Apple

ระหว่างการให้ปากคำในคดีฟ้องร้องกันระหว่างแอปเปิลกับซัมซุง ได้จบลงด้วยการที่ผู้พิพากษา Lucy Koh ได้บอกเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่าให้ทั้งสองฝ่ายลองพยายามเจรจากันอีกครั้ง โดยการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ทั้งสองฝ่ายก็ไม่สามารถตกลงอะไรได้เลย และสุดท้ายก็คงต้องรอคำตัดสินของศาล

นี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร เพราะก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายได้พยายามเจรจากันมาแล้วหลายครั้ง และมีครั้งหนึ่งที่ทั้งซีอีโอของซัมซุง และทิม คุก ต้องมาร่วมเจรจาตามที่ศาลได้ร้องขอเป็นเวลาสองวันเต็ม

ที่มา - Ars Technica

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

มาถึงขั้นนี้แล้ว คงไม่มีอะไรจะคุยกันสินะ...

//จริงๆ เริ่มเบื่อจนอยากรอฟังแต่ผลอย่างเดียวแล้ว -*-

ยังไงผมก็คิดว่า Apple ได้รับอิทธิพลการออกแบบมาจาก P910 ของ Sony Ericsson น่ะ เพราะผมใช้อยู่ก่อน iPhone จะออก Apple ไม่ใช่เจ้าแรกที่ทำโทรศัพท์รูปทรงสี่เหลี่ยม ที่ทำก็แค่ทำให้มันบางลงแค่นั้นเอง

ทีเจรจาไม่ได้ เพราะ apple ไม่ต้องการเจรจาเรียกค่าเสียหายตั้งแต่แรก สิ่งที่ต้องการคือ ห้ามขาย!! (คงต้องรอดู google กับ apple เจรจากัน)

แล้วที่ขอค่าใช้สิทธิบัตรของ Apple ที่เรียกต่อ Samsung คือ 20US ทุกมือถือ 30US สำหรับทุก Tablet คงไม่ใช่ค่าเสียหายมั้ง

แถมลงท้ายบอกว่า ถ้าหาก Samsung มอบสิทธิการใช้สิทธิบัตรให้กับ Apple จะมีส่วนลดให้ 20% สำหรับค่าเสียหาย

** ผมจำตัวเลขเงินจริงๆ ไม่ได้

** สิทธิบัตร Apple มีแต่อะไรก็ไม่รู้ แต่สิทธิบัตรของ Samsung สิของจริง

เจตนาเขาคือไม่ต้องการค่าเสียหายครับ โดยใช้วิธี เรียกค่าเสียหายในอัตราที่ samsung จะไม่ตกลงแน่นอน แทนการปฏิเสธว่า "ผมจะไม่เอาค่าเสียหายนะ แต่ผมไม่อยากให้คุณขาย" ซึ่งถ้าพูดออกไป จะกลายเป็น evil ทันที แต่ถ้าเรียกค่าเสียหายไป ก็จะแก้ตัวได้ว่า "เราอยากให้ samsung ได้ขายต่อไป เรียกค่าเสียหายไปแล้ว แต่ samsung เป็นฝ่ายไม่ยอมรับมันเอง" ซึ่งจะทำให้ตัวเองดูดีและไม่ผิด แค่ samsung เป็นคนผิดที่ปฏิเสธข้อเสนอที่ apple กรุณาเสนอให้

ค่าเสียหายมากน้อยของแต่ละคนไม่เท่ากันนะครับ ฝั่ง Samsung ก็ย่อมอยากจ่ายน้อยที่สุด ฝั่ง Apple ก็ย่อมอยากได้มากที่สุด คุณรู้ได้ไงว่ามากเกินไปหรือน้อยเกินไป? คุณดูหลักฐานประกอบต่างๆ แล้ว ประเมินมูลค่าแล้วว่ามันสูงไป?

แอปเปิลเคยเรียกค่าสิทธิบัตรจากซัมซุง $30 ต่อเครื่องสำหรับโทรศัพท์ และ $40 ต่อเครื่องสำหรับแท็บเล็ต

ของแบบนี้เจรจาไม่ได้ง่ายๆ หรอกครับ แต่ละฝั่งมองมูลค่าไม่เท่ากัน คุยกันไม่ได้ก็ต้องให้คนกลางตัดสิน

microsoft กับ nokia มีสิทธบัตรมากกว่า apple ชัดเจน เชื่อว่า apple ยอมความข้างนอกครับ

แต่ Samsung กับ HTC ที่เป็น บ.นอกสหรัฐ และน่าจะมีสิทธบัตรน้อยกว่า ก็อีกเรื่อง

LineS Tue, 21/08/2012 - 00:11

Apple คิด , Samsung copy

Samsung ได้ประโยชน์จากการขายสินค้าที่ copy Apple มาเป็นเงินมหาศาล

Apple ฟ้องเรียกค่าเสียหาย จากเงินบางส่วนที่ Samsung ทำกำไรได้จากการ copy Apple product ไปขาย

Samsung เกรียนไม่ยอมจ่าย + ทำเนียนบอกไม่ได้ก็อป

จากเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันจะไปเจรจากันรู้เรื่องได้ไง

leonoinoi Tue, 21/08/2012 - 00:26

In reply to by LineS

ต้องขอโทษไว้ก่อน เกิดนึกสนุกเอาตรรกกะเดียวกันมาเทียบ

Moto คิด , Apple copy
Apple ได้ประโยชน์จากการขายสินค้าที่ copy Moto มาเป็นเงินมหาศาล
Moto ฟ้องเรียกค่าเสียหาย จากเงินบางส่วนที่ Apple ทำกำไรได้จากการ copy Moto product ไปขาย
Apple เกรียนไม่ยอมจ่าย + ทำเนียนบอกไม่ได้ก็อป

ต้องลองดูครับว่า Moto กับ Apple จะเจรจากันได้มั้ย

ตรงส่วนไหนที่ ซัมซุง ไม่ยอมจ่ายหรอครับ ถ้าศาลยังไม่บอกว่าซัมซุงผิดจะจ่ายทำไมครับ แล้วสิทธิบัตร 3G ที่ Apple ไม่ได้ก็อปแต่เอาไปใช้เลย อันนี้ Apple จะจ่ายรึเปล่าครับ

ผมเข้าใจนะ ว่าคุณไม่ได้หมายถึงข่าวเก่าที่ซัมซุงปฏิเสธไม่จ่ายเครื่องให้แอปเปิลเครื่อง 20-30 $

เพราะตอนนั้นยังไม่ถูกตัดสินว่าผิดก็เป็นสิทธิของซัมซุงที่จะปฏิเสธแล้วไปต่อสู้กันในศาลเอา ถ้าผิดจริงก็จ่ายหรืออยากจ่ายน้อยกว่านี้ไปตกลงกันให้เรียบร้อย

ทีนี้คนอื่นเค้าไม่มองอย่างนั้นนะซิครับ เค้ามองว่าซัมซุงกะไม่จ่ายเฉยๆ โดยไม่ได้มองถึงกระบวนการในศาล

ผมถามหน่อยครับ เอาเกณฑ์อะไรมาว่า ของคนนี้ ก็อบของคนนี้ ตามความคิดผมนะ
ของก็อบ ก็คือ เหมือนเป๊ะทุกประการ เปลี่ยนแค่ชื่อแบรนด์นี่สิ ที่เรียกว่าก็อบ

ผมละ แปลกใจที่ว่า มือถือ และ แท็บเล็ต หน้าจอ ทัชสกรีน ที่ไม่มีปุ่ม หน้าตายังไงมันก็ต้องออกมา
เหมือน iphone และ ipad อยู่แล้ว รูปร่างสี่เหลี่ยม -*- หรือ ต้องให้ผมทำรูปร่างสามเหลี่ยมครับ ผมถึงไม่ก็อบนิ

และ ผมว่า ถ้าคุยกับดีดี SS คงจะยอมจ่าย นอกจาก Apple จะขูดรีด เกินไป ซึ่งตามข่าวมันก็เกินไปจริงๆ
เหมือนกับว่า Apple รู้ตัวว่าต่อไปอนาคตกำลังจะตกต่ำ เลยหาวิธีอื่นนอกจากคิดค้นนวัตกรรม ไม่ก็ คิดไม่ทันแล้ว

สุดท้าย ผมกล้ายืนยันเลยว่าถ้า I5 ออกมาแล้วไม่มีอะไรที่เจ๋งพอ ไม่มีอะไรที่มันน่าตื่นตาตื่นใจ
Apple เตรียมจบครับ ^^ (ผมเริ่มมั่วเรื่องละ 555)

เรื่อง copy อันนี้ก็แล้วแต่จะมองครับ เรื่องแบบนี้มันแล้วแต่คนครับ เถียงยังไงก็ไม่จบครับ (ขนาด Apple Samsung ยังไม่จบเลย)

ส่วนตัวผมมองว่า Apple เปิดตลาด iPhone iPad แล้วดัง รวยเละ แล้ว Samsung เห็นว่าตลาดนี้ work จึงผลิต product ที่คล้ายๆกันออกมาขาย (ซึ่งแต่เดิมไม่ได้ขาย product อะไรแบบนี้เลย)

ลองคิดถึงจิตใจคนที่ลิเริ่มอะไรออกมา แล้วประสบความสำเร็จ แต่โดน copy สิครับ เป็นใครๆก็แค้น

แต่เรื่อง iPhone next gen เนี่ย ที่บอกออกมาก็ไม่ได้ดีอะไร

อันนี้ผมว่าน่าจะรอให้เค้าเปิดตัวก่อนนะครับ ถ้า Apple จะเจ๋งเพราะขาด Steve Job + ไม่คิดอะไรใหม่ๆจริง

ก็สมควรเจ๋งครับ ไม่แปลก

แต่การที่พูดไปก่อนแบบนั้น มันทำให้ comment ที่อุตสาเขียนมาดูน่าเชื่อถือไปเลยครับ

ปล. ขออภัยถ้าไม่ชอบครับ

ไม่เป็นไรครับ ^^ ผมกำลังจะรอดู เรือ ธงแต่ละค่าย ปลายปีนี้ ทั้ง Microsoft Apple Google เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมากมาย หุหุ (แต่ผมชอบคุณโพสตอบมาก มีสาระ และ เหตุผล ^^ )

เรื่องตกลงราคากันไม่ใช่อะไรง่ายๆ เลย ทุกวันนี้ของที่ตกลงกันได้เพราะมันมีราคากลาง ราคาตลาดให้เทียบ ลองคิดดูว่าสมมติคุณจะขายมือถือมือสอง หรือรถมือสองให้อีกคน ถ้าคุณไม่หาราคากลาง ราคาตลาด ตกลงขายกับคนที่ไม่ใช่ญาติคุณหรือคนใกล้ตัวคุณ คุณคิดว่าจะคุยราคาจบง่ายๆ มั้ย คนซื้อย่อมอยากซื้อถูก คนขายย่อมอยากขายแพง ต่อให้คุณบอกว่าคุยดีๆ ก็ไม่ใช่จะตกลงกันได้

อยากออกความเห็นของคนที่เคยโดนลอกงานสมัยเด็กๆ นะครับ ตอนนั้นนั่งคิดงานในห้องว่าจะวาดรูปอะไรส่งครู โจทย์คือวาดอะไรก็ได้ โอเคนั่งคิดออกมาได้ธีมนึง โอเคนึกออกละว่าจะวาดอะไรส่งครู เพื่อนโต๊ะใกล้ๆ นึกไม่ออก มาคุยๆ ด้วยและชำเลืองดู ที่รู้เพราะตอนนั้นเริ่มเขียนแล้วมันยังไม่ทำอะไร พอเข้าแถวส่งงานเห็นงานในกระดาษถึงรู้ว่ามันลอกกันเลย ไอเดียเดียวกะตรูเป๊ะ องศามุมมองยังเหมือนกันอีก แถมเข้าแถวส่งงานอยู่หน้าอีก งี้ตรูส่งทีหลังครูจะรู้มั้ยว่าใครวาดก่อน

เหตุการณ์ตอนนั้นอยู่ป.1 ครับ จำได้จนทุกวันนี้กะการโดนโขมยไอเดียครั้งแรกในชีวิต กะคนลอกงาน บางทีปากมันเลี่ยงบาลีได้ครับว่าบังเอิญ ไม่เหมือนนะแค่คล้ายๆ แต่คนที่โดนน่ะจะรู้ได้ทันทีแบบไม่ต้องคิดเข้าข้างตัวเอง อยากรู้ว่าเป็นไงต้องลองคิดอะไรที่เป็น original idea สักอย่างแล้วโดนเพื่อนร่วมงานชิงไปเสนอเจ้านายดู ... โชคดีที่ทำงานไม่เจอคนแบบนี้

เกี่ยวกับข่าวนี้ผมว่าซัมซุงมันค่อนชัดเรื่อง look&feel ที่พยายามทำให้เหมือน apple มากไป ทั้ง package, cable, ที่ชาร์ต อย่าง SE หรือ HTC ผมกลับรู้สึกว่ามันเป็น android ที่มีแนวทางของตัวเอง สวยแบบที่ไม่จำเป็นต้องอ้างอิงจากงานใคร

เพิ่งนั้งอ่านคนที่คอมเม้นต์ข่าวนี้(ที่คุณ khajochi เอามาให้ดู) ส่วนใหญ่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบของผู้บริโภคด้วย ไม่เหมือนคนไทยที่ไม่รู้ไม่สนใจว่าเราจะได้ประโยชน์อะไรจากการแข่งขัน เชียร์กันเหมือนเชียร์บอลอย่างเดียว เรื่องลอกเรื่องละเมิดมันเป็นแค่เรื่องของสองบริษัท เค้ามีกฎหมายคุ้มครองอยู่แล้วเราไม่ต้องไปเชียร์เค้าก็ตัดสินกันได้ แต่ถ้าเราปล่อยให้เกิดการกีดกันทางการค้าได้ ด้วยเพราะความไม่เข้าใจข้อดีของการแข่งขัน นี้มันเหมือนเราโง่อย่างที่ Apple อ้างต่อศาลว่าลูกค้าโง่จนไม่สามารถแยกออกได้ระหว่าง Apple iPhone กับ Samsung Galaxy S

ลูกค้าของทั้งสองค่ายครับ รวมข่าว Google ด้วย ลืมความเป็นแฟนบอยค่ายต่าง ๆ ไปก่อนน่ะครับ แล้วคิดถึงผลกระทบต่อตนเองก่อนครับ และเมื่อเกิดความเข้าใจถึงประโยชน์ของการแข่งขัน ท่านค่อยเลือกเชียร์อีกทีน่ะครับ หรือไม่ก็ลองดูความเห็นของคนต่างประเทศบ้าง จะเข้าใจเรื่องสิทธิของตนเองมากขึ้น ยกเว้นท่านถือหุ้นของบริษัทนั้น เชียร์ไปเลยครับ เงินท่านผลประโยชน์ท่านไม่มีใครว่า แต่ถ้าไม่ได้ถือหุ้นและก็ทำตามที่ผมเสนอมาทุกอย่างแล้ว แต่ก็ยังหน้ามืดตามัวเป็นแฟนบอยเหมือนเดิม ค่อยมาด่าผมน่ะครับ :)

ผมมองในแง่การแข่งขันอยู่แต่แรกแล้วครับ แต่โดยส่วนตัว ยังไม่สามารถตัดสิน google ได้ตอนนี้ครับว่าสิ่งที่ทำอยู่ ดีหรือไม่ จนกว่าผลจะออกมา (แต่โดยส่วนตัว เชื่อว่า google จะสนับสนุนการแข่งขันอย่างแน่นอน ตรงข้ามกับ apple เพราะที่มาของรายได้ของทั้ง 2 บริษัทมีความแตกต่างกัน) ลองดูรายได้ของ google ที่ได้จาก android เปรียบเทียบกับ รายได้ของ apple ที่ได้จาก iphone ก็จะเข้าใจครับ

เรื่องผลกระทบผู้บริโภคถ้าตามข่าวสงครามสิทธิบัตรในเว็บนี้มาเรื่อยๆ ก็มีคนถกกันมาตลอดนะ

ใช่ครับ ในกระทู้นี้ก็มีผมคนเดียว ในกระทู้ก่อน ๆ ก็มีอยู่สามสี่ท่าน แต่มันน้อยมาก น่าจะเป็นแค่ 5% ที่เหลือจะเป็น นักปกป้องสิทธิบัตรของบริษัทที่ตัวเองไม่ได้ถือหุ้น และนักวิเคราะห์คำพูดและวิจารณ์ฝ่ายตรงข้าม มันไม่ใช่ทุกคนให้ความสำคัญกับเรื่องผลกระทบผู้บริโภค ราวกับว่ามันไม่ได้เป็นผลกระทบต่อพวกเขาโดยตรง

อยากให้ทุกคนเพิ่มแนวคิดนี้ลงในความเห็นด้วยน่ะครับ นอกจากเราจะรู้ และเข้าใจว่าอะไรถูกอะไรผิดแล้ว ยังควรเข้าใจว่าอะไรกระทบกับอะไรด้วย

ผมว่ามีคุยกันไปเยอะกว่านั้นนะ และข่าวมันซ้ำๆ คงไม่ได้พูดกันใหม่ตลอด

คือการหาจุดที่พอดีมันยาก

ถ้าเปิดมากไป ใครๆ ก็ก็อบได้ บริษัทก็จะไม่กล้าลงทุนอะไรใหม่ๆ ที่แหวกจากเดิมเพราะเสี่ยงมาก ถ้าเจ๊ง เจ๊งคนเดียว ถ้ารุ่ง เจ้าอื่นตามอย่างรวดเร็ว แบบนี้บริษัทส่วนใหญ่ก็จะรอตามอย่างเดียว ผลต่อผู้บริโภค -> ไม่ได้อะไรใหม่ๆ ที่ฉีกจากเดิมๆ มาก

ถ้าปิดมากไป จะกลายเป็นกึ่งผูกขาด ก็ทำให้ไม่เกิดการพัฒนา หากินกับของเดิมๆ เพราะเจ้าอื่นทำตามไม่ได้ ผู้บริโภคได้รับผลกระทบอีกแบบ

แต่จุดไหนที่เรียกว่ามากไปหรือน้อยไป ที่มันยืดยาวก็เพราะตรงนี้แหละครับ และการตัดสินนี้จะมีผลต่อคดีต่อๆ ไปในลักษณะเดียวกันด้วย

ผมว่าพูดกันน้อยมากครับ และข่าวมันซ้ำ ๆ แต่นักปกป้องสิทธิบัตรโดยที่ไม่ได้ถือหุ้นบริษัทนั้นทุกคนก็พูดกันใหม่เรื่องการปกป้องสิทธิบัตรตลอดเวลา และไม่พูดเรื่องผลกระทบต่อผู้บริโภคซ้ำเลยครับ ราวกับว่าเรื่องผลกระทบผู้บริโภคเป็นเรื่องไกลตัว และเรื่องผลประโยชน์ของบริษัทเป็นเรื่องของตัวเองครับ

เรื่องที่คุณ Zatang เสนอ ผมว่าไม่ต้องไปหาจุดพอดีมันหรอกครับ มันผ่านไปนานแล้วครับ

ผมว่าใช้หลักเดียว จะฟ้อง จะปกป้อง จะเอาหาเงินกับสิทธิบัตรด้วยวิธีใดทำไป แต่ถ้าการกระทำใดมีผลกระทบด้านใดด้านกับผู้บริโภค ศาลควรที่จะนำไปพิจารณาเป็นอันดับแรก และไม่สนับสนุนเรื่องนั้น ๆ มิฉะนั้นศาลก็จะเหมือน เป็นเครื่องมือของบริษัท มากกว่าเป็นผู้ดำรงความยุติธรรม ให้กับสังคม

ศาลไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินให้ดีต่อผู้บริโภคนะครับ ศาลมีหน้าที่ตัดสินตามที่ระบุไว้ในกฏหมาย อาจจะมีใช้ดุลยพินิจได้ แต่หลักคือตามที่ระบุในกฎหมาย ไม่ใช่ว่าดีต่อผู้บริโภคแต่ผิดกฏหมายได้

และที่ผมจะบอกคือ ตัดสินให้ Samsung ชนะ มันก็กระทบผู้บริโภคเหมือนกัน แต่กระทบคนละแบบ

ท่าน Zatang ผมไม่ได้เชียร์ Samsung ให้ชนะน่ะครับ (ในกระทู้นี้น่ะครับ สงสัยว่าคุณจะเอาความเห็นผมในกระทู้อื่นมารวมด้วย อีกอย่าง Samsung จะไปชนะได้อย่างไรครับ ก็ก็อปกันเห็น ๆ อยู่) ผมแค่อยากให้คนไทยสนใจเรื่องผลกระทบที่จะเกิดกับตัวเองให้มากขึ้นก่อนจะตั้งน่าตั้งตาเชียร์ค่ายใดค่ายหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น Apple Google หรือ Samsung ว่าการสนับสนุนบริษัทที่ประกาศจะทำลายคู่แข่งด้วยเงินทั้งหมดที่ตนมี หรือบริษัทประกาศว่าไม่ทำเลว แต่เริ่มทำแล้ว หรือบริษัทที่ยืมจมูกบริษัทอื่นหายใจ เงินก็มีแต่ดันคิดเองไม่ได้ การสนับสนุนบริษัทไหนมันมีผลกระทบกับตนมากที่สุด จะได้มีความเห็นที่ตรงกัน และช่วยกันเรียกร้องไม่ให้บริษัทนั้น ๆ กระทำการใด ๆ ที่ไม่ดี ที่สร้างผลกระทบต่อผู้บริโภค

ประเด็นศาล ผมก็ว่าผมอธิบายชัดเจนระดับหนึ่งแล้วน่ะครับ สงสัยคุณ Zatang จะคิดแต่ว่าผมเป็น Samsung Fanboy อย่างเดียวเลยเข้าใจผิด ผมเสนอว่า "จะฟ้อง จะปกป้อง จะเอาหาเงินกับสิทธิบัตรด้วยวิธีใดทำไป แต่ถ้าการกระทำใดมีผลกระทบด้านใดด้านกับผู้บริโภค ศาลควรที่จะนำไปพิจารณาเป็นอันดับแรก และไม่สนับสนุนเรื่องนั้น ๆ" หมายถึง ใครผิด ใครถูก อันนี้เหมือนเดิม ตัดสินไปเลย แต่ถ้ามีการขอให้ศาลกระทำการใด ๆ ที่จะมีผลกระทบกับผู้บริโภค ศาลก็ควรพิจารณาสิ่งเหล่านั้นโดยละเอียดถี่ถ้วนเป็นพิเศษ และถ้าเห็นว่ามีผลกระทบจริงก็ไม่ตอบสนองคำขอนั้น ตัวอย่างเช่น ตอนฟ้องก็ขอให้ศาลคุ้มครองโดยการห้ามขาย อันนี้ศาลก็ควรจะพิจารณานิดหนึ่ง มีผลกระทบกับผู้บริโภคหรือเปล่า ถ้ามีก็รับฟ้องแต่ก็ไม่ห้ามขาย

ผมเข้าใจมุมมองบางส่วนของคุณนะ ประมาณว่าไม่ว่ายังไงก็ขอให้ได้ขายให้ประชาชนเป็นผู้ได้เลือกใช้สินค้า แต่ถ้าผมเป็นศาลผมก็จะให้มันเป็นไปในทำนองแบบนี้แหละครับ ให้แต่ละฝ่ายออกมาคุยประณีประนอมหรือสู้กันจนถึงที่สุด

คือผมจะบอกว่าเรื่องที่กำลังเถียงกันหน้าดำคร่ำเคร่งกันที่นี่มันไม่ได้มีผลอะไรกับทางนั้นเลย อย่าไปใส่ใจอะไรมากเลยครับ

ลองสมมติว่าแอปเปิ้ลชนะแล้วให้ซัมซุงได้ขายต่อไปราคาที่มันเพิ่มเข้ามามันก็จะกระทบต่อผู้บริโภคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แทนที่จะได้ใช้แอนดรอยด์ราคาถูกที่มีให้เลือกมากมายอย่างทุกวันนี้ มันก็จะเหมือนเป็นการเพิ่มต้นทุนเข้าไปโดยที่คุณภาพเทียบกับราคานั้นลดลง ทีนี้ไม่ว่ายังไงระบบก็จะปรับเข้าสู่สมดุลย์ในท้ายที่สุด คนก็อาจจะเลือกไปหา Apple มากกว่าเพื่อเทียบราคากับคุณภาพแล้วรู้สึกว่าคุ้มค่ากว่า

ซึ่งผมเองมองว่าที่มันกำลังเป็นอยู่ตอนนี้คือขั้นตอนหนึ่งของการปรับสมดุลย์แค่นั้นเอง

แค่ความคิดเห็นหนึ่งครับ