ถ้าใครพอจำได้ สัก 2-3 ปีก่อน ก่อนสมัยที่ YouTube จะรุ่งเรือง มีบริษัท startup หน้าใหม่แต่เป็นระดับซูเปอร์สตาร์ เพราะเป็นบริษัทของผู้สร้าง Kazaa และ Skype ทำให้สื่อต่างประเทศจับตามองบริษัทนี้อย่างมาก และบริษัทนี้ก็คือ Joost (ข่าวเก่า: Joost ผลงานใหม่ของผู้สร้าง Skype)
แนวทางของ Joost คือสร้างโปรแกรม video downloading client (สร้างด้วย XUL) และใช้โปรโทคอลแบบ P2P สำหรับโอนถ่ายไฟล์วิดีโอ ด้วยชื่อเสียงของ Joost ทำให้บริษัทเจ้าของรายการทีวีขายสิทธิ์รายการให้ Joost อยู่พอสมควร
แต่ข้ามเวลามาในปี 2009 เรารู้กันดีว่าโมเดลของ Joost โดนโมเดลของ YouTube (Browser+Flash+HTTP ธรรมดา) ตียับ แม้ว่าหัวหอกจะเป็น YouTube แต่ในอเมริกา เครือข่ายเจ้าของช่องทีวีต่างๆ ก็รวมตัวกันเปิด Hulu ซึ่งมีจุดขายอยู่ที่รายการของแท้ คมชัด ขึ้นมาแข่ง และก็ประสบความสำเร็จเช่นกัน ทำให้ Joost ต้องเปลี่ยนมาใช้แนวทางเบราว์เซอร์แบบเดียวกัน แต่นั่นก็ดูจะสายไปแล้ว
ล่าสุด Joost ประกาศปลดพนักงานเกือบทั้งหมดออก ปิดสำนักงานในเนเธอร์แลนด์ ซีอีโอสละเก้าอี้ และเปลี่ยนแนวทางการทำธุรกิจ จากการเป็นช่องวิดีโอออนไลน์ มาเป็นขายโซลูชันสำหรับบริษัทที่ต้องการทำวิดีโอออนไลน์แทน
นักวิเคราะห์มองว่าแนวทางนี้ไม่น่าจะไปรอดเช่นกัน เพราะล่าสุด Yahoo! เพิ่งประกาศปิดบริษัท Maven ที่เพิ่งซื้อมาได้ 17 เดือน และทำธุรกิจขายโซลูชันวิดีโอออนลน์ไปเรียบร้อย บทวิเคราะห์ความล้มเหลวของ Joost อ่านได้จากที่มา
ที่มา - GigaOm, TechCrunch
- 9 comments
- 1685 reads
Joost เป็นบริษัทของคนคิด Skype โดยหวังจะจับตลาดวิดีโอออนไลน์ด้วย client พิเศษที่ส่งข้อมูลแบบ P2P (ใช้โพรโตคอลเฉพาะของตัวเอง) ให้เราโหลดวิดีโอมาดูที่บ้านได้ (อ่านข่าวเก่า Joost ผลงานใหม่ของผู้สร้าง Skype) เนื่องจากตอนนั้นกระแสวิดีโอออนไลน์กำลังขึ้น แถมเป็นทีมงานที่เคยปั้น Skype จนดัง Joost จึงลงในสื่อบ่อยมาก
Joost ถือเป็นบริษัทด้านวิดีโอแห่งแรกๆ ในตลาด (เปิดตัวต้นปี 2007) แต่เราทราบดีว่าการแข่งขันในตลาดนี้รุนแรงมาก แถมในระยะหลังบริษัททีวีหรือสตูดิโอภาพยนตร์ลงมาเป็นผู้เล่นในตลาดด้วยตัวเองทั้งนั้น ทำให้โอกาสของ Joost ในฐานะบริษัทไอทีที่ไม่มีวิดีโอของตัวเองในมือยิ่งลดลง
ล่าสุด Joost ยอมแพ้กับแนวทางการดาวน์โหลดวิดีโอผ่านโปรแกรม ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นที่นิยม Joost จึงประกาศว่าตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคมเป็นต้นไป (วันนี้) ลูกค้าของ Joost จะสามารถเข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์ได้ทางเดียวเท่านั้น ไม่สามารถดาวน์โหลดผ่านโปรแกรม client ได้อีกต่อไป
ผมดูแล้วไม่น่ารอด อีกไม่นานเราคงเห็นบริษัทหน้าใหม่ชื่อดังแห่งนี้ปิดตัว
ที่มา - Ars Technica
- 2 comments
- 1445 reads
ผู้อ่าน Blognone คงรู้จัก Miro (เราเคยรีวิวไว้ด้วย) โปรแกรม videocast แบบโอเพนซอร์สที่ใช้ XUL และ VLC เป็นฐานในการพัฒนา ล่าสุดโครงการ Miro ได้ประกาศท้าชนยักษ์อย่าง Joost แบบเต็มๆ โดยเพิ่มเพจเปรียบเทียบ Miro กับ Joost แบบฟีเจอร์ต่อฟีเจอร์ลงในเว็บไซต์
แค่คำโปรยในหน้านั้นก็มันแล้ว
Miro is open like the internet. Joost works like a cable company with DRM.
โดยสรุป Miro โฆษณาว่ามีช่องให้เลือกมากกว่า (โดยเฉพาะช่องอิสระ) ควบคุมน้อยกว่า เปิดเผย จริงใจ แถมไม่หวังผลกำไร (เพราะสนับสนุนโดย Participatory Culture Foundation) แต่คำโฆษณาก็ออกจะเกินจริงไปสักเล็กน้อยโดยเฉพาะวิดีโอจากเจ้าของคอนเทนต์รายใหญ่ๆ ซึ่ง Joost ได้เซ็นสัญญากับสื่อขนาดยักษ์หลายเจ้า เช่น CNN, CBS และ Viacom เป็นต้น
แหล่งข่าวสรุปว่าทั้งสองเจ้ายังมีรายการทีวีน้อยกว่า iTunes Store
ท่ีมา - Ars Technica
- 670 reads
ใครที่ติดตามข่าวด้าน P2P หน่อยอาจจะเคยเห็นชื่อ "Venice Project" มาบ้าง ตอนนี้มันได้ชื่อจริงแล้วคือ "Joost"
Joost เป็นโปรแกรมดูทีวีออนไลน์ ส่งข้อมูลด้วยวิธี P2P (รูปแบบจะคล้ายๆ โปรแกรม Democracy Player ถ้าใครเคยเล่น) แต่สิ่งที่ทำให้ Joost เป็นที่กล่าวขวัญมาตลอด เพราะว่าเป็นโครงการใหม่ของทีมผู้สร้าง Kazaa และ Skype ซึ่งมีผลงานการันตีฝีมือมาแล้ว สื่อต่างประเทศจึงจับตามองว่า Joost จะเข้ามาเป็นคู่แข่งของเคเบิลทีวีได้เหมือนกับ Skype ไปท้าทายโทรทางไกลต่างประเทศหรือไม่ ซึ่งอันนี้ขึ้นกับฝีมือเจรจาของ Joost กับบรรดาผู้ผลิตสื่อวิดีโอต่างๆ เป็นสำคัญ
ตอนนี้ Joost ยังอยู่ในช่วง closed beta ใครอยากเห็นหน้าตาลองดูที่ GigaOM
ที่มา - Ars Technica
- 1 comment
- 1772 reads



