เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องกันมาได้ราว 1 เดือนแล้ว จึงต้องขอลำดับเหตุการณ์ก่อนครับ เรื่องนี้เริ่มต้นเมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยประธานของ Olympus คือคุณ Tsuyoshi Kikukawa ได้แถลงว่าบอร์ดมีมติให้ซีอีโอ Michael C. Woodford พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากเขาบริหารงานโดยไม่สนใจคำเตือนของคนในบอร์ด ทีแรกเองนักข่าวก็มองว่าด้วยลักษณะของบริษัทญี่ปุ่นแล้วการสั่งกันไม่ได้ก็เป็นเหตุผลอันสมควรพอที่จะให้ซีอีโอต้องออกจากตำแหน่ง
ปัญหาคือหลังจากถูกปลดออกไม่กี่วัน อดีตซีอีโอ Woodford ก็เดินสายพบปะสื่อเพื่อจัดรายการ "แฉ" Olympus เองกับมือ โดยระบุว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้เขาถูกไล่ออกนั้น เป็นเพราะเขาได้เสนอขอรื้อโครงสร้างการบริหารภายใน Olympus ทั้งหมด เนื่องจากก่อนหน้านี้ Woodford ได้ว่าจ้างผู้ตรวจสอบกิจการภายนอกคือบริษัท PwC จึงพบว่าการเข้าซื้อกิจการบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ของอังกฤษ Gyrus Group ที่มีมูลค่าถึง 2 พันล้านดอลลาร์ในปี 2008 ของ Olympus นั้น มีรายการค่าใช้จ่ายที่ทำให้เกิดข้อสงสัย คือค่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาสองแห่งที่มีมูลค่าถึง 687 ล้านดอลลาร์
- 32 comments
- 4681 reads
- Read more
ที่งาน CEATEC Japan 2010 บริษัท NTT DoCoMo และ Olympus ได้นำเสนอต้นแบบ AR Walker หรือโซลูชัน augmented reality ชนิดพกพาได้ โดยระบบต้นแบบนี้ประกอบด้วยสมาร์ทโฟน HTC เชื่อมต่อผ่านสายไปยังตัวแสดงผลที่เป็นก้านล็อกติดกับแว่นตา ตัวแสดงผลนีจะมีหน้าจอขนาดเล็กมากและจะแสดงผลเช่นเดียวกับที่แสดงบนสมาร์ทโฟน สำหรับการสาธิตการทำงานนั้นดูได้จากคลิปวีดีโอท้ายข่าว
NTT DoCoMo เปิดเผยว่ายังไม่มีแผนวางจำหน่ายในตอนนี้ และยังต้องพัฒนาอีกหนึ่งหรือสองเจเนอร์เรชั่นจนกว่าจะได้เครื่องที่เล็กพอที่จะสวมใส่พกพาไปไหนได้ที่ไม่ต้องร้อยสายเชื่อมกับสมาร์ทโฟนอย่างระบบต้นแบบนี้
ที่มา: Engadget
- 18 comments
- 1446 reads
- Read more
นาย Miguel Garcia ตำแหน่ง Marketing Managing Director บริษัท Olympus ยุโรป ได้ออกมาแถลงการในงาน Photokina (เป็นงานของเหล่าตากล้องและช่างภาพ) ที่เมืองโคโลญจ์ ว่า "เราจะไม่พัฒนาเลนส์ 4/3 ต่อไปอีกแล้ว" และพูดต่อว่า "ถึงแม้สเปคของ Olympus E-5 จะไม่ใช่อย่างที่หลายคนคาดหวังกับมัน แต่ทุกคนต้องยอมรับว่าเราไม่อาจทำให้ถูกใจใครทุกคนได้"
- 12 comments
- 1713 reads
- Read more
E-PL1 นี้ถูกวางให้อยู่ต่ำกว่า E-P1/2 ของโอลิมปัสเองครับ โดยปรับหน้าตาและการใช้งานให้ใกล้เคียงกับกล้องคอมแพคมากขึ้น (ที่เห็นชัดเจนคือตัดแป้นหมุนสำหรับปรับค่าในโหมด P/A/S/M ออก) มีโหมด Live Guide ที่ช่วยให้คุณเลือกได้ง่ายๆ ว่าอยากจะได้ภาพแบบไหนแล้วกล้องจะปรับค่าต่างๆ ให้คุณเอง (เหมือนกับ Guide Mode ใน D3000 ของนิคอน) ตัวกล้องมีส่วนของพลาสติกมากกว่า E-P1/2 จึงเบากว่าและมีขนาดเล็กกว่าครับ
ขุมพลังของ E-PL1 ยังเป็น Live MOS 12.3 ล้านพิกเซลเช่นเดียวกับ E-P1/2 มีระบบกันสั่นที่ตัวเซนเซอร์พร้อมระบบกำจัดฝุ่น จอ LCD ขนาด 2.7 นิ้ว 230,000 พิกเซล ที่เหนือว่าอย่างเห็นได้ชัดคือมีแฟลชป๊อบอัพในตัวแล้ว
โอลิมปัสยังถือโอกาสเปิดตัวเลนส์ในระบบ m4/3 อีกสองตัวอย่าง ZUIKO DIGITAL 9-18mm F4.0-5.6 และ 14-150mm F4.0-5.6
ราคาขายชุดคิทพร้อมเลนส์ ZUIKO DIGITAL 14-42mm f3.5/5.6 นั้นอยู่ที่ $599.99 ครับ ซึ่งนับว่าต่ำกว่า E-P1/2 และ GF1 ของพานาโซนิคอยู่มากพอดู ผมว่าคนที่อยากได้กล้องเล็กๆ คุณภาพสูงแต่ลังเลกับราคา m4/3 ก่อนหน้านี้ที่ไม่เล็กเลยน่าจะสนใจกล้องตัวนี้ไม่มากก็น้อยครับ
ป.ล. เพื่อนผมที่อยู่ในระบบ m4/3 สองคนบอกว่า "เลนส์แพงมากกกกกก"
ที่มา - DPreview, Hand on Preview, Olympus 9-18mm and 14-150mm for Micro Four Thirds
- 10 comments
- 5302 reads
ตกเป็นข่าวลือมาได้ระยะหนึ่งแล้วสำหรับภาคต่อการกลับมาของกล้องในตำนานอย่าง Olympus Pen ในรุ่น E-P2 ซึ่งในที่สุดก็ถูกปล่อยออกมาตามข่าวลืออย่างรวดเร็ว นับได้เป็นเวลาประมาณห้าเดือนหลังจากที่ปล่อยรุ่นแรกออกมา โดยในรุ่นนี้มีการปรับปรุงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนี้
- ปรับปรุงฮ็อตชู โดยเพิ่มพอร์ทเข้าไปข้างใต้เพื่อต่อกับอุปกรณ์ชิ้นใหม่นั่นคือ ไมโครโฟนภายนอก (EMA-1)
- เพิ่มเติมอุปกรณ์ช่องมองภาพภายนอกแบบความละเอียดสูง (VF-2)โดยมีมุมรับภาพ 100% มีกำลังขยาย 1.15 เท่า และยกขึ้นในมุมเงยได้อีก 90 องศา
- เพิ่มเติมฟิวเตอร์ศิลปะไปอีกสองชนิดคือ Diorama และ Cross Process
- ปรับปรุงระบบโฟกัสภาพต่อเนื่อง
- ฟังชันใหม่คือ iEnhance ที่ช่วยเร่งสีได้จัดจ้านยิ่งขึ้น
โดยราคาอยู่ที่ $1099 (ประมาณ 38,500 บาท) ที่ขายพร้อมกับช่องมองภาพภายนอก (VF-2) และเลนส์คิทหนึ่งตัวระหว่าง ZUIKO Micro4/3 14-42mm f3.5-5.6 หรือ เลนส์แพนเค้ก 17mm f2.8
ที่มา - Dpreview
เอิ่มมม... แล้วแฟลชล่ะ!
- 13 comments
- 5534 reads
- Read more
หลังจากยิงโฆษณาและภาพตัวอย่างยั่วน้ำลายมานาน โอลิมปัสถือโอกาสครบรอบ 50 ปีของกล้องตระกูล Pen ปล่อยกล้อง Micro 4/3 ของตนเองที่ทุกคนรอ (เสียที)
กล้อง E-P1 "digital Pen" มีรูปร่างต่างจากพานาโซนิค G1 เพื่อนร่วมวงศ์ Micro 4/3 ชนิดฟ้ากับเหว โดยย้อนกลับไปใช้รูปร่างเล็กๆ ของกล้อง half frame ระดับตำนานอย่าง "Pen" ของตนแทน (ขนาดเล็กกว่า G1 อยู่มากเลยทีเดียว)
รายละเอียดของ E-P1 คือใช้เซ็นเซอร์ MOS 12.3 ล้านพิกเซล มีระบบกันสั่นในตัวกล้องพร้อมระบบขจัดฝุ่นบนเซ็นเซอร์ มีระบบ Art Filter ที่ช่วยสร้างสรรค์ภาพแบบแปลกใหม่เหมือนใส่ฟิลเตอร์และฟิลม์ชนิดต่างๆ และยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ HD (720p) ด้วยครับ
เลนส์ที่ออกมาพร้อมกันคือ M.ZUIKO DIGITAL 17mm 1:2.8 Pancake และ M.ZUIKO DIGITAL ED 14-42mm 1:3.5-5.6 ซึ่งแน่นอนว่ามีตัวแปลงให้ใช้เลนส์ 4/3 ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมี flash และ view finder แยกขายอีกต่างหาก
เหล่าขุนศึกแห่ง Micro 4/3 ออกมาครบกันแล้วทีนี้ ส่วนตัวผมคิดว่ากล้อง Compact ระดับบนๆ และ DSLR ระดับล่างๆ คงได้ร้อนๆ หนาวๆ กันแน่นอน
อ้อ ราคาชุดคิทอยู่ที่ $799 ครับ
ที่มา - DPreview, ตัวอย่างไฟล์วิดีโอ และ Preview
- 12 comments
- 6527 reads
Akira Watanabe ผู้บริหารฝ่ายแผนงาน SLR ของโอลิมปัสให้สัมภาษณ์กับ ZDNet ประเด็นสำคัญคือเขามองว่าความละเอียด 12 ล้านพิกเซลนั้นเพียงพอสำหรับผู้ใช้ทั่วๆ ไปแล้ว
"Twelve megapixels is, I think, enough for covering most applications most customers need,"
และแน่นอนว่าโอลิมปัสจะเริ่มผันตัวเองออกจาก Megapixel Wars โดยกล้อง SLR ของโอลิมปัสในอนาคตจะไปพัฒนาด้านอื่นๆ แทน เช่น dynamic range, color reproduction และ ISO range สำหรับการถ่ายภาพในแสงน้อยๆ ที่ดีขึ้น
ไอเดียเพดาน 12 ล้านพิกเซลนั้นถูกกำหนดมาตั้งแต่ก่อนที่โอลิมปัสจะเริ่มทำกล้องตระกูล E-System โดยทีมงานได้สัมภาษณ์ช่างกล้องมืออาชีพจำนวนมาก และเห็นตรงกันว่าเป้าหมายของ E-System จะอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล จากนั้น E-System ก็ค่อยๆ พัฒนาจำนวนพิกเซลขึ้นช้าๆ จนถึงระดับ 12 ล้านพิกเซลแล้วในที่สุด
อย่างไรก็ตาม เขายังมองว่าสำหรับงานมืออาชีพแล้ว จำนวนของพิกเซลยังมีความสำคัญอยู่ เพียงแต่ว่าถ้าลูกค้าต้องการความละเอียดมากเกินระดับ 12 ล้านพิกเซลก็ควรหันไปใช้กล้องแบบฟูลเฟรมแทน เซ็นเซอร์ในกล้องของโอลิมปัสนั้นพัฒนาโดยพานาโซนิค และมีขนาดเล็กกว่ากล้องคู่แข่งคือแคนนอนและนิคอนมาก
นอกจากนี้ เขายังมองว่าระบบ autofocus จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเทคโนโลยี image sensor-based autofocus จะดีขึ้นจนใช้แทน phase-detect system ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้
ผมยังถ่ายรูปที่ 2MP อยู่เลยเนี่ย
ที่มา - ZDNet
- 30 comments
- 2089 reads
โอลิมปัสมีชื่อเสียงมานานแล้วกับกล้องตระกูลมิวที่มีจุดเด่นที่ความอึด+ถึก สามารถกันน้ำกันกระแทกได้ หลังจากเปลี่ยนชื่อรุ่นเป็น TOUGH ได้ไม่นาน ก็ปล่อยกล้องจอมอึดของตัวเองออกมาอีก 2 ตัวแล้วครับ
กล้องตระกูล TOUGH ตัวใหม่คือ TOUGH-8000 และ TOUGH-6000 ทั้งสองตัวนี้มีคุณสมบัติที่เหมือนกันคือ เลนส์ซูมมุมกว้าง 28 – 102 มม. ตามสมัยนิยม มีระบบกันสั่น Dual Image Stabilisation (เลื่อนเซ็นเซอร์+เพิ่ม ISO อัตโนมัติ) ใช้จอ 2.7 นิ้วความละเอียด 230,000 พิคเซล และทนอากาศเย็นได้ถึง -10 องศาเซลเซียส
สำหรับจุดที่ TOUGH-8000 เหนือกว่าคือ TOUGH-8000 มีความละเอียด 12 ล้านพิคเซล, กันน้ำได้ 10 เมตร, กันหล่นกระแทกได้ 2 เมตร, รองรับน้ำหนักกดได้ 100 กิโลกรัม ส่วน TOUGH-6000 มีความละเีอียด 10 ล้านพิคเซล, กันน้ำได้ 3 เมตร แล้วกันหล่นกระแทกได้ 1.5 เมตรครับ
ทั้งคู่รองรับหน่วยความจำ XD และ microSD
สำหรับขาลุยที่ต้องการกล้องที่อึดๆ ถึกๆ แต่พกสบาย น่ารับไว้พิจารณาครับ
ที่มา - DPreview
- 1 comment
- 2613 reads
หลังจากปล่อยออกมาแต่กล้องระดับล่างและระดับกลางมาหลายปี ในที่สุดโอลิมปัสก็กลับมาสานต่อตำนานกล้องระดับบนของตนอีกครั้งด้วย E-3 ครับ
สำหรับตัว E-3 นี้ใช้ระบบ 4/3 (ใช้ตัวคูณ x2) พร้อมประกาศเลยว่าเป็นกล้องที่ออโตโฟกัสได้เร็วที่สุดในโลก (ถ้าใช้กับเลนส์ SWD ของโอลิมปัส) ด้วยจุดโฟกัสถึง 11 จุด และถ่ายต่อเนื่องได้ถึง 5fps และมีระบบกันสั่นในตัวที่คุยว่ากันสั่นได้ถึง 5 stop ใช้เซ็นเซอร์ระบบ MOS (ลูกผสมระหว่าง CCD และ CMOS) ความละเอียด 10 ล้านพิคเซล
จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือระบบ Live View ที่มองภาพผ่านทาง LCD ขนาด 2.5 นิ้วที่หมุนได้เป็นตัวแรก พร้อมสามารถซูมได้ถึง 10 เท่าสำหรับถ่ายภาพมาโครครับ แถมยังมีแฟลชแบบไร้สายด้วยในตัว แน่นอนว่าระบบกำจัดฝุ่นที่โอลิมปัสก็ยังมีอยู่ครบถ้วน
ถ้าดูจากความสามารถคร่าวๆ แล้ว ความสามารถและขนาดเซ็นเซอร์ยังห่างจากกล้องระดับบนของคู่แข่งอย่าง D3 และ 1Ds MKIII มากพอดู แต่ราคาก็ต่ำกว่ามากเช่นกันครับ คือบอดี้อย่างเดียวประมาณ 1699 ปอนด์ ซึ่งงก็ไล่ๆ กับ D300 และ 40D เหมือนกัน ยังต้องดูกันอีกยาวครับว่าระบบ 4/3 ของโอลิมปัสจะไปได้ไกลรึไม่
อนึ่ง E-1 ในไทยนั้นขายดีตอนลดราคาลงมาครึ่งหนึ่งหลังเปิดตัวไป 1 ปีกว่าๆ ครับ
ที่มา - DPreview
- 5 comments
- 1280 reads
Olympus ประกาศเปิดตัวกล้อง SP-550 UZ ตัวใหม่ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ระบบซูมแบบ Optical ถึง 18x (เทียบเท่า 28-504 mm) มีรายละเอียดอื่นๆ ดังนี้
- CCD ความละเอียด 7.1 Megapixels
- ระบบกันสั่น Dual Image Stabilization
- จอ LCD ขนาด 2.5"
- ถ่ายได้ต่อเนื่องถึง 15 fps ที่ความละเอียด 1.2 Megapixels
- แน่นอนว่าใช้หน่วยความจำ xD
ใครที่สนใจกล้องพวก Super zoom ซึ่งนับว่าขายดีมากกว่า Prosumer ด้วยซ้ำก็ลองรอตัวนี้ก่อนได้นะครับ
ที่มา - DPreview
- 4 comments
- 1468 reads
Olympus เปิดตัวกล้อง DSLR สายพันธ์ 4/3 ตัวใหม่อย่าง E-400 แล้วครับ พร้อมโฆษณาว่านี่คือกล้อง DSLR ที่เล็กและเบาที่สุดในโลก!!!
E-400 รายละเอียดดังนี้ครับ
- CCD 4/3 ความละเอียด 10 ล้าน pixel
- จอ LCD ขนาด 2.5 นิ้ว
- รองรับหน่วยความจำทั้ง xD และ CF
- ควบคุมได้ทั้งแบบแมนนวล และโปรแกรมถ่ายภาพมากถึง 31
- ขาดไม่ได้สำหรับระบบกำจัดฝุ่น
- ขนาดเล็กมากๆ เพียง 130 x 91 x 53 มม ส่วน Canon 350D มีขนาด 127 x 94 x 64 มม (ดูภาพ)
ซึ่งคิดว่าต้องการย้น concept การออกแบบกลับไปสู่ Olympus OM ที่มีชื่อเสียงของตนอีกครั้ง
แน่นอนว่าตลาด DSLR ปลายปีนี้ระอุแน่ๆ เพราะออก 10 ล้าน pixel กันมาหมดแล้ว เหลือแต่ Panasonic เท่านั้น ที่ไม่ออกสักที ส่วน E-400 นี้ต้องดูภาพที่ออกมาอีกทีครับว่าแก้ Noise ได้หรือเปล่า และขนาดที่เล็กมากๆ จะเป็นปัญหาเช่นเดียวกับที่ 350D เคยประสบมาหรือไม่
ที่มา - DPreview
Update! : Olympus จะไม่นำกล้องตัวนี้ขายในอเมริกาเหนือด้วยเหตุผลว่ามันไปทับกับ E-330 และ E-500 นั่นเอง (ที่มา)
- 1 comment
- 990 reads
สองสหายแห่งหน่วยความจำ xD อย่างโอลิมปัสและฟูจิได้เปิดตัว xD ขนาด 2GB ออกมาแล้วครับ โดยจุรูปขนาด 5 ล้าน pixel ได้ประมาณ 1,640 รูป(ฟูจิ) และขนาด 8 ล้าน pixel ได้ประมาณ 1,000 รูป(โอลิมปัส) และของฟูจิยังจุดภาพเคลื่อนไหวความละเอียด 320*240 ได้ถึง 58 นาที!!!
สำหรับผู้ซื้อของโอลิมปัสจะแถมโปรแกรม OLYMPUS Master Editing มาด้วย และ xD 2 GB ของโอลิมปัสนี่ใช้ไม่ได้กับกล้องทุกรุ่นนะครับ ส่วนของฟูจิไม่ได้มีข่าวว่าใช้กับทุกรุ่นรึเปล่าออกมา
ฟูจิจะวางขายในเดือนพฤจิกายนนี้ส่วนโอลิมปัสภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ไม่ได้บอกราคาแต่อย่างใด
ที่มา - DPreview
- 1 comment
- 777 reads
ตอนนี้ที่มีรีวิวของ Olympus E-330 Live Preview LCD DSLR ออกมาแล้วครับ เป็น in-depth review โดย DPreview.com เจ้าเก่าครับ
เท่าที่ดูคุณภาพใช้ได้เลยครับ สูสีๆกับ EOS 350D ของ Canon ยกเว้นแค่เรื่องการจัดการกับ noise ที่ ISO สูงๆ ซึ่งจะเยอะมาก (เหมือนๆกับรุ่นพี่ E-300)
ต่อเนื่องจาก - ข่าวนี้ ที่มา - DPreview.com
- 4 comments
- 987 reads
หลังจากข่าวการช๊อควงการถ่ายภาพอย่างการที่ Konica Minolta โบกมืออำลาวงการไปได้ไม่นาน ทาง Olympus ก็ได้ทีรีบบุกตลาด DSLR อีกครั้งด้วยกล้อง E-330 Live Preview LCD DSLR ครับ
ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่าPanasonic กำลังสร้างกล้องCompact ที่เปลี่ยนเลนส์ได้อยู่โดยมองผ่านทางช่องEVF คุณภาพสูงแต่ว่า Olympus หัวหมู่ทะลวงฟันแห่งระบบ4/3ก็ทำการผสมสองสายพันธ์ระหว่างDSLRและCompact ได้สำเร็จสมบูรณ์แบบก่อน!!!! (ก่อนหน้านั้นOlympus E-10/E-20, Canon 20Da และFuji S3Pro มีคุณสมบัติ LCD Live Preview นี้ครับแต่แสดงผลได้ในเวลาจำกัดครับผม)
เจ้าตัว E-330 นี้ถือเป็นอนุกรมระดับต้น (แต่ก็ยังสูงกว่ากว่า E-500 ที่เพิ่งออกได้ไม่นาน) โดยจะใช้เซ็นเซอร์รับแสง 2 ตัว ตัวนึงอยู่ที่ช่องมองภาพด้านบนและอีกตัวอยู่ที่หลังกระจกสะท้อนภาพเพื่อให้รับภาพไปแสดงได้ทั้งที่ช่องมองภาพและ LCD พร้อมๆกัน(ขึ้นกับว่าจะเน้นดูทางไหน) ซึ่งจอ LCD จะมีประโยชน์สำหรับการถ่ายMacro และการถ่ายในมุมแปลกๆ ซึ่งถ้ารวมกับจุดเด่นเดิมๆอย่างระบบกำจัดฝุ่น,กล้องบอดี้ดีไซน์สวย, 4/3,สีสันของภาพที่ยอดเยี่ยมแล้วผมว่าเป็นกล้องระดับเริ่มต้นที่"ล้ำ" มากๆครับเจ้าตลาดอย่าง Canonกับ Nikonคงต้องขยับตัวกันใหญ่แล้ว
ส่วนเมืองไทยเราคงต้องดูเรื่องการรับประกัน (ที่มีบริษัทนำเข้า 2 บริษัท) และเรื่องความยากง่ายในการหาอุปกรณ์ต่างๆด้วยครับผม
ข่าวจาก Dpreview ครับ ดูรายละเอียดภาคภาษาไทยได้ที่ เวบไซต์นิตยสาร shutterphoto
- 4 comments
- 815 reads










