Web

เว็บที่เราเห็นทุกวันนี้นั้นมีจุดเริ่มต้นมาจาก CERN ในยุโรป (หน่วยงานเดียวกับทางสร้าง LHC) และออกแบบโดยนักฟิสิกส์ที่ชื่อว่า Tim Berners-Lee ล่าสุดเขาเขียนบทความลงนิตยสาร Scientific American เรียกร้องให้เว็บต่างๆ คงความ "เปิด" ของเว็บเอาไว้ เพื่อไม่ให้เกิดการแยกส่วนของข้อมูลในเว็บ

Tim ระบุถึงภัยของการสร้างเนื้อหาในสภาพแวดล้อมปิด ที่เนื้อที่ถูกสร้างในบริการใดบริการหนึ่งแล้ว ไม่สามารถถูกอ้างถึง หรือโยกย้ายไปยังบริการอื่นๆ ได้โดยง่าย นับตั้งแต่ Facebook, LinkedIn, Friendster, รวมไปถึง iTunes ที่ใช้ itunes: แทนที่ http: อีกด้วย

เขาระบุว่าโลกของ iTunes นั้นเป็นโลกที่รวมอยู่กับศูนย์กลางและปิดกั้นจากคนอื่นๆ และการพัฒนาการถูกจำกัดอยู่เพียงสิ่งที่บริษัทคิดออกมาได้เท่านั้น

ในสมัยที่สร้างมาตรฐาน www นั้น Tim Berners-Lee ได้พยายามศึกษามาตรฐานซึ่งมีอยู่มากมายในยุคนั้น และพบว่ามาตรฐานเหล่านั้นล้วนเข้ากันไม่ได้ หรือมีค่าใช้จ่ายในการเข้าใช้ฟอร์แมตที่แพงมาก มาตรฐานเว็บจึงตั้งอยู่บนฐานว่าทุกคนต้องเข้าใช้งานได้ฟรี และสามารถทำงานร่วมกันได้

ที่มา - The Guardian, Scientific American

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

ถ้านับกันจริงๆ คงไม่เฉพาะ Facebook กระมัง ขนาด Web browser มันยังมีหลากหลายจนปวดหัวเลย เข้าเว็บนี้ต้องใช้อันนี้ เข้าเว็บนั้นใช้อันนั้น

เดี๋ยวมันก็มีขึ้นมีลงมั้งครับ บริษัทใหญ่ๆมันตอบสนองได้ในระดับหนึ่งของเทคโนโลยีแล้วก็ล่มสลายลงไปตามกาลเวลาครับ แล้วก็จะมีการ Migrate ข้อมูลกันใหม่ไปยังที่ใหม่ๆอีกครับ Facebook น่าจะอำนวยความสะดวกให้กับคนที่ไม่สามารถทำอะไรได้มากกับ www มั้งครับ เดี๋ยวพอถึงจุดอิ่มตัวก็จะมีอะไรใหม่ๆมาให้ Migrate ข้อมูลตัวเองอีกเรื่อยๆครับ ถ้าคิดแบบ Anarchist แล้วก็คงต้องปล่อยไปตามยถากรรมของมันล่ะมั้งครับ

ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

ตามความเข้าใจของผม คือ ประมาณว่า ก่อนจะมี www เนี้ย ระบบหลายอย่างมันปิด เลยต้องมี www ขึ้นมาเพื่อเปิดและเชื่อต่อทุกอย่างเข้าด้วยกัน แต่เว็บเดี้ยวนี้ กำลังจะทำให้มัน "ปิด" อีกแล้วครับ (ต้อง login เข้าไปเพื่ออยู่ในโลกนั้นๆ เช่น facebook,iTunes,ฯลฯ)ไม่ได้เปิดอ้าซ่าเข้าใช้ได้ง่ายเพราะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปิดกั้นในการเข้าถึงและนำออกข้อมูลอย่างที่ผู้สร้างหรือผู้ออกแบบเคยคาดหวังและต้องการ สเหมือนเป็นโลกที่แยกออกไป ประมาณนี้
ตามความเข้าใจของผมนะ กลัวเข้าใจผิดเหมือนกัน ;P

Sripattra Tue, 23/11/2010 - 09:47

ท่าน Sir Tim คงอยากให้ข้อมูลสามารถอ้างถึง เข้าถึงได้โดยทั่วไป เพื่อการใช้ประโยชน์ข้อมูลได้สูงสุดมั้งคะ
กรณี FB คือ เราใส่ข้อมูลของเราเข้าไปมากมาย แต่ไม่สามารถอ้างถึงหรือนำมาใช้ได้ เว้นแต่จะถูกเรียกจากระบบใน FB เอง (จากบทความต้นฉบับ ท่านบอกว่ามันไม่มี URI) ประมาณนี้มั้ง

ดู Sir Time พูดถึง ประโยชน์ ในการเผยแพร่ข้อมูลส่งผลให้ มีการใช้ข้อมูลในแง่มุมต่าง ๆ โดยผู้อื่นที่ TED
http://www.ted.com/talks/tim_berners_lee_the_year_open_data_went_worldwide.html?awesm=on.ted.com_8Bdn

ผมว่าแต่ละบริษัทที่พัฒนาเว็บขึ้นมา ก็คงไม่อยากให้มีใครขโมยข้อมูลจากเว็บเค้าไปง่ายๆหรอกครับ อย่างเช่น facebook เค้ามีต้นทุนพัฒนาเว็บ มีการโปรโมทต่างๆ จนเกิด application มากมายบนเว็บ ดังนั้น การที่เค้าจะใช้ประโยชน์จากเว็บ เช่นการโฆษณาต่างๆ หรือทำการ research เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้งานในเว็บ ก็ควรเป็นสิทธิ์ของ facebook ไม่ควรจะเปิดให้ทุกคนมีสิทธิ์ใช้เท่าเทียมกัน

ถ้าอยากให้เว็บเปิดจริงๆ ผมว่าทางออกนึงที่ช่วยได้คือ เปิดให้มี API สำหรับเว็บครับ ช่วยให้เจ้าของเว็บสามารถกำหนดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลภายในเว็บของตัวเองได้ สมัยนี้การให้ข้อมูลผ่าน web service ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ทำกันไม่ยากนะ

แต่อย่าลืมนะครับว่า Tim Berners-Lee พูดในฐานะที่'สร้าง'อินเตอร์เน็ตและเปิดให้ทุกคนใช้ฟรีๆโดยไม่คิดค่าลิขสิทธิ์ แต่กลับต้องเห็นคนอื่นนำสิ่งที่ตัวเองสร้างไปแก้ไขในทางที่แย่ลงเพื่อหาผลประโยชน์

ก็เหมือน Einstein ที่ค้นพบทฤษฎีสัมพัทธภาพ แต่ถูกนำไปใช้สร้างระเบิดนิวเคลียร์นั่นแหละครับ

อาจจะแปลกๆ .. แต่โดยสรุปคือ ไม่สนว่าคนสร้างตอนสร้างคิดยังไง เปนคนไม่ค่อยสน "ที่มา" น่ะ.. สน "ที่ไป" มากกว่า

อดีต.. ควรรับรู้เรียนรู้ แต่ก็ไม่อยากไปยึดติดกะมัน ดีไม่ดีก้อแค่สมมติฐาน ไม่อาจรุแน่ ว่าจะเปนไงต่อ

อดีตเปนแนวทาง แต่ต่อไปอาจมีทางที่ดีกว่าก้อได้ แต่ที่แน่ๆ ก้อคือไม่อาจย้อนไปทำไรกะอดีตได้อีก

ทุกอย่างเปลี่ยนอยู่ตลอด.. ถ้ามันดีกว่า ก้อน่ายินดี ถ้ามันแย่กว่า หากจะแก้ก้อต้องแก้อิงสภาพปัจจุบัน คงไม่เหมาะ ที่จะถือว่าอดีตคิดไง ต้องแก้ให้เปนงั้น

สมมติว่าถ้าไปเปน Einstein .. หากรุแน่ว่าทำแล้วจะเกิดปรมาณูล้างโลก คงไม่ทำ แต่หากไม่รุแน่ คงทำต่อ แล้วปล่อยตามยถากรรม อย่างมากก้อแค่แจง ว่าแรกเริ่มคาดหวังอย่างไรไว้ คิดเหนเช่นไรกับผลที่ตามมา แต่ไม่สุขทุกข์กับมัน ส่วนเรื่องปรมาณูล้างโลก ก้อหาทางกัน/แก้ต่อไป ถ้ารุแต่แรกก้อหาๆ ไว้ก่อน รุทีหลังก้อหาๆ เดวนั้น มีไรดี/เลว 100% ฤา? .. ไรไม่ดีก้อกัน/แก้/รับผล

จิงๆ แล้ว ไม่รุด้วยซ้ำว่าปรมาณูล้างโลกไม่ดีจิงมั้ย สมมติว่าดาวหางชนโลกเปนเรื่องจิง มันดีหรือไม่ดี มันแล้วแต่มุมมองรึป่าว ว่ามองผลจากมุมของใคร ไดโนเสาร์อาจคิดว่าไม่ดี เพราะทำให้มันสูญพันธุ์ แต่หากไดโนเสาร์ไม่สูญพันธุ์ มนุษย์จะได้เกิดมั้ย

นอกเรื่องไปซะไกล กลับเข้าเรื่อง.. เรื่องผลประโยชน์นี่คงห้ามไม่ได้ ไม่ควรห้ามด้วย หากไม่เกิดผลประโยชน์อันใดแล้วอะไรจะ drive

ส่วนเรื่อง "แก้ไขในทางที่แย่ลง" นี่.. ก้อพอจะเข้าใจลุง Tim มั้ง ว่าคิดยังไงรุสึกยังไง แต่โดยส่วนตัว ก้อตามที่แจงไว้ใน post อันก่อน ว่าไม่เหนว่า "มันแย่ลง" แค่ "มันเปนไปอีกทาง" หรืออย่างไร ช่วยแจงอีกทีว่า "มันแย่ลงยังไง?"

thana19 Tue, 23/11/2010 - 21:35

ทุกสรรพสิ่ง ล้วนเกิดขึ้น-ตั้งอยู่-แล้วดับไปทั้งสิ้น เป็นอนิจจัง-ทุกขัง-อนัตตา ซึ่งทางพุทธเราเรียกกันว่า "ไตรลักษณ์" ไม่อาจหลีกเลี่ยง เป็นกฎธรรมชาติ

แม้แต่ WWW กระทั่ง Facebook เองก็เถอะ

ขึ้นหัวว่า fb .. แต่อ่านไปอ่านมา iTune โดนอัดเละ ??

ปล. แต่ส่วนตัวคิดว่า fb นี่แหละ ที่จะเปนที่แรก ที่ consumer จะสามารถสร้างและใช้ semantic web ที่ทั่นเซอร์ใฝ่ฝันได้ ในยุค SemWeb .. แม้ resource ทั้งหลายจะ represent ด้วย uri graph ได้ แต่ store/access ตรงๆ คงไม่ไหวแหง หาก SemWeb จะเกิด.. อีก milestone ที่ต้องผ่านไปให้ได้ ก็น่าจะเปนเรื่อง standard body ของ Web API นี่กระมั้ง