ตอนนี้ผมกับเพื่อนกำลังจะเรียนจบ และคิดกันว่าจะเปิดกิจการเล็กๆ (ย้ำว่าเล็กๆนะครับ!!)
แต่ก็ทำงานกันอยู่ด้วย (ประมาณฟรีแลนซ์ครับ) ผมเป็นคนรับงานและเป็น PM
ส่วนแบ่งที่ตกลงกันคือ "หน้าที่ใครหนัก คนนั้นได้ส่วนแบ่งมาก"
ซึ่งผมก็ถือเป็นหนึ่งในทีมงานมีหน้าที่ต้องทำนอกเหนือจาก PM ด้วยเช่นกัน
(หน้าที่ PM ไม่ได้มีผลต่อส่วนแบ่ง - -" )
*** เข้าประเด็นเลยละกันครับ ผมขอปรึกษาหน่อยครับว่า ... ***
ถ้าเปิดกิจการจริงๆ ผมควรจัดการแบ่งส่วนแบ่งอย่างไร
ผมมีความคิดอยู่ในหัวคือ
- ถ้าจะจ่ายเพื่อนเป็นเงินเดือน ผมก็ไม่มั่นใจว่าแต่ละเดือนงานจะเข้ามากขนาดนั้น
- ถ้าจะแบ่งเหมือนเดิม แล้วจะเอาเงินไหนมาพัฒนากิจการให้เจริญรุ่งเรืองต่อ
"หน้าที่ใครหนัก
notnull Wed, 13/05/2015 - 09:22
"หน้าที่ใครหนัก คนนั้นได้ส่วนแบ่งมาก" อันนี้น่ากลัวมากเลยครับ เพราะทุกคนก็มักจะคิดว่างานของตัวเองนั้นหนักหนาสาหัสกว่าคนอื่นทั้งนั้น
ไม่รู้ว่ากิจการเล็กๆที่พูดถึงคือทำอะไร แต่โดยทั่วไปถ้าเปิดกิจการ แล้วทำงานเต็มเวลาทั้งคู่ แบ่งเท่ากันไปเลยครับ เพราะลงมือลงแรงเต็มเวลาด้วยกัน เป็นเพื่อนกันคงคิดไม่ได้ว่ามีใครด้อยกว่าใคร และหน้าที่จะเป็น PM, Marketing, Coding ทุกส่วนก็มีความสำคัญทั้งนั้น ไม่มีอะไรสำคัญมากกว่าน้อยกว่า
เรื่องเงินเดือน แบ่งผลกำไร ของผมเคยใช้วิธี ทั้งรายได้และรายจ่ายเข้าออกจากส่วนกลางหมด สิ้นเดือนก็แบ่งเงินเป็นเปอร์เซนต์จากผลกำไร เน้นว่ากำไรนะครับไม่ใช่รายรับ สมมติตัวเลข เช่น เดือนนี้กำไร 1000 บาท อาจจะแบ่งออกมาเลย 50% คือ 500 บาท ส่วนที่เหลือไว้ส่วนกลางเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและพัฒนา ส่วนที่แบ่งออกมาก็หารกัน คนละเท่าๆกัน หรือจะแบ่งสัดส่วนยังไงก็ตามแต่
แบ่งจากผลกำไร มันก็มีข้อดีคือไม่ต้อง fix เงินเดือน ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีจ่าย และมีเงินเหลือในส่วนกลาง
แต่ข้อเสียก็คือ เดือนไหนน้อยมันก็จะน้อยไปเลย เยอะก็เยอะไปเลย แต่ละคนต้องจัดการการเงินส่วนตัวดีๆ รู้จักเก็บเงินในเดือนที่ได้มากไว้เผื่อใช้ในเดือนที่ได้น้อย ไม่ต่างกับฟรีแลนซ์เท่าไหร่
แนะนำให้แบ่งเงินเป็น 2
AMp Wed, 13/05/2015 - 12:05
แนะนำให้แบ่งเงินเป็น 2 ส่วนครับ ส่วนที่เป็นเงินเดือน กับ ส่วนของหุ้นส่วน ใครทำงานก็รับในส่วนของเงินเดือนไปก่อน เสร็จแล้วหักต้นทุน รายจ่ายทุกอย่างแล้ว (รวมถึงหักเป็น
เงินสำรองของธุรกิจด้วย) เหลือกำไร ก็แบ่งอีกทีในฐานะหุ้นส่วน (ใครถือหุ้นกี่ % ก็ว่ากันไป) ซึ่งก็ต้องตกลงกันก่อนว่าเงินเดือนแต่ละตำแหน่งเท่าไรอย่างไร
ส่วนเรื่องงานไม่ได้เข้าต่อเนื่อง เวลาจ่ายเงินเดือนก็จ่ายเฉพาะเวลามีงานแหละครับ แต่อาจจะจ่ายตาม % ของเงินเดือนรวมแต่ละคนก็ได้
วิธีนี้ดูจะยุ่งยากไปหน่อย แต่จะได้ผลดี ถ้ามีหุ้นส่วนบางคนที่ลงเงินอย่างเดียว ไม่ได้ลงแรงด้วย
อันดับแรกหาคนที่ทำบัญชีก่อนเล
akira Fri, 15/05/2015 - 00:08
อันดับแรกหาคนที่ทำบัญชีก่อนเลย ว่าใครจะลงคนรายรับรายจ่าย แล้วทั้งคู่ก็ต้องสามารถเข้ามาตรวจสอบได้ จะอยู่จะไป จะทะเลาะกันหรือไม่ก็เรื่องเงินนี่แหล่ะ
จากนั้นลงขันเงินกันเป็นทุนก้อนแรก แล้วดูสัดส่วนเงินที่ลงคิดเป็น % ออกมา ทำสัญญาเป็นรายลักษณ์อักษรว่าใครถือหุ้นเท่าไหร่ตามเงินที่ลง ถามว่าทำเพื่ออะไร ต่างคนต่างจ่ายในช่วงแรกไม่ได้หรือ บอกได้เลยว่าไม่ได้เด็ดขาด เอาเงินก้อนที่ลงขันนั่นแหล่ะมาจ่ายเป็นเงินเดือนในช่วงแรกที่ยังไม่มีงาน ถึงจะมีงานเข้ามาแล้ว แต่อย่าลืมว่าลูกค้ายังไม่ได้จ่ายเงิน (แถมจ่ายช้าอีก) ต้นทุนมันเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นต้องลงรายการไว้เพื่อจะได้รู้ว่าต้นทุนเราเท่าไหร่ รายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการก็ลงบัญชีให้หมด
เมื่อได้เงินมาจากลูกค้าเอามากองไว้ตรงกลาง แบ่งจ่ายเป็นเงินเดือนตามที่ตกลงกันไว้ รับเป็นเงินเดือนกันไปก่อน อย่าพึ่งแบ่งกำไร ครบปีเอาบัญชีรายรับ รายจ่ายมาดู เหลือเงินในบัญชีเท่าไหร่ กันเงินไว้อย่างน้อย 3 เดือนสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายปีถัดไปเผื่อไม่มีงาน เหลือเท่าไหร่ก็เป็นกำไร ก็แบ่งตาม % ที่ลงในสัญญาเอาไว้ อย่าลืมเสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดาระหว่างปีด้วยนะ เดี๋ยวสรรพากรมาเยือนเมื่อคิดจะเปิดบริษัท
ดูวุ่นวายไปหน่อย แต่ถ้าคุณไม่อยากเสียเพื่อน แนะนำให้ทำ เพราะถ้าคุณเติบโตขึ้นเปิดบริษัท ก็สบายแล้วเพราะที่บอกมามันก็จำลองงานในบริษัทกลายๆ อยู่แล้ว
อีกอย่างที่แนะนำให้ทำอย่างนี้
akira Fri, 15/05/2015 - 00:11
In reply to อันดับแรกหาคนที่ทำบัญชีก่อนเล by akira
อีกอย่างที่แนะนำให้ทำอย่างนี้เพราะผมเห็นแววปัญหาของคุณกับเพื่อนในคำถามแล้วแหล่ะ คนทำงานจะคิดว่างาน Develop คือ งานที่สำคัญสุด แต่อย่าลืมว่าเขียนเก่งแต่ไม่มีงาน หรือเก็บเงินไม่ได้ก็จบ สุดท้ายคุณจะอึดอัดแล้วจะเริ่มทะเลาะกัน