หน่วยย่อยที่สุดของการผลิตชิปคอมพิวเตอร์ยังเป็น "ทรานซิสเตอร์" ที่ทำหน้าที่ปล่อย/ปิดกั้นการไหลของอิเล็กตรอน ซึ่งจะกลายมาเป็นสถานะ 0 หรือ 1 ในโลกของคอมพิวเตอร์
ทรานซิสเตอร์มีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ (ดังที่เราได้ยินข่าวว่าผลิตที่ระดับกี่นาโนเมตร) แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่มีการสร้างทรานซิสเตอร์ขึ้นมาก็คือ "ทิศทาง" การไหลของอิเล็กตรอนที่จะไหลในแนวระนาบ (2D) เท่านั้น สิ่งที่อินเทลประกาศในวันนี้คือความสำเร็จในการสร้างทรานซิสเตอร์แบบใหม่ที่เรียกว่า Tri-Gate ซึ่งส่งกระแสอิเล็กตรอนในแนวบน-ล่างได้ด้วย (เพิ่มมาอีกมิติเป็น 3D)
อธิบายเป็นตัวหนังสือก็เข้าใจยาก ดูภาพดีกว่าครับ

ภาพจำลองโมเดลทรานซิสเตอร์ 2D (ซ้าย) และ 3D (ขวา) สังเกตตรงแท่งสีเหลืองๆ แทนการไหลของอิเล็กตรอน ว่าจะต่างกัน แบบ 3D จะนูนขึ้นมา

ภาพการทำงานจริงของทรานซิสเตอร์ 2D แบบเก่า จะเห็นเส้นเล็กๆ บางๆ แนวระนาบ แทนการวิ่งของอิเล็กตรอน

ส่วนทรานซิสเตอร์ 3D Tri-Gate แบบใหม่ เส้นจะนูนขึ้นมา
พอเข้าใจแนวคิดของทรานซิสเตอร์ 3D กันแล้ว ต่อไปก็มาดูข้อดีของมัน เมื่อกระแสอิเล็กตรอนวิ่งในแนวตั้งด้วย ทำให้การทำงานของชิปมีประสิทธิภาพดีขึ้น (หรือกินไฟน้อยลงในประสิทธิภาพเท่ากัน)
อินเทลจะนำเทคนิคการผลิตแบบนี้ไปใช้กับซีพียูรุ่นถัดไปรหัส Ivy Bridge ซึ่งผลิตที่ 22 นาโนเมตร ซึ่งเมื่อเทียบกับทรานซิสเตอร์แบบเดิม ผลิตที่ 32 นาโนเมตรแล้ว ประสิทธิภาพจะดีขึ้น 37% หรือในทางกลับกันคือกินไฟน้อยลงครึ่งหนึ่ง
เทคนิคการผลิตแบบนี้จะช่วยให้อินเทลยังรักษา "กฎของมัวร์" ต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง
ปิดท้ายด้วยคลิปอธิบายแนวคิดของ "ทรานซิสเตอร์ 3D" จากวิศวกรอาวุโสของอินเทล ทำเป็นการ์ตูนดูสนุกใช้ได้เลยครับ
ที่มา - Intel, Engadget, VentureBeat




Comments
น่ารักดีแฮะ แต่ผมว่ามันเหมือน 2.5D มากกว่า คือมันนำกระแสเป็นสองมิติอยู่ดี แต่สร้างสันขึ้นเพื่อให้นำกระแสได้มากขึ้นเป็นสองเท่า
ตอนแรก 3D นึกว่าจะนำกระแสได้ที่ใต้พื้นพิวด้วยนะ หรือสร้างวงจรในรูปแบบสามมิติเสียอีก
ใช่ครับ ตอนผมอ่านตอนแรกก็นึกถึงการนำกระแสขึ้น-ลงเป็น state ใหม่อีกชุดเลย (เหมือนพวก Quantum Computer) ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่อย่างนั้น เป็นการสร้าง "สัน" เพื่อนำกระแสแบบ 2D ได้มากขึ้นแทน
my disclaimer
ผมก็แอบดีใจว่าทำได้แบบนั้นเหมือนกัน แบบสร้าง Chip ให้มีขาหลายๆด้าน แผงชิปวิ่งข้ามบนล่างกันได้
สุดท้ายแค่นี้เอง ขยายเส้นขึ้นมาให้ความต้านทานต่ำลง
My Blog
วิธีที่ใช้ทำ tr ในปัจจุบัน ใช้ทำหลายชั้นไม่ได้ ยกเว้นว่าจะทำแบนๆหลายๆอันแล้วค่อยมาซ๊อนกันทีหลัง ด้วยวิธีอื่น
ถ้าเป็นแบบนั้นจริงคนออกแบบจะต้องใช้จินตนาการขนาดไหนกันอยากรู้จัง
Acaz
เดี๋ยวนี้ทรานซิสเตอร์กับแบตกระดุมจะเริ่มแยกกันไม่ออกแล้ว ถ้าเอามาวางแบให้ดูยังบอกยากเลยว่าทรานซิสเตอรืหรือแบต
v___v
คุณลุงน่ารักดี เดินกลับด้วย ^^
ปล. ใช้ไฟฉายขยายส่วนขอโดราเอมอนแทนก็ได้ครับ
The world wants entertainment, but the world needs enlightenment! To be or not to be!? Hero or Zero!? Those are questions.
---
Living life with freedom in mind, in every limitation, that is the true freedom.
Like ลุงน่ารัก
การ์ตูนอธิบายได้ชัดเจนดีแถมยังประเทืองความรู้ดีอีกด้วยครับ ^^
ecution.style
ลุงแกโมโนโทนได้ใจ แต่พูดเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายได้สนุกดี :D
ซู่ซ่า ~♥(>◡<)♥
กฎของมัวร์ ใกล้ไปละ
โอเค เดินกลับก็ได้ฟระ!!
ฮาโคตร
เทคโนโลยีไม่ผิด คนใช้มันในทางที่ผิดนั่นแหละที่ผิด!?!
ฮาจริง ๆ หน้าตาแก ตลกหน้าตายมาก
ฮาสุดๆ แถมหน้าตายได้อีก ขำ
positivity
ไอ้เครื่องย่อ-ขยายส่วนน่ะใหญ่ไปมั้ย ญี่ปุ่นเค้าขนาดไฟฉายเองนะ ^^
แนะนำให้อ่านเพิ่มเติมจากที่ AnandTech เข้าใจง่ายดี
นึกว่า Quantum Computer ซะแล้ว
ฮาดีครับ ... ปกติจะมีแต่คนพูดเก่งๆมาเล่น ... นี่เอาลุงมาเล่นฮาๆ ... เจ๋งครับเจ๋ง
ปล.ตัวนี้นึกว่าจะเป็นแบบคิดใหม่ทำใหม่เลยเสียอีกครับ ... แต่แค่นี้ก็เนียนละครับ : )
ขอบคุณครับ สวัสดีครับ
:: Take minimum, Give Maximum ::
ชื่อทางการค้าใหม่ intel core 3d :)