"พรรคโจรสลัด" หรือ Pirate Party ที่เริ่มโด่งดังจนได้เก้าอี้ในรัฐสภายุโรป กำลังเริ่มดำเนินการนโยบายหนึ่งที่เคยหาเสียงไว้ นั่นคือการปฏิรูประบบทรัพย์สินทางปัญญา และข้อเสนอจากพรรคโจรสลัดคือลดระยะเวลาคุ้มครองความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของผู้สร้างลง จากเดิมที่ขั้นต่ำ 25-50 ปี (ขึ้นกับประเภทของงานและประเทศ) ลงมาเหลือ 5 ปี
ในมุมมองของผู้นิยมเสรีภาพของข้อมูลข่าวสาร ข้อเสนอของพรรคโจรสลัดก็น่าจะดี อย่างไรก็ตามพรรคโจรสลัดกลับโดนคัดค้านโดย Richard Stallman หรือ RMS แห่ง Free Software Foundation ผู้เสนอแนวคิดซอฟต์แวร์เสรีและ GPL
เหตุผลที่ RMS ต้องออกมาคัดค้านเพราะว่าข้อเสนอของพรรคโจรสลัดจะทำให้ GPL มีผลบังคับใช้ได้น้อยลง เพราะเมื่อครบอายุ 5 ปีตามระยะเวลาคุ้มครองแล้ว ซอฟต์แวร์นั้นจะกลายเป็นสมบัติสาธารณะ (public domain) ที่ใครก็สามารถนำไปใช้ได้ ถือเป็นซอฟต์แวร์ที่ไม่มีลิขสิทธิ์
- ในกรณีของซอฟต์แวร์ที่เป็น GPL อยู่แล้ว (มีซอร์สโค้ด) เมื่อครบ 5 ปี ทั้งไบนารีและซอร์สโค้ดจะเป็นสมบัติสาธารณะ ใครเอาไปใช้อย่างไรก็ได้ และเมื่อไม่มีลิขสิทธิ์แล้ว GPL จะไม่มีผลบังคับใช้ ทำให้ซอฟต์แวร์ปิดสามารถนำโค้ดที่เคยเป็น GPL นี้ไปใช้ได้โดยไม่ถูกบังคับให้เปิดซอร์สออกมา เหมือนที่ต้องทำถ้า GPL ยังทำงานอยู่
- ในกรณีของซอฟต์แวร์ปิด (มีแต่ไบนารี) เมื่อครบ 5 ปี ไบนารีจะกลายเป็นสมบัติสาธารณะ ใครจะนำไปใช้อย่างไรก็ได้ (เช่น ไรท์ Windows XP ใส่แผ่นขาย ตำรวจไม่จับ) แต่ซอร์สโค้ดที่ไม่เคยออกสู่สาธารณะจะไม่เข้าข่ายนี้ ทำให้เจ้าของโค้ดสามารถเลือกปิดโค้ดไปตลอดกาล หรือจะวางยาไว้ในไบนารีให้โปรแกรมหยุดทำงานหลัง 5 ปีก็ได้
RMS เสนอให้บังคับให้เจ้าของซอฟต์แวร์ต้องเปิดซอร์สโค้ดด้วย เมื่อซอฟต์แวร์รุ่นไบนารีเข้าสู่สถานะ public domain ตอนนี้ยังไม่มีคำตอบออกมาจากฝั่งพรรคโจรสลัดว่ามีความเห็นอย่างไร
ที่มา - GNU, Ars Technica




Comments
RMS แกเกิดมาเพื่อสิ่งนี้้เลยนะเนี่ย คิดไม่ถึงเลย..
แต่การเสนอให้เปิด source ด้วย แค่ 5 ปี ก็ไม่แฟร์เหมือนกัน ถ้าเป็นผู้ผลิต...
เรื่อง RMS นี่เห็นด้วยเลยครับ ตอนอ่านข่าวนี้ก็แบบ คิดได้ไงเนี่ย เหมือนกัน
ส่วนเรื่องตัวเลข 5 ปีนี่ผมว่าเสนอเผื่อต่อ และไม่มีทางเป็นไปได้ง่ายแน่ๆ
my disclaimer
ผมว่าเร็วไปนะสำหรับของบางอย่าง Software มันตกรุ่นก็ใช้อยู่แต่บางตัวมันก็อายุยืนยาวกว่านั้นมาก แล้วรู้สึกว่ามันจะมีผลกับอย่างอื่นนอกจาก Software ได้ด้วยใช่ไหมครับ?
The Phantom Thief
The Phantom Thief
คิดมาทั้งชีวิต พอเอาออกมาหาเงิน หาได้แค่ 5 ปี แล้วใครจะทำ
ความคิดส่วนตัว เหมือนนโยบายนี้จะเอาผลประโยชน์จากคนอื่นโดยตัวเองไ่ม่ต้องทำไรยังไงก็ไม่รู้
อย่าคิดแบบนั้นสิครับ ที่ผ่านมาลิขสิทธิ์ ใด้รับการยืดเวลามาเรื่อยๆ จนตอนนี้นาน 25 ถึง 50 ปี ชึ่งนานจนเกินไป ผู้ที่คิดใด้มักจะไม่มีกำลังพอที่จะนำออกวางขาย และโดนชื้อไปโดยบริษัทใหญ่ๆ ชึ่งทำกำไรจากมันใด้แน่ๆ
และเวลาที่น้อยนั้นจำเป็นเพราะต้องสู้กับ Lobbyist จากบริษัทต่างๆ ปลายทางมันก็อาจจะนานกว่า 5 ปี หรือไม่ผ่านก็ใด้ ^^
^^
แล้ววิจัยเกี่ยวกับยาล่ะครับ อันนี้มีสิทธิบัตร 20 ปี นับตั้งแต่เริ่มวิจัย
ยังไม่ทันวิจัยเสร็จ สิทธิบัตรหมดอายุ (วิจัยยาตัวหนึ่งเกิน 5 ปี แน่ ๆ) คนทำหมดกำลังแน่
ป.ล. แต่บริษัทยาก็ฟันกำไรเกินควรจริง ๆ แหละ ถึงจะอ้างว่าสิทธิบัตรสั้นแล้วใช้วิจัยนานเหลือเวลาไม่กี่ปีต้องฟันกำไรให้คุ้มทุน
น่าจะคนละเรื่องกันนะครับ สิทธิบัตร กับ ลิขสิทธิ์
ที่จริงในยุโรปก็คงคนละเรื่องกันจริง ๆ นั้นแหละ เพราะ eu ไม่มีสิทธบัตรซอฟท์แวร์ แต่ในบางประเทศมันก็มีนะครับ ซึ่งทำให้ผมชวนงง
ผมว่า ... แก้อายุลิขสิทธิ์เหลือ 5 ปี ต้องปลด drm ทั้งหมดหลังพ้นอายุลิขสิทธิ์ และต้อง open source ใน 5 ปีให้หลัง
แต่ ยืดอายุลิขสิทธิ์ในกรณีที่
แก้เร็ว ก็บวกอายุลิขสิทธิ์มาก แก้ช้าก็บวกน้อย ... จะดีใหมครับ ^^
^^
ซักสิบปีว่าไปอย่างนะ 5ปีผมว่าน้อยไป
ถ้าเอาตรงๆ ผมว่าคงไว้ที่ 25-50 ปีก็ไม่เลวร้ายนะครับ
ที่รู้สึกว่ามากไปคือพวกที่มากกว่านี้มากกว่า
เห็นด้วย ของที่ไม่มีคุณค่าจริงๆ ไม่กี่ปีคนก็ลืมไปเอง อีกอย่างด้วยจำนวนปีที่น้อยขนาดนี้ มันบั่นทอนกำลังใจคนคิดจะสร้างผลงานตั้งแต่เริ่มต้นเลย
สมมุติ 5 ปีจริง ตอนนี้เราก็ใช้ Win XP ฟรีได้แล้วจิ อิอิ
กำเนิดที่ขา ควบคุมโดยเอว......
วิจัย/พัฒนาหลายปี แต่ให้ใช้ฟรีหลังจาากขายไป 5 ปี คนพัฒนาคงหมดกำลังใจ
5 ปีนี่น้อยไปมั้งครับ และโปรแกรมที่ถูกพัฒนาแบบ GPL มันก็ไม่แฟร์นะถ้าอนาคตอันใกล้จะต้องถูกนำไปพัฒนาต่อแต่ไม่ต้องเปิดเผยซอร์สเนี่ย ...
pex.im | pex.in.th | @pexfresh
เห็น RMS นึกถึง 404 และ ไนท์ผู้ยิงใหญ่
:)
ตอนแรกนึกว่าริชาร์ดจะค้านในประเด็นอื่น อืม ทัศนะของ RMS ทำให้กลุ่ม pirate bay ดูกลายเป็นเด็กที่ไม่ได้ทำการบ้านมาเลยแฮะ ถึงจะเป็นการเสนอร่างแบบโยนหินหยั่งเชิงดูก่อนก็ตาม แต่ก็น่าจะมีคำตอบเพื่อเป็นเงื่อนไขที่ชี้ถึงความเป็นไปได้ ให้ประชาชนเห็นมากกว่านี้นะ
แต่ว่า กว่าบริษัทใหญ่ๆเช่น M$ หรือ IMB จะโตมาด้ขนาดนี้ เค้าคงมีกลุ่มการเมืองเอาไว้ล๊อบบี้ได้บ้างล่ะ อีกอย่าง ทรัพย์สินทางปัญญาที่จะมีมูค่าแค่ 5 ปี คงทำเศรษฐกิจวายป่วงได้เหมือนกัน
นอกจากธุจกิจ software แล้ว พวกอุตสาหกรรมบันเทิง (ลิขสิทธิ์หนัง, เพลง และหนังสือ) ใช่ว่าเมื่อตกเป็นของรัฐแล้วจะดี บางคนนั่งทำงานกันเป็นปีๆ ขอความสนับสนุนจากรัฐก็ยาก และแทบไม่ได้รับความร่วมมือ พอพ้นอายุลิขสิทธิ์เหมือนรัฐมาชุบมือเปิบ(ผมรู้จักนักเขียนที่ทั้งครอบครัวต้องนั่งกินปลาทูตัวเดียวในตอนสร้างงานที่รัฐไม่เคยเหลียวแล พอผลงานได้รางวัล และอายุงานนานขึ้น คนของรัฐยังมีหน้ามาชี้แจงว่างานกำลังจะกลายเป็นสมบัติรัฐ) และเมื่ออายุลิขสิทธิ์สั้นลง มูลค่าของลิขสิทธ์ในขณะที่ผู้คิดค้นยังเป็นเจ้าของอยู่ก็ต้องมีมูลค่าสูงขึ้น พวกอุตสาหกรรมยาคงทั้งชอบและไม่ชอบใจเชียวล่ะ เหอๆ
ไม่ใช่ pirate bay แต่เป็น pirate party ครับ
+1, Except Pirate Bay!
pirate party (by pirate bay) คงมองแต่เพลงและหนัง ที่ส่วนใหญ่กำไรตั้งแต่ปีแรกมั้งครับ ^^
^^
เพ้อเจ้อครับ
ถ้าเกิดผมเขียนหนังสือมาเล่มนึง ผ่านไป 5 ปีใครจะพิมพ์หนังสือผมขายก็ได้เหรอครับ
25-50 ก็ถือว่าใจดีมากแล้ว
ถ้าเป็นลิขสิทธิ์ (ไม่ใช่สิทธิบัตร) 5 ปี นี่กระทบวงกว้างเลยครับ คนเขียนหนังสือ สำนักพิมพ์ เจ๊งระนาว
ถ้าเข้าใจไม่ผิด เขาหมายถึงเฉพาะ software นะครับ ผมว่า 25-50 ปีผมว่ามันนานเกินไปสำหรับ software
จะเป็นซอฟท์แวร์, ภาพยนตร์, เพลง หรือบทประพันธ์งานเขียนอะไรก็ตามที ถ้าตัดมาเหลือ 5 ปีนี่ เจ็บปวดกว่าถูกปล่อยบิทก่อนวัน release อีกนะ
กว่าคน ๆ หนึ่งจะสร้างสรรค์หรือพัฒนาอะไรขึ้นมาได้ มันต้องเริ่มตั้งแต่การเรียนรู้ ยิ่งเป็นนวัตกรรมที่โดดเด่น ยิ่งต้องอาศัยคนที่เรียนรู้อะไรมามากมายหนักหนา แล้วเมื่อถึงเวลาสร้างงานขึ้นมา หากไม่ใช่อัจฉริยะก็ลากเลือดกันทั้งนั้น กว่าจะเรียนรู้ กว่าจะพัฒนา กว่าจะปรับปรุง กว่าจะแก้ไขข้อบกพร่อง ต้องอาศัยอะไรมากมายเท่าไร
คนบางคนใช้เวลาั้ทั้งชีวิตเพื่อสร้างสรรค์ชิ้นหนึ่งชิ้นเดียว ถ้าจะมาจำกัดสิทธิ์ความเป็นเจ้าของงานด้วยระยะเวลา 5 ปี โลกนี้คงเหลือคนสร้างงานด้วยใจน้อยลงไปยิ่งกว่าเดิม
ซอฟท์แวร์, ภาพยนตร์, เพลง ส่วนใหญ่จะกำไรในปีแรก โดยเฉพาะภาพยนตร์และเกมส์ (ยกเว้น mmo rpg) เชื่อว่ากำไร 60-90% อยูที่เดือนแรกครับ
การจำกัดเวลาลิขสิทธ์นั้นจำเป็นครับ
^^
^^
เกิดเป็นโปรแกรมที่พัฒนาต่อยอดกันด้วยแล้ว หมดกันเลยทีเดียว
คิดดูเล่นๆ แค่ Photoshop CS เปิดนี่ ไอ้ตัวที่คลานตามกันมาจะเป็นยังไงเนี่ย
onedd.net
onedd.net
ตัวที่คลานตามมา ก็ต้องมีความสามารถมากพอที่จะดึงดูดให้เกิดการชื้อ version ใหม่ไงครับ ^^
^^
ผมว่าเเค่ 25ปีก็ถือว่าใจดีมากเเล้ว
CCCP
เห็นด้วย ผู้สร้างสรรค์ผลงานทุกคนแล้ว งานที่ออกมา มันก็เหมือนสมบัติ ต้องหวงแหนเป้นธรรมดา จริงๆ มันควรจะตลอดชีวิตหรือแล้วแต่ผู้ที่คิดกำหนดเองมากกว่า แล้วมีสิทธิ์อะไร มาตัดสินผลงานของเค้า ว่าควรจะเป้นของเค้าได้แค่กี่ปี ในเมื่อเค้าคิดเอง ละเมิดสิทธิมนุษยชน นะครับแบบนี้ จะมาคิดเองเออเองแทนผู้สร้างสรค์ผลงานได้ยังงัย เหอะๆ
แค่คิดก็ผิดแล้ว
ถ้าบอกว่าคุณมีสิทธฺ์เป็นเจ้าของบ้านได้แค่ 5 ปี หลังจากนั้นคุณต้องปล่อยบ้านไห้เป็นสาธรณชน จะเป็นยังงัยหนอ
อย่าว่าไม่เกี่ยวนะ ผลงานมันเป็นสมบัติของผู้สร้าง ไม่ต่างจากบ้าน รถ ที่ดิน
จะ Pirate ก็ Pirateไป จะมาเสือกกะโหลกบังคับไห้สิ่งที่ตัวเองทำมันดูผิดน้อยลงทำไมเหรอ ในเมื่อก็รู้ว่าผิดเต็มๆ
โอ้หล่ะหนอ มนุษย์หนอมนุษย์
ขอบคุณ Richard Stallman มากมาย
ใช้ OS หรือ mac เพื่อเข้าสังคม เป็นค่านิยมที่ผิด
มันเกี่ยวอะไรกับสิทธิมนุษยชนเหรอครับ?
my disclaimer
การริดรอนสิทธิในการครอบครองผลงานของผู้สร้างใงครับ หรือว่าไม่เกี่ยว?
ใช้ OS หรือ mac เพื่อเข้าสังคม เป็นค่านิยมที่ผิด
"การครอบครองผลงานของผู้สร้าง" นี่หมายถึง Article 17 ใน the Universal Declaration of Human Rights? ผมเข้าใจถูกหรือเปล่าครับ?
my disclaimer
กรณีนี้คงหมายถึงซอฟท์แวร์นะครับ ทำไมรึ... ถ้า...ซอฟท์แวร์เปิดโค้ดให้อ่านเหมือนหนังสือได้ละก็ สมควรคุ้มครองนานหน่อยละ เพราะหนังสือ นิยาย หรือการ์ตูน มันลอกง่าย เห็นชัดเจน
แต่ซอฟท์แวร์ที่ไม่ได้เปิดโค้ดมันไม่เหมือนวรรณกรรม หากต้องการการคุ้มครอง 25-50ปี เหมือนวรรณกรรม ก็ควรถูกบังคับให้เปิดโค้ดค่อยคุ้มครองต่อเนื่อง หรือถ้าใช้สัญญา GPL ก็ค่อยคุ้มครองนานๆ นานกว่าซอฟท์แวรที่โค้ดปิด ...เห็นด้วยมั้ยครับ
อย่าลืมนะครับ อุตสาหกรรมซอฟท์แวร์มันเป็นของใหม่ของมนุษยชาติ ไม่เหมือนวรรณกรรมที่มีมาหลายร้อยปี อย่าไปคิดว่าสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบันมันถูกต้องเสมอไป อีก 50 ปี เราอาจมองย้อนหลังมาพบว่าคนในสมัยนี้ช่างงี่เง่ากับวิธีใช้กฏหมายคุ้มครองสิทธิ์เสียเหลือเกินก็เป็นได้
++++++ อีกนัยหนึ่งนะ นอกเรื่องนิด ไอ้สิทธิบัตรเนี่ย น่าแก้กว่า เรื่องฟ้องร้องตลกๆหลายๆเรื่องก็มาจากปัญหาสิทธิบัตรนี่แหละ ขอยกตัวอย่างเรื่องอินเตอร์เฟสของซอฟท์แวร์ก็แล้วกันครับ
ถ้ารถยนต์รุ่นแรกๆที่ใช้พวงมาลัย "แบบวงกลม" จดสิทธิบัตร แล้วห้ามคนอื่นสร้างรถที่ใช้พวงมาลัย "แบบวงกลม" คุณคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น? เราจะต้องใช้รถแบบที่จับแบบตลกๆอยู่ไหม?
ถ้าโทรศัพท์รุ่นแรกที่ใช้ปุ่มกด 0-9เรียงแบบปัจจุบันจดสิทธิบัตร จะเกิดอะไรขึ้น เราจะยังใช้โทรศัพท์แบบหมุนแป้นอยู่ไหม?
แล้วตอนนี้การจดสิทธิบ้ตรอย่างอินเตอร์เฟส "มัลติทัช" ค่ายอื่นห้ามใช้ ห้ามสร้างเลียนแบบ? อนาคตของ Smart Phone จะเป็นอย่างไร?
เรื่องบางเรื่องมันเป็น Best Practice แล้วการจดสิทธิบัตรจจะช่วยกระตุ้นการพัฒนาจริงๆอย่างนั้นหรือ?...
\(@^_^@)/
M R T O M Y U M
\(@^_^@)/ my Google+ M R T O M Y U M
อืม.... นิดนึงนะ
เรื่องนี้ หลักๆมันไม่เกี่ยวกับว่า ก็อปปี้ได้ นะครับ
มันเป็นการ ปิดข้อมูล ไม่ให้ใครศึกษาและก็อปปี้ไปใช้ แต่ถ้ามีคนบังเอิญทำออกมาแล้วเหมือนกัีน มันก็ไม่เกี่ยวกับตัวนี้ นะ
My Blog
สิ่งที่ต้องจ่ายเพื่อแลกกับการได้สิทธิบัตร ก็คือ การเปิดเผยข้อมูลครับ สิทธิบัตรอายุมันค่อนข้างสั้น ถ้าเทียบกับลิขสิทธิ์ ถ้าคุณไม่เอามันออกมาหากิน อีก 15 ปีคนอื่นก็เอาไปกิน
และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ก็เป็นหลักประกันให้ผู้คิดค้นได้รับประโยชน์คุ้มค่า จะได้จูงใจให้สร้างผลงานออกมา คิดดู ถ้าไม่คุ้มครองเลย คนอื่นก็รอลอกเลียนแบบสบายๆ ไม่ต้องใช้หัวคิดพัฒนา
ผมเชื่อว่า มันกระตุ้นการพัฒนาได้ในระดับนึง ถ้าระยะเวลามันพอดีนะครับ แค่ไหนถึงเรียกว่าพอดีก็ไม่รู้เหมือนกัน
พวก software เนี่ย ปกติจะคุ้มครองด้วยลิขสิทธิ์โดยอัตโนมัติ แต่บางส่วน เช่น Algorithm, User Interface สามารถจดเป็นสิทธิบัตรได้ (เรื่องนี้แต่ละที่ก็มีรายละเอียดกฏหมายแตกต่างกันไปในแต่ละถิ่นอีก)
สิ่งที่คุ้มครองต่างกันก็คือ ลิขสิทธิ์นั้นห้ามไม่ให้ copy แต่ถ้าคุณเขียนขึ้นใหม่ก็ไม่ถือว่าเป็นการ copy (ไม่รู้ผมเข้าใจถูกหรือเปล่า) ส่วนสิทธิบัตรนั้น ถ้าสร้างขึ้นมาด้วยหลักการเดียวกัน แม้จะไม่มีการก๊อปปี้ ก็ถือว่าละเมิดแล้ว
5 ปีน้อยไป ควรจะซัก 6-8 ปี
<' )))><
เรื่องแบบนี้ต้องเข้าใจครับ ถ้าอยากใด้ 8 ก็กด 5 เดี่ยว Lobbyist จะมาบวก 3 ให้ทีหลังครับ
^^
^^