หลังจากที่แอปเปิลได้เปิดตัว iPad ที่รองรับการใช้งานบนเครือข่าย LTE พร้อมกับปล่อย iOS 5.1 ออกมาแล้ว ก็มีข่าวลือเกี่ยวกับไอโฟนรุ่นต่อไปที่น่าจะรองรับเครือข่าย LTE ออกมาทันที ล่าสุดนักพัฒนา Cydia ชื่อ Krishna Sagar เข้าไปพบรายละเอียดการโทรออกผ่านเครือข่าย LTE ใน iOS 5.1 แล้ว
โดยข้อมูลที่พบเป็นสตริงที่เขียนไว้ว่า "Enabling 4G will end your phone call. Are you sure you want to enable 4G?" นอกจากนี้ยังมีคำสั่งเกี่ยวกับการโทรผ่าน 4G และการใช้งาน FaceTime บน 4G อีกด้วย
ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าแอปเปิลกำลังทดสอบไอโฟนที่รองรับ 4G LTE เพียงแต่ว่าแอปเปิลจะเปิดตัวไอโฟนที่รองรับ LTE จริงหรือไม่ นี่ก็คงเป็นอีกคำถามหนึ่งที่ยังไม่มีใครทราบคำตอบได้ ที่น่าสนใจอีกอย่างคือไอโฟนรุ่นต่อไปจะรองรับ LTE บนคลื่นความถี่ไหน? เพราะทุกวันนี้ iPad ใหม่ของแอปเปิลสามารถใช้งาน LTE ได้แค่ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น
ที่มา - 9to5Mac
เราเห็นข่าว BlackBerry สูญเสียส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกรวมทั้งตลาดใหญ่อย่างอเมริกา แต่ข้อมูลล่าสุดจาก IDC และ Bloomberg ได้ชี้สถานการณ์ที่ยากลำบากขึ้นกว่าเดิมอีกสำหรับ Research In Motion หรือ RIM เพราะยอดขายสมาร์ทโฟนในประเทศแคนาดาที่เป็นบ้านเกิดของ BlackBerry ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 2.08 ล้านเครื่อง ขณะที่ iPhone ขายได้ 2.85 ล้านเครื่อง ซึ่งถือเป็นปีแรกที่ iPhone แซง BlackBerry ได้ในแคนาดา
ถ้าย้อนกลับไปในปี 2008 พบว่าที่แคนาดายอดขาย BlackBerry นั้นสูงกว่า iPhone มากมายถึงห้าเท่า สถานการณ์ที่แม้แต่บ้านเกิดความนิยมในสินค้ายังเริ่มถดถอยจึงเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับซีอีโอคนปัจจุบัน Thorsten Heins อย่างไรก็ตามลูกค้าองค์กรในประเทศแคนาดาอย่างธนาคารขนาดใหญ่และหน่วยงานรัฐบาลส่วนใหญ่ ก็ยังเลือกใช้ BlackBerry เป็นอุปกรณ์หลักเพียงอุปกรณ์เดียว แตกต่างจากองค์กรใหญ่หลายแห่งในโลกที่เริ่มอนุญาตให้ใช้ iPhone และ Android แล้ว
บางที RIM อาจต้องใช้แคมเปญรักชาติต้องใช้บีบี
ที่มา: Bloomberg
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าแอปเปิลได้เลือกที่จะใช้หน้าจอขนาด 4.6 นิ้วสำหรับไอโฟนรุ่นต่อไป และได้เริ่มสั่งผู้ผลิตหน้าจอให้เริ่มผลิตหน้าจอเหล่านี้แล้ว โดยรอยเตอร์สได้นำข้อมูลนี้มาจากหนังสือพิมพ์ Maeil Business Newspaper อีกทีหนึ่ง
เว็บ 9to5Mac เองเชื่อว่ารายงานนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะว่ารอยเตอร์สเองก็รายงานพลาดโดยอ้างว่า Galaxy S II ของซัมซุงเลือกใช้หน้าจอขนาด 4.6 นิ้ว ซึ่งในความจริงแล้วมีหลายขนาดมาก ตั้งแต่ 4.3 ถึง 4.5 นิ้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เชื่อว่ายังมีความเป็นไปได้ที่แอปเปิลต้องการที่จะเพิ่มขนาดของหน้าจอไอโฟน ตามความต้องการของตลาด
ที่มา - 9to5Mac
หลังจากแอปเปิลได้ทำการเปิดตัว The New iPad พร้อมกับชิปรุ่นใหม่ A5X ซึ่งเน้นพลังประมวลผลกราฟิกระดับ quad-core ซึ่งทำให้ iPad สามารถทำงานกราฟิกได้อย่างราบรื่นในหน้าจอระดับ Retina Display ที่ความละเอียด 2048 x 1536 พิกเซล ไปแล้วนั้น
Linley Gwennap นักวิเคราะห์จาก The Linley Group มีความเห็นว่าชิปตัวนี้ไม่ได้เหมาะกับ iPhone เท่าไหร่ เพราะความละเอียดหน้าจอ iPhone ในปัจจุบันก็สูงมากพออยู่แล้ว จนไม่เชื่อว่าแอปเปิลจะทำให้หน้าจอละเอียดกว่านี้ไปเพื่ออะไร โดยแอปเปิลน่าจะรอชิปตัวใหม่ที่ใช้สถาปัตยกรรมขนาด 28 นาโนเมตร ซึ่งจะใช้พลังงานน้อยลงและนำมาใช้กับ iPhone รุ่นถัดไป นอกจากนี้ยังเชื่อว่าที่แอปเปิลต้องใช้ชิป A5X ก็เพราะต้องรีบเข็น iPad รุ่นใหม่ลงสู่ตลาดจึงไม่สามารถรอชิปที่ใช้สถาปัตยกรรม 28 นาโนเมตรดังกล่าวได้
ที่มา - MacWorld
เป็นที่รู้กันดีกว่าในชาตินี้ แอปเปิลอาจไม่มีวันที่จะออกสไตลัสมาใช้ร่วมกับอุปกรณ์ในบริษัทตัวเอง (เพราะว่าจ็อบส์เกลียด)แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนที่ต้องการใช้จริงๆ เพราะมีสไตลัสสำหรับไอโฟน ไอแพดวางขายอยู่มากมาย และ Ten One Design เองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มนั้นที่ไม่ได้เพียงทำให้มันเป็นสไตลัส แต่ทำให้ทัดเทียมกับคู่แข่งต่างระบบปฏิบัติการคือสามารถรองรับแรงกดได้นั่นเอง
สไตลัสที่ว่านี้ยังไม่มีชื่อ แต่มีโค้ดเนมว่า Project Blue Tiger ที่ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ iDevice ผ่านบลูทูธ 4.0 ที่รัน iOS 5 ขึ้นไป และหากทำแอพที่รองรับกับสไตลัสนี้แล้ว จะสามารถทำให้อุปกรณ์รับการเขียนผ่านสไตลัสอย่างเดียวได้ หรือวางมือบนจอได้นั่นเอง
นักพัฒนาที่สนใจทำแอพให้รองรับกับปากกาดังกล่าว สามารถไปดาวน์โหลด SDK และตัวอย่างโปรเจ็คได้จากเว็บไซต์ทางการของ Ten One Design
ตอนนี้ตัวสไตลัสยังไม่ผ่านการรับรองจากทาง FCC จึงยังไม่มีรายละเอียดเรื่องวันขาย และราคาออกมา
ที่มา - Engadget
ขอสรุปหลักใหญ่ใจความ
ผลงานสุดสร้างสรรค์จาก Amidio ออกแบบมาเพื่อคนรักอูคูเลเล่โดยเฉพาะคุณ ตัวโปรแกรมใช้การเชื่อมต่อผ่านระบบบลูทูธ โดยมีการจำลองสายอูคูเลเล่ขึ้นมาสี่เส้นบน iPad ส่วนการจับคอร์ดผ่าน iPhone ด้านตัวโปรแกรมคาดว่าน่าจะมีการวางขายในช่วงเมษายน ส่วนจะมีการพัฒนาให้ใช้ร่วมกับ iPad 3 คงต้องเป็นเรื่องของอนาคต อย่างไรก็ดีถือว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ที่ถือว่าดีเลยทีเดียว รับชมตัวอย่างแอพ Futuleleในวิดีโอคลิปครับ
หลังจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้นำเสนอระบบสั่งงานภายในรถยนต์ mbrace2 ในงาน CES เมื่อต้นปีนี้ ล่าสุดเดมเลอร์ เอจี บริษัทแม่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประกาศเตรียมบูรณาการ iPhone เข้ากับระบบเพื่อความบันเทิงใน A-Class รุ่นใหม่ โดยระบบสั่งการด้วยเสียง Siri จะถูกนำมาใช้เพื่อการสั่งการต่างๆ ด้วยเสียง อาทิ อ่านข้อความเข้า เขียนข้อความใหม่ เลือกเพลง ตรวจสอบสภาพอากาศ เป็นต้น
ระบบเพื่อความบันเทิงในรถยนต์นี้ประกอบด้วยเทคโนโลยี Drive Kit Plus และแอพฯ Digital DriveStyle ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์พัฒนาเอง ระบบนี้จะรองรับการเชื่อมต่อกับชุมชนออนไลน์ การฟังวิทยุออนไลน์ การนำทาง (ของ Garmin) การเก็บตำแหน่งรถล่าสุดและซิงค์เข้า iPhone เพื่อให้ผู้ใช้สามารถหารถในสถานที่จอดได้อย่างรวดเร็ว เป็นต้น สำหรับการนำทางนั้นจะมีในเครื่องเสียงที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถทุกรุ่นอย่าง Audio 20 เมอร์เซเดส-เบนซ์กล่าวว่าจะเริ่มฝังระบบเพื่อความบันเทิงนี้มากับ A-Class รุ่นใหม่เป็นรุ่นแรก ส่วนรุ่น B-, C- และ E-Class นั้นจะตามมาในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้
สำหรับระบบ COMAND Online ที่มากับรถบางรุ่นจะได้รับการปรับปรุงเช่นกัน โดยฟีเจอร์ใหม่จะให้ผู้ใช้สามารถใช้บริการ Google Local Search, Google Street View และเรียกใช้เส้นทางที่ถูกกำหนดล่วงหน้าไว้บน Google Maps ได้ และเมอร์เซเดส-เบนซ์จะเริ่มพัฒนาแอพฯ สำหรับ COMAND Online และ iPhone เพิ่มเติมเพื่อให้ผู้ใช้สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้น
ที่มา: เดมเลอร์ เอจี ผ่าน iPodNN
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการฆาตกรรมเกิดขึ้นใน 27 Plaza ที่เมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน
โดยเรื่องเริ่มจาก มีชายดวงตกคนหนึ่งได้ซื้อ iPhone แล้วพบว่า iPhone ที่เขาซื้อมาเป็นเครื่องปลอม เขาจึงหยิบมีดทำครัวและกลับไปยังที่ที่เขาซื้อมา หลังจากที่เขาล้มเหลวในการพยายามหาคนที่ขาย iPhone ให้เขาอยู่หลายวัน เขาได้พบกับกลุ่มคนขาย iPhone ปลอมอีกกลุ่มนึงและเกิดปากเสียงขึ้น สุดท้ายเขาก็ได้แทงหนึ่งในคนขายกลุ่มนั้นจนเสียชีวิต
บางทีเราอาจจะได้เจอเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นในมาบุญครองได้เหมือนกันนะ
ที่มา : Business Insider ผ่านทาง Cult of Mac
เว็บ iMore อ้างว่าแอปเปิลกำลังจะเปลี่ยนจากพอร์ต dock connector ที่ใช้และชาร์จไฟอุปกรณ์ iOS ต่าง ๆ ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้มาเป็นพอร์ตที่มีขนาดเล็กลงกว่าเดิม และกินพื้นที่ภายในตัวอุปกรณ์น้อยลง ซึ่งแอปเปิลสามารถที่จะนำพื้นที่ที่เพิ่มขึ้นมาไปใช้ในการเพิ่มขนาดแบตเตอรี่ หรือใส่ชิ้นส่วนอื่น ๆ ที่อาจจะมีขนาดใหญ่กว่าอย่างชิป 4G ได้
ทางเว็บบอกว่าแอปเปิลพยายามอย่างหนักที่จะลดขนาดของ dock connector ลง โดยเห็นได้ชัดจากการที่แอปเปิลเป็นค่ายมือถือค่ายแรกที่เปลี่ยนมาใช้ micro-SIM อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อที่จะลดขนาดชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ที่ยากไปกว่าการลดขนาดนั้น คือการเปลี่ยนการใช้งานพอร์ตเชื่อมต่อที่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายแล้ว หากแอปเปิลทำการเปลี่ยนพอร์ตจริง อาจจะทำให้เกิดปัญหากับตลาดอุปกรณ์เสริมอย่างมาก นี่คือสาเหตุที่แอปเปิลพยายามที่จะผลักดันการใช้งานอุปกรณ์โดยไม่ต้องผ่านพีซีอย่าง iCloud และ AirPlay ที่ทำให้ความจำเป็นในการใช้พอร์ต dock connector นี้ลดลง
ที่มา - MacRumors
ประเด็นเรื่องมาตรฐานการดูแลคนงานของ Foxconn ยังไม่จบง่ายๆ ล่าสุดทางกลุ่ม SumOfUs ซึ่งเป็นองค์กรที่เรียกร้องให้แอปเปิลผลิต iPhone อย่างมีจริยธรรม เผยแพร่ "จดหมาย" จากอดีตพนักงานของ Foxconn สองคน ที่ "อ้างว่า" ได้รับสารพิษจากการผลิตหน้าจอ iPhone
พนักงานสองคนนี้ชื่อว่า Guo Rui-qiang และ Jia Jing-chuan ให้ข้อมูลว่าเคยทำงานในโรงงานผลิตหน้าจอ iPhone ที่เมืองซูโจว และระบุว่าข้อมูลเมื่อต้นปี 2010 มีพนักงานของ Foxconn จำนวน 137 คน (ซึ่งรวมสองคนนี้ด้วย) ได้รับพิษจากสารเคมี n-hexane ซึ่งใช้ทำความสะอาดหน้าจอของ iPhone มีผลต่อนัยน์ตา ผิวหนัง ทำให้ระคายเคือง และอาจมีผลต่อระบบประสาท
พนักงานสองคนนี้บอกว่าแอปเปิลปล่อยให้สถานการณ์เกิดขึ้นนานกว่า 1 ปี ถึงค่อยมายอมรับว่าละเมิดสิทธิของพนักงานตามมาตรฐานแรงงาน
พนักงานสองคนนี้บอกว่าป่วยถึงขนาดต้องเข้าโรงพยาบาล ในตอนนี้ Guo Rui-qiang ไม่มีงานทำเพราะร่างกายอ่อนแอ ไม่สามารถทำงานเป็นเวลานานได้ ส่วน Jia Jing-chuan มีค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยมากกว่า 100 ดอลลาร์ต่อเดือน
ทั้งสองคนเชิญชวนให้ผู้อ่านเผยแพร่จดหมายนี้ เพื่อสร้างแรงกดดันต่อ Tim Cook และแอปเปิล ในการประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 23 ก.พ. นี้ (วันนี้) ตามเวลาสหรัฐ จดหมายฉบับเต็มอ่านได้จากที่มา
ที่มา - BGR
The Next Web รายงานว่าผู้ที่อุปกรณ์ iOS ที่ถูกขโมยไป แม้ว่าจะทำการยกเลิกซิมการ์ดแล้วก็ตาม iMessage ของเจ้าของเดิมจะยังสามารถใช้งานได้บนอุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ และขโมยอาจจะได้รับและสามารถโต้ตอบ iMessage ของเจ้าของเดิมได้ และวิธียกเลิก iMessage วิธีเดียวคือการกดสวิทช์ปิด-เปิด iMessage บนเครื่องที่ถูกขโมยไปแล้ว
โดยหลังจากที่หญิงคนหนึ่งได้แจ้งกับแอปเปิลว่า ข้อความ iMessage ที่เพื่อน ๆ ส่งให้เธอถูกส่งไปยังไอโฟนของเธอที่ถูกขโมยไปแล้ว แอปเปิลก็แจ้งวิธีแก้ไขปัญหาให้กับเธอหลายวิธี แต่ไม่มีวิธีใดที่ได้ผลจริง ๆ โดยหนึ่งในวิธีแก้ที่แอปเปิลแนะนำ คือการแจ้งขโมยให้ "หยุดใช้ iMessage" หลังจากเหตุการณ์นั้นหกสัปดาห์ แอปเปิลใช้วิธีถอดไอโฟนที่ถูกขโมยไปออกจากระบบด้วยการลบ push code ของไอโฟนดังกล่าว ปัญหาจึงหมดไป
หลังจากเหตุการณ์นี้ ลูกค้ารายนี้ถูกแนะนำให้ไปพบกับฝ่ายกฎหมายของแอปเปิล โดยแอปเปิลตัดสินใจว่าบริษัทมีนโยบายไม่คืนมือถือที่ถูกขโมยไปให้กับลูกค้า แต่แอปเปิลก็จำเป็นที่จะต้องชดเชยค่าเสียหายให้แก่เธอ ที่ได้เสียความเป็นส่วนตัวจากเหตุการณ์ดังกล่าวไป ลูกค้ารายนี้จึงได้รับ iPod touch เป็นค่าชดเชยแทน
ที่มา - The Next Web
แม้ว่าตอนนี้ AT&T จะไม่มีโปรโมชั่นอินเทอร์เน็ต Unlimited สำหรับลูกค้าของตัวเองแล้วก็ตาม แต่ยังมีกลุ่มลูกค้าจำนวนหนึ่งที่สมัครใช้ไอโฟนตั้งแต่ไอโฟนรุ่นแรก ที่ยังสามารถคงสิทธิในการใช้อินเทอร์เน็ตไม่จำกัดได้ แต่สุดท้ายแล้ว AT&T ก็ไม่สามารถให้บริการแบบไม่จำกัดได้อีกต่อไปและแจ้งให้ลูกค้าตัวเองทราบว่าลูกค้าที่ใช้งานมากี่สุด 5% ของจำนวนลูกค้าทั้งหมด ที่ดาวน์โหลดข้อมูลมากถึงเดือนละ 10-12GB ต่อเดือนจะถูกจำกัดความเร็ว (throttling) หลังจากใช้งานมากถึงจุด ๆ หนึ่ง
แต่ดูเหมือนว่า AT&T จะลดเพดานการใช้งานที่ความเร็วปกติลงเรื่อย ๆ โดยล่าสุดมีรายงานว่าผู้ใช้ถูกปรับลดความเร็วแล้วเมื่อดาวน์โหลดข้อมูลไป 2.1GB โดยเขาได้ติดต่อไปหา AT&T ว่ายอดดาวน์โหลดเพียงแค่นี้ถือว่าเขาเป็นผู้ใช้ที่ดาวน์โหลดมากที่สุด 5% ของ AT&T จริงหรือไม่ โดยฝ่าย AT&T ก็ตอบไปว่านี่ไม่ใช่ข้อผิดพลาด แต่เขาเป็นผู้ที่ดาวน์โหลดมากที่สุด 5% ของกลุ่มลูกค้า AT&T จริง
เว็บ 9to5Mac รายงานว่าทางเว็บฯ ได้คุยกับนักพัฒนาที่ไม่ธรรมดารายหนึ่ง โดยนักพัฒนาคนนี้กำลังพัฒนาแอพที่สามารถใช้อ่าน NFC เพื่อการจับจ่ายซื้อของได้ และแอพดังกล่าวจะไม่ถูกนำไปใช้กับอุปกรณ์เสริมที่อยู่ในตลาดทุกวันนี้ เนื่องจากเขาทราบจากวิศวกรฝ่าย iOS ของแอปเปิลคนหนึ่งว่าไอโฟนตัวต่อไปจะ "เน้นเรื่อง NFC" โดยตัวเขามั่นใจกับข้อมูลนี้มากถึงขั้นที่จะเริ่มเขียนแอพไว้ล่วงหน้า
ในรายงานเดียวกันนี้ยังได้อ้างบทสัมภาษณ์ของ Ed McLaughlin ผู้ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับวิธีการจ่ายเงินรูปแบบใหม่ที่ MasterCard โดยจากบทสัมภาษณ์ เห็นได้ชัดเจนว่า McLaughlin ต้องการที่จะบอกว่าเขากำลังร่วมมือกับแอปเปิลอยู่ แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ ซึ่งทางเว็บ 9to5Mac เชื่อว่า MasterCard จะเป็นพาร์ทเนอร์กับแอปเปิลในการเปิดตัวคุณสมบัติ NFC สำหรับไอโฟนรุ่นต่อไป
ที่มา - 9to5Mac
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานข้อมูลจากสถาบันวิจัยตลาด Kantar Worldpanel ComTech ซึ่งบอกว่าแอปเปิลขายไอโฟนได้มากกว่าสมาร์ทโฟน Android อย่างฉิวเฉียดในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วในสหรัฐ โดยที่แอปเปิลมีส่วนแบ่งตลาดยอดขายอยู่ที่ 44.9% ในขณะที่ Android มีส่วนแบ่งที่ 44.8%
จากในรายงานเชื่อว่าตัวเลขขายไอโฟนของแอปเปิลพุ่งขึ้น เนื่องจากการเปิดตัว iPhone 4S รวมไปถึงช่วงฤดูการจับจ่ายในช่วงปลายปี ในส่วนของผลการวิจัยรอบโลกนั้น ใน 9 ประเทศที่ Kantar Worldpanel ทำการเก็บข้อมูลในช่วงปลายปีนี้แอปเปิลทำยอดขายดีกว่า Android ทั้งสิ้น
ที่มา - MacRumors
แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ของเว็บ 9to5Mac อ้างว่า Foxconn กำลังเร่งเครื่องเพื่อเตรียมเดินสายการผลิต iPhone 5 แล้ว ซึ่งหากข้อมูลดังกล่าวเป็นจริง เราอาจจะได้เห็น iPhone 5 เปิดตัวในช่วงกลางปี ซึ่งเร็วกว่าช่วงเวลาที่แอปเปิลใช้เปิดตัว iPhone 4S ทำให้แอปเปิลกลับมาเปิดตัวและวางขายไอโฟนได้ตามเวลาเดิมกับที่เปิดตัวไอโฟนรุ่นก่อน ๆ
ในรายงานอ้างว่ามันพูดยาก ว่าไอโฟนดังกล่าวจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร เพราะเครื่องต้นแบบนั้นมีมากมายหลายรูปร่างเหลือเกิน และไม่สามารถบอกได้เลยว่าเครื่องใดกันแน่จะถูกนำไปผลิตจริง แต่สิ่งที่แต่ละเครื่องมีเหมือนกันคือ: จอภาพที่ใหญ่ขึ้นประมาณ 4 นิ้วหรือมากกว่า, ตัวเครื่องไม่ได้มีดีไซน์แบบ tear-drop หรือมีความหนาบนล่างไม่เท่ากันอีกต่อไปตามที่ลือเอาไว้, และหน้าตาเปลี่ยนไปจาก iPhone 4/4S อย่างสิ้นเชิงโดยจะกว้างและยาวกว่าเดิม
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม John Gruber แห่ง Daring Fireball ได้ออกมาแย้งข้อมูลว่าข่าวนี้เร็วไป และไม่น่าเป็นจริง แม้ว่าหน้าจอของไอโฟนรุ่นใหม่จะใหญ่ขึ้น แต่แอปเปิลไม่มีทางที่จะทำให้ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่กว่าเดิมอย่างแน่นอน
ที่มา - 9to5Mac
ข่าวนี้อาจจะดูไม่ค่อยเป็นข่าวสารในวงการไอทีโดยตรงสักเท่าไหร่ แต่อยากลงให้ดูไว้เป็นตัวอย่างครับ
Lukas Kmit เป็นนักไวโอลินที่กำลังบรรเลงเพลงอยู่ในโบสถ์ จนสักพักหนึ่งก็มีเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือโนเกียที่เราหลายคนน่าจะรู้จักกันดีเกิดดังขึ้นมา แต่แทนที่ Lukas Kmit จะแสดงอาการไม่พอใจ หรือหยุดเล่นไวโอลินของเขาไปเลย เขากลับใช้ทักษะทางด้านดนตรีของเขาในการ improvise เสียงเรียกเข้าของโนเกียนั้นและบรรเลงเพลงออกมาจนจบได้ในที่สุด (วีดีโอท้ายข่าวครับ)
เคยมีอีกเหตุการณ์คล้ายๆ กันเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ โดยเป็นเสียงเรียกเข้า marimba ของ iPhone ดังขึ้นท่ามกลางการแสดงของวงดนตรีประสานเสียงนิวยอร์ก โดยในตอนนั้น ผู้ควบคุมวงดนตรี Alan Gilbert ให้หยุดการแสดงแล้วหันไปถามเจ้าของ iPhone นั้นว่า "มันจะดังขึ้นมาอีกหรือไม่"
ได้อ่านข่าวนี้แล้วก็อย่าลืมปิดเสียงโทรศัพท์มือถือก่อนเข้าชมภาพยนตร์หรือไปฟังคอนเสิร์ตเพลงบรรเลงกันด้วยนะครับ
ที่มา - CNET (1), (2)
Nielsen รายงานผลการสำรวจผู้ที่เพิ่งซื้อมือถือใหม่ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาในสหรัฐอเมริกา พบว่าส่วนแบ่งยอดขายของ Android ตกลงมาอยู่ที่ 46.9% ในขณะที่ส่วนแบ่งยอดขายของไอโฟนโดยรวมทั้งหมดสูงขึ้นมาก โดยเห็นได้ชัดเจนจากเดือนตุลาคมที่มีส่วนแบ่งอยู่ที่ 25.1% (Android อยู่ที่ 61.6%) แต่เดือนธันวาคมมีส่วนแบ่งอยู่ที่ 44.5% โดยเป็นรอง Android อยู่ประมาณ 2% เท่านั้น
สาเหตุของการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งยอดขายไอโฟนจากรายงานเชื่อว่ามาจากการเปิดตัว iPhone 4S เมื่อวันที่ 4 เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่งมีผลกับยอดจำหน่ายไอโฟนโดยรวมเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันผลสำรวจของอีกค่าย (NPD) ก็พบว่าหลังจากที่ iPhone 4S วางจำหน่ายแล้ว ส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนของแอปเปิลก็พุ่งขึ้นทันทีจาก 26% มาอยู่ที่ 43% ในขณะที่ Android ตกลงมาจาก 60% มาอยู่ที่ 47%
ที่น่าสนใจคือจากผลสำรวจของ Neilsen มีคนที่ซื้อสมาร์ทโฟนที่รันระบบปฏิบัติการอื่น ๆ ภายในสามเดือนที่ผ่านมาเพียงแค่ 11% เท่านั้น
ที่มา - 9to5Mac
คนที่ยังใช้อุปกรณ์ iOS อายุเกิน 2 ปีที่แอปเปิลเลิกที่จะจ่ายอัพเดทคุณสมบัติใหม่ต่าง ๆ อย่าเพิ่งโยนเครื่องทิ้งไป เพราะว่าล่าสุดมี custom firmware ใหม่ชื่อ Whited00r ที่จะนำความสามารถต่าง ๆ ของ iOS รุ่นใหม่ ๆ มาให้ผู้ใช้ iPhone 2G, 3G และ iPod touch 1G, 2G ได้ใช้กันแล้ว (อารมณ์เดียวกับ Custom ROM ในโลก Android)
โดย Whited00r เป็นระบบปฏิบัติการที่มีพื้นฐานเป็น iOS 3.1.3 แต่มีการเพิ่มคุณสมบัติที่แอปเปิลไม่ได้ใส่มาให้ใน iOS เวอร์ชั่นนั้นมาด้วย เช่น การใช้งานหลายแอพพร้อม ๆ กัน, โฟลเดอร์, Reminder app และหน้า Home Screen ใหม่ รวมไปถึงการบันทึกวีดีโอและความเร็วที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย น่าเสียดายที่ iCloud ไม่สามารถใช้บน Whited00r แต่ก็มี Dropbox ติดมาให้แทน
ขั้นตอนการติดตั้งก็ไม่ได้ยากอะไร เพียงแค่ดาวน์โหลด Whited00r ลงมาในคอม จากนั้นก่อนที่จะ Restore ผ่าน iTunes บนเครื่องก็ให้กดปุ่ม Alt (บน Mac OS X) หรือปุ่ม Shift ก่อนที่จะคลิกที่ปุ่ม Restore
ที่มา - 9to5Mac
Steve Wozniak ผู้ร่วมก่อตั้งแอปเปิลออกมาให้สัมภาษณ์ถึง iPhone vs Android ซึ่งเขาบอกว่ายังใช้ iPhone เป็นหลัก เพราะชอบที่มันสวย แต่ก็อยากให้ iPhone ทำในสิ่งที่ Android ทำได้สักที
Woz บอกว่าฟีเจอร์ voice command และระบบนำทาง GPS navigation ของ Android ทำงานได้ดีกว่า แต่ Android ใช้งานยากกว่า iPhone อย่างไรก็ตาม เขาก็บอกว่า Android ไม่ได้ใช้งานยากกว่าจนเกินไปถ้าคุณตั้งใจจะเข้าใจมัน
ถึงแม้จะเคยมีข่าวว่า Woz ไปต่อคิวซื้อ Galaxy Nexus แต่เขาบอกว่าชอบ Motorola Droid RAZR มากกว่า และข้อมูลที่หลายๆ คนไม่รู้ (ผมก็เพิ่งรู้) คือ Woz เป็นเพื่อนเก่าของ Andy Rubin เพราะเคยเป็นบอร์ดของบริษัท Danger ของ Rubin
Woz ยังเปรียบเทียบกรณีของ iPhone vs Android และ Mac vs Windows ว่า "ไม่คล้ายกัน" โดยเขาไม่เคยเห็นว่าวินโดวส์เป็นโปรแกรมที่ดีเลย แต่ยอมรับว่า Android เป็นโปรแกรมที่ดี
เขาพูดถึง Siri ว่าใช้มานานและชอบมัน แต่พอแอปเปิลนำมาใส่ iPhone 4S มันกลับทำงานได้ไม่ดีเท่าเวอร์ชันก่อน
ที่มา - The Daily Beast
จากข่าวเก่าที่รัฐบาลอาร์เจนตินาสั่งห้ามขาย iPhone และ Blackberry ความจริงแล้วข่าวนั้นเป็นเพียงแค่การโกหกตามเทศกาลวัน Dia de los Santos Inocentes ซึ่งเป็นวันคล้ายกับวันเมษาโกหกของกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาสเปน
จริงๆ แล้ว ผู้ที่ลงข่าวภาษาอังกฤษในเว็บ Manuals.ws ก็มองข้ามความขัดแย้งอย่างหนึ่งไป คือ RIM ประกาศว่าจะมาเปิดโรงงานที่ประเทศอาร์เจนตินาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้แล้ว แต่เนื้อหาข่าวกลับบอกว่า RIM ควรมาเปิดโรงงานในอาร์เจนตินาถึงจะกลับมาขายสินค้าของตนเองได้
ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ข่าวนี้สามารถแพร่กระจายไปได้ก็คงเป็นเพราะชาวอาร์เจนตินาเลือกที่จะไม่เตือนสื่อต่างประเทศเกี่ยวกับเทศกาลครั้งนี้ และหลายๆ คนยังเลือกที่จะสนุกไปกับการถกเถียงเกี่ยวกับข่าวนี้อย่างจริงจังในเว็บไซต์ต่างประเทศอย่างในเว็บ Apple Insider อีกด้วย








