะอะไรถึงเป็นออกมาแพงแบบนี้ก็น่าจะรู้ๆกัน

ในการพัฒนาโปรแกรมปกติแล้วเวลาที่ส่งมอบงานให้ลูกค้าแล้ว เรายังต้องมีการ support ลูกค้าต่อเนื่องไปอีกครับ
อย่างเช่นอยู่ๆลูกค้าทำงานบางอย่างผิดพลาด ต้องการแก้ไขซึ่งระบบไม่ได้ถูกออกแบบมาให้แก้ไขแบบแปลกๆ เราก็ต้อง support (อย่าหวังพึ่งฝ่าย IT/IS ของลูกค้ามาก เพราะสุดท้ายเขาก็โยนมาให้เรานี่แหละ)

ซึ่งถ้าผู้ใช้งานมีจำนวนมากขึ้น ปัญหาแบบแปลกๆก็จะเยอะขึ้นด้วย ดังนั้นเราจึงไม่สามารถ support ลูกค้า 1ล้านคน ด้วยราคาขนาด 1 คนได้ครับ

ผมเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์ในการประเมินราคามากนัก คงต้องหาคนมาพิจารณาว่าราคา 120บาท ต่อเครื่องนี่แพงเกินไปไหม และราคาที่เหมาะสมควรเป็นเท่าไหร่ ซึ่งหลักๆแล้วน่าจะเป็นค่า software + ค่า support(MA) + (Hardware ด้วยรึเปล่านะ) + ค่าวางระบบ + ค่าจ้างพนักงาน + ...

adente Tue, 28/08/2012 - 13:00

แท็บเล็ตป.1 นี้เป็นโครงการที่ต่อยอดไปได้อีกเรื่อย ๆ จริง ๆ

ต้องดูโครงสร้างด้วย ถ้าเป็นซอฟท์แวร์ติดแล้วติดเลย อาจจะแพง แต่ถ้าเป็นแบบ anti-virus มี server คอยอัพเดทรายชื่อเว็บโป๊/เว็บที่อนุญาต หรือ เวลาเข้าเน็ตต้องวิ่งมาผ่านก่อน คล้าย proxy อันนี้ ก็สมควรละ

เราติดนิสัยราคาแผ่นผีเกินไปหรือเปล่า ถึงมองว่ามันแพง มิน่า อาชีพนักพัฒนา ไม่ค่อยรุ่งเหมือนอย่างฝันไว้ตอนเด็กๆ เป็นเซล ชีวิตดีกว่าเยอะ --

ผมเข้าใจว่าซื้อชุดซอฟต์แวร์ Device Management มานะครับ พวกล็อกเครื่อง, ปิดกล้อง, ป้องกันการลงซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้รับอนุญาต, ติดตามเครื่องหาย, บังคับใช้ proxy ฯลฯ

ชุดซอฟต์แวร์พวกนี้เป็นกลุ่ม BYOD เริ่มใช้กันเยอะในตลาดองค์กร แยกออกเป็นสองคำถาม

คำถามแรก ราคานี้แพงไหม

ผมทำงานในโลกองค์กร ราคานี้รวมเซิร์ฟเวอร์และค่าติดตั้งทั้งหนึ่งล้านเครื่อง__ไม่แพง__ครับ (โลกองค์กรที่ซื้อขายกัน ราคาต่อเครื่องน่าจะแพงกว่านี้มากๆ)

คำถามสอง ควรจ่ายราคานี้ไหม

ในความเห็นผม__ไม่ควรจ่าย__ ครับ เพราะฟังก์ชั่นหลักที่ใช้งานจริงคือบล็อกเว็บเท่านั้น การบล็อกเว็บแบบต้องการรายชื่อเว็บจากศูนย์กลายควรทำได้ราคาถูกกว่านี้ (คิดเร็วๆ เลยก็ทำ daemon ไปดูดรายชื่อเว็บมาอัพเดตไฟล์ host ให้เข้า 127.0.0.1) การพัฒนาเองควรทำได้ง่ายๆ (ง่ายในที่นี้คือหลายล้าน ถึงหลายสิบล้าน แต่ได้โค้ดเป็นทรัพยสินของรัฐบาล เอาไปโอเพนซอร์สได้)

ผมไม่แน่ใจว่าทีมที่ปรึกษาต้องการอะไรบ้าง แต่อีกฟังก์ชั่นที่ควรมีคือการรายงานที่อยู่ปัจจจุบันของเครื่องเอง เอาไว้ติดตามเครืองหาย ส่วนฟังก์ชั่นอื่นๆ ผมมองว่าไม่จำเป็นนัก

หากโครงการนี้คิดรอบคอบ ให้เวลาเตรียมการมากกว่านี้ การใส่ซอฟต์แวร์เหล่านี้ลงไปควรทำมาจากโรงงาน ไม่ต้องเสียค่าติดตั้งซ้ำซ้อนอีก ต้องส่งช่างเทคนิคเดินทางไปติดตั้งเครื่องที่เริ่มกระจายไปยังมือเด็กแล้วเป็นงานที่น่าจะวุ่นวายมาก