Apple

ศาลแคลิฟอร์เนียได้ออกคำตัดสินคดีแอปเปิล-ซัมซุงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยงานนี้ซัมซุงต้องจ่ายค่าเสียหายกับแอปเปิลเป็นมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ จากคดีที่ทั้ง 2 บริษัทได้ฟ้องร้องกล่าวหากันเรื่องการละเมิดสิทธิบัตรหลายรายการ ซึ่งคณะลูกขุนใช้เวลาประชุมหารือร่วมกันทั้งหมด 21 ชั่วโมง กับอีก 37 นาที หลังจากการแถลงปิดคดีเสร็จสิ้นลง ซึ่งถือว่าทำงานกันรวดเร็วมากเมื่อเทียบกับรายละเอียดของคดีที่มีอยู่ค่อนข้างเยอะ

ก่อนจะเข้าสู่รายละเอียดคำตัดสินก็ขอสรุปเนื้อหาฟ้องร้องคร่าวๆ ก่อนครับ แอปเปิลฟ้องซัมซุงละเมิดสิทธิบัตรการออกแบบ UI เรื่อง Bounce-back, Multi-touch, Pinch-to-Zoom และ Tap-to-Zoom รวมถึงสิทธิบัตรการออกแบบตัวเครื่อง ตลอดจนการจัดเรียงและหน้าตาไอคอน โดยโทรศัพท์รุ่นหลักในการฟ้องร้องคือ Galaxy S และ S II ส่วนซัมซุงก็ฟ้องแอปเปิลกลับเช่นกัน โดยเป็นสิทธิบัตรการออกแบบเรื่องการทำงานหลายอย่างขณะฟังเพลง, การสลับอัลบั้มภาพและกล้อง ไปจนถึงสิทธิบัตรว่าด้วยกระบวนการส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย โดยมี iPhone 4 เป็นโทรศัพท์หลักในการฟ้องร้อง

คำตัดสินระบุว่า

  • ซัมซุงละเมิดสิทธิบัตร Bounce-back ('381) ของแอปเปิลในอุปกรณ์ทุกรุ่น
  • ซัมซุงละเมิดสิทธิบัตร Multi-touch และ Pinch-to-Zoom ('915) ในโทรศัพท์ 3 รุ่น (Ace, Intercept and Replenish)
  • ซัมซุงละเมิดสิทธิบัตร Tap-to-Zoom ('163) ในโทรศัพท์เกือบทุกรุ่น ยกเว้น Captivate, Indulge, Intercept, Nexus S 4G, Transform และ Vibrant
  • การละเมิดสิทธิบัตรของซัมซุง ส่งผลกระทบต่อยอดขาย iPhone
  • Galaxy Tab ไม่ละเมิดสิทธิบัตรการออกแบบของ iPad
  • มูลค่าความเสียหายที่ซัมซุงต้องจ่ายให้แอปเปิลคือ 1,051,885,000 1,049,343,540 ดอลลาร์ หรือประมาณ 40% ของที่แอปเปิลเรียกค่าเสียไว้ตอนแรกที่ 2.5 พันล้านดอลลาร์ (ค่าเสียหายแยกตามรุ่นโทรศัพท์ - The Verge)
  • นอกจากนี้ศาลยังระบุว่าซัมซุงยังละเมิดกฎหมายผูกขาดทางการค้า เรื่องมาตรฐานเครือข่าย UMTS
  • ในส่วนของแอปเปิลที่ถูกซัมซุงฟ้องกลับนั้น ศาลตัดสินว่าแอปเปิลไม่ละเมิดสิทธิบัตรของซัมซุงแม้แต่รายการเดียว จึงไม่มีค่าเสียหายที่แอปเปิลต้องจ่าย

ภายหลังคำตัดสิน ซัมซุงได้ออกแถลงการณ์มีใจความดังนี้

แอปเปิลไม่ควรถูกมองว่าเป็นผู้ชนะจากคำตัดสินวันนี้ แต่ผู้บริโภคในอเมริกาทั้งหมดต่างหากที่เป็นผู้แพ้ เพราะคำตัดสินวันนี้จะส่งผลให้นวัตกรรมเกิดขึ้นน้อยลง นวัตกรรมที่มีอยู่ก็จะมีราคาสูงขึ้น โชคร้ายที่กฎหมายสิทธิบัตรยอมให้บริษัทแห่งหนึ่งสามารถผูกขาดสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมโค้งได้ ซึ่งแท้จริงผู้บริโภคควรมีสิทธิที่จะเลือกสินค้าเหล่านี้ได้หลายตัวเลือก อย่างไรก็ดีนี่ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย เพราะเรายังมีคดีฟ้องร้องกันอีกในศาลทั่วโลก หลายแห่งแอปเปิลก็เป็นฝ่ายแพ้ แต่ถึงอย่างนั้นซัมซุงก็จะไม่หยุดพัฒนานวัตกรรมและสร้างทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้บริโภค

ล่าสุดมีการโต้แย้งในรายละเอียดการประเมินค่าเสียหายว่าผิดพลาด 2 รายการ ซึ่งผู้พิพากษา Lucy Koh กำลังพิจารณาแก้ไขตัวเลขร่วมกับทนายของสองฝ่ายและลูกขุนตอนนี้ โดยอาจทำให้ซัมซุงจ่ายเงินน้อยลง 2.4 ล้านดอลลาร์

อัพเดต: แก้ไขตัวเลขค่าเสียหายหลังมีการโต้แย้ง, เพิ่มเติมความเห็นจากแอปเปิล และขั้นตอนถัดไป

ด้านแอปเปิลก็ออกแถลงการณ์เช่นกันมีใจความดังนี้ครับ

เราขอขอบคุณคณะลูกขุนสำหรับการต้องเสียเวลาฟังเรื่องราวที่ผ่านมา และเรารู้สึกตื่นเต้นมาที่ในที่สุดก็ได้บอกเล่าเรื่องเหล่านี้ หลักฐานทั้งหมดในการพิจารณาคดีได้เผยให้เห็นแล้วว่าซัมซุงลอกเลียนเรามากมายเกินกว่าที่เรารับรู้เสียอีก คดีระหว่างแอปเปิลกับซัมซุงนี้เป็นมากกว่าเรื่องของสิทธิบัตรและตัวเงิน แต่มันคือเรื่องของมูลค่า ที่แอปเปิลเราให้มูลค่ากับนวัตกรรมและการเป็นต้นแบบ เราอุทิศชีวิตเพื่อผลิตสินค้าที่ดีที่สุดบนโลกใบนี้ เราทำสินค้าที่ลูกค้ามีความพึงพอใจจะใช้มัน ไม่ได้ผลิตมันเพื่อให้คู่แข่งเอาไปลอกเลียนแบบ เราขอปรบมือให้กับศาลที่ช่วยพิสูจน์สิ่งที่ซัมซุงกระทำ และช่วยส่งคำตัดสินว่าการขโมยของคนอื่นนั้นไม่ถูกต้อง

ในขั้นตอนถัดไปแอปเปิลก็จะยื่นต่อศาลเพื่อขอระงับการจำหน่ายสินค้าซัมซุงที่ละเมิดสิทธิบัตรภายใน 7 วัน และศาลจะนัดฟังคำตัดสินอีกครั้งในวันที่ 20 กันยายน

ที่มา: The Verge [1], [2], [3], [4], [5], CNET และ All Things D [1], [2]

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

"และเรารู้สึกตื่นเต้นมาที่ในที่สุด" ------> "และเรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ในที่สุด"

--------------------------> ^ตก ก.ไก่ ครับ

bank2u Sat, 25/08/2012 - 08:54

หรือประมาณ 40% ของที่แอปเปิลเรียกค่าเสียไว้ตอนแรกที่ 2.5 ล้านดอลลาร์ น่าจะ 2.5 พันล้านดอลลาร์ป่าวครับ

tucker Sat, 25/08/2012 - 09:04

ดูจาก 9to5Mac เหมือนจะมีคำแถลงหลังตัดสินของ Apple ด้วยนะครับ

ตามนี้ครับ แปะไว้เผื่อคุณ arjin จะเพิ่มเติมในเนื้อข่าว

We are grateful to the jury for their service and for investing the time to listen to our story and we were thrilled to be able to finally tell it. The mountain of evidence presented during the trail showed that Samsung’s copying went far deeper than even we knew. The lawsuits between Apple and Samsung were about much more than patents or money. They were about values. At Apple, we value originality and innovation and pour our lives into making the best products on earth. We make these products to delight our customers, not for our competitors to flagrantly copy. We applaud the court for finding Samsung’s behavior willful and for sending a loud and clear message that stealing isn’t right.

"ยอมให้ผูกขาดสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมโค้งได้" ผมว่าค่อนข้างจะกล่าวหาเกินจริงไปนิด

จากที่ได้อ่านรายละเอียดส่วนมากการละเมิดจะเกี่ยวกับการทำงานของซอฟท์แวร์ ในขณะที่ กาแลกซี่แทป ถูกตัดสินว่าไม่ได้ละเมิดสิทธิบัตรออกแบบ ทำให้รู้สึกไม่สอดคล้องกับคำพูดที่กล่าวอ้าง เพราะซัมซุงสามารถผลิตเครื่องสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมโค้งต่อไปได้

ส่วนในเรื่องผลเสียตกกับผู้บริโภค ผมเห็นว่าถูกครึ่งเดียว อีกครึ่งนึงผมคิดว่า จะเป็นการกระตุ้นให้ซัมซุงมีการปรับเปลี่ยนทั้งรูปแบบตัวเครื่องและ UI ให้ใช้งานได้โดดเด่นยิ่งขึ้นในอนาคต ซึ่งถือเป็นข้อดีในระยะยาวครับ

ลอกการออกแบบแล้วไปฟ้องกลับเรื่อง UMTS แต่...

นอกจากนี้ศาลยังระบุว่าซัมซุงยังละเมิดกฎหมายผูกขาดทางการค้า เรื่องมาตรฐานเครือข่าย UMTS

โดนสองเด้งเลยทีเดียว

ถ้าจะฟ้อง SIII ต้องฟ้องใหม่ เพราะเดิมฟ้องตอน Galaxy S ออก (นานมากแล้ว) และถ้าอิงการตัดสินเดิม Apple จะชนะอีกครับ

Apple ไม่ควรมองว่าเป็นผู้ชนะ ประชาชนใน USA ต่างหากที่แพ้ แต่อีกหลายคดี Apple ก็แพ้ (สรุปว่า Apple ชนะไม่ได้ แต่ Samsung ชนะได้สินะ)

maytee Sat, 25/08/2012 - 09:18

สรุป SS ละเมิดการออกแบบตัวเครื่องโทรศัพท์สี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมโค้งหรือเปล่า? เห็นบอกแต่ Tab ไม่ละเมิด

ตอนนี้ยังไม่วิจารณ์รออ่านฉบับเต็มก่อน...

แต่จากดีไซน์ SIII ที่หลุดจาก SII มากทางซัมซุงเค้าก็คงเตรียมแผนการรับมือกรณีนี้เอาไว้แล้วล่ะ คงไม่ต้องหวงอะไรทางนั้นหรอก ที่เราๆต้องกลัวคือต่างฝ่ายจะไม่ยอมจบ "ตรงนี้" ซะมากกว่า

เย้ ดีแล้วไม่แบนการขาย พันล้านเดี๋ยวมันก็หาใหม่ได้ถ้ามีไอเดีย

แต่ค่อนข้างงงว่า Samsung ละเมิดสิทธิบัตร สี่เหลี่ยมมุมมน หรือเปล่า เห็นพูดถึงแต่ UI

ตกลงการออกแบบมือถือต้องเปลี่ยนรูปร่างหรือเปล่า

คำถามที่ค้านในใจก็คือ

  1. ถ้า Multi-touch, Pinch-to-Zoom และ Tap-to-Zoom เป็นเอกสิทธิของแอปเปิลแต่ผู้เดียว และมีรายอื่นมีทำแบบนี้ได้ Motorolaของผมก็ทำได้ HTCของเพื่อนผมก็ทำได้ แล้วทำไมแอปเปิลถึงเน้นฟ้องแต่ซัมซุงรายเดียว???
  2. การออกแบบโทรศัพท์ให้มีสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมโค้งและมีปุ่มโฮมตรงกลาง แล้วผมว่าโนเกียเป็นคนเริ่มต้นออกแบบมากกว่าแต่มันก็ไม่เหมือนที่แอปเปิลออกแบบซะทีเดียวนะครับ แต่โนเกียเขาก็เลือกที่จะเฉยๆ... และปุ่มโฮมก็ไม่ได้ใส่เป็นรูปสี่เหลี่ยมมน

ที่ค้านก็มีอยู่แค่นี้แหละครับ

"สิทธิบัตรต่าง ๆ ที่กูเกิลกล่าวหาว่าแอปเปิลละเมิด ได้แก่ การแจ้งเตือนตามตำแหน่งสถานที่ (location reminder), การแจ้งเตือนอีเมล (e-mail notification), การเล่นคลิปวีดีโอและ Siri โดยสินค้าของแอปเปิลเกือบทุกชนิดรวมถึงคอมพิวเตอร์ ละเมิดสิทธิบัตรที่กล่าวมานี้ ยกเว้น iPod classic และ iPod nano"

ผมคิดว่าเจ้าอื่นๆ เช่น Nokia ก็ทำได้เหมือนกัน แต่ทำไมแอปเปิ้ลโดนเจ้าเดียว โดยส่วนตัวคิดว่าเพราะ ยอดขายฝ่ายตรงข้ามสูงจนน่าจะคุ้มที่ฟ้องเรียกค่าเสียหาย

ผมมองกลับว่า เค้าอาจมีการเจรจาแรกเปลี่ยนสิทธิบัตร หรือไม่ก็จ่ายค่าสิทธิบัตรให้กันแล้วมากกว่า เลยไม่เป็นปัญหา อย่างโนเกียลูเมียอ่า สีเหลี่ยมเหมือนกันแต่ทำไมดูแตกต่างจากไอโฟน แล้วเอส3เนี่ย โครตเหมือนซิมเบี้ยนของโนเกียเลยว่ามั้ย

prinnv Sat, 25/08/2012 - 09:41

ผลการตัดสิน ไม่ต่างจากที่คิดเท่าไร แต่จำนวนเงินที่สั่งให้จ่ายนี่ต่างจากที่คิดเยอะเลยแฮะ :)

เอาน่า ซัมซุงก็คิดซะว่า S และ SII เป็นรุ่นโฆษนา และค่าเสียหายที่จะต้องจ่ายให้แอปเปิ้ลนั้นเป็นค่าโฆษนาแบรนด์ตัวเองแล้วกัน ส่วนตัวขายจริงคือ SIII ๕๕๕+

เอาจริงๆนะครับ

ปรกติ App กับ SS นี่ ฟ้องกันกระจายมานานแล้ว แต่ก็ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะมาตลอด

แต่ครั้งนี้แทบจะเรียกว่าชนะขาด บางเวบถึงกับเรียกว่า First Round - [ Apple 1 : 0 Samsung] กันเลย

ตัวแปรเดียวที่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนก็คือ

มีคนไปแนะแนวอะไรบางอย่างเทพบุตรสตีฟ จ๊อบนั่นเอง..

นะจ๊ะ ...

ประธาน Samsung คงบอกว่า จะเอาเงินที่มีจากการขาย ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ทุกวอนมาถล่ม Apple แน่ ๆ

ว่าแล้วก็รับงาน Apple มาทำอีก :D

Meow-Meow Sat, 25/08/2012 - 10:07

Apple ไม่ได้ละเมิดแม้แต่รายการเดียว

โถ....

เอียงเห็นๆ

เห็นตัวเลขแล้วร้องได้คำเดียวว่า อูย นี่ขนาดลดลงเกินครึ่งแล้วนะ จริงๆไม่อยากเห็นใครชนะขาดแบบนี้นะ แต่ช่างเถอะไม่ใช่ตังค์ผม 555

น่าจะมียื่นแต่โอกาสจะได้เห็นยกสองต่อเวลาน่าจะยากนะึรับ ศาลต่างประเทศไม่ค่อยรับอุทธรณ์กันง่ายๆแบบบ้านเรา

เคยเลือกอุปกรณ์ช่างของเยอรมัน ฟีเจอร์บางอย่างที่ละเมิดสิทธิบัตรในอเมริกาก็ต้องเอาออก เวลาสั่งเลยต้องสั่งจากประเทศอื่นเอา ...

สรุปแล้วหลักฐาณที่ซัมซุงเคยอ้างทั้งเรื่องสิทธิบัตร 3G และอื่นๆเป็นการเพียงการเล่นบาลีของทนายทั้งสิ้น ????
เรื่องที่ผมคิดว่าเหนือคาดคือการที่ซัมซุงละเมิดกฎหมายผูกขาด UMT แถมเข้ามาอีก

Fzo Sat, 25/08/2012 - 10:31

จบไปหนึ่งยก ต่างคนได้ได้เปรียบศาลในบ้าน

รอดูศึกในสนามที่เป็นกลาง ( นอกอเมริกา นอกเกาหลี ) ต่อไป ^^

ศึกนี้ Apple ชนะไปก่อน ต้องดูว่าจะมีการล้างตากันอีกหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ มวยคู่เอก ต้องล้างตากันตลอด

incredibles Sat, 25/08/2012 - 10:53

จบคดีนี้ ผมเชื่อเหลือเกินว่าซัมซุงจะเติบโตขึ้นและแข็งแกร่งขึ้น

ต่อไปเวลามีนวัตกรรมอะไรใหม่ๆออกมา ก็ต่างคนต่างจ้องที่จะจดสิทธิบัตรเพิ่มกันอีกแน่ ขอให้แข่งกันเพื่อเพิ่มการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆนะ อย่าแข่งกันเพื่อทำลายเลยนะ

มันไม่เกี่ยวกับสี่เหลี่ยมผืนผ้าหลอก ดูอย่าง NOKIA กับ SONY มือถือของเค้าตั้งหลายรุ่นก็มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมโค้ง แต่ก็ไม่มีรุ่นไหนสักรุ่นที่มีปัญหาฟ้องร้องกันแบบนี้

จะมีก็แต่ไอ่ออกแบบมาเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมโค้งที่จงใจให้เหมือนกับบางรุ่น(iP...) หนะสิที่จะก่อให้เกิดการฟ้องร้องแบบนี้

http://www.mxphone.net/230812-not-every-phone-needs-to-look-like-an-iphone/

รอ ลุ้นกับคู่เอกดีกว่า ... Google vs. Apple ที่เพิ่งส่งฟ้อง

รอบนี้เอียงเห็นๆ ถ้า Samsung ผิด Apple ก้อผิดเหมือนกัน ถึงไม่ผิดในเรื่อง 3G แต่ Feature ภายในอีกสองสามข้อก้อไม่น่ารอด

มีใครอธิบายได้มั้ยครับ ทำไมApple ชนะเกือบทุกคดี แต่ได้เงินจากที่เรียกร้องไปไม่ถึงครึ่ง ?? เค้าตัดสินยังไงหว่า??

ค่าเสียหายไม่ได้คำนวนจาก % ของสิทธิบัตรที่ชนะ แต่คำนวนตามหลักทางแพ่ง คนละส่วนกันครับ
สมมุติผมฟ้อง 400,000 บาท ตัวเลขความเสียหายคำนวนได้ 200,000 จำเลยจะถูกปรับสองแสน ไม่ใช่ว่าฟ้องชนะได้ตามเรียก

แล้วเค้าจะให้ใส่ไว้ว่าเรียกร้องเท่าไรทำไมอ่ะครับ?? งง เพราะสุดท้ายก้ศาลเป็นผู้พิจารณาอยู่ดี

ตอนฟ้องต้องแจ้งสูตรคำนวณไว้ด้วยน่ะครับ ว่าคิดมาจากไหน (เหมือนคดี Google v. Oracle)

ถ้าไม่เห็นด้วยตรงไหน เช่น สิทธิบัตรบางอันไม่ละเมิด หรือสิทธิบัตรไหนมูลค่าที่วินิจฉัยไม่ตรงกับที่อ้าง ก็ลดกันไป

ใส่เพื่อเป็นตัวตั้งให้ศาลครับว่ามูลค่าความเสียหายมาจากอะไรบ้าง คำนวณยังไง

ถ้าศาลพิจารณาเห็นว่าเหมาะสมก็สั่งปรับตามนั้น ถ้าเห็นว่าสูตรหรือตัวเลขไม่เหมาะสม ศาลค่อยคำนวณใหม่ครับ

ศาลไม่ได้นั่งเทียนคูณเลขเองตั้งแต่ต้นครับ

เอาง่ายๆนะครับจะแบ่งเป็น 3 กรณี

-ไม่ใส่ค่าเสียหาย >> นอกเหนืออำนาจศาล ไม่สามารถกำหนดเงินเยียวยาได้เลย คือชนะแต่ไม่ได้เงิน

-ใส่ค่าเสียหายตามจริงหรือน้อยกว่า >> ศาลให้ได้เท่าที่ขอ แล้วพิจารณาไปๆ มาๆ ได้ค่าเสียหายเพิ่มเติมก็จะได้แค่เท่าที่ขอไว้

-ใส่ค่าเสียหายสูงกว่าความจริง >> ศาลพิจารณาลดหย่อนได้แถมอาจจะได้มากกว่าที่เสียหายทางกายภาพ

ส่วนใหญ่เลือกข้อ 3 ครับ

ขอบคุณสำหรับความรู้ทั้งสามท่านเลยนะครับ :) ผมว่าน่าจะมีคนสงสัยอย่างผมอีกหลายคน แต่ไม่กล้าถาม อิอิ ขอบคุณแทนพวกเขาด้วย :)

คดีจับร้านอินเตอร์เนตตาสีตาสา โจทย์ก็เลือกข้อ3 กันนะ

แต่ศาลตัดสินข้อ1. ผิดแต่ไม่ต้องจ่าย และถ้าไม่มีประวัติทำผิด จะรอลงอาญา

ศาลท่านคงรู้ว่าพวกจับนี่ จ้องจะหากินกับตาสีตาสา

Wang_Peter Sat, 25/08/2012 - 12:25

ก็ว่ากันไป หลังจากนี้คงจะเห็นอะไรใหม่ๆ แหวกๆ จาก Samsung
hTC Sony Motorola คือตัวอย่างการออกแบบที่ไม่ลอกใคร

Go-Kung Sat, 25/08/2012 - 21:16

In reply to by Wang_Peter

HTC, Sony, Moto ผมว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวกันอยู่แล้วนะครับ หลังจากนี้ก็ไม่น่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก

แต่ Samsung นี่แหละ ต้องพยายามแหวกแล้ว ไม่งั้นโดน Apple เล่นอีกอ่วมแน่

เพราะคำตัดสินวันนี้จะส่งผลให้นวัตกรรมเกิดขึ้นน้อยลง นวัตกรรมที่มีอยู่ก็จะมีราคาสูงขึ้น

มองยังไงหว่า ผมว่านี่แหละจะเป็นตัวทำให้เกิดนวัตกรรม ทำให้เกิดยีนใหม่ๆ หลากหลายมากขึ้นเพราะไม่เน้นแค่เอาง่ายทำคล้ายๆ ของคนอื่นเข้าว่า

จริงๆ คงอยากจะออกมาบอกแบบนี้

เพราะคำตัดสินวันนี้จะส่งผลให้ต้องทำงานมากขึ้น ไม่มีมือถือที่เลียนแบบไอโฟนในราคาที่ถูกกว่าออกมาให้เลือกซื้อ

นวัตกรรมทางเทคโนโลยีมันเป็นการต่อยอดจากของที่มีอยู่แล้วทั้งนั้นแหละครับ แนวทางการตัดสินแบบนี้ทำให้การเก็บค่า royalty fee อยู่ในมือเจ้าของสิทธิบัตร แล้วก็สามารถตั้งราคาตามใจ กีดกันคู่แข่งในตลาดได้

ตรงนั้นก็น่าจะใช่ด้วยครับ อะไรที่มันจำเป็นต้องมีต้องใช้ถ้าไปคุยด้วยดีๆ ตั้งแต่ทีแรกผมว่าก็มไม่น่าจะบานปลาย ทำ cross license เพื่อประโยชน์ทีั้งสองฝ่ายอะไรก็ว่าไป

"เพราะคำตัดสินวันนี้จะส่งผลให้นวัตกรรมเกิดขึ้นน้อยลง นวัตกรรมที่มีอยู่ก็จะมีราคาสูงขึ้น"

ถ้าคิดว่าตัวเองเจ๋งพอก็สร้างอีก"นวัตกรรม" มาสู้กับเค้าชิ ไม่ใช่ลอกเค้าไปวันๆ

skuma Sat, 25/08/2012 - 13:19

อนาคต เริ่มเปล่ยนแปลงอีกแล้วสินะ หึหึ

ใครช่วยบอกผมทีว่าการที่ผมเอา Pinch to Zoom มาใช้ในในแอพของผมเนี่ยถือว่าละเมิดหรือเปล่าครับ

แอพผมเป็นแอพที่ต้องมีการซูมเข้า ซูมออกบ่อย ๆ เลยใส่ฟีเจอร์นี้ลงไป เพราะหากว่าแอพมันใช้งานไม่สะดวกแล้วมันจะส่งผลต่อ rating

ผมเห็นแอพ/เกมหลาย ๆ ตัวก็ใส่ฟีเจอร์นี้ลงไป ใครช่วยไขข้อข้องใจให้หน่อยครับ

ทำๆไปเถอะครับ รายเล็ก ไม่กระทบเขาโดยตรงเพราะเป็น complimentary ให้กับ Device ของรายใหญ่ ไม่น่าจะตกเป็นเป้าครับ

ก็สมัยก่อนมันไม่ผิดไงครับยังใส่กันได้

แต่ถ้าเป็นตอนนี้ผมไม่แน่ใจอย่างนึงคือ PTZ ใน App กับที่ SS ใช้มันเหมือนกันหรือไม่ ถ้าเหมือนกันก็เป็นการทำละเมิดครับ แล้วเมื่อละเมิดเค้าก็มีสิทธิฟ้องร้องเราเรียกค่าเสียหายได้

แต่ในความเป็นจริงมันได้ไม่คุ้มเสียครับ จะฟ้องก็ฟ้องตัวละครใหญ่ๆ ไปเลยคุ้มกว่า

แต่ถ้าเงินเหลือๆ กับเกิดอารมณ์ดีขึ้นมาไล้ฟ้องนักพัฒนาแอพมันซะทุกคนที่ใช่ PTZ เลยผมว่ามันคงเป็นมหากาพย์ที่น่าติดตามมากเลยล่ะ ฮ่าๆ

โดน ตีแตก ไป 1เมือง แต่สงครามยังไม่จบ การลอกเป็นความผิดของ samsung เองไม่ใช่ Android

ต่อไป ตาทัพ Moto บุกเข้าตี Apple เตรียม ตั้งรับ พร้องละยัง

ไม่ชอบทั้ง Apple และ Samsung แต่ไอ้เรื่องการออกแบบนี่ก็ควรจะโดนจริงๆนะ มันเหมือนเกินไป เจ้าอื่นไม่เห็นจะออกแบบให้ พยายามคล้าย iPhone เท่าค่ายนี้ (ไม่นับเครื่องจีนนะ)

Samsung ควรโดนจริงๆนั่นแล แต่สิทธิบัตรแอปเปิ้ลก็เกรียนเกิ๊น จดทุกอย่างที่มีในมือถือ
แต่ Apple ไม่โดนเลยก็เอียงชัดไปนะ =..=

ผมสงสัยครับ

ซัมซุงละเมิดสิทธิบัตร Multi-touch และ Pinch-to-Zoom ('915) ในโทรศัพท์ 3 รุ่น (Ace, Intercept and Replenish)
ซัมซุงละเมิดสิทธิบัตร Tap-to-Zoom ('163) ในโทรศัพท์เกือบทุกรุ่น ยกเว้น Captivate, Indulge, Intercept, Nexus S 4G, Transform และ Vibrant

.
Tap-to-Zoom , Pinch-to-Zoom ไม่ได้ใช้กันทั้ง android หรอครับ ทำไมถึงโดนแค่บางรุ่น

ถ้าเอาจริงๆก็ผิดหมดแหละครับ แต่ไม่โดนเพราะเค้าไม่ฟ้องหรือฟ้องไม่ครอบคลุม

จริงๆกรณีนี้ก็เหมือน เชือดเสือให้วัวกลัวแหละครับ พอวัวกลัวแล้วค่อยไปรีดนมเอาหลังไมค์ กำไรกว่าเยอะที่จะมานั่งเชือดทีละตัว

อันนี้ถามความรู้ครับ
Multi-touch กับ Pinch-to-Zoom นี่มัน่าจะใช้ได้เกือบทุกรุ่นนะ ทำไมนับแค่ 3 รุ่นหรอครับ

แล้วแบบนี้ถ้า andriod มี Multi-touch, Pinch-to-Zoom, Tap-to-Zoom ก็ไม่โดนกันหมดหรอครับ หรือว่าเงื่อนไขเพิ่มเติม

มันเป็นกลไกการรักษาสิทธิ์หนิ ... ไม่งั้นก็เปิดองค์กรการกุศลเถิด กำรงกำไรไม่ต้องหาละ เงินเดือนที่ทำงานแต่ละเดือนได้มาก็เอาไปบริจาคให้หมดด้วยนะ
รถไม่มีล้อนี่เป็นประเด็นที่คนตั้งมาเพื่อให้ด่าอย่างเดียวจริงๆ มันไม่มีประเด็นอื่นเลย ล้อมันเป็นเรื่อง "พื้นฐาน" เค้าไม่ให้จดสิทธิบัตรหรอก สิทธิบัตรจะให้จดก็ต่อเมื่อมีการต่อยอด มีความ Uniqueness และการจดสิทธิบัตรมันไม่ได้ง่ายนะ ไม่ใช่แค่ยื่นแล้วได้เลย ต้องทำอะไรอีกเป็นพันอย่าง รวมถึงการเคลมว่าเราเป็นคนคิดเองคนแรก ซึ่งปกติจะมีบริษัทมาเคลมว่านั่นเราคิดมาก่อนนานแล้วนะ สุดท้ายจะจบด้วยการเอาเงินให้เพื่อยอมความและถือครองสิทธิบัตรนั้นๆ
ถ้ามีสิทธิบัตรในมือแล้ว นั่นแปลว่าเค้าก็ต้องสามารถปกป้องสิทธิ์ในเรื่องนั้นๆได้เต็มที่ ไม่งั้นก็จะโดนขโมยผลงานกันหน้าด้านๆตลอดไป แล้วใครจะอยากคิดอะไรใหม่ๆอีกหละ? ถามว่าถ้าวันนั้น Apple ไม่ได้คิด Pinch Zoom ทุกวันนี้จะมีคนใช้มั้ย? ตอบได้เลยว่าไม่ แล้วนั่นแหละความหมายของคำว่า "ลอก"

Credit:คุณเนย Droidsans

peakna Sun, 26/08/2012 - 13:29

คำพูดแบบนี้ "แต่ผู้บริโภคในอเมริกาทั้งหมดต่างหากที่เป็นผู้แพ้ เพราะคำตัดสินวันนี้จะส่งผลให้นวัตกรรมเกิดขึ้นน้อยลง นวัตกรรมที่มีอยู่ก็จะมีราคาสูงขึ้น โชคร้ายที่กฎหมายสิทธิบัตรยอมให้บริษัทแห่งหนึ่งสามารถผูกขาดสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมโค้งได้ " มันเหมือนคนเห็นแก่ตัวไม่ได้คิดทุกอย่างขึ้นมาเองตั้งแต่ต้นแต่เหมือนเอาจุดเด่นของเค้ามาสร้างในสิ่งที่เค้ายังไม่ได้คิดจะทำ
สุดท้ายผมกลับมองว่าทุกวันนี้สังคมเรายอมรับให้มีการลอกเลียนแบบกันจนกลายเป็นเรื่องปกติไปหรือป่าว ทั้งๆที่ทุกยี่ห้อก็มี"รูปทรงสีเหลี่ยมผืนผ้ามุมโค้ง" กันทุกยี่ห้อแต่ไม่เห็นมีเจ้าไหนจงใจจะทำให้เหมือนหรือคล้ายคลึงกันชนิดที่วางไกล้กันยังดูไม่ออกเลยสักเจ้าแล้วทำไมซัมซุงจะบอกว่าตัวเองไม่ผิดเพราะมันคือนัวัตกรรมละ ถ้านวัตกรรมคือการลอกเรียนแบบแล้วสิ่งใหม่ๆที่คิดขึ้นมาบนโลกนี้จะเรียกว่าอะไรดี

darkfaty Sun, 26/08/2012 - 14:31

In reply to by peakna

Apple ก็ไม่คิดอะไรใหม่ตั้งแต่แรกอีกแล้วครับ ลอกเลียนแบบตัวเองไปวันๆ ยิ่งได้แรงสนับสนุนอย่างนี้ ต่อไปฟ้องเอาเงินง่ายกว่า ไม่ต้องออกนวัตกรรม เพราะการลงทุนบน Patern มีความมั่นคงกว่า ไม่ต้องกังวลเหมือนตอนออกผลิตภัณฑ์ใหม่ว่าลูกค้าจะยอมรับหรือเปล่า

แต่เล่นวิธีแย่ ๆ แบบนี้บ่อย ๆ สักพักคู่แข่งก็จะเล่นมั้ง มันก็จะกลายเป็นการทำลายกันอย่างเดียว บริษัทเล็กจะเข้ามาในธุรกิจนี้ก็ยากขึ้นไปเรื่อย ตัวเลือกของผู้บริโภคก็จะจำกัดลงเรื่อย แล้วมันไม่ใช่ความพ่ยแพ้ของผู้บริโภคเหรอครับ???

คดีหน้า Apple - Google ผมว่า google ชนะ แล้วคุณจะมองว่าผู้โภคเป็นฝ่ายแพ้เหมือนเดิมหรือเปล่า ผิดก็ว่าไปตามผิดน่ะถูกต้องแล้ว

ส่วนเรื่อง Gesture นั่น Apple ซื้อบริษัทมาทั้งบริษัทและสิทธิบัตร ไม่ได้ก๊อปปี้มาแล้วจดทีหลังนะครับ ตอนนี้ก็คงถึงตาเอาคืนเพราะ Google ก็ซื้อ Moto เพื่อเอาสิทธิบัตรเหมือนกัน ไปลุ้นรอบหน้าต่อดีกว่าครับ

เพราะว่าการ "ซื้อความเป็นเจ้าของได้" นี่แหละ ผมว่าอนาคตจะยิ่งแย่

ส่วนข้อแรกคิดว่าคุณ darkfaty น่าจะตอบว่าผู้บริโภคก็เป็นฝ่ายแพ้เหมือนเดิมนะ :)

ผมตอบไปในข่าวเรื่อง Google ฟ้อง Apple แล้วครับ ผลออกมา โดนยำเละ T_T

ความเห็นของผมพยายามให้อยู่ฝั่งผู้บริโภค (แต่ผมเป็น SSFanboy อ่ะ มีหลุดประจำ) ซึ่งดูจะเป็นฝั่งตรงข้ามกับทั้ง Apple และ Google เสมอ เวลาเสนออะไรไปมักไม่มีใครฟังทั้งสองฝ่าย ทั้งที่มันเรื่องของตัวเอง เหมือนขนตา ใกล้เกินมองไม่เห็น

ปล. จากประสบการณ์ผู้คุยกับแฟนค่ายต่าง ๆ แฟน Apple น่ารักสุด ยินดีที่ได้เป็นฝั่งตรงข้ามครับ :)

ผมว่าบางเรื่องมันก็ต้องยอมรับความจริงแหละครับ เราไม่ได้อยู่ในโลกอุดมคติที่ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน มีบริษัทที่รวยเพราะทำกำไรจากผลิตภัณฑ์ที่ต่างจากคนอื่น มีคนได้ประโยชน์ก็มีคนเสียผลประโยชน์ ไม่งั้นมีใครทำอะไรเจ๋งๆ ออกมาก็ต้องให้แจกจ่ายเทคโนโลยีให้คนอื่นๆ ให้เอาพัฒนาได้เท่าเทียมกัน แล้วแรงจูงใจในการทำอะไรใหม่ๆ มันจะมาจากไหน สิ่งที่ควรทำคือหาช่องทางของตัวเอง ถ้าจำเป็นก็สู้ไปตามสิทธิ์ที่ตัวเองมี

ครับ ใช่ครับ แล้วมันก็จะวนลูปอีก เพราะพอปกป้องมากไปก็ทำให้ไม่เกิดการพัฒนาอีก ปกป้องน้อยไปก็ไม่พัฒนาเหมือนกัน ศาลตอนนี้ยังเชื่อว่าการปกป้องยังไม่มากเกินไปก็ทำไปตามนั้น จนถึงจุดวิกฤต ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกแบบหนึ่ง แต่การเป็นผู้บริโภคต้องหาทางปกป้องตัวเอง บริษัทที่เราเชียร์ก็ไม่ได้ปกป้องเราสักเจ้าน่ะครับ

ครับตามนั้น ถ้ายังอยู่ในระบบก็คงต้องปล่อยให้มันเป็น loop แบบนั้น ระบบนี้มันก็ยังเอื้อให้แต่ละฝ่ายมีโอกาสในการปกป้องตัวเองได้อยู่ และผมก็เชื่อว่าไม่มีระบบไหนที่มันสมบูรณ์แบบ 100%

darkfaty Sun, 26/08/2012 - 18:32

In reply to by nrml

ใช่ครับ ผมไม่เคยหวังเรื่องระบบที่สมบูรณ์ 100% ผมแค่อยากให้ผู้บริโภคมองถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ถึงแม้บางทีผลกระทบนั้นมันเกิดขึ้นกับผู้บริโภคค่ายอื่น แต่มันก็แสดงให้เห็นว่ามันมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับฝ่ายเราเช่นกัน ดังนั้นเราต้องรวมกันเรียกร้องเพื่อปกป้องไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดกับใครก็ตาม ถึงจะเรียกว่าเราทันเกมของบริษัทขนาดใหญ่ ของพวกนี้เราต้องสร้างขึ้นในหมู่ผู้บริโภคด้วยกันเอง เพราะในอนาคตบริษัทขนาดใหญ่จะใหญ่มาก แม้แต่ประเทศ รัฐบาล กองทัพไหนก็ไม่สามารถปกป้องเราได้อีก