ต่อจากข่าวเก่า Wikipedia ทำระบบวิดีโอออนไลน์ใหม่ มีความคืบหน้าจาก Erik Moller รองผู้อำนวยการของ Wikimedia Foundation ว่า Wikipedia จะยังเลือก Ogg Theora เป็นฟอร์แมตหลักสำหรับวิดีโอ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังไม่ตัดสินคือวิธีการแปลงไฟล์วิดีโอต้นฉบับเป็น Ogg Theora โดยทางเลือกหนึ่งที่เป็นไปได้คือผู้ใช้ต้องแปลงไฟล์บนเครื่องของตัวเองแล้วค่อยอัพโหลด ซึ่งก็มีตัวช่วยอย่าง Firefogg ซึ่งเป็น extension ตัวหนึ่งของ Firefox
การเลือก Ogg Theora นั้นก่อให้เกิดประเด็นถกเถียงเป็นอย่างมาก (ดูข่าวเก่า WHATWG ยกเลิกข้อกำหนดส่วน codec ใน HTML5 Video) Wikipedia กับ Mozilla เลือก Ogg ด้วยเหตุผลว่าไม่มีค่าใช้จ่ายด้านสิทธิบัตร ส่วนกูเกิลและแอปเปิลนั้นสนับสนุน H.264
ที่มา - CNET
- 14 comments
- 1872 reads
ความสามารถหนึ่งของ HTML5 นั้นคือการรองรับแท็กวีดีโอ ซึ่งจะทำให้การควบคุมวีดีโอนั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเว็บมากขึ้น (ใช้ Javascript ควบคุมวีดีโอได้) อย่างไรก็ตามปัญหาอย่างหนึ่งคือตัวถอดรหัสภาพหรือ codec นั้นยังมีการถกเถียงกันอยู่ จนต้องยกเลิกการกำหนด codec พื้นฐานที่ทุกบราวเซอร์ต้องรองรับออกไป
ในตอนเริ่มต้นของข้อกำหนด HTML5 Video นั้นกำหนดให้ทุกบราวเซอร์ต้องรองรับ Ogg Theora ซึ่งเป็น codec ที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการใช้งานเป็นพื้นฐาน แต่การถกเถียงก็มีหลายประเด็น
- แอปเปิลนั้นไม่ยอมรับ Ogg Theora เนื่องจากการที่ผู้ผลิตไม่ได้จดสิทธิบัตร ไม่ได้รับประกันว่าตัวอัลกอลิธึ่มจะไม่ไปทับกับสิทธิบัตรอื่นๆ แต่อย่างใด โดยแอปเปิลสนับสนุน H.264 ที่แอปเปิลมีสิทธิในการใช้งานอยู่
- กูเกิลนั้นยอมรับได้ทั้ง H.264 และ Ogg Theora เนื่องจากมีสิทธิในการใช้งาน H.264 อยู่แล้ว และไม่มีปัญหาอะไรกับ Ogg Theora นอกจากจะให้ความเห็นว่าคุณภาพภาพที่ได้นั้นยังตามหลัง H.264 อยู่พอสมควร อย่างไรก็ตามการที่กูเกิลรับ H.264 นั้นจะทำให้ผู้อื่นนอกจากกูเกิลนั้นไม่สามารถเผยแพร่ Chrome ได้เนื่องจากจะผิดสิทธิบัตร
- Mozilla นั้นไม่ยอมรับ H.264 เนื่องจากไม่มีทางขอสิทธิการใช้สิทธิบัตร H.264 เพื่อให้ครอบคลุมไปถึงคนอื่นที่ช่วยเผยแพร่ Firefox เช่นลินุกซ์ดิสโทรต่างๆ ได้
- Opera ระบุว่าค่าสิทธิบัตร H.264 นั้นแพงเกินไป และไม่ยอมรับเช่นกัน
สำหรับสิทธิบัตรของ H.264 นั้นต้องขอใช้งานผ่านทาง MPEG LA โดยต้องมีการขอใช้งานทั้งผู้ผลิตซอฟต์แวร์ และผู้ที่เผยแพร่ผลงานผ่านทางมาตรฐาน H.264
ที่มา - ArsTechnica, WHATWG
- 26 comments
- 3019 reads
ฟีเจอร์ใหม่อันหนึ่งใน Firefox 3.5 คือรองรับแท็ก <video> และ <audio> ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของร่างมาตรฐาน HTML5 ที่กำลังร่างกันอยู่ (ข่าวเก่า) ซึ่งทาง Mozilla เลือกฝัง codec ของ Ogg Theora มากับตัว Firefox 3.5 ด้วยเหตุผลว่าเป็น codec แบบเปิดและไม่ติดสิทธิบัตรเหมือนกับ codec ตัวอื่นๆ รวมถึงสนับสนุนเงินให้กับทีมพัฒนา Ogg Theora ด้วย (ข่าวเก่า)
ที่ผ่านมายังไม่มีเว็บที่สนับสนุน <video> แบบใหม่นี้มากนัก (ยกเว้นหน้าทดสอบของ Mozilla เอง) แต่ล่าสุดเว็บวิดีโอออนไลน์รายใหญ่จากฝรั่งเศสคือ Dailymotion ได้เริ่มทดลองแปลงวิดีโอเป็น Ogg Theora แล้ว ผู้สนใจสามารถทดลองได้จาก Dailymotion Open Video (แน่นอนต้องใช้ Firefox 3.5)
Dailymotion เขียนบล็อกอธิบายว่า คุณภาพของวิดีโอแบบ Ogg นั้นยังไม่ดีมากนักเมื่อเทียบกับ Flash แต่ส่วนนี้จะถูกปรับปรุงในอนาคต เพียงแต่ตอนนี้งานหลักของ Dailymotion คือแปลงวิดีโอ 300,000 ไฟล์เป็น Ogg ให้เสร็จเสียก่อน
ที่มา - Ars Technica
- 2 comments
- 2479 reads
ใน Firefox 3.1 นั้นสนับสนุนแท็ก <video> ในตัวโดยใช้ codec เป็น Ogg Theora (ข่าวเก่า) เหตุผลนั้นเป็นเพราะโซลูชันการรับชมวิดีโอในปัจจุบัน ต้องทำผ่านแท็ก <embed> แล้วเรียกใช้ปลั๊กอินภายนอกช่วยแสดงผล ทาง Mozilla นั้นบอกว่าต้องการยกระดับให้วิดีโอ (และเสียง) เป็นพลเมืองชั้นหนึ่งของเว็บ แบบเดียวกับ <img>
ส่วนเหตุผลที่ใช้ Ogg Theora เป็นเพราะ codec ตัวอื่นๆ ในท้องตลาดนั้นไม่ฟรี ต้องเสียค่าใช้งาน (royalty fee) ให้กับเจ้าของ (ตัวอย่างเช่น เครื่องเล่นดีวีดีต้องจ่ายเงินให้กับ DivX ค่าใช้ codec จำนวนหนึ่ง ไม่เยอะมากแต่ก็ต้องเสีย) ทำให้ Mozilla มีตัวเลือกที่เป็นไปได้อันเดียวคือ Ogg Theora ถึงแม้ว่าคุณภาพจะดีไม่เท่า H.264 หรือ codec ระดับใกล้เคียงกันก็ตาม
ฝั่งของ Firefox นั้นเล่นไฟล์ Ogg Theora ได้ในตัวแล้ว ขั้นถัดไปก็คือการปรับปรุงตัว Theora ให้ดีขึ้น โดยวันนี้มูลนิธิ Mozilla ได้บริจาคเงินให้กับโครงการ Ogg Theora จำนวน 100,000 ดอลลาร์ โดยจะมีมูลนิธิ Wikimedia (เจ้าของ Wikipedia) คอยช่วยบริหารเรื่องเงินให้
หมายเหตุ: อย่าสับสนระหว่างซอฟต์แวร์ที่เล่น codec นั้น กับตัวเทคโนโลยีของ codec นะครับ ในหลายๆ กรณี เรามีซอฟต์แวร์ที่เป็นโอเพนซอร์ส (เช่น x264 หรือ LAME) แต่ว่าตัว codec นั้นต้องเสียค่าใช้งาน (เช่น MP4 ต้องจ่ายค่าสิทธิบัตรให้กับ MPEG LA)
ที่มา - Christopher Blizzard, TechCrunch
- 16 comments
- 2733 reads




