เนืองจากในอีก 2ปีข้างหน้าจะเป็นการเปิดเสรีในกล่มประชาคมอาเซี่ยน และเรื่องที่อยากขอความคิดเห็นคือเรืองของ แรงงานที่จะเข้ามา หรือ ออกไป ไม่ว่าความสามารถในสายอาชีพ ภาษาและการสื่อสาร อัตราค่าแรง อัตรางานที่มีในปัจจุบัน จาก 10 ประเทศที่เข้าร่วมซึงมี บรูไนดารุสซาลาม กัมพูชา อินโดนิเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงค์โปร์ ไทย และเวียดนาม ผลดีหรือผลเสีย ขอเฉพาะที่เกียวกับแรงงานที่ไม่ใช่นายทุน
เพราะเห็นหลายๆมหาวิทยาลัยเริ่มมีการปรับปรุงหรือเพื่มหลักสูคร Inter เพื่อให้เตรียมพร้อมกับการเปิดอาเซี่ยน
"ประชาคม" ครับ ไม่ใช่สมาคม
PaPaSEK Thu, 29/12/2011 - 09:54
"ประชาคม" ครับ ไม่ใช่สมาคม
ขอบคุณ
gololo Fri, 30/12/2011 - 03:42
In reply to "ประชาคม" ครับ ไม่ใช่สมาคม by PaPaSEK
ขอบคุณ
ไม่เป็นไร มิได้
PaPaSEK Fri, 30/12/2011 - 11:22
In reply to ขอบคุณ by gololo
ไม่เป็นไร มิได้ ...
เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมสนใจอยู่ครับ
มีผลแน่นอน
Ishmael Thu, 29/12/2011 - 10:41
มีผลแน่นอน ในประเทศเราหลายตำแหน่งงานก็จะมีผู้สมัครจากทั้งอาเซียน คนไทย บัณฑิตไทยจะแข่งกับเขาได้หรือไม่ พร้อมรับการแข่งขันหรือไม่ ยิ่งพวกเวียตนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงค์โปร พวกนี้เรียนเก่งทำงานเร็ว ภาษาอังกฤษดี เราต้องสู้กับเขา
การเพิ่มหลักสูตรอินเตอร์ก็ไม่ใช่ทางออก หากเรารู้ภาษาอังกฤษ รู้ภาษาท้องถิ่นเช่น บาฮาซาอินโดนีเซีย เราก็อาจจะไปสมัครงานและทำงาน ที่อินโดนีเซียได้สะดวก ทำอย่างไรเราจะรู้จักเขาให้มากขึ้น รู้เขารู้เรา ขึ้นกับบัณฑิตของเราว่าเตรียมตัวอย่างไร เราต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
2015 มิใช่รึ ?
Priesdelly Sat, 31/12/2011 - 03:31
2015 มิใช่รึ ?
ความเห็นส่วนตัว
Jedt3D Sat, 31/12/2011 - 23:28
ความเห็นส่วนตัว ในฐานะนายจ้าง
คงต้องการการแข่งขันมากขึ้นจากคนชาติต่างๆ เพราะ
งานนี้ ไม่ได้เหนื่อยเฉพาะพนักงานหรอก บริษัทและนายจ้างก็หอบเหมือนกัน
เปิดเสรีทั้งสินค้าและบริการสำ
tekkasit Sun, 01/01/2012 - 23:21
เปิดเสรีทั้งสินค้าและบริการสำหรับประเทศในประชาคมฯ ทั้งเราและเขาสามารถลงทุน,ดำเนินธุรกิจข้ามประเทศกันได้ง่ายขึ้น ผมคิดในทางกลับกัน บริษัทต่างประเทศที่จะเปิดสาขาในภูมิภาคนี้ บริษัทอาจจะเลือกลงทุนในไทยหรือประเทศเพื่อนบ้านก็ได้ ไทยเองมีปัญหาเรื่องโครงสร้างภาษีทั้งนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดาสูงเกือบที่สุดในแถบนี้ (สูงสุดตอนนี้คือ 37% สำหรับบุคคลธรรมดา ที่อื่นสูงสุดไม่ถึงอัตรานี้) ความโปร่งใสในหน่วยงานของรัฐ การบังคับใช้กฎหมาย การคอรัปชั่น ความง่ายและสะดวกในการติดต่อรัฐเพื่อขออนุญาตดำเนินการทางธุรกิจอะไรสักอย่าง
ในด้านเศรษฐกิจเท่าที่สัมผัส ไทยเองเศรษฐกิจถือว่าเป็นอันดับสาม รองแต่สิงค์โปร์, อินโดนีเซีย (ที่รุ่งมากในปีสองปีหลัง) แต่มาเลเซียสองสามปีนี้ถอยลงไปนิดหนึ่ง
จากประสบการณ์ส่วนตัวในเรื่องภาษาอังกฤษในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน พบดังนี้
สิงค์โปร์: ใช้จีนกลางกับอังกฤษเป็นภาษาราชการ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการทำธุรกิจ คนรุ่นใหม่ใช้ภาษาอังกฤษได้ดี
มาเลเซีย: ใช้ภาษาบาฮาซาเป็นภาษาราชการ อังกฤษเป็นภาษาที่สอง พูดภาษาอังกฤษได้ดีพอสมควร
อินโดนีเซีย: ใช้ภาษาอินโดนีเซียเป็นภาษาราชการในการทำธุรกิจ พูดภาษาอังกฤษได้แต่น้อย
ไทย: ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาราชการ ธุรกิจใช้ภาษาอังกฤษได้ แต่ความคล่องโดยเฉลี่ยพอๆกับชาวอินโดนีเซีย
ปัญหาใหญ่จะเห็นได้ว่ากลุ่มประเทศอาเซียนไม่ได้มีภาษากลางสักเท่าไร พอที่จะเรียกได้ก็มีภาษาอังกฤษ แต่ก็ไม่ใช่ทุกประเทศที่ใช้เป็นภาษาราชการ หรือใช้เป็นภาษาที่สอง
สำหรับลูกจ้าง: ระยะสั้นภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาสากลน่าจะมีความสำคัญมากขึ้น และคนที่ได้ภาษาอังกฤษอาจจะไปขุดทองในประเทศเพื่อนบ้าน(สิงค์โปร์,มาเลเซีย)ได้ง่ายขึ้น บริษัทต่างประเทศมาเปิดสาขาในไทยมากขึ้น ภาษาอังกฤษกลายเป็นแต้มต่อสำหรับงานในประเทศ ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงอาจจะมีชาวต่างประเทศมากขึ้น เพราะแม้เปิดประเทศแต่ชาวต่างประเทศยังพูดภาษาไทยไม่คล่อง ลูกค้าในไทยก็ยังอยากคุยภาษาไทยอยู่ดี แต่ในทางกลับกันตำแหน่งบริหารระดับสูงๆไม่ต้องติดต่อลูกค้ามากขนาดนั้น อาจจะทำให้มีชาวต่างประเทศในตำแหน่งงานดังกล่าวมากขึ้น
ในระยะยาว: ภาษาอินโดนีเซียอาจจะเป็นทางเลือกอีกอย่างก็ได้ เพราะด้วยประชากรที่มีขนาดใหญ่