สวัสดีครับทุกท่าน
ผมได้รับหน้าที่ให้เป็นกรรมการสัมภาษณ์คนเข้าทำงาน เป็นตำแหน่งเจ้าหน้าที่ IT และควบคุมระบบครับ
งานหลักคือ
- ดูแลระบบ Server ทั้ง Linux และ Window
- มีความรู้ด้าน Network บ้าง
- เขียนโปรแกรมภาษา PHP ได้
โดยเมื่อหลายปีก่อนผมเคยแต่สัมภาษณ์เด็กจบใหม่ ผมอยากจะขอคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการเป็นกรรมการสัมภาษณ์งานจากประสบการณ์ของท่านๆ ในนี้ด้วยครับ
on
แนวทางสำคัญเลยสำหรับผมก็คือ
panitw Tue, 18/03/2014 - 18:06
แนวทางสำคัญเลยสำหรับผมก็คือ False Negative(คิดว่าไม่ดีแต่จริงๆดี) ดีกว่า False Positive (คิดว่าดีแต่จริงๆไม่ดี) ครับ
ถ้าคุณสัมภาษณ์แล้วรู้สึกว่ามีบางจุดที่ขัดๆไม่รู้ว่าคนนี้จะดีหรือไม่ ให้ Assume ไปก่อนว่าไม่ดี เพราะว่าถ้ารับเข้ามาแล้วดี ก็เสมอตัว แต่รับเข้ามาแล้วไม่ดี จะให้ออกก็ค่อนข้างลำบาก บางทีมาถ่วงให้ทีมแย่ลงไปอีก ตัดใจไปเลยว่าถ้าไม่ชัวร์ว่าดีจริงๆแบบไม่มีข้อกังขา อย่ารับ
ทั้งนี้ขึ้นกับตัวงานแล้วก็สถานการณ์ของบริษัทด้วยครับ ว่ารีบขนาดไหน มีผู้สมัครมารอในคิวเยอะแค่ไหน
ส่วนตัวผมให้โอกาสคนครับ
mr_tawan Sat, 22/03/2014 - 03:39
ส่วนตัวผมให้โอกาสคนครับ ถ้าไม่มีปัญหาแบบสุด ๆ ผมก็โอเคนะ (แต่อัตราการผ่านอยู่ราว ๆ 1/20 อ่ะครับ)
การสัมภาษณ์ผมค่อนข้างเน้นไปด้านเนื้อหาทางเทคนิค เพราะว่าเรื่องอื่น ๆ เนี่ยหัวหน้าผมเป็นคนดูอยู่แล้วครับ ก็จะเน้นถามคำถามพื้นฐาน ซึ่งส่วนตัวผมพบว่าคนมักจะตอบไม่ได้ คือผมสัมภาษณ์ตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ หลายคนเขียนโค้ดหากิน แต่ไม่สามารถตอบคำถามพื้นฐานได้ เป็นเรื่องแปลกแต่จริง (พื้นฐาน เช่น เอ่อ ... OOP มีคอนเซปหลักอะไรบ้างลองยกตัวอย่างสักสองเรื่อง) ผมเชื่อว่าถ้าพื้นฐานไม่แน่นพอ พอรับเขามาจริงเขาจะลำบาก และเราจะซวยตามไปด้วย เพราะต้องไปนั่งสอนอีกรอบ คนที่พื้นฐานไม่แน่นจะไม่สามารถเรียนต่อยอดขึ้นไปในชั้นที่ยาก ๆ ได้ครับ
ผมไม่ชอบให้ใครทำงานแบบสักแต่ท่องจำไปวัน ๆ โดยไม่รู้ว่าความหมายของสิ่งที่ตัวเองทำคืออะไร เพราะว่าถ้าทำแบบนั้นจะไม่สามารถพัฒนาผลงานตัวเองได้เลย (เชื่อไหมครับว่าคนแบบนี้มีเยอะมาก) ผมเชื่อว่าสิ่งที่บ.คาดหวังจากพนักงานคือการพัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อย ๆ ในแง่ของความสามารถทางเทคนิค หลาย ๆ บ.ก็เลยมีการจัดเทรนพนักงานในหัวข้อใหม่ ๆ เป็นการส่งเสริมให้เขาพัฒนาตัวเองครับ แต่ถ้าบ.นั้นไม่มีก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ควรศึกษาอะไรเพิ่มเติมครับ ดังนั้นเรื่องของทักษะพื้นฐานและความต้องการในการพัฒนาตัวเองนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญที่ผมมองด้วยเช่นกัน ไม่ใช่แบบ "พี่ ผมไม่ได้จะเขียนโค้ดจนตายนะ ผมอยากจะเป็น CEO ต่างหาก" ถ้าเจอแบบนี้ผมคงไม่รับล่ะครับ 555 น้องไปสมัครเป็นผู้บริหารเหอะ
คำถามอีกอย่างที่ผมจะดูคือคำถามพวกที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ อย่าง ... เรื่อง version control ซึ่งผมแปลกใจมากว่ามีคนมากกว่าครึ่งที่ผมสัมภาษณ์แล้วไม่รู้ว่า version control คืออะไร (อย่างที่บอกว่าผมสัมภาษณ์โปรแกรมเมอร์) หรือเรื่องของการส่งโค้ด การรีวิวโค้ด ว่าเขาทำยังไง และมีความเห็นว่าอย่างไร แล้วก็อาจจะถามเรื่องเวลาที่มีปัญหาแล้วจะแก้อย่างไร มีสถานการณ์สมมติด้วย อะไรทำนองนี้ก็ดี
อ้อ อีกเรื่องหนึ่งคือเนื่องจากว่าบ.ผมเป็นบ.ฝรั่ง คำถามกว่าครึ่งก็ถามเป็นภาษาอังกฤษครับ ถ้าเป็นไปได้ก็จะให้เขาตอบภาษาอังกฤษ แต่ถ้าตอบไม่ได้จะให้ลองตอบเป็นภาษาไทยดูอีกครั้ง บางทีเขาอาจจะแค่ไม่เคยชินกับการใช้ภาษา ซึ่งบ.ผมเองก็มีนโยบายด้านการสอนภาษาอังกฤษกับคนที่ภาษาไม่ค่อยดีเท่าไหร่อยู่แล้วเหมือนกัน แต่ถ้ามันแย่เอามาก ๆ ผมก็คงต้องจำใจคัดออกเหมือนกัน
ผมจะไม่ค่อยชอบคำถามประเภทคำถามยาก ๆ วัดความรู้ที่ไม่ได้จะเอาไปใช้ทำอะไรสักเท่าไหร่ อย่างเช่น ที่ผมเคยโดนถามจากบ.แห่งหนึ่ง (สงวนชื่อ) คือ protected inheritance ในภาษา C++ คืออะไร ซึ่งในความเป็นจริงโอกาสที่จะได้ใช้ต่ำมาก (ผมไม่เคยใช้แม้กระทั่ง private inheritance เลยนะ) มองว่ามันไร้สาระน่ะครับ แต่ถ้าอยากถามเพราะอยากให้ลองเดาก็ลองดู
อ้อที่สำคัญ ถ้าเป็นคำถามลักษณะที่ไม่มีถูกผิดตายตัว ผมจะไม่บอกเด็ดขาดว่าคำตอบของเขาผิดหรือถูก แต่ถ้าเป็นคำถามเชิงทฤษฎีบางทีผมก็ช่วยอธิบายบ้างว่าที่ถูกคืออะไร เพราะบางคนจบมาปุ๊บทิ้งพื้นฐานปั๊บเลย
ส่วนตัวผมจะชวนคุยเรื่องสัพเพเหระบ้าง สลับกับคำถามเครียด ๆ แล้วก็พยายามยิ้มให้แคนดิเดตครับ (ผมว่ามีแคนดิเดตบางคนคิดว่าผมชอบน้องเขาตั้งแต่สัมภาษณ์แน่เลย จริง ๆ แล้วทำงานอยู่ต่างหาก 555 ทำหน้า poker face อ่ะครับ) ผมไม่ชอบให้บรรยากาศมันตึงเครียดในห้องสัมภาษณ์ ถ้าสัมภาษณ์เดี่ยวนี่ผมอาจจะขอลงไปคุยร้านกาแฟ หรือไม่ก็พาเดินเล่นสวนเบญจกิตติสักรอบนึงด้วยซ้ำ 555 ผมเชื่อว่าเขาควรแสดงตัวตนของตัวเองออกมาให้มากที่สุดเพื่อที่เราจะได้รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นแบบไหนน่ะครับ แต่จริง ๆ คนที่สามารถแสดงตัวตนของตัวเองออกมาได้ในห้องสัมภาษณ์ก็มักจะประสพความสำเร็จอยู่แล้วน่ะนะ (จากประสพการณ์ส่วนตัวครับ)