กูเกิลนั้นให้บริการทั่วโลกและเนื่องจากเป็นบริการหลักที่ผู้ใช้จำนวนมาก รัฐบาลหลายชาติจึงร้องขอ (หรือสั่ง) ไปยังกูเกิลให้ปิดข้อมูลหรือส่งข้อมูลของผู้ใช้ให้กับรัฐบาลอยู่เนืองๆ กูเกิลก็มักทำตามคำร้องขอเหล่านั้น แต่เพื่อความโปร่งใสก็จะทำรายงานสรุปตัวเลขการร้องขอออกมาเป็นรอบๆ และตอนนี้ก็ถึงรอบของการเปิดเผยข้อมูลในครึ่งปีแรกของปี 2011
ที่น่าสนใจคือรัฐบาลไทยได้ส่งคำสั่งไปยังกูเกิลสองครั้ง เพื่อให้ถอดวิดีโอหมิ่นฯ จำนวน 225 ชิ้น ทางกูเกิลได้ตอบรับคำร้องขอของรัฐบาลไทยด้วยการปิดไม่ให้วิดีโอเหล่านั้นเข้าถึงได้จากประเทศไทยเป็นสัดส่วนร้อยละ 90 ของวิดีโอทั้งหมด
ตัวเลขนี้พุ่งสูงขึ้นถึง 5 เท่าตัวเมื่อเทียบกับครึ่งปีหลังของปี 2010 โดยปลายปี 2010 นั้นรัฐบาลไทยได้ส่งคำร้องขอไปหนึ่งครั้งเพื่อขอให้ถอนวิดีโอออกจาก YouTube จำนวน 43 ชิ้น และวิดีโอทั้งหมดถูกปิดไม่ให้เข้าจากประเทศไทย
จนถึงวันนี้ ยังไม่มีรายงานว่ารัฐบาลไทยร้องขอข้อมูลผู้ใช้ (User Data Requests) ไปยังกูเกิล
จากการสำรวจตัวเลขในแถบอาเซียนด้วยกันแล้ว ประเทศไทยมีจำนวนเนื้อหาที่ร้องขอให้กูเกิลถอนออกจากเว็บสูงสุด และสูงกว่าจีนที่ร้องขอให้กูเกิลถอนเนื้อหา 121 ชิ้นออกจากระบบจากคำร้องขอสามครั้ง และกูเกิลไม่ทำตามหนึ่งครั้ง
ที่มา - Google Blog, Transparency Report: Thailand




Comments
ผมว่าน่าจะขอให้ Youtube ช่วยในการหาผู้ที่จัดทำวิดีโอดังกล่าว ดีกว่ามานั่งแก้ไข แบบว่าเอาให้เข็ด เชือดลิงให้ลิงดูไปเลย
แอร๊อยย...ย..ย
อันนี้ผมไม่เห็นว่ามีตัวเลขคำขอที่ถูกปฎิเสธนะครับ เลยคิดว่าไม่ได้ขอไปแต่แรก
แต่ในมุมมองผมต่อให้ขอไป เค้าก็อาจจะไม่ให้ครับ เพราะไม่ได้ทำผิดกฏหมายสหรัฐฯ เรื่อง defamation ประมุขประเทศ (ประธานาธิปดี ในกรณีสหรัฐฯ) ไม่ใช่เรื่องผิดกฏหมาย
LewCPE's Google+
เรื่องแนวนี้ ฝรั่งไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องใหญ่ครับ
เรื่องใหญ่ครับ แต่ไม่ผิดกฏหมาย
ขอมาส่วนใหญ่ก็ IP ต่างประเทศ
OXYGEN2's Blog
มันยิ่งจะเยอะขึ้นรึเปล่าครับ?
เรื่องล้อเรียนประมุข -- ฝรั่งคงมองเป็นเรื่องธรรมดา
แต่เราเจอกับเรื่องใส่ความเท็จและด่าทอหยาบคาย
ความรู้ และความฉลาด ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน จะมีประโยชน์อะไร ถ้าฉลาดแต่อยู่ในกะลา
อีกหน่อยมี google สนง ในประเทศไทยแล้ว อาจจะทำอะไรง่ายขึ้นก็ได้
ไม่ให้วิดีโอเหล่านั้นเข้าถึงได้จากประเทศไทย ไม่สามารถดูได้จากประเทศไทยเหรอครับ.ถ้าเราไปต่างประเทศเราสามารถดูได้ใช่ไหมครับ.ผมเข้าใจถูกไหมครับ.ถ้าเป็นเช่นนั้น.ทำไมไม่ลบวีดีโอออกไปละครับ
เทกแคร์ครับ
ถ้าไม่อิงวิดีโอหมิ่น แต่คิดถึงการจำหน่ายสินค้า (บริการ) ทั่วไปเป็นที่ตั้ง
ไม่ถูกกฎหมายไทย --> ไทยห้ามนำเข้าสินค้านั้นมาจำหน่ายในราชอณาจักร
ไม่ผิดกฎหมายรัฐอื่น --> ผู้ค้าก็ยังมีสิทธินำสินค้านั้น เข้าไปจำหน่ายได้ตามปกติ
ก็ดูสมเหตุสมผลนะ
คงเพราะว่ามันไม่ได้ผิดกฏหมายระหว่างประเทศมั้งครับ กฏหมายนี้ในประเทศที่มีประมุขอย่างอังกฤษยังไม่ใช้เลย
youtube ก็ไม่ใช่จะลบมั่วๆได้ ถ้าไม่ผิด user agreement น่าจะไม่ลบ
google ถือเรื่องเสรีภาพในข้อมูลข่าวสารเป็นหลักยึดในการดำเนินงาน จะเห็นว่า google ต่อต้านการ censor อย่างมากถึงขนาดกล้าถอนตัวจากจีน แรกๆ google ไม่ยอมถอน video จาก youtube ให้ใครเลย แต่ก็โดนกดดันจากหลายประเทศ (ประเทศสารขัณธ์ก็เคยบล็อคไปหลายเดือนเพราะเคสแบบนี้) สุดท้าย google จึงยอมให้โดนเซนเซอร์เฉพาะบางประเทศได้เพื่อลดแรงกดดัน แต่ไม่ใช่ปิดกั้นด้วยการลบออกไปหมด
วิดีโอจะมีเนื้อหาที่น่าเชื่อถือหรือไม่ จะวิพากษ์วิจารณ์ใครหรือไม่ สุดท้าย "ถ้าเชื่อในความเป็นมนุษย์พอ" คนทุกคนสามารถรับข่าวสารในทุกๆ ด้านโดยไม่ถูกเซนเซอร์จากใคร แล้วนำมากลั่นกรอง แยกแยะ วิเคราะห์ และสรุปหาข้อเท็จจริงด้วยตนเองได้ เลือกที่จะเชื่อจะคิดด้วยตนเองได้โดยไม่ถูกครอบงำ
ดังนั้นการเซนเซอร์ข้อมูลในแง่การปิดกั้นข้อมูลโดยคิดแทนประชาชนว่าจะรู้อะไรได้ และห้ามรู้อะไร ก็เท่ากับดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ดีๆ นี่เอง ซึ่งบริษัทเสรีนิยมอย่าง Google ก็คงไม่ร่วมมือด้วย แต่เพื่อให้ยังทำธุรกิจในประเทศนั้นไปได้ก็ต้องยอมบล็อคเป็นประเทศๆ ไป (ไม่งั้นเจอรัฐบล็อคทั้งเว็บแบบที่ผ่านมาอีก) สำหรับผมก็มองว่าแก้แบบนี้มันน่าจะลงตัวกันได้ทั้งส่องฝ่าย
แต่การเซนเซอร์อินเทอร์เน็ตในหลายๆ ครั้งบนโลกนี้ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าความมั่นคงของตนและพวกพ้อง เพราะคนเหล่านี้ก็ไม่ต้องการให้สื่อที่่เข้าถึงข้อมูลง่ายอย่างอินเทอร์เน็ตเข้ามาเปลี่ยนแปลงความคิดของคนที่ถูกครอบงำไว้เดิมอยู่แล้ว จีนเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน
+1
@korkid
+100
+1000 ผมชอบดูหนัง x ห้ามมา block ผมแยกแยะได้
ความรู้ และความฉลาด ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน จะมีประโยชน์อะไร ถ้าฉลาดแต่อยู่ในกะลา
reply ผิด ต้องขึ้นไปอีก 1 ชั้น
ความรู้ และความฉลาด ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน จะมีประโยชน์อะไร ถ้าฉลาดแต่อยู่ในกะลา
+999
My Blog
เนื้อหาไม่เหมาะกับเด็กนี่เอง
เด็กกันทั้งประเทศ
ท่องไว้ว่าเราต้องเป็นเด็กดี
คุณต้องเข้าใจนะว่า มันไม่ใช่แค่วีดีโอล้อเลียนหรือแฉ แต่มันเป็นวีดีโอหยาบโลนเลยหละ ผมเข้าใจว่าทุกคนมีวิจารณญาณของตัวเอง แต่บ้างสิ่งมันก็เป็นการอ่อนไหวสำหรับแต่ละสังคม เช่น ศาสนาหรือราชวงศ์ ส่วนเรื่องทุกคนคิดเองได้นี่เมื่อก่อนผมก็คิดแบบนั้นทุกคนคิดอ่านเองได้ แต่หลังจากผมขึ้นแท๊กซี่บ่อยๆ แล้วเค้าพูดเรื่องต่างๆให้ฟัง ผมบอกได้เลยว่า ผมคิดว่าตัวเองคงคิดผิดไป แท๊กซี่พวกนั้นเล่าเรื่องอะไรต่างๆนาๆยังอะเค้าเป็นข้าหลวงในวัง แถมสุดท้ายพูดตบท้ายว่าข้อมูลเนี้ยข่าววงในเลยนะ นายพลคนนึงเล่าให้ฟัง (แหมใหญ่โตกันจริงๆเลยแท็กซี่เดี๊ยวนี้ รู้ไปหมดมีคนเอาข่าววงในมาเล่าให้ฟังด้วย) แล้วก็ทำท่ากระหยิ่มย่องใจว่าเค้านี่แหละรู้ลึกในสิ่งที่คนอื่นไม่รู้ แล้วบอกว่าเนี้ยอะพี่เล่าให้น้องฟังน้องก็ไปคิดเอาเองนะว่าใครเป็นยังไง .... ไม่อยากจะบอกถ้าผมใจร้ายอัดเสียงพี่พี่นอนคุกเลยหละ = =!!
ไม่อยากจะบอกถ้าผมใจร้ายอัดเสียงพี่พี่นอนคุกเลยหละ = =!!แค่คิดนี่ก็ใจร้ายมากแล้วล่ะครับ ถ้าไม่ถึงขนาดเป็นการออกสู่สาธารณชนเป็นแค่การแสดงความคิดเห็น
กฏหมายข้อนี้ค่อนข้างอ่อนไหวมากๆ เนื่องจากเปิดโอกาศให้ทุกคนดึงราชวงศ์มาเกี่ยว เหมือนกับที่ว่าดึงฟ้าลงมานั่นแหละ จนการเมืองมีการดึงเจ้ามาเป็นประเด็นการเมืองอยู่ตลอด ตั้งแต่ 6ตค19 นั่นก็เรื่องเดียวกัน
ผมยังเห็นด้วยให้กฏหมายข้อนี้ยังคงอยู่ เพราะยังคิดว่าคนทั่วไปเชื่อคนง่าย ฟังมาปากต่อปาก แล้วเพี้ยนจนเลยเถิด หยาบโลน เกิดความเสียหายกับผู้ถูกวิจารณ์ โดยราชวงศ์คงไม่ลงมาตอบโต้หรอก
ระดับนายพล นี่ พลไรครับ คนชื่อ พลหรือเปล่า ครับ พี่น่าจะถามเขาหน่อยนะครับ
แล้วระดับนั้นแล้วยัง นั่งแท๊กซี่อีกหรือครับ คิดๆแล้วก็ขำ
If tomorrow never come.
ระดับนายพลขับ มั้งครับ :D
random geek in random places
ผมก็ว่าเด็กจริงๆนะครับ ประเทศไทยยังไม่พร้อมเท่าไรหรอกที่จะให้คนไทยทั่วไปรับข้อมูลข่าวสารเอาไปวิเคราะห์เอง รัฐก็ต้องเข้าแทรกแซง เป็นเรื่องธรรมดามาก
เป็นวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสมที่สุดแล้ว
I'm Garrus Vakarian and this is my favourite site on the Citadel
กฎหมายเดียวกันมันไม่สามารถบังคับใช้ได้ทุกที่ในโลกหรอกครับ มันต้องดูบริบทของสังคม วัฒนธรรม ของที่เหล่านั้นประกอบ
เหมือนฝรั่งไม่ถือเรื่องเท้าเป็นของต่ำ ถ้าคนไทยโดนใครเอาเท้ามาเขี่ยหัวคงได้มีเรื่องกัน อะไรประมาณนั้น
แต่ในยุคของโลกาภิวัฒน์ทุกวัฒนธรรมกำลังหลอมลวมกันนี้ มันก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป หักดิบไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น
ถ้าข้าพเจ้ามีปัญญา สร้าง VDO clip มา ด่าพอล่อแม่ กล่าวหาความเท็จใครก็ได้ โดยที่อ้างว่าเป็นเสรีภาพ โดยใช้วิธีการ post ผ่าน proxy หรือ vpn อะไรก็ตามแต่ที่ ใครจะตามไม่เจอ
และผู้ถูกกล่าวหาโดยความเท็จก็ยังจะถูกกระทำเรื่อยไปจนตราบเท่าวันที่ youtube เลิกกิจการไปเช่นนั้นสมควรใช่รึเปล่า?
If you need Drama,Follow Me...
อันนี้ตั้งใจพูดถึง ม.112 ใช่มั้ยครับ ถ้างั้นลองไปหา ม.112 อ่านดูก่อนแล้วกันนะครับ
อย่าว่าแต่ ม.112 เลยครับ คนธรรมดาก็มี กฏหมายหมิ่นประมาท คุ้มครองอยู่
If you need Drama,Follow Me...
ลองดูความแตกต่างระหว่างหมิ่นประมาทธรรมดา กับ 112 ดูครับ
pittaya.com
ความต่างคือ ม.112 รัฐเป็นผู้โจทย์ และ อาจจะเป็นผู้เสียหายด้วย (กม. ว่าด้วยความมั่นคง) ครับ ส่วน กม.หมิ่นประมาท เป็นเรื่องระหว่าง เอกชนกับเอกชน หรือ เอกชน ฟ้องรัฐ
ถ้า รัฐ ฟ้องเอกชน จะเป็น ม.อื่นครับ อาจจะเป็น ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน หรือ อื่นๆ
If you need Drama,Follow Me...
ไม่ว่าจะด่าใครก็ตามก็น่าจะโดนฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทหรือทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงได้มั๊งครับ
โพสซ้ำครับ ขออภัย ในความผิดพลาด ^^
If you need Drama,Follow Me...
ถ้ากูเกิ้ลเปิดเผย URL ที่ถูกบล๊อคเฉพาะในประเทศนั้นๆ ด้วยจะเกิดอะไรขึ้น
จากรายงานนี้แสดงว่าประเทศไทยเสรีประชาธิปไตย ค่อนข้างเข้มงวดในประเด็นละเอียดอ่อนนี้ มากกว่าประเทศระบบคอมมิวนิสต์อย่างจีนอีกสิครับ
ทุกวันนี้ยังบล็อคไม่หมดเลย ยังเหลืออีกเยอะแยะเลย บางทีดูคลิปธรรมดาอยู่ ก็เห็นชื่อคลิปทางฝั่งขวา แม้จะกดไม่ได้ แต่ก็เห็นรูปเห็นชื่อคลิปและเห็นภาพบางส่วน ซึงมันก็แรงอยู่
ดูพี่จีนสิครับ
i = NulL
หมิ่น นี่ยังจะอ้างสิทธิ์ว่าเสรีภาพอีกเหรอครับ
ฉันไม่รู้ เธออธิบายที เธอไม่รู้ ฉันไล่เธอไปGoogle หึหึ
อย่างว่าล่ะครับ คนอีโก้สูง มักคิดว่าสิ่งที่ตัวเองว่าร้ายคนอื่น เป็นสิทธิเสรีภาพ
ผมเขียน Java แต่ไม่ได้เทิดทูน Java และผมไม่ได้ต่อต้าน .Net เพียงเพราะคนบอกว่า .Net มันเยี่ยม!
แล้วการวิจารณ์เป็นสิทธิเสรีภาพรึเปล่าครับ?
ประเทศไทยแยกการวิจารณ์ออกจากการหมิ่นไม่เป็นครับ ใครวิจารณ์ก็เรียกว่าหมิ่นหมด
My Blog