Apple

จากผลการประเมินกำไรของฮาร์ดแวร์ Android ทั้งหมดในไตรมาสแรกของปีนี้ (ตามเวลาปฏิทินปรกติ) โดย Strategy Analytics พบว่าซัมซุง มีส่วนแบ่งกำไรอยู่ที่ 94.7% เป็นมูลค่า 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนบริษัทที่มีส่วนแบ่งกำไรอันดับสองอยู่ที่ LG มีส่วนแบ่งอยู่ที่ 2.5% เป็นมูลค่า 119 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในส่วนของ HTC, Sony, ZTE และผู้ผลิตรายอื่น ๆ ทำกำไรได้น้อยมาก เลยถูกรวมอยู่ในกลุ่ม "ผู้ผลิตอื่น ๆ" ที่มีส่วนแบ่งรวมกันทั้งหมดต่ำกว่า 2.7%

หากใครต้องการข้อมูลเปรียบเทียบ แอปเปิลทำกำไรได้ 7.1 พันล้านดอลลาร์ นับเป็น 57% ของกำไรอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนทั้งหมด ส่วนซัมซุงอยู่ที่ 40.8%

ที่มา - TechCrunch, Engadget

เพื่อให้สะดวกต่อการเปรียบเทียบ นี่คือส่วนแบ่งกำไรตลาดมือถือ 2 ปีก่อนครับ

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือแนวโน้มครับ คุณคิดว่า apple จะทำกำไรแบบนี้ได้อีกกี่ปี ในตลาดที่การแข่งขันรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และยังสร้างนวัตกรรมใหม่ไม่ได้ บทจะจากไปมันก็ไปดื่อ ๆ ดู nokia เหมือนจะแค่ 2 ปีจากที่ 1 ก็หายไปจากตาราง

ถ้าโนเกียทำแอนดรอยด์ตั้งแต่แรก ๆ ซัมซุงคงไม่ได้เกิด และอาจจะกินส่วนแบ่งมากกว่าแอปเปิลด้วยซ้ำ

อันนี้เห็นด้วย ถ้าทำตั้งแต่แรกๆ อันนี้ดีครับ

มัวแต่ไปเสียเวลากับ Maemo และ MeeGo ไปหลายปีมากๆ

ถ้าตอนนั้นดัน MeeGo ไปให้สุดเลยก็ดี ไม่ใช่เสียเวลาพัฒนามาแล้วก็ไม่เอา

พอตัดสินใจไม่เอาแล้วก็ยังจะออกรุ่นแก้บนมาอีก รู้สึกผู้ถือหุ้นจะกดดันให้ออกมือถือ MeeGo

เพราะความไม่ต่อเนื่องและโลเลของโนเกียทำให้สูญเสียตลาดสมาร์ทโฟนไปให้กับเจ้าอื่น

+1 ครับ

ถ้าโนเกียทำแอนดรอยด์ตั้งแต่ตอนที่แอนดรอยด์ยังเพิ่งตั้งไข่ อาจจะเป็นเจ้าตลาดแทนซัมซุง แต่ตอนนี้คงไม่ได้แล้วครับ ต่อให้เอา Elop ออก ทิ้ง Windows Phone มาทำ Android ก็ยากแล้วที่จะกลับมาครองตลาด

ถ้าเปรียบเป็นอาหาร
ลูกค้าแอ๊ปเปิ้ลได้บะหมี่หมูแดงทานในราคาจานละ 50 บาท
แต่ลูกค้าซัมซุงได้บะหมี่เกี๊ยวปูหมูแดงทานในราคา 40 บาท
ทำไมแอ๊ปเปิ้ลจะไม่ได้กำไรมากกว่า

ถ้าเปรียบเป็นอาหาร
ลูกค้าแอ๊ปเปิ้ลได้บะหมี่หมูแดง เสิร์ฟในชามอลูมิเนียม พร้อมเซ็ตเครื่องเคียงที่คัดมาแล้วให้เลือกซื้อเพิ่ม ในราคาจานละ 50 บาท
แต่ลูกค้าซัมซุงได้บะหมี่เกี๊ยวปูหมูแดง เสิร์ฟในชามพลาสติก ส่วนเครื่องเคียงก็ไปเลือกเอาเองในร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ ในราคา 40 บาท
ทำไมแอ๊ปเปิ้ลจะไม่ได้กำไรมากกว่า ขายทั้งเครื่อง ขายทั้งบริการ

แต่เพื่อกำไรของ apple ที่มากขึ้น ...

  • เพื่อขายของทำเอง เครื่องเคียงอย่าง Google map เลยโดนเปลี่ยนเป็น imap ที่รู้กันดีว่าห่วย
  • พนักงานจะเดินวนรอบๆเพื่อหาเศษเงิน จนคุณทำอะไรใด้น้อยกว่าร้านอื่น เช่น LINE ส่งสติ๊กเกอร์ของขวัญไม่ใด้
  • เจ้าของร้านพยายามทำให้สินค้านอการ้านแพงขึ้นจนเท่ากับในร้าน แทนการตั้งราคาถูกเท่ากัน ตัวอย่างเช่น ibook

คุกกระจกมันสวยดี ... แต่มันก็ยังเป็นคุก

เช่นอะไรหละครับ การไม่ให้บริการกับ wp เพราะมีผู้ไช้น้อย แล้วให้ถอดโปรแกรมออกเพราะไช้ web scrapers ซึ่งผิด TOU การให้ดู offline ซึ่งละเมิดลิขสิทธ แถมยังไช้ซื่อที่ละเมิดเครื่องหมายการค้าอีกเหรอ

ขอเอาเนื้อหาจากบล็อกคุณ fordantitrust นะครับ

มาเมื่อวานนี้ Google ประกาศปิด CalDAV API และแนะนำให้นักพัฒนาย้ายไปใช้ Google Calendar API แทน และมาวันนี้มีข่าวว่า กูเกิลจะปล่อยให้นักพัฒนากลุ่มเล็กๆ และไมโครซอฟท์ใช้งาน CalDAV ต่อหลังปิดบริการ และ Google to allow Microsoft to continue to use CalDAV protocol ทำให้นึกถึงเมื่อ 2-3 เดือนก่อนที่ Google บอกว่า proprietary standards อย่าง EAS มันไม่ดี ไม่ควรใช้งานต่อไป เพราะ Microsoft เป็นคนพัฒนา มันมีค่าใช้จ่าย มันเสียเงินเยอะ โน้นนั้นนี่ แล้วบอกว่า CalDAV เป็นคำตอบที่ดีกว่า เพราะเป็น open source พัฒนาต่อยอดง่ายกว่า ไม่ขึ้นอยู่กับใคร และแนะนำว่าควรนำมาใช้แทนที่ EAS เลย

Google บอก Google Calendar API นั้นดีกว่า! เพราะมันคือ proprietary standards ที่สร้างโดย Google!

ถ้าสักวันอะไรที่ไม่ทำประโยชน์ให้กูเกิ้ล หรือเก็บข้อมูลผู้ใช้ไปพอแล้ว แกก็ปิดเอาดื้อๆ เหมือน Google Reader ที่การใช้งานยังสูงกว่า google+ ด้วยมั้ง

แล้วก็เอาสารพัดบริการมาเป็นตัวต่อรอง ที่ครั้งหนึ่งเคยเล่นกับแอปเปิ้ลว่าจะไม่ทำ Google Maps ใน iOS ให้ดีกว่านี้ ไม่ทำ turn-by-turn ให้ ไม่ทำแผนที่แบบ Vector ให้ จนแอปเปิ้ลดิ้นมาทำแผนที่เอง (ซึ่ง POI ห่วยมาก แต่ Turn-by-turn nav เทพมาก อย่าเถียง)

Google บริษัทที่รู้ความเป็นไปของทุกคนในโลก ผ่านระบบโฆษณาที่ใหญ่ที่สุดในโลก (เราเข้าเว็บอะไร ต่อเว็บอะไร อยู่หน้านั้นนานขนาดไหน) ผ่านเว็บวิดีโอที่ใหญ่สุดในโลก (เราดูวิดีโออะไรไปบ้าง กดไลค์อะไร ไม่ชอบอะไร) ผ่าน Android อยู่ที่ในมือทุกคน (ดู Google Now นะ ที่สามารถแทร็กตำแหน่ง และเรียนรู้ว่าทุกวันเราน่าจะเดินทางไปไหน บ้านเราอยู่ตรงไหน) และยังมีอีกหลายอย่างที่เรียกว่าการจัดการองค์ความรู้ของโลก ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่ข้อมูลแบบไม่ระบุตัวตน มันล็อกเป้า เรียนรู้ทุกอย่างของเราได้เลย รู้จักเราดีกว่าเพื่อนสนิทของเรา แล้วยังไม่เรียกคุกที่มองไม่เห็น ที่จับผู้ใช้เป็นตัวประกันอีกเหรอครับ

กูเกิ้ล บริษัทที่ใหญ่เกินไป จนครอบครองข้อมูลส่วนใหญ่ของโลก

เรื่องผลักดันสินค้าของตัวเอง ทำกันทุกเจ้านั้นแหละ แต่ใครผลักดันจนกระทบลูกค้านั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เรื่อง CalDAV API ผมเข้าใจนะ Google ต้องการผลักดัน API ของตัวเอง แต่ Google ก็ยังปล่อยให้ไมโครซอฟท์ใช้งาน CalDAV ต่อ ซึ่งไม่กระทบผู้ไช้น่าจะรับใด้ระดับหนึ่ง

เรื่อง Google Map ก็เช่นกัน บน Android ดีกว่าบน ios เข้าใจใด้เพราะ Google รู้จักและสนับสนุน android มากกว่า ios แต่การเอา imap ที่ไม่เรียบร้อยมาไช้แทน

แล้วจริงๆ apple ก็ไม่ใด้มี พฤติกรรมทำให้ลูกค้าเดือดร้อนเพื่อประโยชน์ของตัวเองเป็นครั้งแรก

  • (หารายใด้) เรื่องขึ้นราคาหนังสือ ibook
  • (หารายใด้) LINE ส่งสติ๊กเกอร์ของขวัญไม่ใด้
  • (ผลักดัน safari) รับ link ทาง sms ต้องเปิดกับ safari (ซึ่งไม่มี web compression ทำให้ค่า data สูง)
  • (ผลักดัน safari) browser อื่นไช้ engine ของตัวเองไม่ใด้ ไช้ engine ล่าสุดก็ไม่ใด้

ทำไมคุณไม่ลองคิดว่า Google ทำให้ผู้ใช้ Google Map บน iOS ลำบากเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวบ้าง ?

  • (หารายได้และผลักดัน Android) ทำให้แผนที่ Google Map บน Android ดีกว่า iOS เพื่อที่คนจะได้มีปัจจัยในการย้ายจาก iOS มายัง Android ซึ่งส่งผลให้มีฐานผู้ใช้มากขึ้น สามารถนำไปขายโฆษณาต่อได้เงินมากขึ้น

  • (ผลักดัน Google Calendar api) CalDAV api แม้จะปล่อยให้ Microsoft ใช้งาน CalDAV ต่อแต่ก็ไม่ได้มีอะไรเป็นหลักประกันว่าจะไม่หยุดในวันข้างหน้า เมื่อถึงเวลานั้นยังจะบอกว่าไม่กระทบผู้ใช้ได้อยู่หรือไม่ หรือจะคิดแทนไปว่าผู้ใช้ "น่าจะ" รับได้สำหรับกรณีนี้ ถ้าเป็นอย่างนั้นทำไมกรณีอื่น ๆ จึงไม่คิดแทนผู้ใช้บ้างว่าผู้ใช้ก็ "น่าจะ" รับได้เหมือนกัน ? วันก่อน Google ตอก Microsoft เรื่อง proprietary standard ว่าไม่ดีต่อส่วนรวม คนก็ออกมาเชียร์เห็นด้วยมากมาย บอกว่ามาตรฐานกลางดีอย่างนั้นอย่างนี้ พอมาวันนี้ Google กลับลำมาเชียร์ proprietary standard ของตัวเอง พวกที่เคยเชียร์เมื่อคราวก่อนหายไปไหนหมด ? จุดยืนอยู่ตรงไหน ? ถ้าไม่มีจุดยืนในหลักการก็อย่าทำเป็นมีหลักการแต่บอกออกมาตรง ๆ เลยดีกว่าว่าเชียร์ Google คนอื่นมาอ่านจะได้ไม่ต้องเสียเวลาค้นหา "เบื้องหลัง" ของเหตุผลสารพัดที่ยกมา

ส่วนตัวผมไม่คิดว่า Google ผิดหรอกนะที่ทำแบบนั้นและผมก็ไม่คิดว่า Apple ผิดเหมือนกัน ต่างคนก็ต่างทำสิ่งที่ทำได้เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท เพียงแต่ผมแปลกใจที่บางคนเลือกที่จะมองเห็นด้านแย่ของฝั่งหนึ่งแต่กลับทำเป็นมองไม่เห็นด้านแย่ของอีกฝั่งหนึ่ง พูดถึงด้านแย่ของอีกฝั่งหนึ่งแต่เลือกที่จะไม่พูดถึงด้านแย่ในแบบเดียวกันของอีกฝั่งหนึ่ง

Google Map บน Android ดีกว่า ios

Google อาจจะแค่ย้ายทรัพยากรณ์ จะทุ่มกับ app ที่กำลังจะโดนเอาออกไช่ว่าจะดี เพราะ apple ซื้อ c3 ข่าวออกมา 2 ปีที่แล้ว แต่ว่ากันว่าซื้อมาตั้งแต่ปี 2009 ตอนนั้น apple ก็กีดกัน app ที่มีการทำงานคล้ายกัน หนำซ้ำพอ imap ออกมาไม่ดี ก็เข็น Google Maps (ios) ออกมาช่วยเหลือลูกค้า ios โดยไช้เวลา port นานหน่อยหนึ่ง วันที่ Google Maps ออกบน ios ยอดขาย iphone เพิ่มขึ้นด้วยนะ ... ถ้าคิดในแง่ร้ายคนที่ไม่ยอม update imap รุ่นเก่า คนที่ review / approve Google Maps ช้า อาจมาจากทาง apple ก็ใด้

CalDAV api

เชื่อว่า Google ปล่อยให้ Microsoft ใช้งานนั้นให้ความรู้สึกดีกว่าที่ Android โดนกับ exchange activesync เยอะครับ เอาเรื่องนี้ไปคิด รวมกับยอดขายน้อยๆของ wp ด้วยน่าจะรับใด้หรือยัง วันที่หยุดให้บริการ CalDAV api น่าจะตกลงกันแล้ว proprietary standard แน่นอน และ ms คงต้องจ่าย Google สำหรับค่าสิทธิบัตร ซึ่งน่าจะไม่กระทบลูกค้า wp

เรื่องยอดขายที่เพิ่มไม่ใช่นะครับอ่านจากข่าวนอก ทำสถิติออกมาที่ขายดีเกิดจากเปิดตัวที่จีนพอดีลองหาดูครับ แต่เห็นด้วยที่apple map เห่ยครับ
เจอ Link พอดี
http://www.ubergizmo.com/2012/12/ios-6-increased-adoption-rate-due-to-china-iphone-5-launch-not-google-maps/

เรื่องอื่นไม่ทราบ แต่เห็นด้วยเรื่อง Google Reader ตอนออกข่าวนี่คนเซ็งกันเป็นแถบๆ คิดว่ามันอาจจะคนใช้เยอะกว่า Google+ จริงๆ ก็ได้

ผมยินดีจะอยู่ในคุกตราบเท่าที่คุกนั้นจะยังอยู่ได้ ยังดีกว่าแพลอยน้ำที่ไม่รู้จะลอยออกทะเลไปเมื่อไร บางทีตอนออกทะเลไปเจอรูรั่ว หาทางซ่อมไม่ได้ เพราะช่างเขาไปดูแลแพที่ใหญ่กว่าแทน ปล.ของเล่นในคุกสนุกกว่าบนแพนะครับ

เปรียบเทียบสนุกดี

แต่จริงๆผมว่าอัพเดทหลังๆ iOS ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไร บางที ที่เรียกว่าแพ มันยังล้ำหน้ากว่าเลย เค้ามี status bar pull down ตั้งแต่ก่อนแพขนมปังขิงแล้ว

อาหารสุดท้ายก็วัดกันที่รสชาตครับสำหรับผมนะ ว่ารสชาตร้านไหนจะดึงดูดให้คนชื่นชอบได้มากกว่ากัน
แต่ถ้ามองด้านมาเก็ตติ้งด้วย ความเป็นแบรนด์มีรูปแอปเปิลติดอยู่ก้นจานไว้ถ่ายรูปเก๋ๆก็เป็นอะไรที่ดูดึงดูดคนได้เหมือนกัน...

เทียบแบบนั้นไม่ถูกนะครับ กำไรเยอะเพราะขายแต่ margin สูง ส่วน Samsung ขายทุกระดับ เหมือนขายมาม่า 5 ซอง บะหมี่ 1 ชาม รวมกันกำไร 20 บาท แล้วบอกขายก๋วยต๋วยไป 6 หน่วย กับอีกคนขายบะหมี่พิเศษ 1 ชาม กำไร 30 บาท บอกขายก๋วยเตี๋ยวไปหน่วยเดียว

แปลกใจไม่มีคนพูดถึง economies of scale ว่าร้านก๋วยเตี๋ยวไหนสั่งของดีได้ถูกกว่าเพราะยอดขายเยอะ (ร้านขายเมนูเดียว กับอีกร้ายขายหลายเมนู)

Economy of scale ไม่ใช่แค่ผลิตรวมหมดมากกว่าก็คือมี economy of scale มากกว่านะครับ ส่วนแบ่งตลาดรวมทุกผลิตภัณฑ์ ช่วย economy of scale แค่บางด้านครับ การที่ต้องมีผลิตหลายรุ่น วัสดุหลายแบบ มีหลาย sku ทั้งวัตถุดิบและสินค้าเตรียมขายมากกว่า economy of scale สู้ไม่ได้หรอกครับ

อย่างว่าละครับ มันก็ทำให้รู้นะ ว่าบริษัทไหนเห็นแก่ประโยชน์ของตัวเองมากกว่ากัน :D

keynote google คือทำให้ทำ product เทคโนโลยี กะ อินเตอร์เน็ทไปถึงมือผู้ใช้มากที่สุด ทำให้คนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ไม่ได้พยายาทมทุำทุกวิถีทางเพื่อเงินฮะ

มาม่ายี่ห้อ google vs MS สดๆด้านล่างครับ
แต่เห็นด้วยแต่ไม่ทั้งหมดกับคำว่า "ไม่ได้พยายาทมทุำทุกวิถีทางเพื่อเงิน" ไม่ได้หมายความว่าใจดีไม่หวงผลประโยชน์หรือเป็นพวกใจดีแจกของฟรีไม่หวังผลกำไรนะครับ

ถ้าให้ผมคิดเอาเองนะ
ตอนนี้กูเกิลกำลังปล่อยฝั่งผู้ผลิตกินกำไรกันไปก่อน
แต่เร็วๆ นี้ ไม่ใช่แค่ซัมซุงแต่ผู้ผลิตแอนดรอยด์คงต้องหนาวๆ แน่ล่ะ เพราะแอนดรอยด์เริ่มแข็งแกร่งแล้ว
แถมแบรนด์ Nexus ก็ใช้กลยุทธ์ฝากผู้ผลิตประชาสัมพันธ์ถือว่าคนรู้จักกันแล้วด้วย
อย่างที่เห็นกันอยู่กูเกิลกำลังเล่นต่อจิ๊กซอร์แถมเป็นการต่อจิ๊กซอร์ที่อดทนและใช้เวลาด้วย
และตอนนี้จิ๊กซอร์ทุกตัวกำลังวิ่งเข้าหากันเกือบลงล๊อกแล้ว

ปีนี้ปีหน้า น่าจะได้เห็นกูเกิลที่เก็บเล็กผสมน้อยเล่นแบบจัดหนักกันล่ะ คงจะเริ่มจากประเทศใหญ่ๆ แล้วค่อยไล่เก็บเบี้ยไป

สองวันที่ผ่านมาความรู้สึกผมมันเหมือน ตอนคลื่นทะเลกำลังสงบ แต่อีกไม่นานพายุจะพัดมา

คนไม่ใช่สาย IT ไม่ได้รู้จัก Android เท่าไหร่หรอกครับ เค้ารู้จักแต่ Samsung บางคนคิดว่า Android เป็นของ Samsung บางคนไม่รู้ว่าพวก Samsung HTC Sony เป็น Android เหมือนกัน ไม่รู้จัก brand NEXUS ผมว่ากูเกิลไม่ได้หวังกำไรจากตัวเครื่องหรอกครับ ก็ทำ service ของตัวเองไปมากกว่า

ก็จริงอย่างที่คุณ Zatang ว่าครับ
แต่ในท้ายที่สุดแล้วถ้ามีคนนำก็มีคนตามถูกไหมอ่ะครับ

ตอนนี้ซอฟแวร์ฝั่งกูเกิลก็ถือว่าค่อนข้างพร้อมแล้ว
ขาดก็แต่ฮาร์ดแวร์ของตัวเอง ดูขนาดไมโครซอฟต์ยังเริ่มขยับมาทำฮาร์ดแวร์ของตัวเอง
แล้วกูเกิลจะนิ่งๆ ไม่คิดทำไรจะไม่เป็นอันตรายรึ วงการนี้ขยับช้าก็อาจจะพลาดท่าง่ายๆ ครับ

Nexus มันก็อาจจะเปรียบเหมือนบริการต่างๆ ที่กูเกิลทำ ถ้าทำไปแล้วไม่เวิร์คก็ตัดทิ้งปิดโปรเจ็กต์ไป เหมือนที่ทำอยู่บ่อยๆ

ทางออกของกูเกิลตอนนี้เป็นกระจายความเสี่ยงไว้สามทาง ทำทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เอง เน้นทำด้านบริการ และสุดท้ายเสี่ยงตายเข็นเทคโนโลยีใหม่

แต่ยังไงผมมีความเชื่อว่าปีนี้ปีหน้า กูเกิลจะเล่นแรงครับ

ผมว่า google เหมือนเป็นบอสลับผู้อยู่เบื้องหลังมากกว่านะ
ยึดครองและหากำไรจาก data&service ก็อิ่มแล้ว
ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงใหญ่โต คงไม่ออกมาข้างหน้าให้กระทบโครงสร้างรายได้
ปล่อยผู้ผลิต Hardware ไปตีกันเอง

แต่ส่วนตัวหมั่นไส้ที่ตอนนี้เหมือน Samsung เป็นลูกรัก เข็น Nexus ให้จัง
ทำไมไม่มอง Sony บ้างฟะ แล้ว Moto X phone ไปหนาย
นอกจาก Sony ผมอย่างลอง Moto นี่ละ อยากได้มือถือแบตทนๆ แบบ Maxx
แต่ google ดันซื้อไปเอาสิทธิบัตรแล้วทิ้งเลย T_T