สวัสดีค่ะ หนูชื่อกรรณิกา เรียนอยู่ชั้น ม.4 ค่ะ หนูต้องทำรายงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีส่งอาจารย์ ซึ่งหนูได้เลือกทำหัวข้อเกี่ยวกับ WebM ค่ะ ทีนี้ในรายงาน อาจารย์อยากให้หนูเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับ ความได้เปรียบเสียเปรียบ (ทางด้าน เทคนิคและธุรกิจ) ของแต่ละค่าย ที่มีต่อเทคโนโลยี WebM และ H.264 โดยกล่าวถึงเฉพาะ บริษัทไอทีชั้นนำ ด้วยความที่หนูไม่เก่งภาษาอังกฤษ หนูพยายามหาข้อมูลแล้วได้แค่ 2 บริษัท (google,adobe) ที่สามารถกล่าวถึงความได้เปรียบเสียเปรียบทางเทคนิคและธุรกิจได้ และอีก 2 บริษัท(Microsoft,Apple) ที่มีข้อมูลเฉพาะความได้เปรียบทางธุรกิจ ซึ่งหนูคิดว่ายังน้อยไปค่ะ
เนื่องจากหนูมีเวลาทำรายงานแค่ 2 อาทิตย์ หนูใช้ไปแล้ว 1 อาทิตย์ ซึ่งอาจจะหาข้อมูลไม่ทัน เลยอยากจะมารบกวนข้อความรู้จากพี่ๆ ช่วยเล่าหรืออธิบาย ให้หนูหน่อยค่ะว่า บริษั่ทชั้นนำอื่นๆที่เข้าร่วมกลุ่มกับ Webmproject และ Mpeg La นั้นได้เปรียบ เสียเปรียบ ทางด้านเทคนิคและธุรกิจ อย่างไรบ้าง หรืออาจจะแนะนำเป็น Url ที่เป็นแหล่งข้อมูลให้หนูก้ได้ค่ะ รบกวนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
- ข้อมูลส่วนอื่นๆนั้นหนูได้มาจาก blognone.com ขอบคุณมากค่ะ
ถ้าหนูเอาคำเหล่านี้ "WebM
Invisible Force Thu, 16/02/2012 - 16:04
ถ้าหนูเอาคำเหล่านี้ "WebM H.264" ไปค้นใน google มันก็จะได้ข้อมูลแล้วนะ
Google's WebM v H.264: who wins and loses in the video codec..
http://www.guardian.co.uk/technology/blog/2011/jan/17/google-webm-vp8-video-html5-h264-winners-losers
แต่ว่าถ้าหนูมีปัญหาเรื่องภาษาอังกฤษ ก็ให้ลองใช้วิธีนี้คือ ตรงผลการค้นใน google มันจะมีคำว่า - "แปลหน้านี้" เล็กๆอยู่ตรงด้านขวามือ เมื่อกดตรงแปลหน้านี้แล้ว Google จะทำการแปลเป็นภาษาไทยให้เลย ซึ่งบางทีอาจจะแปลได้ไม่ดีมากแต่ก็น่าจะพอช่วยเราได้บ้างไม่มากก็น้อย .. ลองดูนะครับ เอาใจช่วยครับ
พี่ลองค้นข้อมูลดูแระ เริ่มๆ
Invisible Force Thu, 16/02/2012 - 17:15
พี่ลองค้นข้อมูลดูแระ เริ่มๆ เข้าใจมากขึ้น
คือปัจจุบัน algorithm การเข้ารหัสข้อมูล Video (เฉพาะภาพ ไม่รวม เสียง) ที่ดีที่สุดตอนนี้คือ H.264 จากทาง MPEG-LA ซึ่งช่วยทำให้ขนาดไฟล์มีขนาดเล็กลงมากโดยคุณภาพยังดีมากอยู่ และตอนนี้มีการใช้งานแพร่หลายมากขึ้นแล้วทั้งทางด้าน การดู vdo จากเครื่องเล่น และการดูผ่านทาง Web browser เช่น youtube
ตอนนี้ดูๆ ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร ? .. แต่จริงๆ แล้วไม่เลย .. เพราะตอนนี้เป็นเพียงแค่อยู่ในช่วงทดลองใช้ฟรีเท่านั้นครับสำหรับการใช้งานบนเว็บ ซึ่งจะหมดช่วงเวลาโปรโมชั่น(หรือฟรี) อีกไม่กี่ปีเท่านั้นคือแค่ถึงปี 2015
ซึ่งก็จะมีนักวิเคราะห์ต่างๆ ก็จะให้ความเห็นถึงเรื่องนี้กัน เค้าบอกว่าเมื่อถึงเวลานั้นค่าไลเซ็นส์ของ H.264 มันจะกระทบมาก คือ คนที่ผลิต vdo โดยเข้ารหัส H.264 หรือแม้แต่คนดูต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายไลเซ็นส์ (เข้าใจว่าคนดูจ่ายเพิ่มไปกับค่าเครื่องเล่นแล้วทางอ้อม) ปัญหาจึงตกกับ Google ด้วยเช่นกัน เพราะว่าเป็นเจ้าของเว็บ Youtube ซึ่งมี vdo จำนวนมหาศาล ดังนั้น Google ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ที่มีศักยภาพสูงแห่งหนึ่งในโลกเทคโนโลยีจึงตัดสินใจซื้อบริษัท On2 Technologies ในปี 2009 ซึ่งพัฒนา algorithm การเข้ารหัสข้อมูล Video ตระกูล VP โดยมีเวอร์ชั่นล่าสุดคือ VP8 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงเกือบใกล้เคียง H.264 ต่อจากนั้น Google ก็พยายามที่จะนำมาเปิดให้ใช้ได้ฟรีตามแบบฉบับของ Google (ส่วน WebM คือไฟล์ห่อหุ้มข้อมูล vdo ซึ่งจะรวมเสียงเพิ่มเข้าไปด้วย ส่วนเสียงจะใช้ algorithm เข้ารหัสของ Vorbis)
จึงเป็นที่มาของศึก WebM(vp8) กับ H.264
และกลยุทธ์ในการดำเนินการของ Google ก็คือ
การเข้าไปผลักดันให้ WebM เป็นมาตรฐานใน HTML5 โดยให้เหตุผลว่า royalty-free
การโน้มน้าวหาพันธมิตรให้ร่วมมือหันมาใช้ ได้แก่
2.1) Adobe ซึ่งเป็นผู้กุม Video Flash player นะปัจจุบัน ซึ่ง Adobe รองรับทั้ง h.254 และ webm แล้ว
2.2) Microsoft, Apple, Mozilla ผู้พัฒนา Web Browser เจ้าใหญ่
หนูขอขอบคุณ คุณ Invisible
Kunnika_ta Thu, 16/02/2012 - 17:43
In reply to พี่ลองค้นข้อมูลดูแระ เริ่มๆ by Invisible Force
หนูขอขอบคุณ คุณ Invisible Force มากๆ เลยค่ะ พอดีข้อมูลที่หนูต้องการจะเป็นส่วนของความได้เปรียบเสียเปรียบ (ทางด้าน เทคนิคและธุรกิจ) เช่น adobe เข้าร่วมกับ Webm ทำให้ได้เปรียบทาง ธุรกิจเนื่องจากไม่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ และได้เปรียบทางเทคนิค เนื่องจากสามารถมีทั้ง h.264 และ WebM ให้ใช้ ประมาณนี้น่ะค่ะ
หนูพยายามหาข้อมูลในส่วนนี้แล้วแต่ไม่ค่อยมีเลยค่ะ (อาจเป็นเพราะหนูไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษ) ไม่ทราบว่าพอจะแนะนำแหล่งข้อมูลได้ไม๊คะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
**ขอบคุณที่ไกด์บางส่วนให้ค่ะ ^_^
เข้ามาทึ่งว่าเด็กม. 4
Eka-X Fri, 17/02/2012 - 11:37
เข้ามาทึ่งว่าเด็กม. 4 สมัยนี้ทำรายงานเรื่องที่ต้องวิเคราะห์ขนาดนี้ด้วย เก่งมากครับ
เรื่องนี้ไม่ได้ค้นก็เล่าไม่ถูกเหมือนกัน แต่เล่าคร่าวๆ ได้ว่าการที่ WebM จะโค่น H.264 เป็นเรื่องที่ยากมากครับ เพราะ H.264 กลายเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ใช้ในวงการสื่อไปแล้ว ตั้งแต่ต้นทางในกระบวนการผลิต จนออกมาเป็นแผ่นเป็นไฟล์ให้ผู้ใช้เปิดดู
โดย H.264 จะมีระดับของมาตรฐานอยู่ภายในเช่น baseline profile, main profile, high profile ซึ่งแต่ละ profile จะรวมเทคนิคที่ใช้ในการกระบวนการบีบอัดเป็นชุดๆ คือ baseline จะเป็นมาตรฐานที่ต่ำที่สุด ทำงานได้รวดเร็ว แต่ก็บีบอัดวิดีโอได้น้อยเช่นกัน ทำให้อุปกรณ์หรือกล้องต่างๆ โดยเฉพาะกล้องในโทรศัพท์มือถือ ถ้าถ่ายออกมาเป็น H.264 มักใช้ที่ baseline เพราะหน่วยประมวลผลของมือถือไม่แรงพอที่จะบีบเป็นมาตรฐานที่สูงได้ แต่ข้อดีของการใช้เป็น baseline คือนำมาใช้ในกระบวนการตัดต่อได้ง่ายกว่า เพราะการบีบอัดไม่ซับซ้อน การประมวลผลกลับจึงทำได้รวดเร็ว
แต่อุปกรณ์สมัยใหม่ อย่างมือถือรุ่นใหม่ๆ ก็มีความสามารถในการเล่น H.264 แบบ High profile ได้แล้ว เพราะมีความเร็วสูงขึ้น ยกตัวอย่างเช่นใน iPhone 3Gs จะสามารถเล่นได้ประมาณ baseline หรือ main profile เท่านั้น ส่วน iPhone 4s นั้นเล่น high profile ระดับ HD ได้สบายๆ
ถ้าพูดถึงความต่างเรื่องขนาดไฟล์ของ H.264 baseline กับ high อันนี้ไม่เคยทดสอบจริงจัง แต่บีบเล่นๆ จากไฟล์ baseline แปลงขึ้นไปเป็น high ขนาดไฟล์ลดลงเกือบเท่าตัว แต่คุณภาพได้ประมาณเดิมครับ
จากที่เคยลองใช้ iPod Touch
panurat2000 Fri, 17/02/2012 - 17:27
In reply to เข้ามาทึ่งว่าเด็กม. 4 by Eka-X
จากที่เคยลองใช้ iPod Touch กับ Galaxy Note
รู้สึกว่าจะเล่นไฟล์ H.264 ได้เฉพาะ Baseline Profile กับ High Profile (ไม่เกิน L4 นะคะ)
ส่วน Main Profile นั้นลองกับ FLV 480p ที่โหลดมาจาก Youtube แล้วเล่นไม่ได้
ยกเว้นจะลงโปรแกรมของ Third Party แล้วใช้ CPU ถอดรหัสถึงจะเล่นได้ทุก Profile ค่ะ
อย่างแรกเลย WebM กับ H264
nat3738 Fri, 17/02/2012 - 22:12
อย่างแรกเลย WebM กับ H264 เป็นคนละชนิดกันนะครับ คือ WebM เป็นแค่มาตรฐานเก็บ ซึ่งจะตรงกับ MP4 ของ H264 ส่วนที่เทียบกับ H264 จริงๆ คือ VP8
จากมุมมองของคนที่เข้ารหัสวิดีโออยู่เป็นประจำ
ในเชิงของการค้า ผมว่ายากที่จะเปลี่ยนไปใช้ VP8 เพราะต้นทุนในหลายๆ ด้าน โดยในปัจจุบันที่ H264 เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม มีซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์มากมาก ยิ่งในบริษัทผลิตสื่อใหญ่ๆ ที่ใช้โซลูชั่นการเข้ารหัสที่เป็นฮาร์ดแวร์ที่ต้องการบริการหลังการขายนั้น ทาง H264 สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้ ขณะที่ในปัจจุบัน VP8 ไม่มีตรงส่วนนี้เลย
นอกจากนี้ H264 ออกมาหลายปีแล้ว มีการพัฒนาวิธีการปรับปรุงการเข้ารหัสและถอดรหัสไว้มาก มีประสิทธิภาพค่อนข้างดี (ตัวอย่างถอดรหัส - LAV Filter, DXVA, CUVID เข้ารหัส - x264, MainConcept) ส่วน WebM ถือว่าค่อนข้างใหม่ เลยไม่มีส่วนนี้
ส่วนในมุมมองเชิงเทคนิค จริงๆ แล้วตัวมาตรฐาน WebM/VP8 ค่อนข้างแปลกๆ ครับ คือ ในตัวเข้ารหัสมาตรฐานของกูเกิ้ลมีบักครับ - -" ซึ่งกูเกิ้ลก็ไม่ยอมแก้ด้วย แล้วก็มีขั้นตอนการถอดรหัสแปลกๆ ที่ทำให้ไม่สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพได้ดีเท่าที่ควรครับ ทำให้มาตรฐานนี้ไม่ค่อยคืบหน้าสักที (ลึกๆ มีรายละเอียดอีกเยอะครับ แต่กลัวจะไม่เข้าใจ)