อยากฟังความคิดของหลาย ๆ คนอะครับ ว่าแบ่งเวลาหาความรู้เพิ่มเติมยังไง ที่จะไม่เสียการเรียน และได้เกรดสวย ๆ ด้วยครับ
ตอนนี้ที่ผมกำลังแบ่ง ๆ อยู่คือ แบ่งเวลาเรียน eng (อันนี้ผมว่าจำเป็นพอ ๆ กับทักษาะคอมเลยครับ ) หัดเขียนแอพไอโฟน แล้วก็พยายามรักษาเกรดให้มันสวย ๆ ด้วยอะครับ แต่บางทีก็มีอุปสรรคคือการเล่นเกมอะครับ ตอนเล่นก็สนุกดีอะครับ พอเล่นเสร็จก็รู้สึกเสียดายเวลา ผมควรจะจัดตารางประจำวันไปเลยไหมว่าวันนี้ต้องทำอะไร ๆ บ้างดีไหมอะครับ แบบนี้มันจะดูเหมือนอยู่ในกรอบเกินไปหรือเปล่าครับ
ก็เอาเวลาว่างตอนเล่นเว็บมาหาอ
Architec Sun, 29/07/2012 - 19:57
ก็เอาเวลาว่างตอนเล่นเว็บมาหาอะไรทำเล่นๆ จะเขียนโปรแกรมเล่นหรือจะคอนฟิกลินุกซ์ก็หาข้อมูลประกอบหากเจอทางตัน แล้วมันจะเข้าใจได้ดี ส่วนเกมรู้สึกว่าขี้เกียจเล่น เพราะพยายามให้คำถามกับตัวเองว่า "มันทำได้ยังไง" หรือ "มันสร้างขึ้นจากอะไร" แล้วมันก็จะเบื่อไปเอง (แล้วก็เขียนเกมจนเพลินแทน)
ที่จริงผม "สนุก" จากความรู้ภายนอกจนลืมพวก lecture ไปเลย เกรดตกฮวบๆ
เรียนสายไหนครับ
lancaster Sun, 29/07/2012 - 20:01
เรียนสายไหนครับ
เรียน cs ครับ
aratnon Sun, 29/07/2012 - 20:23
เรียน cs ครับ
ผมใช้วิธีลองทำในสิ่งที่ตัวเอง
varavut Sun, 29/07/2012 - 21:40
ผมใช้วิธีลองทำในสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้ในงานที่ได้จากการเรียนนั่นแหละครับ ผมชอบอะไรที่มีความเป็นไปได้ต่ำ เพราะมันน่าสนุกและท้าทาย ผมคิดว่าไม่มีประโยชน์เลยที่ผมจะไปนั่งเขียนโปรแกรมคำนวณเกรด แสดงรูป diamond หรืออะไรที่มีในแบบฝึกหัดจนเชี่ยวชาญ เพราะมันไม่สนุก และความน่าเบื่อของมันจะไม่ทำให้ตัวผมจดจำหรือเข้าใจอะไรเพิ่มขึ้น ผมเลือกที่จะเขียนเกมออนไลน์เป็นโปรเจคตอนเรียนปี 2 เพราะว่าที่ๆผมเรียนเค้าไม่ได้สอนอะไรที่เกี่ยวกับกราฟฟิกหรือเกมเลย มันเป็นความท้าทายที่สุดในตอนนั้น ทุกปีหลังจากนั้นผมเขียนเกมเป็นโปรเจคย่อยๆมาโดยตลอดเพราะว่ามันสนุก
เหตุผลส่วนตัวที่ผมชอบเขียนเกมและแนะนำให้คนอื่นเขียน
มันยาก
มันสนุกมาก
คุณจะสามารถคิดอะไรที่ยากและซับซ้อน ได้มากกว่าเขียนโปรแกรมทั่วๆไป
แต่สิ่งเหล่านี้กับเป็นภัยต่อผมในวันนี้ ผมกับไม่สามารถทนทำงานที่น่าเบื่ออย่างพวกโปรแกรมที่ขายให้ระดับ Enterprise มันอาจจะท้าทายตรงที่ requirement เปลี่ยนบ่อย แต่ว่าผมมองว่ามันก็งานเดิมๆ แก้ไปแก้มา แล้วก็ทำให้ผมเกิดความขี้เกียจ ส่งงานก็ช้าอีก
"ผมคิดว่าไม่มีประโยชน์เลยที่ผ
way_cs16 Mon, 30/07/2012 - 17:43
In reply to ผมใช้วิธีลองทำในสิ่งที่ตัวเอง by varavut
"ผมคิดว่าไม่มีประโยชน์เลยที่ผมจะไปนั่งเขียนโปรแกรมคำนวณเกรด แสดงรูป diamond"
สำหรับผมมันโคตรมีประโยชน์เลยนะถ้าเข้าใจคิดรูปแบบ diamond เอง เขียนโค้ดแก้เองได้ผมว่า อะไรก็เขียนได้หมดนะ
ครับมันมีประโยชน์จริงๆนั่นแหล
varavut Wed, 01/08/2012 - 10:33
In reply to "ผมคิดว่าไม่มีประโยชน์เลยที่ผ by way_cs16
ครับมันมีประโยชน์จริงๆนั่นแหละ แต่ว่ามันตอบผมไม่ได้ครับว่าทำไปเพื่ออะไร
+1 นอกเหนือจากนั้นคือเรื่อง
Architec Mon, 30/07/2012 - 22:16
In reply to ผมใช้วิธีลองทำในสิ่งที่ตัวเอง by varavut
+1 นอกเหนือจากนั้นคือเรื่อง "เงิน" ที่จะตามมาหลังจากมีทักษะภาษานั้น ไม่งั้นกินแกลบ
ผมว่าการฝึกสกิล programming
fatrabb1t Tue, 31/07/2012 - 01:55
In reply to ผมใช้วิธีลองทำในสิ่งที่ตัวเอง by varavut
ผมว่าการฝึกสกิล programming ให้แข็งก็เป็นเรื่องดีนะครับ แต่ผมขอแย้งในเรื่องการทำโปรแกรมขายให้ระดับ Enterprise นะครับ ผมกลับมองว่ามันเป็นความท้าทายนอกเหนือจากส่วนที่เป็น programming น่ะครับ เช่น จะทำยังไงให้เสร็จ ให้ดี ให้จบ เก็บเงินได้ อะไรประมาณนั้น หรือว่าจะเป็นความรู้ในเชิง business ซึ่งอาจจะนำไปต่อยอดได้ในอนาคตนะครับ
ขอบคุณครับ
varavut Wed, 01/08/2012 - 10:34
In reply to ผมว่าการฝึกสกิล programming by fatrabb1t
ขอบคุณครับ
จากประสบการณ์พบว่าการจัด Todo
raindrop Sun, 29/07/2012 - 22:39
จากประสบการณ์พบว่าการจัด Todo list ของแต่ละคนมีสไตล์ไม่เหมือนกันครับ ตามนิสัยคน บางคนชอบมากกับการจัดตารางเป๊ะๆ บล็อกเวลาเป๊ะๆ สลับcontextงานได้เป็นว่าเล่นสบายๆ และเขาก็ทำได้ดีด้วย ในขณะที่บางคนเป็นพวกฟรีฟอร์ม สลับcontextไม่เก่ง แต่โฟกัสงานทีละนานๆเก่ง
ทั้งนี้ก็ยังเกี่ยวกับกิจกรรมที่เราทำด้วย งานบางอย่างมันฟิกซ์ได้ว่าต้องทำอะไรบ้างกี่โมงนานเท่าไหร่ แต่บางกิจกรรมก็วางแผนได้แค่คร่าวๆ อันนี้ขึ้นอยู่กับงานของแต่ละคนเลย ต้องสังเกตตัวเองครับว่างานเราเป็นประเภทไหน และเราเป็นคนนิสัยแบบไหน ของแบบนี้ต้องพัฒนาของใครของมันครับ ถึงจะถูกจริตเราที่สุด
แต่ผมคิดว่า ไม่ว่าจะเป็นคนนิสัยอย่างไหนอย่างน้อยก็ควรมี Todo เบาๆสักอันไว้ครับ เป็นTodoของ"วันพรุ่งนี้"ครับ (อย่างของผม ที่"เบา"ที่สุดก็ sticky note นี่แหละครับ แล้วก็ปฎิทินตั้งโต๊ะอีกสักอัน เขียนเป็นข้อๆไปเลยว่าพรุ่งนี้จะทำอะไร) ก่อนนอนก็เขียนไว้ ตื่นเช้ามาปุ๊บอย่างน้อยเราก็รู้ว่ามวันนี้เรามีเป้าหมายอะไร จะซื้ออะไร จะไปหาใคร ไม่งั้นลอยไปเรื่อยครับ เพราะผมเป็นบ่อย
แบบเบาๆนี้คือแบบง่ายสุดๆครับ คือไม่ต้องวางแผนไกลว่าเดือนนี้หรืออาทิตย์นี้ทำอะไร เอาแค่"พรุ่งนี้" ก่อน หลังจากนั้นจะขยับขยายเป็นรายอาทิตย์ หรือมีการจัดระเบียบเป็นโปรเจคอะไรก็ตามแต่ชอบใจ อันนี้ลองเสิร์ชหาในกูเกิ้ลได้เลยครับ เพราะเป็นประเด็นยอดฮิตมาก Time Management, Task management, todo list, productivity tips ฯลฯ มีหลายแบบให้ศึกษาจริงๆ ผมเองกว่าจะทำระบบtodoที่ใช้ในปัจจุบันนี้ได้ก็ลองมาซะหลายวิธีอยู่หลายปี อันไหนเขาว่าดีก็ลองไปหมด ดูว่ามันถูกจริตเราหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ก็หาอันอื่นต่อไป กล้ำกลืนอยู่กับวันคืนที่ไร้ทิศทางและล้มเหลวอยู่นาน แต่ปัจจุบันเราก็ดีใจที่เห็นว่าความพยายามมันไม่ไร้ผล มันพอเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้บ้างแล้ว Todo list แบบที่ถูกจริตกับเรา...
ส่วนเกมเนี่ยเล่นได้ครับ แต่ต้องสังเกคตัวเราด้วยว่าเราเป็นคนแบบไหน
คือบางคนมีระเบียบสูงมาก ถ้าจะเล่นแล้วเลิกหนึ่งชั่วโมง เขาก็เลิกแค่นั้น แต่บางคนอาจสู้กิเลสในตัวไม่ไหว ทางแก้ของผมคือ เอาจอยไปไว้ไกลๆครับ ให้มันขี้เกียจเดินไปหยิบ 55+ แล้วบอกตัวเองว่าเล่นได้เฉพาะตอนที่"ว่างโคตรๆ" หรือ"เหนื่อยโคตรๆ อยากผ่อนคลายบ้าง"เท่านั้น
แต่ของบางคนที่งบเยอะหน่อยเขาก็ใช้วิธีมีเครื่องเกมคอนโซลต่างหากครับ แต่คอมที่ใช้ทำงานนี่จะไม่ลงเกมเลย ไม่งั้นเผลอเป็นกดเผลอเป็นคลิก อันนั้นก็อีกแบบ แต่ถ้าแก้ด้วยวิธีต่างๆแล้วมันยังไม่ดีขึ้น บางทีทางเลือกที่ดีที่สุดคือการตัดใจครับ ตัดใจไม่ลงมันในเครื่องเสีย แล้วก็จะได้ไม่ต้องเสียใจกับมันอีก ประมาณว่าเจ็บแต่จบ
(ขอแทรกวิดิโอประกอบเนื้อหาครับ)
ผมเองก็เป็นครับ ตอนเล่นก็สนุกดี สนุกมากด้วย
พอเลิกแล้วเหลือบไปมองนาฬิกาเท่านั้นแหละ ได้สติเลย ว่านี่เราเอาเวลาไปทิ้งกับตัวละครVirtualทำไม(วะ)?
อารมณ์ประมาณคนดื่มเหล้าเพื่อให้ลืมทุกข์น่ะครับ ตอนกินมันก็เบลอๆ เพลินๆ ลืมปัญหาไปชั่วขณะ แต่พอสร่างเมาก็พบว่าปัญหามันก็ยังอยู่เหมือนเดิม แล้วจากนั้นก็วนเป็น Loop...(ชักออกทะเล 55)
มีคนแนะนำว่า เอาเวลาที่เล่นเกมพวกนั้นไปทดลองโปรเจคบ้าๆที่เราอยากทำดีกว่า(เช่น อย่างคุณก็เอาไปหัดเขียนแอพไง) ถึงจะล้มเหลวแต่อย่างน้อยก็ยังได้อะไรติดขาติดแข้งมาบ้าง แต่เล่นเกมเนี่ย...นอกซะจากว่าคุณจะเอาดีทางเป็น Game Designer หรือนักออกแบบ หรือทำอะไรที่เกี่ยวกับเกมจริงๆ ผมว่ามันเสียมากกว่าได้ อันนี้พูดในมุมมองของคนเล่นเกม และ"เจ็บ"จากมันบ่อยๆเหมือนกัน (คือโอเค บางทีมันก็ได้ เอ่อ...อะไรนะ"inspiration" อะไรมาบ้าง แต่เทียบสัดส่วนแล้วมันน้อยจริงๆครับ)
เลยหลังๆนี่ เวลาอยากเห็นเกมใหม่ๆว่าเป็นยังไงบ้าง ผมใช้วิธีดูวิดิโอ walkthrough ใน Youtube เอาครับ ไม่ต้องเสียเวลาเล่นเอง อิอิ ทำงานไปก็เปิดไปข้างๆ ใช้วิธีเหลือบมองบ้าง แป๊บเดียวก็จบเกมนึงละ
ทำ side project
netfirms Sun, 29/07/2012 - 22:49
ทำ side project ครับอยากรู้เรื่องอะไรก็ทำอันนั้นบางทีทำเสร็จหรูว่าโปรเจ็คจบของบางคนอีก
ขอบคุณมาก ๆ
aratnon Sun, 29/07/2012 - 23:11
ขอบคุณมาก ๆ นะครับสำหรับความคิดเห็น ผมก็รู้สึกว่าผมเบื่อพวกแบบฝึกหัดที่เรียนนะครับ ตัดเกรด เช็คคำ พิมพ์ดอกจัน ทำโจทย์โอลิมปิค ถึงบางอันผมจะทำไม่ได้ก็ -*- แล้วพอดีทางบ้าน เขาชอบฮึ่ม ๆ กับเกรดผมมาก ๆ เลยครับ
ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติค
naiaong Mon, 30/07/2012 - 02:00
ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติครับ
อยากรู้อดีตให้ดูปัจจุบันที่เราเป็น
อยากรู้อนาตคให้ดูปัจจุบันที่เราทำ
ดูจากคำถามแล้วรู้สึกว่าน้องเป็นคนขยัน
สู้ๆครับ
ถ้าเรียน cs
lancaster Mon, 30/07/2012 - 04:50
ถ้าเรียน cs อยู่แล้วก็ไม่ต้องซีเรียสครับ กว่าจะจบเราจะได้เล่นอะไรแปลกๆมากมายอยู่แล้ว
พวกโจทย์โอลิมปิคที่น่าเบื่อ มันเรียนอยู่อย่างมากก็ 1-2 เทอมเองครับ หลังจากนั้นก็น่าจะเริ่มสนุกละ
"อยากรู้อดีตให้ดูปัจจุบันที่เ
aratnon Mon, 30/07/2012 - 10:11
"อยากรู้อดีตให้ดูปัจจุบันที่เราเป็น อยากรู้อนาตคให้ดูปัจจุบันที่เราทำ"
ซึ้งมากครับ
เรียน /(อ่านหนังสือ พร้อม
EngineerRiddick Mon, 30/07/2012 - 11:55
เรียน /(อ่านหนังสือ พร้อม ดูAnime,FHM หรือเล่นเกมไปด้วยจะได้ไม่ง่วง) / เขียนโปรแกรมที่อยากเขียน พร้อมดูAnime,FHM หรือเล่นเกมไปด้วยจะได้ไม่ง่วง) =v=)b แล้วจะhappyครับ อย่าตึงมาก /me จบมาได้ยศ คนเกียรติเป็นอับดับ2ด้วยแหละ ได้มาแบบงงๆ
ผมว่าประเด็นคือ life style
oAOEo Mon, 30/07/2012 - 13:44
ผมว่าประเด็นคือ life style เราเป้นแบบไหนเราก็ควร design แผนการแบ่งเวลาให้เป็นแบบนั้นครับ
เช่นผมเป็นพวกทำงานตามอารมณ์ อารมณ์ไม่ดีทำงาน creative ไม่ได้(ผมถือว่าการ coding ต้องมีหัว creative ก่อนเขียนนะฮะโดยส่วนตัว) ก็เลย design ตารางแบบไม่ตึงเกินไปวางแผนเป็นหน่วยวันมากกว่าชั่วโมง คือคิดไปเลยว่าวันนี้เราจะทำอะไรก็ทำไปเลยแค่วอย่างเดียวไม่ต้องทำอย่างอื่น ถ้าทำไปแล้วอารมณ์หมดก็ไปเล่นเกมส์ อ่านการ์ตูน ฟังเพลงให้อารมณ์ดีแล้วค่อยมาทำต่อ แล้ววันรุ่งขึ้นจะทำอะไรก็ทำไปอย่างเดียว ซึ่งสำหรับผมมันให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการทำงานเป็นวันเพราะมันเข้ากับ Life style ผมมากกว่า
เพราะงั้นประเด็นคือ คิดให้เยอะว่าคุณเป็นคนแบบไหน แยกแยะให้ดีว่าคุณอยากทำอะไรมั่ง แล้วก็ค่อยไป Design ชีวิตให้เหมาะกับตัวคุณ เพราะชีวิตคุณเป็นของคุณเอง คุณย่อมมีสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น อย่าเอาการตัดสิน หรือคำแนะนำของคนอื่นไปใช้ทันทีโดยไม่ได้คิดว่า "มันเหมาะกับเราแล้วหรือยัง?"
อันนี้จริง
raindrop Mon, 30/07/2012 - 14:35
In reply to ผมว่าประเด็นคือ life style by oAOEo
อันนี้จริง ต้องของใครของมัน
ป.ล. สไตล์ทำงานเหมือนผมเลย
ผมกลับมองว่าแบ่งเวลา
plawanja Mon, 30/07/2012 - 17:01
ผมกลับมองว่าแบ่งเวลา (ที่นอกเหนือจากการเรียน) ไปทำกิจกรรมสาธารณะตามแต่ของสถาบันนั้นๆ จะเป็นของตึกหอ (ถ้าเป็นเด็กใน) จะเป็นของคณะ ของมหา'ลัย ก็ตามสะดวก เวลาเหลือเท่าไรจัดให้กับความสนใจของคุณ จะเขียนโปรแกรม จะเรียนภาษา จะเรียนลีลาศ ฯลฯ ตามสบายครับ
สิ่งสำคัญเวลาออกไปสู่ตลาดแรงงานคือ ความรู้รอบตัวและพรรคพวกเพื่อนฝูง พี่น้องทั้งในและต่างคณะ ยิ่งมีคนรู้จักต่างสถาบันเยอะๆ ยิ่งดี
เก่งเทพแค่ไหนแต่ไม่มีเพื่อน หรือมีน้อยเกินไป ทำยังไงก็ไม่รุ่งครับ จริงๆ..
กระผมถ้าว่างจากการเรียน ก็จะ
pvtvittawat Mon, 30/07/2012 - 17:38
กระผมถ้าว่างจากการเรียน ก็จะ เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง ออกกำลังกาย เที่ยว เฮฮา สนุกสนาน เอาให้เต็มที่ แต่ไม่ทิ้งการเรียน ตอนเรียนก็ตั้งใจให้เต็มที่น่ะแหละครับ แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่เอาอ่าว ๕๕๕ ตอนจบมา กระผมเลยได้เกรดนิยมเลยครับ
แต่ไม่เสียดาย หรือเสียใจนะ วัยเรียนมันต้องแบบนี้สิ คุ้ม เพราะมาทำงานแล้ว มันไม่สนุกเหมือนตอนเรียน
รับฟรีแลนด์ครับ
Bank14 Mon, 30/07/2012 - 23:43
รับฟรีแลนด์ครับ ได้จับงานจริงและมีรายได้ด้วยครับ
ผมไม่สนเกรดนะ จบมาก็สองกว่า ๆ
mr_tawan Tue, 31/07/2012 - 08:32
ผมไม่สนเกรดนะ จบมาก็สองกว่า ๆ (ในคณะที่ไม่มีใครได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ผมว่าก็ไม่เลวนะ 555 ปลอบใจตัวเอง) ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าดีกว่าครับ เรียนให้จบก็พอแล้ว ตอนทำงานไม่มีใครเขาดูเกรดกันหรอกครับ พอมีประสพการณ์สักปีคนก็ไม่ดู transcript แล้ว
ผมก็เคยเห็นคนได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเดินเตะฝุ่นหางานเหมือนกันนะ
ทำอะไรที่อยากทำ ถ้าเราเรียนในสาขาที่เราชอบอยู่แล้ว เราจะทำได้ดีเองครับ เชื่อเถอะ อย่างผมถ้าตัดวิชานอกภาคไปแล้วผมทำเกรดได้เกินสามเลยนะ ที่ได้แค่นี้เพราะว่ามีวิชานอกภาคที่ไม่ค่อยชอบน่ะครับ (นี่ก็ปลอบใจตัวเอง 555)