ถ้ามีโอกาสเรียนต่อ ป.โท อยากทราบว่าชาว BN จะเลือกเรียนอันไหน ใช้อะไรเป็นเกณฑ์เลือก 1.อนาคตของ สาขาที่เลือก 2.อนาคตหน้าที่การงาน 3.ความยากง่าย 4.แล้วต่อชอบ ทั้งนี้เสนอมากกว่านี้ก็ได้ เพราะตอนนี้อยากรู้ว่า CS หรือ SE ที่น่าเรียนกว่ากัน
ต้องเอาหลักสูตรมากางเทียบดูฮะ tr Thu, 07/04/2011 - 15:36 ต้องเอาหลักสูตรมากางเทียบดูฮะ ชื่อหลักสูตรบางทีหักมุมได้ ดีไม่ดีแค่ต่างกันไม่กี่วิชา ต้องมีวิชาเฉพาะทางที่เราอยากเรียนด้วยครับ ถ้าระดับป.โทแล้ว ดูๆตัวไหนไว้อยู่รึเปล่า :D ขึ้นอยู่กับสายงานที่สนใจในอนาคตด้วย เป็นผมก็คงเรียนสลับกับที่เรียนป.ตรีมา (ถ้าจบตัวใดตัวหนึ่งมานะ) Log in or register to post comments CS RookieX Thu, 07/04/2011 - 21:18 CS จะเรียนกว้างกว่าแล้วแต่จะเลือกวิชาเลือกเน้นไปด้านไหน หนึ่งในนั้นก็มีด้าน SE เช่นกัน SE จะเรียนเฉพาะด้านเกี่ยวกับพัฒนาซอฟต์แวร์โดยเฉพาะ สมมุตถ้าเลือก CS ที่เน้นเรียนด้าน SE จะต่างจากเรียน SE โดยตรงที่ SE จะได้เรียนวิชาเกี่ยวข้อง SE มากกว่า 2-3วิชา และเหมือนว่าปริญญาโทจะต้องใช้วิชาแกนในการสอบจบ SE กับ CS จะมีวิชาแกนที่แตกต่างกันบ้าง ของ SE จะเน้นวิชาแกนไปในด้านพัฒนาซอฟต์แวร์ ส่วน CS วิชาแกนจะกว้างกว่ามีทั้ง OS, Network, Software ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วแต่มหาวิทยาลัยด้วยศึกษารายละเอียดหลักสูตรให้ดีก่อนตัดสินใจ Log in or register to post comments ทำตามหัวใจเรียกร้องครับ ผมเคย kittipat Sat, 09/04/2011 - 05:44 ทำตามหัวใจเรียกร้องครับ ผมเคยสับสนอยู่เหมือนกันว่ามันแตกต่างกันยังไง ตอนนี้เหมือนจะพอให้คำตอบตัวเองได้แล้วว่า SE จะเน้นไปทางด้านการเปลี่ยน requirement ไปเป็น software ถ้าชอบการวางกระบวนการทำงานในภาพรวม ก็น่าจะเหมาะ CS จะเน้นแก้ปัญหาด้วย computer ถ้าเป็นประเภทชอบแก้ปัญหาเทคนิค ก็น่าจะชอบด้านนี้มากกว่า (แถม) Computer Engineering เน้นการสร้างระบบ computer (implementation) อันนี้เหมาะสำหรับพวกที่อยากรู้จักคอมพิวเตอร์แบบหมดไส้หมดพุง หวังว่าจะพอเป็นแนวทางได้นะครับ Log in or register to post comments ผมเข้าใจเหมือนคุณ kittipat Thaina Sat, 09/04/2011 - 07:05 ผมเข้าใจเหมือนคุณ kittipat ครับ CS คือกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ที่คิด วิจัย ใช้งาน ระบบการเขียนโปรแกรม คิดสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ วิจัยปัญหาในวงกว้าง SE คือวิศวกรที่ทำงานโดยการวางแผน มีวัตถุประสงค์ เหมาะกับคนที่จะไปเปนหัวหน้าแผนก ควบคุมเหล่ากรรมกรโปรแกรมเมอร์ให้ผลิตชิ้นงานออกมาตามเป้าหมาย ผมเลือก CS ครับ เพราะผมชอบ ชีวิตคนเราควรเลือกอะไรที่เราพอใจจะเปนนะ ส่วนเรื่องความยากง่าย...ผมว่าอะไรๆ มันก็ยากทั้งนั้นแหละ มีแต่ชอบหรือไม่ชอบ ถนัดกับไม่ถนัด ผมว่าเราไม่ควรคิดถึงอนาคตมากนัก เพราะไม่ว่าเราอยากเปนอะไร มันต้องมีคนที่ต้องไปทำงานในด้านนั้นอยู่แล้ว การเรียนเพราะคำว่า "ดูมีอนาคต" เปนอะไรที่แย่มาก เพราะสังคมต้องประกอบด้วยคนจากทุกสาขา ไอ้การมีอนาคต จริงๆคือการตามกระแส การเรียนตามกระแสมันก็ส่งผลให้ในอนาคตกว่านั้น บุคลากรในสาขาที่เคย "ดูไม่มีอนาคต" จะขาดแคลน และแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม และไปๆมาๆ ไอ้สาขาที่ "ดูไม่มีอนาคต" มันก็จะกลายเปน "บูม" สมัยนึงที่การเล่นดนตรี ร้องเพลง เล่นละคร คือ เต้นกินรำกิน ไม่มีอนาคต ก็ต่อต้าน ห้าม แล้วก็ถึงยุคขาดแคลน วัฒนธรรมไม่มีใครสืบสาน ต้องมา "รักษาวัฒนธรรมไทย ดูแลมรดกไทย" มีหน้ามาด่าคนรุ่นใหม่ที่เขาไม่สนใจ คนรุ่นเก่าทำอะไรไว้เคยโทษตัวเองรึเปล่า สมัยนึงที่การ์ตูน เกม คือของปัญญาอ่อน โตแล้วห้ามเล่น ห้ามยุ่ง โดนดูถูกเหยียดหยาม ไม่มีอนาคต สมัยนี้ต้องมานั่ง "เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทำรายได้เปนล้านๆ" แบบนี้ใครปัญญาอ่อนกว่ากัน ก็ไม่เคยจดจำ ยังจะมีประโคม "ไอทีกำลังบูม" "เศรษฐกิจสร้างสรรค์กำลังมาแรง" "อนุรักษ์ธรรมชาติเปนเทรนด์ใหม่" ประเทศจะพัฒนาได้หรือแบบนี้ อันนี้เปนวงจรอุบาทของประเทศเรา ที่พออะไรบูม ก็ดูถูกสาขาที่ไม่บูม เข็นให้เด็กไปเรียนอันที่บูม ที่ "ดูมีอนาคต" ไม่ว่าจริงๆแล้วมันเหมาะกับนิสัยเด็กรึเปล่า เด็กสนใจหรือไม่ แล้วก็ผลิตบุคลากรสาขาเดียวออกมาล้นตลาด คุณภาพก็ต่างไปตามความถนัดและความชอบ การสร้างบุคลากรในสาขาหนึ่งที่มีคุณภาพต่ำ เพราะว่าไม่ได้ถนัด ไม่ได้ชอบ เท่ากับประเทศเราเสียบุคลากรที่น่าจะเอาไปทำประโยชน์ด้านอื่นที่เขาถนัดและชอบได้ ไปจำนวนมาก แล้วพอถึงเวลาที่ต้องการบุคลากรด้านไหนขึ้นมาจริงๆก็ขาดแคลน เปนวัฒจักรแบบนี้มากี่ปีแล้วไม่รู้ กากสิ้นดี Log in or register to post comments +๑ RYUTAZA Sat, 09/04/2011 - 17:45 In reply to ผมเข้าใจเหมือนคุณ kittipat by Thaina +๑ Log in or register to post comments SE && CS Qubit Sun, 10/04/2011 - 05:30 In reply to ผมเข้าใจเหมือนคุณ kittipat by Thaina SE && CS เรียนแล้วดูดีมีอนาคตแน่ๆ งั้นเรามาเรียน Physics กันมั่งดีกว่าครับเผื่อไว้สำหรับอนาคตไงครับอาจจะดูดีมีอนาคตในเมืองไทยมั่ง อยู่ๆก็บูมขึ้นมาไง T_T"" ปล.อ่านแล้วก็ข้ามๆไปเถอะนะครับอย่าใส่ใจผมเลย ผมเข้ามาเกรียนนะครับ Log in or register to post comments ส่วนตัวผมเลือก SE ครับ chenke Sat, 09/04/2011 - 14:45 ส่วนตัวผมเลือก SE ครับ เพราะมันจะออกไปทางแนววางแผน แล้วก็มองภาพรวม ว่าที่เราออกแบบเนี่ย มันมีกระบวนการอย่างไร แล้วจะทำอย่างไรผลลัพธ์ถึงจะออกมาตามที่ได้ requirement ที่ได้มา แล้วก็ค่อยไปสั่งให้ programmer ทำตามอีกที ส่วนใหญ่ตำแหน่งที่ทำต้องมีความรับผิดชอบสูงนะครับ เพราะว่าเหมือนเราเป็นคนควบคุมงานทั้งหมด เป็นคนคอยประสารงานกับแผนกต่างๆ แล้วpresent ออกไปให้เค้าเข้าใจ ตอนแรกคิดว่าง่ายเหมือนกัน ไม่ได้เขียนโปรแกรมสั่งให้คนอื่นทำนู่นทำนี่ แต่ว่ามันยากมากเลย กับการที่ต้องออกแบบ Requirement อ่ะครับ ที่เค้าต้องการแค่ 1 หน้ากระดาษ ออกไปเป็นแผนภาพ หลายๆ อัน ส่วน CS นั้นจะออกแนวทฤษฎี แล้วนำวิธีทฤษฎีนั้นมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไร ยกตัวอย่าง เว็บ Amazon.com กดเข้าไปดูสินค้าแต่ละอันดิครับ มันจะมีหมวดสินค้า Recommend อยู่ ถามว่ามันรู้ได้ไงว่า คนที่ซื้อสินค้าชิ้นนี้แล้ว อยากจะซื้ออะไรต่ออีก ถึงทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น มันก็จะมีทฤษฎีที่นำมาใช้ได้ อย่างที่เคยเรียนมาก็มี ของวิชา AI มาใช้ได้นะ ส่วนตัวไม่ค่อยชอบทฤษฎีอ่ะครับ เลือกเอาละกันมันก็สำคัญทั้งคู่แหละครับ SE วางแผนเก่ง ส่วน CS เป็นคนแก้ปัญหาให้ครับ Log in or register to post comments ประมาณว่า.. สถาปนิก le-phather Sat, 09/04/2011 - 23:35 ประมาณว่า.. สถาปนิก หรือวิศวะกร นั่นเอง Log in or register to post comments ผมเลือกเรียน SE ครับ insea Thu, 14/06/2012 - 19:58 ผมเลือกเรียน SE ครับ และคิดว่าไม่ผิด ผมจบตรี IT มาครับ เหตุผลที่ทำให้ผมเลือกเรียนต่อ SE เพราะคิดว่ารายวิชาที่เรียนสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานที่ทำอยู่ได้มากที่สุด โดยส่วนตัวผมคิดว่า CS เน้นเรียนเกี่ยวกับ Logic, Algorithm และการแก้โจทย์ปัญหาต่างๆในขั้น Advance ซึ่งเป็นทักษะหลักของ Programmer ครับ ส่วน SE เรียนเกี่ยวกับการจัดการบริหารซอฟท์แวร์ มี SDLC ตั้งแต่การเก็บ requirement, analysis, design ไปจนถึง maintenance รวมถึง project management ด้วย SE จะเน้นไปที่การจัดการบริหารซอฟท์แวร์ขนาดใหญ่ที่มีผู้พัฒนาจำนวนมาก และลด Fault และ Error ที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาระบบในทุกขั้นตอน รวมไปถึงการดูแลรักษาซอฟท์แวร์ให้มีอายุการใช้งานได้นานเป็นสิบหรือหลายสิบปีครับ Log in or register to post comments
ต้องเอาหลักสูตรมากางเทียบดูฮะ tr Thu, 07/04/2011 - 15:36 ต้องเอาหลักสูตรมากางเทียบดูฮะ ชื่อหลักสูตรบางทีหักมุมได้ ดีไม่ดีแค่ต่างกันไม่กี่วิชา ต้องมีวิชาเฉพาะทางที่เราอยากเรียนด้วยครับ ถ้าระดับป.โทแล้ว ดูๆตัวไหนไว้อยู่รึเปล่า :D ขึ้นอยู่กับสายงานที่สนใจในอนาคตด้วย เป็นผมก็คงเรียนสลับกับที่เรียนป.ตรีมา (ถ้าจบตัวใดตัวหนึ่งมานะ) Log in or register to post comments
CS RookieX Thu, 07/04/2011 - 21:18 CS จะเรียนกว้างกว่าแล้วแต่จะเลือกวิชาเลือกเน้นไปด้านไหน หนึ่งในนั้นก็มีด้าน SE เช่นกัน SE จะเรียนเฉพาะด้านเกี่ยวกับพัฒนาซอฟต์แวร์โดยเฉพาะ สมมุตถ้าเลือก CS ที่เน้นเรียนด้าน SE จะต่างจากเรียน SE โดยตรงที่ SE จะได้เรียนวิชาเกี่ยวข้อง SE มากกว่า 2-3วิชา และเหมือนว่าปริญญาโทจะต้องใช้วิชาแกนในการสอบจบ SE กับ CS จะมีวิชาแกนที่แตกต่างกันบ้าง ของ SE จะเน้นวิชาแกนไปในด้านพัฒนาซอฟต์แวร์ ส่วน CS วิชาแกนจะกว้างกว่ามีทั้ง OS, Network, Software ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วแต่มหาวิทยาลัยด้วยศึกษารายละเอียดหลักสูตรให้ดีก่อนตัดสินใจ Log in or register to post comments
ทำตามหัวใจเรียกร้องครับ ผมเคย kittipat Sat, 09/04/2011 - 05:44 ทำตามหัวใจเรียกร้องครับ ผมเคยสับสนอยู่เหมือนกันว่ามันแตกต่างกันยังไง ตอนนี้เหมือนจะพอให้คำตอบตัวเองได้แล้วว่า SE จะเน้นไปทางด้านการเปลี่ยน requirement ไปเป็น software ถ้าชอบการวางกระบวนการทำงานในภาพรวม ก็น่าจะเหมาะ CS จะเน้นแก้ปัญหาด้วย computer ถ้าเป็นประเภทชอบแก้ปัญหาเทคนิค ก็น่าจะชอบด้านนี้มากกว่า (แถม) Computer Engineering เน้นการสร้างระบบ computer (implementation) อันนี้เหมาะสำหรับพวกที่อยากรู้จักคอมพิวเตอร์แบบหมดไส้หมดพุง หวังว่าจะพอเป็นแนวทางได้นะครับ Log in or register to post comments
ผมเข้าใจเหมือนคุณ kittipat Thaina Sat, 09/04/2011 - 07:05 ผมเข้าใจเหมือนคุณ kittipat ครับ CS คือกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ที่คิด วิจัย ใช้งาน ระบบการเขียนโปรแกรม คิดสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ วิจัยปัญหาในวงกว้าง SE คือวิศวกรที่ทำงานโดยการวางแผน มีวัตถุประสงค์ เหมาะกับคนที่จะไปเปนหัวหน้าแผนก ควบคุมเหล่ากรรมกรโปรแกรมเมอร์ให้ผลิตชิ้นงานออกมาตามเป้าหมาย ผมเลือก CS ครับ เพราะผมชอบ ชีวิตคนเราควรเลือกอะไรที่เราพอใจจะเปนนะ ส่วนเรื่องความยากง่าย...ผมว่าอะไรๆ มันก็ยากทั้งนั้นแหละ มีแต่ชอบหรือไม่ชอบ ถนัดกับไม่ถนัด ผมว่าเราไม่ควรคิดถึงอนาคตมากนัก เพราะไม่ว่าเราอยากเปนอะไร มันต้องมีคนที่ต้องไปทำงานในด้านนั้นอยู่แล้ว การเรียนเพราะคำว่า "ดูมีอนาคต" เปนอะไรที่แย่มาก เพราะสังคมต้องประกอบด้วยคนจากทุกสาขา ไอ้การมีอนาคต จริงๆคือการตามกระแส การเรียนตามกระแสมันก็ส่งผลให้ในอนาคตกว่านั้น บุคลากรในสาขาที่เคย "ดูไม่มีอนาคต" จะขาดแคลน และแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม และไปๆมาๆ ไอ้สาขาที่ "ดูไม่มีอนาคต" มันก็จะกลายเปน "บูม" สมัยนึงที่การเล่นดนตรี ร้องเพลง เล่นละคร คือ เต้นกินรำกิน ไม่มีอนาคต ก็ต่อต้าน ห้าม แล้วก็ถึงยุคขาดแคลน วัฒนธรรมไม่มีใครสืบสาน ต้องมา "รักษาวัฒนธรรมไทย ดูแลมรดกไทย" มีหน้ามาด่าคนรุ่นใหม่ที่เขาไม่สนใจ คนรุ่นเก่าทำอะไรไว้เคยโทษตัวเองรึเปล่า สมัยนึงที่การ์ตูน เกม คือของปัญญาอ่อน โตแล้วห้ามเล่น ห้ามยุ่ง โดนดูถูกเหยียดหยาม ไม่มีอนาคต สมัยนี้ต้องมานั่ง "เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทำรายได้เปนล้านๆ" แบบนี้ใครปัญญาอ่อนกว่ากัน ก็ไม่เคยจดจำ ยังจะมีประโคม "ไอทีกำลังบูม" "เศรษฐกิจสร้างสรรค์กำลังมาแรง" "อนุรักษ์ธรรมชาติเปนเทรนด์ใหม่" ประเทศจะพัฒนาได้หรือแบบนี้ อันนี้เปนวงจรอุบาทของประเทศเรา ที่พออะไรบูม ก็ดูถูกสาขาที่ไม่บูม เข็นให้เด็กไปเรียนอันที่บูม ที่ "ดูมีอนาคต" ไม่ว่าจริงๆแล้วมันเหมาะกับนิสัยเด็กรึเปล่า เด็กสนใจหรือไม่ แล้วก็ผลิตบุคลากรสาขาเดียวออกมาล้นตลาด คุณภาพก็ต่างไปตามความถนัดและความชอบ การสร้างบุคลากรในสาขาหนึ่งที่มีคุณภาพต่ำ เพราะว่าไม่ได้ถนัด ไม่ได้ชอบ เท่ากับประเทศเราเสียบุคลากรที่น่าจะเอาไปทำประโยชน์ด้านอื่นที่เขาถนัดและชอบได้ ไปจำนวนมาก แล้วพอถึงเวลาที่ต้องการบุคลากรด้านไหนขึ้นมาจริงๆก็ขาดแคลน เปนวัฒจักรแบบนี้มากี่ปีแล้วไม่รู้ กากสิ้นดี Log in or register to post comments
+๑ RYUTAZA Sat, 09/04/2011 - 17:45 In reply to ผมเข้าใจเหมือนคุณ kittipat by Thaina +๑ Log in or register to post comments
SE && CS Qubit Sun, 10/04/2011 - 05:30 In reply to ผมเข้าใจเหมือนคุณ kittipat by Thaina SE && CS เรียนแล้วดูดีมีอนาคตแน่ๆ งั้นเรามาเรียน Physics กันมั่งดีกว่าครับเผื่อไว้สำหรับอนาคตไงครับอาจจะดูดีมีอนาคตในเมืองไทยมั่ง อยู่ๆก็บูมขึ้นมาไง T_T"" ปล.อ่านแล้วก็ข้ามๆไปเถอะนะครับอย่าใส่ใจผมเลย ผมเข้ามาเกรียนนะครับ Log in or register to post comments
ส่วนตัวผมเลือก SE ครับ chenke Sat, 09/04/2011 - 14:45 ส่วนตัวผมเลือก SE ครับ เพราะมันจะออกไปทางแนววางแผน แล้วก็มองภาพรวม ว่าที่เราออกแบบเนี่ย มันมีกระบวนการอย่างไร แล้วจะทำอย่างไรผลลัพธ์ถึงจะออกมาตามที่ได้ requirement ที่ได้มา แล้วก็ค่อยไปสั่งให้ programmer ทำตามอีกที ส่วนใหญ่ตำแหน่งที่ทำต้องมีความรับผิดชอบสูงนะครับ เพราะว่าเหมือนเราเป็นคนควบคุมงานทั้งหมด เป็นคนคอยประสารงานกับแผนกต่างๆ แล้วpresent ออกไปให้เค้าเข้าใจ ตอนแรกคิดว่าง่ายเหมือนกัน ไม่ได้เขียนโปรแกรมสั่งให้คนอื่นทำนู่นทำนี่ แต่ว่ามันยากมากเลย กับการที่ต้องออกแบบ Requirement อ่ะครับ ที่เค้าต้องการแค่ 1 หน้ากระดาษ ออกไปเป็นแผนภาพ หลายๆ อัน ส่วน CS นั้นจะออกแนวทฤษฎี แล้วนำวิธีทฤษฎีนั้นมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไร ยกตัวอย่าง เว็บ Amazon.com กดเข้าไปดูสินค้าแต่ละอันดิครับ มันจะมีหมวดสินค้า Recommend อยู่ ถามว่ามันรู้ได้ไงว่า คนที่ซื้อสินค้าชิ้นนี้แล้ว อยากจะซื้ออะไรต่ออีก ถึงทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น มันก็จะมีทฤษฎีที่นำมาใช้ได้ อย่างที่เคยเรียนมาก็มี ของวิชา AI มาใช้ได้นะ ส่วนตัวไม่ค่อยชอบทฤษฎีอ่ะครับ เลือกเอาละกันมันก็สำคัญทั้งคู่แหละครับ SE วางแผนเก่ง ส่วน CS เป็นคนแก้ปัญหาให้ครับ Log in or register to post comments
ประมาณว่า.. สถาปนิก le-phather Sat, 09/04/2011 - 23:35 ประมาณว่า.. สถาปนิก หรือวิศวะกร นั่นเอง Log in or register to post comments
ผมเลือกเรียน SE ครับ insea Thu, 14/06/2012 - 19:58 ผมเลือกเรียน SE ครับ และคิดว่าไม่ผิด ผมจบตรี IT มาครับ เหตุผลที่ทำให้ผมเลือกเรียนต่อ SE เพราะคิดว่ารายวิชาที่เรียนสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานที่ทำอยู่ได้มากที่สุด โดยส่วนตัวผมคิดว่า CS เน้นเรียนเกี่ยวกับ Logic, Algorithm และการแก้โจทย์ปัญหาต่างๆในขั้น Advance ซึ่งเป็นทักษะหลักของ Programmer ครับ ส่วน SE เรียนเกี่ยวกับการจัดการบริหารซอฟท์แวร์ มี SDLC ตั้งแต่การเก็บ requirement, analysis, design ไปจนถึง maintenance รวมถึง project management ด้วย SE จะเน้นไปที่การจัดการบริหารซอฟท์แวร์ขนาดใหญ่ที่มีผู้พัฒนาจำนวนมาก และลด Fault และ Error ที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาระบบในทุกขั้นตอน รวมไปถึงการดูแลรักษาซอฟท์แวร์ให้มีอายุการใช้งานได้นานเป็นสิบหรือหลายสิบปีครับ Log in or register to post comments
ต้องเอาหลักสูตรมากางเทียบดูฮะ
tr Thu, 07/04/2011 - 15:36
ต้องเอาหลักสูตรมากางเทียบดูฮะ ชื่อหลักสูตรบางทีหักมุมได้ ดีไม่ดีแค่ต่างกันไม่กี่วิชา
ต้องมีวิชาเฉพาะทางที่เราอยากเรียนด้วยครับ ถ้าระดับป.โทแล้ว ดูๆตัวไหนไว้อยู่รึเปล่า :D
ขึ้นอยู่กับสายงานที่สนใจในอนาคตด้วย เป็นผมก็คงเรียนสลับกับที่เรียนป.ตรีมา (ถ้าจบตัวใดตัวหนึ่งมานะ)
CS
RookieX Thu, 07/04/2011 - 21:18
CS จะเรียนกว้างกว่าแล้วแต่จะเลือกวิชาเลือกเน้นไปด้านไหน หนึ่งในนั้นก็มีด้าน SE เช่นกัน
SE จะเรียนเฉพาะด้านเกี่ยวกับพัฒนาซอฟต์แวร์โดยเฉพาะ
สมมุตถ้าเลือก CS ที่เน้นเรียนด้าน SE จะต่างจากเรียน SE โดยตรงที่ SE จะได้เรียนวิชาเกี่ยวข้อง SE มากกว่า 2-3วิชา
และเหมือนว่าปริญญาโทจะต้องใช้วิชาแกนในการสอบจบ SE กับ CS จะมีวิชาแกนที่แตกต่างกันบ้าง ของ SE จะเน้นวิชาแกนไปในด้านพัฒนาซอฟต์แวร์ ส่วน CS วิชาแกนจะกว้างกว่ามีทั้ง OS, Network, Software
ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วแต่มหาวิทยาลัยด้วยศึกษารายละเอียดหลักสูตรให้ดีก่อนตัดสินใจ
ทำตามหัวใจเรียกร้องครับ ผมเคย
kittipat Sat, 09/04/2011 - 05:44
ทำตามหัวใจเรียกร้องครับ
ผมเคยสับสนอยู่เหมือนกันว่ามันแตกต่างกันยังไง ตอนนี้เหมือนจะพอให้คำตอบตัวเองได้แล้วว่า
หวังว่าจะพอเป็นแนวทางได้นะครับ
ผมเข้าใจเหมือนคุณ kittipat
Thaina Sat, 09/04/2011 - 07:05
ผมเข้าใจเหมือนคุณ kittipat ครับ
CS คือกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ที่คิด วิจัย ใช้งาน ระบบการเขียนโปรแกรม คิดสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ วิจัยปัญหาในวงกว้าง
SE คือวิศวกรที่ทำงานโดยการวางแผน มีวัตถุประสงค์ เหมาะกับคนที่จะไปเปนหัวหน้าแผนก ควบคุมเหล่ากรรมกรโปรแกรมเมอร์ให้ผลิตชิ้นงานออกมาตามเป้าหมาย
ผมเลือก CS ครับ เพราะผมชอบ
ชีวิตคนเราควรเลือกอะไรที่เราพอใจจะเปนนะ
ส่วนเรื่องความยากง่าย...ผมว่าอะไรๆ มันก็ยากทั้งนั้นแหละ มีแต่ชอบหรือไม่ชอบ ถนัดกับไม่ถนัด
ผมว่าเราไม่ควรคิดถึงอนาคตมากนัก เพราะไม่ว่าเราอยากเปนอะไร มันต้องมีคนที่ต้องไปทำงานในด้านนั้นอยู่แล้ว
การเรียนเพราะคำว่า "ดูมีอนาคต" เปนอะไรที่แย่มาก เพราะสังคมต้องประกอบด้วยคนจากทุกสาขา ไอ้การมีอนาคต จริงๆคือการตามกระแส
การเรียนตามกระแสมันก็ส่งผลให้ในอนาคตกว่านั้น บุคลากรในสาขาที่เคย "ดูไม่มีอนาคต" จะขาดแคลน และแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม และไปๆมาๆ ไอ้สาขาที่ "ดูไม่มีอนาคต" มันก็จะกลายเปน "บูม"
สมัยนึงที่การเล่นดนตรี ร้องเพลง เล่นละคร คือ เต้นกินรำกิน ไม่มีอนาคต ก็ต่อต้าน ห้าม
แล้วก็ถึงยุคขาดแคลน วัฒนธรรมไม่มีใครสืบสาน ต้องมา "รักษาวัฒนธรรมไทย ดูแลมรดกไทย"
มีหน้ามาด่าคนรุ่นใหม่ที่เขาไม่สนใจ คนรุ่นเก่าทำอะไรไว้เคยโทษตัวเองรึเปล่า
สมัยนึงที่การ์ตูน เกม คือของปัญญาอ่อน โตแล้วห้ามเล่น ห้ามยุ่ง โดนดูถูกเหยียดหยาม ไม่มีอนาคต
สมัยนี้ต้องมานั่ง "เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทำรายได้เปนล้านๆ"
แบบนี้ใครปัญญาอ่อนกว่ากัน
ก็ไม่เคยจดจำ ยังจะมีประโคม "ไอทีกำลังบูม" "เศรษฐกิจสร้างสรรค์กำลังมาแรง" "อนุรักษ์ธรรมชาติเปนเทรนด์ใหม่"
ประเทศจะพัฒนาได้หรือแบบนี้
อันนี้เปนวงจรอุบาทของประเทศเรา ที่พออะไรบูม ก็ดูถูกสาขาที่ไม่บูม เข็นให้เด็กไปเรียนอันที่บูม ที่ "ดูมีอนาคต" ไม่ว่าจริงๆแล้วมันเหมาะกับนิสัยเด็กรึเปล่า เด็กสนใจหรือไม่ แล้วก็ผลิตบุคลากรสาขาเดียวออกมาล้นตลาด คุณภาพก็ต่างไปตามความถนัดและความชอบ
การสร้างบุคลากรในสาขาหนึ่งที่มีคุณภาพต่ำ เพราะว่าไม่ได้ถนัด ไม่ได้ชอบ เท่ากับประเทศเราเสียบุคลากรที่น่าจะเอาไปทำประโยชน์ด้านอื่นที่เขาถนัดและชอบได้ ไปจำนวนมาก
แล้วพอถึงเวลาที่ต้องการบุคลากรด้านไหนขึ้นมาจริงๆก็ขาดแคลน เปนวัฒจักรแบบนี้มากี่ปีแล้วไม่รู้
กากสิ้นดี
+๑
RYUTAZA Sat, 09/04/2011 - 17:45
In reply to ผมเข้าใจเหมือนคุณ kittipat by Thaina
+๑
SE && CS
Qubit Sun, 10/04/2011 - 05:30
In reply to ผมเข้าใจเหมือนคุณ kittipat by Thaina
SE && CS เรียนแล้วดูดีมีอนาคตแน่ๆ งั้นเรามาเรียน Physics กันมั่งดีกว่าครับเผื่อไว้สำหรับอนาคตไงครับอาจจะดูดีมีอนาคตในเมืองไทยมั่ง อยู่ๆก็บูมขึ้นมาไง T_T""
ปล.อ่านแล้วก็ข้ามๆไปเถอะนะครับอย่าใส่ใจผมเลย ผมเข้ามาเกรียนนะครับ
ส่วนตัวผมเลือก SE ครับ
chenke Sat, 09/04/2011 - 14:45
ส่วนตัวผมเลือก SE ครับ เพราะมันจะออกไปทางแนววางแผน แล้วก็มองภาพรวม ว่าที่เราออกแบบเนี่ย มันมีกระบวนการอย่างไร แล้วจะทำอย่างไรผลลัพธ์ถึงจะออกมาตามที่ได้ requirement ที่ได้มา แล้วก็ค่อยไปสั่งให้ programmer ทำตามอีกที ส่วนใหญ่ตำแหน่งที่ทำต้องมีความรับผิดชอบสูงนะครับ เพราะว่าเหมือนเราเป็นคนควบคุมงานทั้งหมด เป็นคนคอยประสารงานกับแผนกต่างๆ แล้วpresent ออกไปให้เค้าเข้าใจ ตอนแรกคิดว่าง่ายเหมือนกัน ไม่ได้เขียนโปรแกรมสั่งให้คนอื่นทำนู่นทำนี่ แต่ว่ามันยากมากเลย กับการที่ต้องออกแบบ Requirement อ่ะครับ ที่เค้าต้องการแค่ 1 หน้ากระดาษ ออกไปเป็นแผนภาพ หลายๆ อัน
ส่วน CS นั้นจะออกแนวทฤษฎี แล้วนำวิธีทฤษฎีนั้นมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไร ยกตัวอย่าง เว็บ Amazon.com กดเข้าไปดูสินค้าแต่ละอันดิครับ มันจะมีหมวดสินค้า Recommend อยู่ ถามว่ามันรู้ได้ไงว่า คนที่ซื้อสินค้าชิ้นนี้แล้ว อยากจะซื้ออะไรต่ออีก ถึงทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น มันก็จะมีทฤษฎีที่นำมาใช้ได้ อย่างที่เคยเรียนมาก็มี ของวิชา AI มาใช้ได้นะ
ส่วนตัวไม่ค่อยชอบทฤษฎีอ่ะครับ เลือกเอาละกันมันก็สำคัญทั้งคู่แหละครับ SE วางแผนเก่ง ส่วน CS เป็นคนแก้ปัญหาให้ครับ
ประมาณว่า.. สถาปนิก
le-phather Sat, 09/04/2011 - 23:35
ประมาณว่า.. สถาปนิก หรือวิศวะกร นั่นเอง
ผมเลือกเรียน SE ครับ
insea Thu, 14/06/2012 - 19:58
ผมเลือกเรียน SE ครับ และคิดว่าไม่ผิด ผมจบตรี IT มาครับ เหตุผลที่ทำให้ผมเลือกเรียนต่อ SE เพราะคิดว่ารายวิชาที่เรียนสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานที่ทำอยู่ได้มากที่สุด
โดยส่วนตัวผมคิดว่า CS เน้นเรียนเกี่ยวกับ Logic, Algorithm และการแก้โจทย์ปัญหาต่างๆในขั้น Advance ซึ่งเป็นทักษะหลักของ Programmer ครับ ส่วน SE เรียนเกี่ยวกับการจัดการบริหารซอฟท์แวร์ มี SDLC ตั้งแต่การเก็บ requirement, analysis, design ไปจนถึง maintenance รวมถึง project management ด้วย
SE จะเน้นไปที่การจัดการบริหารซอฟท์แวร์ขนาดใหญ่ที่มีผู้พัฒนาจำนวนมาก และลด Fault และ Error ที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาระบบในทุกขั้นตอน รวมไปถึงการดูแลรักษาซอฟท์แวร์ให้มีอายุการใช้งานได้นานเป็นสิบหรือหลายสิบปีครับ