เครื่องปริ้นเตอร์นับได้ว่าเป็นอุปกรณ์ไอทีอีกประเภทหนึ่งที่ส่วนมากทุกคนมีกัน จากการที่จำเป็นต้องพิมพ์งานพิมพ์เอกสาร แน่นอนว่าในการเลือกซื้อเราคงต้องมองที่ความคุ้มค่าเป็นหลัก จึงทำให้เครื่องปริ้นเตอร์ที่เป็นแบบ All-in-One จึงได้รับความนิยมพอสมควร ยิ่งในส่วนของนักเรียกนักศึกษา ก็ยิ่งตอบโจทย์เพราะนอกเหนือจากพิมพ์งานแล้ว ก็ยังสามารถแสกนและถ่ายเอกสารได้ อีกทั้งราคาปัจจุบันของเครื่องปริ้นเตอร์ All-in-One จะเริ่มต้นไม่แพงมากนัก
ซึ่งล่าสุดตัวผมเองก็ได้ซื้อ HP Deskjet 2545 ไปให้น้องสาวใช้งานต่างจังหวัดที่ตอนนี้เรียนอยู่มัธยมปลาย ก็เลยถือโอกาสนำมารีวิวให้ได้ชมกัน จากที่ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 10 ปีและ 5 ปีที่แล้ว ก็เคยซื้อปริ้นเตอร์ของ All-in-One ของ HP มาใช้งานแล้วเช่นกัน ทำให้เครื่องที่ 3 ก็เลยยังเลือกซื้อ HP อยู่นั่นเอง จากการที่ใช้งานง่ายและคุ้นเคยกับซอฟต์แวร์อยู่แล้ว (แต่ตอนนี้ผมใช้ ปริ้นเตอร์ Canon แบบ Photo อยู่นะ เพราะเน้นพิมพ์รูปภาพมากกว่า)

HP Deskjet 2545 โดยมีราคากลางอยู่ที่ 2,990 บาท โดยมีสเปคคร่าวๆ ดังนี้
- เครื่องพิมพ์ Inkjet 3 in 1 ใช้ Print/Scan/Copy
- รองรับการพิมพ์งานแบบไร้สาย (Wi-Fi) ผ่านคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต
- พิมพ์งานด้วยความเร็วขาวดำ 20 แผ่น/นาที, สี 16 แผ่น/นาที
- ถ่ายเอกสารขาวดำ 4.5 สำเนา/นาที, สี 3 สำเนา/นาที
- ช่องป้อนกระดาษรองรับสูงสุด 60 แผ่น ถาดรองรับสูงสุด 25 แผ่น
- รองรับงานพิมพ์สูงสุด 1,000 แผ่น/เดือน
- ความละเอียดในการพิมพ์สีสูงสุด 4800 x 1200 dpi ขาวดำ 600 x 600 dpi
- ตลับหมึก HP678 แบบดำและ 3 สี (tri-color)
- รองรับกระดาษ A4, B5, A6 และซองจดหมาย
- ระบบพิมพ์สองหน้าแบบ Manual
- ไดรเวอร์รองรับ Mac OS X, Windows XP SP3, Vista, 7 และ 8
ขนาดของตัวเครื่องของ HP Deskjet 2545 ไม่ได้ใหญ่มากถ้าเทียบกับเครื่องปริ้นเตอร์ปกติทั่วไป พอที่จะตั้งบนโต๊ะทำงานได้อย่างสบายๆ ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 3.6 กิโลกรัม ตัวเครื่องทำจากพลาสติกสีขาวด้านผิวหยาบนิดๆ รวมๆ แล้วถือว่าหน้าตาดีทีเดียว ตามสไตล์ของ HP ที่แล้ว ซึ่งเมื่อจัดวางดีๆ แล้วก็นับได้ว่าเป็นของเก๋ๆ ที่วางไว้ในบ้านหรือออฟฟิศได้อยู่

ส่วนปุ่มกด, ไฟแสดงสถานะและหน้าจอการใช้งานของเครื่องทำออกมาแบบเรียบง่ายและบอกข้อมูลที่จำเป็นออกมาทั้งหมด ปุ่มแคนเซิล ปุ่มถ่ายเอกสารแบบสี, ขาวดำแยกกัน และมีส่วนที่เตือนเวลาเครื่องพิมพ์มีปัญหาอย่างกระดาษติดหรือตลับหมึกอันไหนใกล้หมด เรียกได้ว่ามือใหม่สามารถใช้งานได้อย่างสบาย

ถาดด้านบนเป็นส่วนที่ใช้ป้อนกระดาษเข้าไป สามารถปรับได้ตามความกว้างของกระดาษ ส่วนถาดด้านล่างนั้นจะมีส่วนที่เป็นพลาสติกสีดำยื่นออกมาใช้รับกระดาษที่ถูกพิมพ์ออกมาจากเครื่อง

บริเวณที่ใส่ตลับหมึกอยู่บริเวณถาดล่างของตัวเครื่อง ถ้าวางเครื่องไว้ต่ำอาจจะต้องก้มลงมามากหน่อยเวลาใส่ แต่ถ้าวางไว้บนโต๊ะก็สามารถใส่ได้ง่ายๆ ไม่มีปัญหาอะไรครับ ส่วนตลับหมึกนั้นใช้ของ HP678 ตามที่บอกไปข้างต้น โดยแยกเป็นตลับหมึกสีกับหมึกดำแยกกัน ราคาประมาณ 350 บาท (บางที่อาจถูกกว่าเล็กน้อย) ส่วนที่ใส่ตลับหมึกนั้นจะปรากฏออกมาเองเมื่อเปิดเครื่อง ซึ่งพอใส่ตลับเข้าไปพักหนึ่งแล้วเครื่องจะเก็บตลับหมึกเข้าไปข้างในเครื่องโดยอัตโนมัติ

เชื่อมต่อกับ HP Deskjet 2545 แบบ Wi-Fi กับ MacBook โดยจำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมจาก CD ซึ่งจะมีตัวช่วยในการตั้งค่าเชื่อมต่อ จากการใช้งานปริ้นก็ไม่ได้แตกต่างจากการใช้สาย USB แต่อย่างใด สำหรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่ทดสอบ เป็นการเชื่อมต่อผ่านทางเครือข่ายเราท์เตอร์เดียวกัน (แต่จำเป็นต้องใช้สาย USB ในติดตั้งโปรแกรม เพื่อใช้งานไร้สายก่อน)

แน่นอนว่าการใช้งานไร้สาย Wi-Fi นั้นก็สามารถใช้งานกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android หรือ iOS ได้เช่นกัน แต่จำเป็นต้องสั่งงานผ่านทางแอพลิเคชัน HP ePrint (ปรับแต่งภาพและขนาดกระดาษผ่านแอพฯได้) ที่สำคัญนอกเหนือจากที่เราใช้งานไร้สายที่ต้องเป็นผ่านการเชื่อมต่อเราท์เตอร์ตัวเดียวกันแล้ว ยังสามารถการสั่งพิมพ์งานผ่านสมาร์ทโฟนไปยังเครื่องพิมพ์ได้โดยตรงได้อีกด้วย (Wi-Fi Direct) นับได้ว่าสะดวกในการใช้งานจริงๆ

ทดสอบลองพิมพ์เอกสารดู โดยการพิมพ์นั้นมีการเลือกคุณภาพการพิมพ์ระหว่าง Normal และ Best ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันไม่มากนัก ยกเว้นสีที่จะออกมาเข้มและตัวอักษรมีความคมกว่าเล็กน้อยสำหรับ Best แต่ถ้าพิมพ์งานที่ตัวใหญ่จะเห็นได้ชัดกว่านี้ แต่เวลาที่ใช้พิมพ์ต่างกันมากเพราะที่ Normal นั้นใช้เวลาที่ประมาณ 10 วินาทีต่อแผ่น แต่ Best นั้นใช้เวลาเกือบ 40 วินาทีต่อแผ่น ถึงแม้ว่าเอกสารจะไม่มีรูปภาพใดๆ เลยก็ตาม

การสแกนนั้นผมใช้ผ่านโปรแกรม Preview ใน Mac เลย ซึ่งก็สะดวกดี คุณภาพที่ได้ก็อยู่ในเกณฑ์ดีตามมาตรฐาน ส่วนการถ่ายเอกสาร ก็สามารถใช้งานได้ง่ายๆ เช่นกัน ด้วยการนำเอกสารที่จะถ่ายไปวางไว้ที่ flatbed เหมือนกับตอนที่เราจะแสกน จากนั้นก็เพียงกดปุ่มที่ปริ้นเตอร์ว่าอยากเป็นถ่ายสีหรือขาวดำ รายละเอียดที่ออกมานั้นก็ถือว่าโอเค อาจจะมีเกรนสีตามสไตล์ของ Inkjet ทำให้ดูแล้วไม่คม แต่ก็นำไปใช้งานได้สบายๆ

สรุปรีวิว HP Deskjet 2545
เครื่องปริ้นเตอร์ HP Deskjet 2545 จัดได้ว่าเป็น All-in-One ที่เน้นความสะดวกในการใช้งาน เหมาะสำหรับคนที่เน้นใช้งานหลากหลายอย่างนักเรียนนักศึกษาหรือออฟฟิศขนาดเล็ก อย่างงานพิมพ์ ถ่ายเอกสาร หรือสแกนงานที่ใช้งานไม่หนักมาก อีกทั้งยังใช้งานง่าย ดูทันสมัย และตอบสนองความต้องการด้านงานเอกสารได้รอบด้าน

โดยไม่ได้เน้นในการพิมพ์งานที่มากมายอะไร จากการที่ตลับหมึกนั้นถึงจะแพงกว่าปริ้นเตอร์แบรนด์อื่น แต่ข้อดีของตลับหมึกของ HP Deskjet 2545 นั้นจะเป็นแบบหัวพิมพ์ที่ตลับด้วย ดังนั้นเครื่องรุ่นนี้จึงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวพิมพ์บ่อยเท่ากับเครื่องอื่นๆ จึงน่าจะแทบตัดปัญหาเรื่องหัวพิมพ์เสียหัวพิมพ์ตันไปได้เลย
จุดเด่นของ HP Deskjet 2545 นั้นไม่ใช่แค่เรื่องของความคุ้มค่าจากการที่เป็น All-in-One เพียงอย่างเดียว แต่ยังมาพร้อมกับความสามารถในการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi ที่สามารถใช้งานได้ทั้งผ่านเราท์เตอร์เครือข่ายเดียวกัน รวมไปถึงยังแบบเชื่อมต่อกับเครื่องปริ้นเตอร์โดยตรง (Wi-Fi Direct) ได้อีกด้วย ทำให้มีความสะดวกสบายในการใช้งานมากกว่าปริ้นเตอร์รุ่นก่อนๆ สนนราคาก็ถือว่าสมราคาโดยอยู่ที่ 2,990 บาท (ขายจริงบางร้านจะขายถูกกว่านี้นิดหน่อย)
จุดเด่น
ตัวเครื่องดีไซน์สวยงาม ดูทันสมัย
ใช้งานง่าย เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป
รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย ทั้งแบบผ่านเครือข่ายและต่อตรงกับอุปกรณ์
ตลับหมึกมีหัวพิมพ์ในตัว
เชื่อมต่อแบบไร้สายได้ ไม่เกะกะ
HP ประกัน 2 ปีมากกว่าเจ้าอื่นในท้องตลาด
ราคาคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติที่ได้
ข้อสังเกต
ตลับหมึกสีรวม ถ้าสีไหนหมดก่อนต้องเปลี่ยนทั้งตลับ
ตลับหมึกราคาแพงกว่าแบรนด์อื่นๆ ไม่คุ้มค่าที่จะพิมพ์จำนวนมาก
ตลับหมึกราคาแพงกว่าแบรนด์อื่น
Elysium Fri, 05/09/2014 - 07:39
ตลับละเท่าไหร่ครับ
ประมาณ 350 บาทครับ
SaManTaGTR Fri, 05/09/2014 - 17:57
In reply to ตลับหมึกราคาแพงกว่าแบรนด์อื่น by Elysium
ประมาณ 350 บาทครับ
ถูกสุดแล้วนะผมว่า (ของ Canon
Elysium Fri, 05/09/2014 - 21:48
In reply to ประมาณ 350 บาทครับ by SaManTaGTR
ถูกสุดแล้วนะผมว่า (ของ Canon 7xx฿)
แพงกว่า Epson T141 ครับ :)
iPongHD Sat, 06/09/2014 - 00:37
In reply to ตลับหมึกราคาแพงกว่าแบรนด์อื่น by Elysium
แพงกว่า Epson T141 ครับ :)
วันนี้เดินไปเห็นมาเห็นบอกว่าต
leam112 Fri, 05/09/2014 - 22:29
วันนี้เดินไปเห็นมาเห็นบอกว่าตลับล่ะ 320 บาท
ตัวนี้ก็เจ๋งนะมี Wi-Fi Direct ด้วย
All-in-on+AirPrint+Fax ณ
errin Sat, 06/09/2014 - 11:27
All-in-on+AirPrint+Fax
ณ ตอนนี้ผมว่า Brother J430w ดูดีสุดนะครับเปลี่ยนตลับหมึกเป็นแบบกล่องก็ได้
ที่เคยใช้ HP ที่มีตัว Ink
LazarusSP1 Sat, 06/09/2014 - 11:37
ที่เคยใช้ HP ที่มีตัว Ink Vantage การใช้งานแบบ Small Office หรือ นักศึกษา ก็ได้ประมาณหมึก 1 ตลับ ต่อกระดาษ 1 รีม ครับ สมมุติทำวิจัยใช้กระดาษ 3 รีม ก็เตรียมหมึกดำ 3 ตลับได้เลย ตลับละ 350 ก็ถือว่าพอใช้ได้ เพราะไม่ม่ีค่า Maintenance หัวพิมพ์เพิ่มเลยถ้าไม่ Refill หมึกครับ (เคยเอาตลับไป Refill พบว่าคุณภาพการพิมพ์ลดลงมาก อักษรแตกพร่า แถมราคาถูกกว่าซื้อตลับใหม่เล็กน้อย) อีกข้อที่เป็นจุดด้อยคือ Driver ที่ขนาดใหญ่มาก (2-3ร้อย Mb) ทำให้เครื่องอืดเล็กน้อยตอนบูต ซึ่งแก้ไขได้ง่ายๆ โดยการติดตั้ง Baidu PC Faster (อันนี้ผมล้อเล่นนะครับ)
ใช้ Epson L355 อยู่แท้งในตัว
Jaddngow Mon, 08/09/2014 - 19:52
ใช้ Epson L355 อยู่แท้งในตัว wifi direct all in one ใช้ปีนึงพิมพ์ทั่วๆไปก็คุ้มค่าหมีกแล้ว HP ตลับไม่แพงก็จริง แต่ปริ้นได้ไม่เยอะ และไม่ได้มีอะไรเด่น ไม่สวยเหมือน cannon ไม่ถูกแบบepson