Amazon

ถ้าพูดถึงเครื่องอ่านอีบุ๊กในยุคนี้ คงเลี่ยงการพูดถึงเครื่องอ่านตระกูล Kindle ของ Amazon ที่เป็นผู้บุกเบิกการใช้จอภาพ E Ink ในวงกว้างได้ยาก

เมื่อปีก่อนนู้น (2010) Blognone เคยมีรีวิว Kindle 3 รุ่นก่อนหน้าโดยคุณ pittaya ไปแล้ว และช่วงปลายปีที่แล้ว Amazon ก็อัพเกรด Kindle รุ่นจอ E Ink เพิ่มเติม โดยแยกเป็น Kindle 4 รุ่นปุ่มกด และ Kindle Touch รุ่นจอสัมผัส ซึ่งถือเป็นเครื่องอ่านรุ่นล่าสุดของ Amazon เท่าที่มีในตลาดตอนนี้

รอบนี้ผมได้เครื่อง Kindle Touch จากเว็บไซต์ KindleOK.com มารีวิว บทความนี้เป็น advertorial แต่ก็รีวิวอย่างอิสระไม่ต้องเซ็นเซอร์ใดๆ ครับ - mk

ในฐานะที่ผมเป็นเจ้าของ Kindle 3 ด้วยเหมือนกัน จุดเด่นของ Kindle 3 คือจอ E Ink ที่คมชัดและระบบ ecosystem ของ Amazon ที่วางมาดีแล้วตั้งแต่แรก แต่จุดอ่อนคือระบบการสั่งงานที่เป็นปุ่มกดเลือกเมนู ซึ่งพอมาเจอกับอัตราการวาดหน้าจออันเชื่องช้าของจอแบบ E Ink กลับกลายเป็นความทุกข์ทรมานเวลาจะทำงานอะไรยากๆ (เช่น ท่องเว็บ)

Kindle Touch ถือเป็นฮาร์ดแวร์รุ่นถัดมาที่ออกมาแก้ปัญหานี้ โดยสเปกแล้ว มันใช้จอ E Ink ตัวเดียวกับ Kindle 3 (E Ink Pearl ขนาด 6" เท่ากันเป๊ะ) แต่เพิ่มเลเยอร์ที่รับการสัมผัสเข้ามา ดังนั้นตามทฤษฎีแล้ว Kindle Touch ไม่มีความแตกต่างจาก Kindle 3 เรื่องการแสดงผลแม้แต่น้อย แต่แก้ปัญหาเรื่องการสั่งงานไปได้มาก

ฮาร์ดแวร์

หมายเหตุ: ฮาร์ดแวร์รุ่นที่ได้มาทดสอบเป็น Kindle with Special Offers แบบมีโฆษณาบนจอภาพและหน้า Home ด้วย แต่ไม่มีโฆษณาตอนอ่านหนังสือนะครับ

รูปลักษณ์ภายนอกของ Kindle Touch เรียบง่ายมาก เป็นกรอบสีเหลี่ยมสีเทาล้อมจอภาพที่บุ๋มลึกลงไป และมีปุ่ม Home เป็นปุ่มกด (ทั้งสามขีดที่เห็นในภาพคือปุ่มเดียวกัน) เพียงปุ่มเดียวเท่านั้น

ด้านข้างของตัวเครื่องที่เคยมีปุ่มเปลี่ยนหน้าทั้งด้านซ้าย-ขวา หายไปแล้ว เพราะให้เรามาสัมผัสหน้าจอเพื่อเปลี่ยนหน้าแทน อันนี้ผมว่าไม่ค่อยดีเท่าไรเพราะปุ่มเปลี่ยนหน้ามันใช้สะดวกมากๆ

น้ำหนักของตัวเครื่องตามสเปกอยู่ที่ 213-220 กรัม (ขึ้นกับรุ่น 3G หรือไม่) ซึ่งเบากว่า Kindle 3G ที่ 247 กรัมอยู่เล็กน้อย (รู้สึกได้ว่าเบากว่านิดนึง นิดจริงๆ) โดยรวมถือได้ไม่ลำบากอะไรเลย เพราะมันเบามากเมื่อเทียบกับแท็บเล็ตที่มีอยู่ในท้องตลาด

ด้านหลังก็แทบไม่มีอะไรเช่นกัน มีลำโพงด้านล่าง และช่องโลหะสำหรับต่อกับปกแบบมีไฟส่อง

พอร์ตใต้เครื่อง มีเพียง Micro USB สำหรับชาร์จ-ถ่ายข้อมูล, ช่องเสียบหูฟังมาตรฐาน และปุ่มปลดล็อคเครื่อง ที่เปลี่ยนจากปุ่มแบบสไลด์เป็นปุ่มแบบกดลงไปแทน

สังเกตขอบจอดีๆ สูงพอตัว เท่าที่เช็คมาเกิดจากการใส่เลเยอร์รับแรงสัมผัสซ้อนลงไปที่ขอบจอครับ

เทียบกับ Kindle 3 ขนาดต่างกันพอสมควร เหตุเพราะ Kindle Touch ตัดคีย์บอร์ดออกไปนั่นเอง (จอภาพเท่ากันพอดีเป๊ะเลยนะครับ)

ความหนาของเครื่อง Kindle Touch จะหนากว่าเล็กน้อย ด้วยเหตุผลด้านขอบจอตามที่เขียนไปแล้ว แต่ก็ไม่กลายเป็นอุปสรรคต่อการใช้งาน

เทียบหน้าจอระหว่าง Kindle Touch (ซ้าย) และ Kindle 3 (ขวา) ไม่ต่างอะไรกันเลย

ซอฟต์แวร์

หน้าจอ Home ของ Kindle แทบไม่ต่างไปจากของเดิมเลย เป็นรายการหนังสือเรียงไปเรื่อยๆ โดยมีแถบเครื่องมือเพิ่มเข้ามาด้านบนของหน้าจอ

เนื่องจาก Kindle Touch ไม่มีปุ่มเมนูแล้ว การสั่งงานทุกอย่างจึงต้องสั่งงานจากปุ่มบนหน้าจอแทน (อารมณ์คล้ายๆ กับการเปลี่ยนเป็น Android ICS) ซึ่งปุ่มมาตรฐานก็ไม่มีอะไรซับซ้อนคือ Back, Store, Search, Menu

สำหรับการสั่งงานด้วยนิ้วสัมผัส จะเปลี่ยนจากระบบเคอร์เซอร์แบบเดิมมาเป็นการสัมผัสจอโดยตรง โดย Amazon แบ่งโซนการสัมผัสในหน้าอ่านหนังสือออกเป็น 3 โซนดังภาพ คือ โซนกลาง-ขวา เปลี่ยนไปหน้าถัดไป, โซนซ้ายมือสุดสำหรับย้อนกลับ และด้านบนของหน้าจอสำหรับเปิดแถบเครื่องมือ

สำหรับคนที่ใช้ Kindle 3 มาก่อนแบบผมก็ปรับตัวแป๊บเดียวไม่ยากอะไรครับ การใช้งานตรงไปตรงมามาก

กดเปิดแถบเครื่องมือในหน้าอ่านหนังสือ (โดยสัมผัสจอที่ติดขอบด้านบน) จะเห็นแถบเครื่องมือ 2 ส่วนคือ แถบมาตรฐานด้านบน และแถบสำหรับการอ่านอีบุ๊กด้านล่าง

จากซ้ายไปขวาคือปุ่มปรับขนาดอักษร, ปุ่มเลื่อนตำแหน่งไปยังส่วนต่างๆ ของหนังสือ และฟีเจอร์ X-Ray ของใหม่ของ Kindle Touch

เมื่อกดปุ่ม Menu ที่แถบเครื่องมือด้านบนก็จะเป็นคำสั่งแบบเดียวกับปุ่ม Menu ของ Kindle 3 เพียงแค่ย้ายตำแหน่งมาอยู่ตรงกลางหน้าจอ และปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้นเหมาะกับนิ้วสัมผัสเท่านั้นเอง

ฟีเจอร์ X-Ray ของ Kindle Touch จะแสดงโครงสร้างของหนังสือ เช่น การปรากฎตัวของตัวละครหรือคำศัพท์สำคัญในเรื่อง อันนี้ดูเท่ดีแต่ไม่แน่ใจว่ามีประโยชน์ต่อการอ่านจริงจังแค่ไหน และไม่ใช่หนังสือทุกเล่มจะรองรับความสามารถนี้ (ต้องให้ Amazon สแกนและวิเคราะห์ข้อความทั้งหมดมาให้ก่อนนั่นเอง)

ฟีเจอร์ที่หลายคนชอบอย่างพจนานุกรม (ภาษาอังกฤษ) อธิบายศัพท์ยังคงอยู่เหมือนเดิม วิธีใช้คือแตะค้างไว้ที่คำๆ นั้นแทน

การที่ Kindle Touch ไม่มีเคอร์เซอร์ทำให้งานบางอย่างทำได้ยากขึ้น เช่น การเลือกข้อความบางส่วนเพื่อไฮไลท์หรือแชร์

แต่การมีจอสัมผัสก็มีข้อดีเพิ่มมาหลายอย่าง เช่น ผมสามารถ pinch-to-zoom แบบเดียวกับแท็บเล็ตได้ ผลลัพธ์อาจไม่ทันใจเพราะต้องรอ E Ink วาดจอใหม่ แต่ก็ง่ายกว่าการเลือกเมนูปรับขนาดอักษรแบบเดิมๆ มาก

การท่องเว็บก็ทำได้ง่ายขึ้นมาก โดยเฉพาะการ scroll เพื่อเลื่อนหน้าจอ แต่อย่าไปคิดว่ามันจะเลื่อนปื๊ดแบบแท็บเล็ตนะครับ มันจะออกแนวๆ ว่าผมปัดจอลงหนึ่งที จอจะเลื่อนลง 1 สเต็ป แบบนี้มากกว่า (ลากยาวเพื่อเลื่อนสุดจอไม่ได้) คือถึงจะช้าหน่อยแต่ดีกว่าการเลื่อนเคอร์เซอร์แบบใน Kindle 3 มาก

คีย์บอร์ดถูกเปลี่ยนมาอยู่บนหน้าจอแทน ปุ่มใหญ่กดง่ายแต่ก็ไม่มีฟีเจอร์พวกตรวจตัวสะกดครับ

สรุป

ในส่วนของ OS แทบไม่มีอะไรต่างจากของเดิมเพราะเป็นการปรับ OS เดิมให้เหมาะกับจอสัมผัสเท่านั้น ซึ่ง Amazon ทำได้ดี (แต่ก็ไม่มีอะไรใหม่ที่น่าตื่นเต้น) กระบวนการอ่านหนังสือ โหลดหนังสือ ซื้อหนังสือ ส่งไฟล์เข้าไปยัง Kindle นั้นเหมือนเดิมทุกประการ ซึ่งเป็นระบบปิดของ Amazon ที่ทำมาสมบูรณ์อยู่แล้วตั้งแต่แรก (นำไฟล์ .mobi มาใส่เองได้ แต่ถ้าเป็น .epub ต้องแปลงเป็น .mobi ก่อน)

เมื่อพื้นฐานของตัว OS เหมือนเดิม การลงแอพหรือเล่นฟีเจอร์แบบเดียวกับแท็บเล็ตยุคใหม่จึงไม่มีแน่นอน ทำให้ Kindle เหมาะสำหรับคนที่อยากซื้อมาอ่านหนังสือจริงๆ เท่านั้น (ถ้าอ่านเว็บหรือไฟล์ PDF ซื้อแท็บเล็ตดีกว่า)

ถ้าให้แนะนำระหว่าง Kindle สายจอ E Ink ด้วยกัน (ไม่รวม Kindle Fire ที่เป็นแท็บเล็ต) ผมคงแนะนำ Kindle Touch ตัวนี้มากกว่า Kindle 4 หรือ Kindle Keyboard (Kindle 3 เดิม) เพราะการสัมผัสหน้าจอได้ช่วยให้สั่งงานมันได้ง่ายขึ้นเยอะเลย (และจากการใช้ Kindle 3 รุ่นมีคีย์บอร์ดมานานพบว่าเอาจริงไม่ค่อยได้พิมพ์อะไรสักเท่าไร)

แต่ถ้าให้เทียบกับเครื่องอ่านอีบุ๊กตัวอื่นๆ อย่าง Nook, Kobo, Sony อันนี้ผมไม่เคยลองคงบอกไม่ได้จริงๆ

สำหรับ Kindle Touch รุ่น Wi-Fi with Special Offers ต้นฉบับทาง Amazon ขายอยู่ที่ 99 ดอลลาร์ยังไม่รวมค่าส่ง (หน้าเว็บของ Amazon) ส่วนคนที่อยากซื้อในไทย ร้าน KindleOK ที่เป็นสปอนเซอร์รีวิวคราวนี้ ขายอยู่ที่ 4,500 บาท รายละเอียดดูกันเองในเว็บ KindleOK Store

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

ที่ผมไปซื้อ Kindle 4 ตัวพื้นฐานแทน ก็เพราะไม่มีปุ่มเปลี่ยนหน้านี่ล่ะ เวลาอ่านอะไรยาวๆ แทบไม่ได้กดไปไหน มีแต่เลือกหน้ากลับไปกลับมา แซะปุ่มข้างๆ สะดวกกว่าเอามือแตะจอเยอะ และที่สำคัญ ผมเป็นพวกขี้รำคาญ จอคินเดิลที่มีแต่รอยนิ้วมือ คงทำให้คันยิกๆ เวลาอ่าน (ป.ล. เว็บสปอนเซอร์ก็มีรุ่นเล็กขายน้า)

แวะมาเจิมครับ เคยเป็นลูกค้าเขา แต่ผมสั่งแค่ฟิลม์กันรอยนะ

เป็นเว็บที่ขายครบจริงๆ คือเครื่อง+ฟิลม์+ปก สั่งทีเดียวได้ครบ อย่างน้อยก็เซฟค่าขนส่งไปโขครับ

ผมว่าเผลอๆ เขาจะไม่ทำขายน่ะสิ ตลาดเครื่องอ่านตัวใหญ่ไม่ใช่เป้าหมาย amazon หรอก

ถ้าซื้ออ่านจาก amazon เครื่องรุ่นเล็กจะไม่มีปัญหา มัน reflow อะไรได้หมด

ส่วนคนใช้เครื่องใหญ่ก็เพราะอยากอ่าน pdf ซะมากกว่า

งั้นคงต้องพึ่งพาเจ้าอื่นที่ไม่ใช่ amazon แฮะ เพราะยังไง pdf ที่อ่านก็ไม่ได้ซื้อจาก amazon อยู่แล้วอะ

สังเกตได้ครับว่ารุ่น DX ยังกะโดนลอยแพ มีขายแต่เฟิร์มแวร์ก็ไม่ได้อัีพเดตบ่อยครั้ง แถมยังไม่เป็นเวอร์ 3 สักที

ในเว็บต่างประเทศยังพยายามหาทางเอาเวอร์ชั่น 3 ของ kindle keyboard มาใส่ DX แทนก็ยังมีครับ

tekkasit Tue, 05/06/2012 - 23:02

Kindle 3 (with Keyboard) ข้อดีคือมันเป็นรุ่นสุดท้ายที่มีรุ่น 3G ที่สามารถเข้า store ไปค้นหาหนังสือ, ดูรีวิว, ใช้โหลดหนังสือได้ทันที ไม่ต้องรอเชื่อมต่อ WiFi โดยไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าเน็ต (แต่อย่าเอาไปทำอะไรแผลงๆล่ะ เค้าบีบเน็ตเวิร์กไว้ง่อยๆประมาณ 5-6 kb/s แถมสามารถโดนแบนได้ด้วย)

ถ้าคุณชอบอ่านหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊คภาษาอังกฤษ ประเภทอ่านปีละสามเล่มหกเล่มขึ้นไป อ่านทีหนึ่งยาวๆครึ่งชั่วโมง และไม่อยากเสียสมาธิไปกับแอพฯ ไม่ว่าจะยิงนก,ตกปลา,แข่งรถ,ฯลฯ เจ้า Kindle ก็เป็นอุปกรณ์ที่คู่ควรแก่คุณ

ส่วนคุณๆที่คิดจะเอามาอ่านหนังสือ textbook ภาษาอังกฤษโดยเฉพาะพวกที่เป็นขนาด A4 ขอบอกว่าหน้าจอ 6 นิ้วอ่านยากมาก ต้องรักและอดทนจริงๆเท่านั้น (ตะแคงจอและเลือนจอทีละหนึ่งในสามของหน้า) แนะนำหน้าจอขนาดแท็บเล็ตจะดีกว่า

ที่เคยเจอ
Textbook บางเล่ม
พี่ท่านเล่น Scan มาดุ้น ๆ เลย
พออ่านหน้าที่เป็นตารางใหญ่ ๆ หน่อย
อ่านใน Kindle เละเลย (แต่เปิดใน App บน PC อ่านได้ปกติดี)

ส่วนตัวผมชอบแบบนี้มากกว่านะ ผมว่ามันข้ามๆ สิ่งที่เราไม่อยากรู้สะดวกกว่า แถมวิดีโอต้องเปิดเสียง ดูตอนที่ต้องการความเงียบไม่ได้

มีวิธีให้ Kindle Touch ลงเกมพวก Sudoku ได้มั้ยครับ

เหมือนในไทยจะไม่ให้โหลดจาก amazon แหะ - -"

คนไทยโหลด App kindle จาก Amazon ได้นะครับ สำหรับ kindle ขาวดำทุกรุ่น ไม่ใช่ kindle Fire นะ
จะเรียก active contents อะครับ ผมโหลดมาอยู่ มีเกมฟรีด้วยครับ

ผมเผลอโหลดเยอะไป โดนตรวจสอบซะงั้น...

เลยคิดว่าช่างมัน App ผมไม่เอาแล้ว เอาไว้อ่านอย่างเดียวเหมือนเดิมดีกว่า

เป็นศาสตร์มืดครับ เพราะ Kindle Apps นั้นสำหรับบัญชีผู้ใช้ของอเมริกาเท่านั้น ผู้ใช้ที่ลงทะเบียนเป็นไทยหรือแถบเอเชียไม่สามารถโหลดได้ครับ แม้แต่จะฟรีก็ตาม

เคยได้อ่านเว็บบอร์ดต่างประเทศ ในยุคแรกๆที่ยังไม่มีรุ่น WiFi มีแต่ 3G/2G และมีการขายแยกฮาร์ดแวร์เฉพาะโซนอเมริกา มีคนใช้เทคนิดเปลี่ยนที่อยู่ปรากฎว่ามีบางรายโดนเจ้าหน้าที่อเมซอนอีเมล์ติดต่อขอข้อมูลความเป็นคนอเมริกัน(ถ่ายรูปบิลบัตรเครดิต,สำเนาใบขับขี่,ฯลฯ)และโดนตักเตือนไม่ให้โหลดผ่าน wireless (3G/2G) บางรายถึงกับโดนแบน 3G/2G ซึ่งอาจจะเพราะการโหลดผ่าน 3G/2G อเมซอนจะแบกค่าใช้จ่ายดาต้าโรมมิ่ง

แต่หลังๆไม่ค่อยเห็นคนบ่นเรื่องโดนบล็อคเน็ต อาจจะเพราะมีโมเดล WiFi หรือบีบค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น อันนี้ก็ไม่ทราบ

earnz Wed, 06/06/2012 - 09:23

อยากดูของ Sony ด้วยเห็นว่าสามารถเขียนข้อความ(โดยการวาดนิ้ว)ลงบน PDF ได้ แต่ไม่รู้ของจริงจะโอเคหรือปล่าว

เบราเซอร์ของ Kindle 3 เวลาเลื่อนจอไม่จำเป็นต้องลากเคอร์เซอร์อย่างเดียวนะครับ ถ้ากด Alt ไว้พร้อมกดทิศทางจะเลื่อนจอโดยตรงได้เลย สะดวกขึ้นมา (นิดเดียว)

อันนี้ผมดวงดีรู้ก่อนไดเครื่องครับ แต่แปลกใจเวลาอ่านการ์ตูนหรือเว็บ บางทีต้องกด 2-3 ครั้งกว่า ghost จะหายหมด

ขอบคุณครับ

อ้าว ก็ว่าชื่อคุ้น ๆ เมื่อก่อนพี่คอยตอบใน read.in.th ใช่ไหมครับ? แบบนี้ต้องขอบคุณซ้ำอีกทีผมได้คำแนะนำจากเว็บนั้นเพียบเลย

ต้องขอบคุณคมสันเจ้าของเว็บครับที่เค้าอุตสาห์อัพขึ้นไป

รู้สึกตามไปดู มีฝรั่งคอมเมนต์ว่าพูดภาษาอะไรไม่รู้เรื่อง เพราะทั้งชื่อวิดีโอกับไฟล์สไลด์มีแต่ภาษาอังกฤษแต่เจอพากย์เสียงภาษาไทย ฝรั่งงง ฮ่าๆๆๆ

ถามนิดนะคะ ถ้าจะซื้อ usb power adapter ต้องซื้อของโซนยุโรป รึเปล่า กำลังจะสั่งรุ่นนี้พอดี ถ้าซื้อพร้อมadapter จะได้ลด 5เหรียญ

ผมให้น้องหิ้วมาให้ตั้งแต่ปีใหม่ ตอนนี้ก็ใช้อยู่ทุกวัน ใช้อ่านหนังสือด้วย แล้วก็ใช้ไว้ดูหนังสือ kdp ของตัวเองก่อนที่ upload ไปขายใน kdp ตอนนี้เครื่องนี้ทำเงินเกินราคาเครื่องไปมากโขละ

ปล. ผมทำหนังสือ public domain ขายครับ

แรกๆ ซื้อรุ่น3g มาก็ตื่นเต้นดีครับ ตอนนี้พอได้แทบเบลทแล้วแทบไม่ได้จับเลย มีใครสนใจจะซื้อต่อผมไหม 55

เคยใช้รุ่น keyboard เวลาอ่านไฟล์ mobi เป็นภาษาไทย พวกสระชั้นบนและชั้นล่างมันรวมกันหมดอ่ะครับ ไม่ทราบว่ารุ่นที่ 4 แก้ปัญหานี้หรือยังอ่ะครับ