เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมากระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (DoJ) ได้ยื่นฟ้อง Apple และสำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่ทั้ง 7 ราย อันได้แก่ Hachette, HarperCollins, Macmillan, Penguin, Simon & Schuster และ Georg von Holtzbrinck Publishing Group
เท่าที่อ่านในคำฟ้องมีประเด็นสำคัญๆ ที่สรุปได้มีดังนี้
- บรรดาสำนักพิมพ์ไม่ชอบกลยุทธ์ของอเมซอนที่ขายอีบุ๊คออกใหม่และหนังสือที่เป็นที่นิยมในราคา 9.99 เหรียญ และมีการพยายามต่อรองกับอเมซอนแล้วเป็นรายๆ ให้เพิ่มราคาขาย แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
- แอปเปิลมีส่วนร่วมในการสร้างกลยุทธ์ agency model ให้กับบรรดาสำนักพิมพ์ โดยสำนักพิมพ์เป็นผู้กำหนดราคาขายปลีกและแอปเปิลรับส่วนแบ่งการขาย 30% ซึ่งจะทำให้สำนักพิมพ์ไม่ต้องกังวลการแข่งขันด้านราคาจากอเมซอนอีกต่อไป
- โมเดลการขายหนังสืออีบุ๊คแบบเดิมเป็นการค้าหนังสือเป็นแบบ wholesale model สำนักพิมพ์ขายหนังสือขาดไปยังผู้ขายและผู้ขายมีอิสระในการกำหนดราคาขายปลีกด้วยตัวเองในฐานะที่เป็นเจ้าของหนังสือแต่ละเล่ม มาเป็น agency model ที่สำนักพิมพ์มีอำนาจตั้งราคาขายปลีก ผู้ขายไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงราคาขายปลีกที่ถูกกำหนดมา ดังนั้นในรูปแบบนี้ผู้ขายเสมือนเป็นแค่ตัวแทน (agency) ของสำนักพิมพ์ ซึ่งในรูปแบบนี้ สำนักพิมพ์สามารถป้องกันการแข่งขันด้านราคาในระหว่างผู้ขายหนังสือด้วยกัน รวมถึงสามารถกำหนดราคาขายปลีกหนังสือเท่าไรก็ได้ตามชอบใจ
- Agency model ประกาศใช้งานวันที่ 3 เมษายน 2010 และบังคับให้ผู้ค้าปลีกหนังสือของ 7 สำนักพิมพ์ต้องเข้าร่วมใน 4 เดือน รวมไปถึงอเมซอนด้วย
- เมื่อเจรจากับอเมซอนไม่สำเร็จ สำนักพิมพ์ Macmillan ขู่จะถอนหนังสือ
- ผลที่เกิดขึ้นคือจากเดิมหนังสือที่ขายๆกันที่ 9.99 เหรียญขยับขึ้นไปเป็น 12.99 หรือ 14.99 เหรียญ ซึ่งเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของหนังสือปกแข็ง ซึ่งมีผลเสียหายต่อผู้บริโภคสหรัฐ
แม้คำฟ้องจะมีชื่อแอปเปิลเป็นจำเลยแรกแต่มูลฟ้องให้น้ำหนักไปที่สำนักพิมพ์ทั้ง 7 เสียมากกว่า งานนี้คงต้องดูกันยาวแล้วละครับว่าจะเป็นอย่างไร และสงครามช่องทางจำหน่ายหนังสือระหว่างอเมซอนกับแอปเปิลทิศทางจะเป็นอย่างไรต่อก็คงดูกันต่อไปครับ
ที่มา The Verge และ ต้นฉบับคำฟ้องจากศาล
on
ใส่เบรก ABS ด้วยครับ ยาวไป
Be1con Fri, 13/04/2012 - 22:07
ใส่เบรก ABS ด้วยครับ ยาวไป
ปกติแล้วเมื่อหนังสือปกใหม่ๆออ
tekkasit Fri, 13/04/2012 - 22:26
ปกติแล้วเมื่อหนังสือปกใหม่ๆออก สำนักพิมพ์จะวางขายเป็นปกแข็งก่อน ซึ่งราคาขายปลีกมักจะอยู่ที่เล่มละประมาณ 25-35 หลังจากเก็บเกี่ยวราคาพิเศษแล้ว สำนักพิมพ์__อาจจะ__ตีพิมพ์ปกอ่อนที่ราคาถูกกว่า ราวๆเล่มละ 15-25 เหรียญ ซึ่งช่วงเวลาที่ออกอย่างเร็วก็สามเดือนถึงหกเดือน หรืออาจจะไม่ออกปกอ่อนออกมาเลยก็ได้
เรียกว่าใครทนไม่ไหวอยากอ่านเป็นเล่มๆก็ซื้อปกแข็งไปอ่านก่อน
จำได้ดีตอนซื้อแฮรรี่พ็อตเตอร์เล่มหลังๆ ตอนที่มันดังแล้ว กว่าจะออกปกอ่อน นาน......มาก
ความรู้ใหม่นะครับเนี่ย
Azadious Fri, 13/04/2012 - 23:20
In reply to ปกติแล้วเมื่อหนังสือปกใหม่ๆออ by tekkasit
ความรู้ใหม่นะครับเนี่ย ถึงว่าใน amazon แต่ละความเห็นรอปกอ่อนกันทั้งนั้นเลย พึ่งเข้าใจวันนี้เอง
ส่วนหนังสือไทย มีแบบเดียว
HudchewMan Fri, 13/04/2012 - 23:49
In reply to ปกติแล้วเมื่อหนังสือปกใหม่ๆออ by tekkasit
ส่วนหนังสือไทย มีแบบเดียว นอกจากขายดีพิมพ์ซ้ำหลายรอบถึงมีเปลี่ยนปกเพื่อฉลองยอดขายทะลุล้านเล่ม ^^
อยากให้พวกพ็อคเก็ตบุ๊ก (ทั้งไทย ทั้งแปล) มีฉบับราคาถูกเป็นตัวเลือกด้วยแฮะ
ไม่ต้องกระดาษดีแบบอาร์ตกรีนรีด ไม่ต้องเป็นปกอาบมันเคลือบยูวีปั๊มนูน
ใช้เป็นกระดาษปรู๊ฟก็พอ แค่ราคาถูกกว่าเดิมซักครึ่งนึง
ใครอยากเก็บสะสมค่อยเก็บรุ่นสวย ใครอ่านรอบเดียวก็ซื้อรุ่นถูก
ได้แต่ฝันเนอะ อ่านบน kindle ก็ไม่มีหนังสือไทยขายอีก -_-'a
ผมว่าสำนักพิมพ์ทำถูกแล้วแฮะ
mr_tawan Fri, 13/04/2012 - 23:49
ผมว่าสำนักพิมพ์ทำถูกแล้วแฮะ :P
สำนักพิมพ์หนังสือใหญ่ๆกันแต่ไ
Nics Sat, 14/04/2012 - 00:08
สำนักพิมพ์หนังสือใหญ่ๆกันแต่ไม่มีสิทธิ์ตั้งราคาหนังสือตัวเองเนี่ยนะ ส่วนอเมซอนนายหน้ารายใหญ่บังคับราคาหนังสือด้วยโมเดลค้าส่งเพราะเป็นรายใหญ่volumeเยอะ แบบนี้รายเล็กๆในอนาคตมันจะเกิดได้ยังไงกัน :P
นั่นสิ
DoraeMew Sat, 14/04/2012 - 00:12
In reply to สำนักพิมพ์หนังสือใหญ่ๆกันแต่ไ by Nics
นั่นสิ มันน่าเล่นงานเอมาซอนเพราะตั้งใจจะผูกขาดตลาดซะมากกว่า
ในระบบเดิมสำนักพิมพ์
lew Sat, 14/04/2012 - 00:33
In reply to สำนักพิมพ์หนังสือใหญ่ๆกันแต่ไ by Nics
ในระบบเดิมสำนักพิมพ์ "มีสิทธิ์" ตั้งราคาขายไปยังอเมซอนครับ
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ อเมซอนตั้งราคาขายปลีกถูกกว่าเจ้าอื่นมากๆ เพราะต้นทุน (ค่าเซิร์ฟเวอร์, ค่าโฆษณา ฯลฯ) ถูกกว่าเจ้าอื่นมากเมื่อเทียบกับปริมาณลูกค้าที่มี
บางครั้งบางเล่ม อเมซอนซื้อมาแล้วขายขาดทุน
ภายใต้ระบบ agency แม้พ่อค้าคนกลางจะมีมากราย แข่งขันกันมากแค่ไหน แต่ราคาสุดท้ายไปยังผู้บริโภคจะไม่ลดลงเลย เพราะโดนบังคับราคาเดียวกันทั้งหมด
การต่อต้านการผูกขาดมันมีขึ้นเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภค
ถ้าอย่างนั้น
hisoft Sat, 14/04/2012 - 01:08
In reply to ในระบบเดิมสำนักพิมพ์ by lew
ถ้าอย่างนั้น สำนักพิมพ์จะต้องการให้อเมซอนขึ้นราคาทำไมล่ะครับถ้าเค้าตั้งราคาสูงกว่าที่อเมซอนขายได้? หรือเค้าไม่นับเป็นเล่มแต่นับเป็นซื้อสิทธิ์ขาย?
เพราะสุดท้ายแล้ว
lew Sat, 14/04/2012 - 01:51
In reply to ถ้าอย่างนั้น by hisoft
เพราะสุดท้ายแล้ว ยอดขายจะไปเทกับ Amazon (เพราะเจ้าอื่นจะแข่งไม่ได้) และสำนักพิมพ์จะไม่มีตัวเลือกอื่นครับ
ด้านนึง
Nics Sat, 14/04/2012 - 02:11
In reply to เพราะสุดท้ายแล้ว by lew
ด้านนึง ต้นทุนขายส่ง+ดำเนินการ+กำไรก็เจออเมซอนผูกขาด อีกด้านผู้บริโภคก็เจอราคาที่สูงเพราะจะใช้ราคาเดียวคือราคาที่สำนักพิมพ์ตั้งเอง ประมาณนี้ใช่มั้ยครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ
เข้าใจมากขึ้นเลยครับ
kritapas.t Sun, 25/08/2013 - 23:47
In reply to เพราะสุดท้ายแล้ว by lew
เข้าใจมากขึ้นเลยครับ
มันดูมีลับลมคมในยังไงก็ไม่รู้
Not Available … Sat, 14/04/2012 - 00:22
มันดูมีลับลมคมในยังไงก็ไม่รู้นะ สำนักพิมพ์โดนฟ้องเพราะว่าไปกำหนดราคาหนังสือของตัวเอง?
apple และ สำนักพิมพ์ 7
put4558350 Sat, 14/04/2012 - 00:25
In reply to มันดูมีลับลมคมในยังไงก็ไม่รู้ by Not Available …
apple และ สำนักพิมพ์ 7 แห่งโดนฟ้องเพราะว่า ร่วมมือกันทำให้ e-book มีราคาแพงขึ้นตะหาก
ไอ้เรื่องราคาแพงขึ้นหรือลดลงน
Not Available … Sat, 14/04/2012 - 01:03
In reply to apple และ สำนักพิมพ์ 7 by put4558350
ไอ้เรื่องราคาแพงขึ้นหรือลดลงนี่มันไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นเลยครับ ถ้าคิดแบบนั้นใครขึ้นราคาสินค้าไม่โดนฟ้องหมดรึไง
ที่สงสัยคือไม่แน่ใจว่าราคาไหนคือราคาที่แท้จริงซะมากกว่า จริงอยู่ทั้ง 2 ระบบ สนพ. สามารถตั้งราคาได้เองแต่ระบบแรก Amazon เอามาขายเท่ากันหมดไม่ว่ากำไรหรือขาดทุน ซึ่งถ้าเป็นกรณีแบบนี้หากระบบใหม่ที่สะท้อนราคาจริงๆดั้งเดิมอยู่แล้วมันก็จะไม่ใช่ปัญหาครับ
มันคือ Anti-competitive
put4558350 Sat, 14/04/2012 - 03:19
In reply to ไอ้เรื่องราคาแพงขึ้นหรือลดลงน by Not Available …
มันคือ Anti-competitive practices โดยการทำ Price fixing ครับผม
http://en.wikipedia.org/wiki/Price_fixing
ระบบเดิม สนพ. สามารถตั้งราคาขายไปที่ร้านค้าใด้ "แต่ ไม่ สามารถตั้งราคาขายไปยังลูกค้าได้" ร้านค้าเป็นผู้ตั้งราคาและสามารถขายแบบยอมขาดทุนใด้ ผลคือร้านค้าก็จะหั้นกำไรแข่งกัน
แต่หลังจาก apple เข้าไปคุยกับสำนักพิมพ์ 7 แห่ง เกิด Price fixing ขึ้นตั้งแต่ Macmillan ขู่จะถอนหนังสือออกจากอเมซอน ราคาหนังสือขยับขึ้นจาก $9.99 เป็น $12.99 และ $14.99 หนังสือมีการกำหนดราคาขั้นต่ำเท่ากัน ทำให้ไม่เกิดการแข่งขัน ที่ผู้บริโภคเลยไม่ใด้สินค้าในราคาถูก
อันนี้ทราบครับ
Not Available … Sat, 14/04/2012 - 13:22
In reply to มันคือ Anti-competitive by put4558350
อันนี้ทราบครับ ประเด็นของผมคือการแข่งขันของ Amazon ที่จะทำให้ราคาหนังสือมันถูกลงเท่ากันเนี่ย แล้วต้นทุนที่ลดไปมันไปลงตรงไหนล่ะครับ? ปกติคนทำธุรกิจไม่เคยทำอะไรเข้าเนื้อตัวเองจริงๆอยู่แล้วยิ่งตั้งราคาหนังสือมาแพงแล้วเอามาลดต่ำกว่าทุนเนี่ย มันต้องมีสักที่แหละครับที่ถูกเพิ่มไปจากต้นทุนที่ลดหลั่นลงมา อาจจะเป็นหนังสือที่เคยถูกแต่โดนตั้งราคาให้เท่ากับเล่มที่แพงกว่ามันก็เป็นไปได้ ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่ามันไปลงตรงไหน จึงตั้งข้อสังเกตครับ ถ้าทราบก็ฝากอธิบายจุดนี้หน่อยนะครับ ตรงเรื่องอื่นๆผมไม่ได้สงสัยอะไร
ราคาปัจจุบัณคือ $13
put4558350 Sat, 14/04/2012 - 14:51
In reply to อันนี้ทราบครับ by Not Available …
ราคาปัจจุบัณคือ $13 ราคาหนังสือที่ขายไปยัง apple = $13 * 0.7 = $9.1
แต่เมื่อมีการกำหนดราคาขั้นต่ำคือ $13 โดยการสมคบคิดกันของ apple และ 7 สำนักพิมพ์ ทำให้ราคาขายหน้าร้านเท่ากันคือ $13 ร้านอย่าง amezon ก็ต้องเลือกที่จะเอากำไรมากขึ้น และลูกค้าจ่ายต้องแพงขึ้นโดยไม่มีทางเลือกอื่น
ผมไม่รู้ราคาขายจริงก่อน apple มา แต่ราคาใหม่สามารถคำณวนกลับไปใด้
แล้วหนังสือที่จริงๆราคาถูกกว่
Not Available … Sun, 15/04/2012 - 03:28
In reply to ราคาปัจจุบัณคือ $13 by put4558350
แล้วหนังสือที่จริงๆราคาถูกกว่า $9.99 ล่ะครับ? ผมค่อนข้างแน่ใจว่าราคาหนังสือไม่ได้เท่ากันทุกเล่มนะ
เนื่องจากกลไกลตลาด
put4558350 Sun, 15/04/2012 - 18:29
In reply to แล้วหนังสือที่จริงๆราคาถูกกว่ by Not Available …
เนื่องจากกลไกลตลาด คือการให้ลูกค้ามีตัวเลือก ถ้าไม่ใด้กำหนดราคาขั้นต่ำของหนังสือแต่ละเล่ม amezon จะขายราคา $9.99 "เจ้าอื่นก็ตั้งต่ำกว่าใด้" รวมถึงหนังสือ (แบบเป็นเล่ม) ที่ขายไม่ออก บางทีก็จะขายแบบต่ำกว่าราคาทุน เพื่อล้างสตอก
แต่เมื่อมีการกำหนดราคาวางขายแบบที่ apple และสำนักพิมพ์ 7 แห่งทำอยู่ ทำให้ราคาหนังสือหหน้าร้านเท่ากัน (ที่สำคัณคือแพงขึ้น) เมื่อไม่เกิดการแข่งขัน ผลเสียจึงตกกับผู้ชื้อหนังสือ
คือถ้า Amazon
Not Available … Sun, 15/04/2012 - 22:03
In reply to เนื่องจากกลไกลตลาด by put4558350
คือถ้า Amazon ทำแบบที่คุณว่าได้หมดจริงๆมันก็ควรจะไม่มีปัญหานี้มาแต่แรกแล้วสิครับ ถ้า Amazon รับมาแพงแล้วขายถูกกว่าได้จริงๆก็ยอมขาย 9.99 ต่อไปแล้วไปหากำไรจากส่วนอื่นอย่างที่คุณว่า ทีนี้ตลาดอื่นจะขายแพงกว่าใครจะไปซื้อ
แต่กรณีนี้ Amazon ที่เป็นพ่อค่าคนกลางอยากจะมีส่วนในการกำหนดราคาสินค้าซะเอง เมื่อเจ้าของสินค้าไม่พอใจเค้าก็ไปเลือกตลาดอื่นที่มันเหมาะสมกว่าก็แค่นั้นครับ
การทีพ่อค้าคนกลางมาบอกวาจะขายราคานี้ให้ผู้ผลิตไปลดราคามาซะนี่ผมก็ว่ามันประหลาดแล้วครับ ยิ่งมายังคับว่าต้องขายกับฉันเท่านั้นห้ามไปขายกับคนอื่นที่เค้าบยอมขายตามราคาที่ต้องการมันยิ่งประหลาดใหญ่ กลไกการตลาดไม่ใช่ให้รัฐเข้ามากำหนดราคาครับ(อาจจะคุ้นเคยกับวิธีที่มันสร้างภาพแบบนี้จากประเทศไทยเรา)ผู้บริโภคมากกว่าที่ควรครับ ถ้าแพงก็อย่าซื้อเดี๋ยวเขาก็ลดเอง ยิ่งหนังสือขายไม่ออกสำนักพิมพ์ก็ยิ่งลำบากเพราะนักเขียนย่อมไม่พอใจ มันมีกลไกของมันอยู่แล้ว
นี่กลายเป็่นว่า Amazon ไปโอ้อวดไว้เองฝ่ายเดียวว่าจะขายราคาถูก 9.99 แล้วยังมาบังคับ supplier ว่าห้ามเพิ่มราคาเพื่อสนองการตลาดของตัวเองซะอีก เป็นใครก็คงร้องแหละครับว่า OMFG เหมือนพ่อค้าจตุจักรมาบอกหลุยส์วิตตองว่าจะขายใบละ 199 นะห้ามเกิน ถ้าโลกนี้มีตลาดแค่จตุจักรอาจจะทำได้ครับ แต่บังเอิญเกษรก็ยังมีตลาดให้เขาขายอยู่
บอกตามตรงถ้าเกิดใช้ตรรกะประหลาดๆแบบนี้แล้วดันฟ้องขนะขึ้นมามันอาจจะจะเกิดปัญหากับสินค้ากลุ่ม Premium ได้ครับ อาจจะเห็น กุชชี่ อามานี่ หลุยวิตตอง โดนยังคับให้ต้องลดราคาไปขายเท่ากระเป๋าโนเนม เลยก็ได้เพราะประโยคที่เอามาใช้แบบเข้าข้างตัวเองฝ่ายเดียวเช่น "คุ้มครองประโยชน์ของผู้บริโภค" ซึ่งแท้จริงแล้วทุกอย่างย่อมมีด้านตรงข้ามหากเราจะ คุ้มครองประโยชน์ของผู้บริโภค ก็ต้อง คุ้มครองประโยชน์ของผู้ผลิต ไปพร้อมๆกันครับ
ผมมองว่า Amazon ต้องการตลาดที่ตัวเองได้เปรียบแต่เพียงผู้เดียวมากกว่า โลกธุรกิจมันไม่ได้มีแต่ผู้บริโภคนะครับ คนเชียนหนังสือก็ต้องทำมาหากินเหมือนกัน พนักงานในสำนักพิมพ์ก็ต้องใช้เงินในการใช้ชีวิต ถ้าคิดแบบที่ว่าหากราคาเพิ่มขึ้นแล้วตัดสินทันทีแบบคุณมันไม่เป็นธรรม ผมว่ามองตื้นไปหน่อยครับ ควรจะรอให้มีข้อเท็จจริงมากกว่านี้เช่นราคาที่แท้จริง รายได้ กำไรขาดทุนของแต่ละคนเสียก่อน
ถ้าหนังสือมันไม่ถูกกว่า 9.99
lew Sun, 15/04/2012 - 23:51
In reply to คือถ้า Amazon by Not Available …
ถ้าหนังสือมันไม่ถูกกว่า 9.99 ดอลลาร์ ก็เป็นไปได้ครับ อันนั้นก็เจรจากันไป ถ้าไม่ใช่หนังสือที่อเมซอนอยากขาย มันก็ไม่ได้เข้าหน้าร้านอเมซอน (ซึ่งจะซวยสำนักพิมพ์เอง)
แต่จะไปตั้งราคามั่วซั่วแบบเลือกที่รักมักที่ชัง เห็นรายนึงขายปลีกถูกกว่าเลยดันราคาให้แพงๆ อย่างนั้นทำไม่ได้ ไม่งั้นจะโดนฟ้องเอาอีก
ส่วนที่บอกว่าอเมซอนไปบังคับสำนักพิมพ์ให้ขายราคาถูกนั้น คุณ__คิดเอาเอง__ครับ ถ้าฝ่ายสำนักพิมพ์และแอปเปิลมีหลักฐาน ผมว่าสักพักในคดีนี้ก็คงมีการแฉออกมา
ถ้าผมคิดเอาเองเค้าคงไม่ต้อมาน
Not Available … Mon, 16/04/2012 - 00:38
In reply to ถ้าหนังสือมันไม่ถูกกว่า 9.99 by lew
ถ้าผมคิดเอาเองเค้าคงไม่ต้อมานั่งเจรจาต่อรองให้ขายแพงขึ้นกันหรอกมั้งครับ
แต่มาคิดๆดูผมยอมคุณก็ได้ครับคงใช้คำกว้างไป ถูกของคุณว่าถ้าดูแค่ Amazon เค้าไม่ได้ไม่บังคับหรอกครับ แค่ถ้าไม่ยอมขายราคานี้ก็ไม่ต้องเอามาขายใน Store ฉันนะเท่านั้นเองเรียกว่าโดนบีบคงได้กระมัง แต่พอประกอบกับรัฐฟ้องเพราะจะเอาไปขายที่อื่นในราคาที่ต้องการก็โดนรัฐออกมาฟ้องอีกแบบนี้ ทำงานกันเป็นทีมดีครับ สรุปว่าทุ่มตลาด/ผูกขาดได้แต่กำหนดราคาเองไม่ได้ซะงั้น? แล้ว สนพ.ทำอะไรได้ครับ? ต้องขาย 9.99 เท่านั้นหรือ? ถ้าไปหาตลาดใหม่ก็ต้องขาย 9.99 นะ ซึ่งตลาดไหนจะทำได้ถ้าไม่พร้อมเหมือน Amazon ที่มีทุนเดิมอยู่เยอะกว่าชาวบ้านเค้า
ผมก็ไม่รู้นะถ้าเกิด สนพ.เลิกขาย Ebook ขึ้นมาเพราะรับราคาไม่ได้เนี่ย การที่ยังมีให้เลือกแต่แพงขึ้น กับไม่มีให้เลือกแต่ก็แพงเหมือนกันเนี่ย อันไหนจะดีมากกว่า คงต้องดูในระยะยาวไปล่ะครับ
ส่วนตัวผมคิดว่าหนังสือเนี่ยที่มันแพงเพราะ Content นะครับ จริงอยู่ E-book ไม่ต้องมีต้นทุนการผลิตและ Logistic ก็ตามแต่มันก็ยังมีการตลาดและค่า Content อยู่ดีซึ่งผมเห็นว่ามันเป็นส่วนหลักของราคาหนังสือด้วยซ้ำไป สำหรับนิยายอย่างดีติดตลาดลองคิดราคากระดาษ ค่าพิมพ์ ค่าเข้าเล่มเฉพาะส่วนที่ต่างกับ Ebook ดูก็ยังไม่ถึงครึ่งของราคาหนังสือด้วยซ้ำไปครับ ดังนั้นถ้า Ebook ยังถูกกว่าเล่มจริงอยู่ในระดับที่เห็นความแตกต่างได้ยังไงก็รับได้อยู่เพราะไม่มีใครบังคับคุณเลยสักนิดเดียว แต่กลับกันหากรัฐเข้ามาควบคุมราคาแบบกรณีนี้นั่นย่อมหมายถึงผลกระทบส่วนใหญ่ไปลงที่ค่า Content นั่นแหละที่จะลดลงเพราะต้นทุนอื่นๆมันก็ยังอยู่ของมันอย่างนั้น ทีนี้ผลก็ตกไปที่นักเขียนตรงๆเลยแหละครับ เมื่อการสร้างสรรค์ผลงานไม่ทำเงินให้มากพอแล้วใครจะไปอยากทำ ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงต้องขอบคุณกระทรวงฯ ที่ได้ทำลายมูลค่าของงานวรรณกรรมด้วยละกันครับ
จริงๆเรื่องนี้รัฐยังไม่ควรเข้ามาเกี่ยวเลยครับ ปล่อยเอกชนเค้าสู้กันไป ผมถึงตั้งข้อสังเกตแต่แรกว่ามันน่าจะมีอะไรมากกว่าที่เห็นแน่ๆ เอาแค่ถามว่ามีเหตุผลอะไรที่ถ้าเคยตั้งราคามาประมาณหนึ่งแล้วจะเปลี่ยนแปลงราคาไม่ได้? แล้วถ้าราคาเดิมมันไม่ได้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงล่ะ ก็เปลี่ยนไม่ได้เหรอ? ซึ่งก็ต้องดูผลคดีกันต่อไป
***
put4558350 Mon, 16/04/2012 - 02:24
In reply to ถ้าผมคิดเอาเองเค้าคงไม่ต้อมาน by Not Available …
*** สรุปว่าทุ่มตลาด/ผูกขาดได้แต่กำหนดราคาเองไม่ได้ซะงั้น? แล้ว สนพ.ทำอะไรได้ครับ? ต้องขาย 9.99 เท่านั้นหรือ? ถ้าไปหาตลาดใหม่ก็ต้องขาย 9.99 นะ ซึ่งตลาดไหนจะทำได้ถ้าไม่พร้อมเหมือน Amazon ที่มีทุนเดิมอยู่เยอะกว่าชาวบ้านเค้า ***
เอาประโยคนี้มาอธิบายเลยก็แล้วกัน Amezon ไม่ใด้กำหนดว่าขายที่อื่นก็ต้องไม่ต่ำกว่า $9.99 จึงไม่ผิดกตหมายเรื่อง price fixing
แต่ apple เข้ามาคุยกับสำนักพิมพ์ 7 แห่ง แล้ว สำนักพิมพ์ 7 แห่ง บีบ Amazon ให้ปรับราคาขึ้นเป็น $12.99 เท่าที่ขายบน apple ... จึงผิดกตหมายเรื่อง price fixing
ส่วน Amezon ทุ่มตลาดหรือไม่ ต้องไปดูว่าทำผิดข้อต่อไปนี้ "ทุกข้อ" หรือไม่
ดังนั้น * คำถามไม่ไช้ ทำไม Amazon ตั้งราคาต่ำ แต่เป็น ทำไม apple เข้ามาพร้อมตั้งราคาสูง แล้วสำนักพิมพ์ 7 แห่ง ก็บีบให้ Amezon ตั้งราคาสูงตาม *
ลองหาดูก็ใด้เวลาขายของแล้วโรงงานตั้งราคาสินค้าใหม่ จะตั้งว่า rrp หรือ "recommend retire price" หรือ "ราคาขายปลีกที่แนะนำ" และถ้าของชิ้นนั้นมันขายไม่ดี ร้านค้าสามารถลดราคาเพื่อโละใด้ทันที
อ่านดูแล้วเหมือนวงการยี่ปั๊ว
amdo Sat, 14/04/2012 - 00:27
อ่านดูแล้วเหมือนวงการยี่ปั๊ว ซาปั๊วหนังสือไทย
ใครอยากเอา pocketbook หรือนิตยสารขายก็โดนค่าสายส่ง 35-40% ของราคาปกไปแล้ว โมเดลน่าจะคล้ายๆ กับของ apple อยู่เหมือนกัน
เจอค่าสายส่งไป 40% ไหนจะเจอต้นทุนกระดาษแพงอีก ถ้าออนไลน์บูมคนทำหนังสือคง happy เพราะลดต้นทุนค่ากระดาษ โรงพิมพ์ไปได้เยอะ (อาจมาบวมค่า production แทน)
ทั้งนี้ทั้งนั้น น่าเสียดาย คนไทยไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือ
ถ้า ทนายของฝั่ง apple และ
BLiNDiNG Sat, 14/04/2012 - 00:48
ถ้า ทนายของฝั่ง apple และ สำนักพิมพ์ทั้ง 7 (ฟังดูคุ้นๆ คล้ายๆ สโนวไวท์ แอปเปิล และ คนแคระทั้ง 7 เลย)
สามารถแก้ต่างได้สมเหตุสมผลจริงๆ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐจะแพ้รึเปล่า (สงสัยมาก ว่าระบบเค้าเป็นยังไง)
กระทรวงยุติธรรมที่ว่าก็คือฝ่า
altimate Sat, 14/04/2012 - 08:11
In reply to ถ้า ทนายของฝั่ง apple และ by BLiNDiNG
กระทรวงยุติธรรมที่ว่าก็คือฝ่ายอัยการของรัฐครับ กรณีที่ฝ่ายรัฐแพ้ก็คือยกฟ้องแค่นั้น ไม่มีใครต้องจ่ายค่าเสียหายให้ฝ่ายถูกฟ้อง
ประเด็นคือ ฮั้วราคากัน
deeplite Sat, 14/04/2012 - 01:49
ประเด็นคือ ฮั้วราคากัน ผู้บริโภคเสียประโยชน์
อ่านหัวเรื่องแล้วนึกถึงสโนว์ไ
JomMarn Sat, 14/04/2012 - 03:18
อ่านหัวเรื่องแล้วนึกถึงสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด
งั้นอเมซอนก็เป็นแม่มดสินะครับ
hisoft Sat, 14/04/2012 - 03:57
In reply to อ่านหัวเรื่องแล้วนึกถึงสโนว์ไ by JomMarn
งั้นอเมซอนก็เป็นแม่มดสินะครับ (O_o)
555555
CrazyPower Sat, 14/04/2012 - 11:11
In reply to อ่านหัวเรื่องแล้วนึกถึงสโนว์ไ by JomMarn
555555
เคสนี้ผมเชียร์ไม่ถูกเลย
altimate Sat, 14/04/2012 - 08:14
เคสนี้ผมเชียร์ไม่ถูกเลย เพราะมีเหตุผลกันทั้งคู่ ฝ่ายอเมซอนใช้วิธีกดราคาถูกๆเพื่อกระตุ้นตลาดอีบุ๊ค ถ้าไม่ทำแบบนี้กว่าอีบุ๊คจะแพร่หลายก็คงใช้เวลานานกว่านี้มาก ส่วนฝ่ายสำนักพิมพ์เจอกดราคาหนักๆก็จะตายเอาเหมือนกัน เพราะค่าใช้จ่ายหลายอย่างก็มีแล้วยังทำกำไรได้น้อย อาจทำให้คุณภาพงานลดลงได้ เพราะผู้เขียนที่เก่งๆอาจไม่มีแรงจูงใจที่จะเข้ามาเขียนหนังสือแล้ว แต่ถ้ากำหนดราคาแพงไปผู้บริโภคก็เข้าถึงได้ยากอีก
งานนี้ถอยกันคนละก้าว แล้วหาจุดลงตัวที่วินวินกันทุกฝ่ายจะดีสุดอ่ะ
ฟังดูเหมือนอเมซอนน่าจะโดนข้อห
SleeperMoNKeY Sat, 14/04/2012 - 09:16
ฟังดูเหมือนอเมซอนน่าจะโดนข้อหาทุ่มตลาดมากกว่าอีกนะ
แต่ถ้างั้นตลาดอีบุ๊คไม่มีวันเ
tekkasit Sat, 14/04/2012 - 09:45
In reply to ฟังดูเหมือนอเมซอนน่าจะโดนข้อห by SleeperMoNKeY
แต่ถ้างั้นตลาดอีบุ๊คไม่มีวันเกิดแน่ เพราะสำนักพิมพ์ต้องการให้ขายหนังสืออีบุ๊คที่ถึงมือผู้บริโภคไม่ต่ำกว่ากว่าราคาหน้าปกหนังสือเล่มที่มีอยู่ในตลาด คืออย่างน้อยๆสำนักพิมพ์ไม่มีอยากให้มันต่ำกว่าราคาหนังสือปกอ่อนแน่ๆ เพราะกลัวว่าลูกค้าจะแห่ไปซื้อฉบับอีบุ๊คเสียหมด ถ้าอย่างงั้นใครจะไปซื้อฉบับอีบุ๊คกัน เพราะไหนๆจะต้องลงทุนซื้อเครื่องอย่างน้อยๆสมัยนี้ 99 เหรียญถึง 139 เหรียญ ซึ่งคิดเป็นหนังสือปกอ่อนได้เป็นสิบเล่ม
ประเด็นคืออเมซอนมี economic of scale อย่างมากในช่องทางการจำหน่ายแบบใหม่ (ทั้งหน้าร้านอเมซอนที่มีสินค้าให้เลือกเยอะแยะ, ระบบคอมพิวเตอร์ cloud, ฯลฯ) มาลดราคาขายปลีก
ผมว่าสุดท้าย สำนักพิมพ์จะโดนบังคับให้ระบุขั้นต่ำส่วนแบ่งต่อปกเป็นเหรียญ และถูกกำหนดว่าราคาขายส่งหนังสือเล่มต้องไม่ต่ำกว่านั้น และนั้นจะเป็นราคาที่ผู้ขายอีบุ๊คต้องจ่ายให้แก่สำนักพิมพ์ต่อการขายต่อเล่ม ซึ่งเป็นแบบนี้ผู้ซื้อจะแห่ไปซื้ออีบุ๊คอยู่ดี เพราะในระดับใหญ่ (large scale) ต้นทุนในการขายแบบอิเล็กทรอนิกส์มันถูกว่าการผลิตหนังสือเป็นเล่มๆอย่างแน่นอน (ค่ากระดาษ,ค่าขนส่งหนังสือ,ค่าสต็อคหนังสือ ฯลฯ) สิ่งกลายเป็นว่าหนังสืออีบุ๊คจะกินส่วนแบ่งขึ้นไปเรื่อยๆ
ซึ่งมันจะเกิดสิ่งที่พ่อค้าคนกลางอย่างสำนักพิมพ์กลัว การศูนย์เสียการควบคุม เพราะสำนักพิมพ์เหล่านี้ไล่กว้านซื้อลิขสิทธิ์จากนักเขียนและกอดแต่ลิขสิทธิ์เนื้อหามายาวนานมาก ไม่รู้จักปรับตัว และไม่เคยแม้แต่จะสำรวจความต้องการผู้ซื้อ,สนใจเทคโนโลยีใหม่ๆเช่น อีบุ๊ค,ข่องทางขายปลีกอิเล็กทรอนิกส์ ที่อเมซอนลงทุนมาอย่างยาวนานมากและกลัวว่าวันใดวันหนึ่งอเมซอนจะมีอำนาจผูกขาดช่องทางจำหน่ายหนังสือและกำหนดราคาขายปลีกให้แต่สำนักพิมพ์เอง
ถ้าเป็นแบบนี้จริง ๆ ผมว่า
alcanfane Sat, 14/04/2012 - 12:37
In reply to แต่ถ้างั้นตลาดอีบุ๊คไม่มีวันเ by tekkasit
ถ้าเป็นแบบนี้จริง ๆ ผมว่า Amazon ก็น่าจะเป็นคนผูกขาดมากกว่าอยู่ดีคับ
จากย่อหน้าสุดท้ายเหมือนคุณจะบ
Not Available … Sat, 14/04/2012 - 13:29
In reply to แต่ถ้างั้นตลาดอีบุ๊คไม่มีวันเ by tekkasit
จากย่อหน้าสุดท้ายเหมือนคุณจะบอกว่าให้แต่ละสำนักพิมพ์ไปเปิด E-book Store ของตัวเองหรือครับ ผมว่ามันจะวุ่นวายกว่าเดิมอีกนะ
ตอนนี้ผมรู้สึกว่าเหมือน Amazon พยายามทำตัวเป็น สนพ. เองซะมากกว่า
แล้วมันผิดหรือครับ??? สำนักพิ
lew Sun, 15/04/2012 - 23:53
In reply to จากย่อหน้าสุดท้ายเหมือนคุณจะบ by Not Available …
แล้วมันผิดหรือครับ???
สำนักพิมพ์หลายสำนักพิมพ์บนเว็บของตัวเองก็มีหน้าร้านของตัวเองจริงๆ พร้อมๆ กับขายช่องทางอื่นๆ ไปด้วย ตลาดเสรีมันก็ไม่ผิดอะไรนี่ครับ
ผมก็ไม่ได้ว่ามันผิดนี่ครับ
Not Available … Mon, 16/04/2012 - 00:07
In reply to แล้วมันผิดหรือครับ??? สำนักพิ by lew
ผมก็ไม่ได้ว่ามันผิดนี่ครับ ผมบอกว่ามันคงวุ่นวายน่าดูเหมือนตอนนี้นี่แหละ เอาแค่ Ebook store ในไทยก็ไม่รู้กี่เจ้าแล้ว บางเจ้าก็ทำเหมือนขอไปที แต่มันไม่ผิดครับถูกผิดในเรื่องแบบนี้ผมไม่ใช่คนตัดสิน ผมก็แค่แสดงความเห็นของผมว่าอยากให้มันเป็นเช่นไร และย้ำประเด็นว่าผมเข้าใจที่เค้าต้องการสื่อถูกมั้ยแค่นั้นแหละครับ ไม่ได้ไปตัดสินเลยว่าใครถูกใครผิดเลย ซึ่งผมว่าคุณก็คงเข้าใจได้ว่า วุ่นวาย ไม่ใช่ว่าจะต้อง ผิด ไปด้วยซะหน่อย
จริงๆเห็นว่าโมเดลที่น่าจะสะดวกที่สุดก็ควรทำเป็นเหมือนหนังสือเล่มจริงนี่แหละ ไม่ต้องไปผูกว่าหนังสือเล่มนี้ผูกกับสโตร์เจ้านี้ให้มันแน่นหนามากนัก แบบแต่ละ สนพ. ก็เอามาขายตาม Se-ed นายอินทร์ คิโนฯ แล้วใครจะลดราคาอะไรก็ตั้งกันไปตามกลยุทธ์การตลาดของตนไป ไม่ใช่ว่าลดราคามาซะเวอร์เองแล้วพอ สนพ.ไม่เอาด้วยแล้วกลายเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้
สำนักพิมพ์ก็เลือกขายกับตลาดอื
dokapom Mon, 16/04/2012 - 03:00
In reply to แล้วมันผิดหรือครับ??? สำนักพิ by lew
สำนักพิมพ์ก็เลือกขายกับตลาดอื่นไง
หนักเข้าๆ
dokapom Mon, 16/04/2012 - 03:07
In reply to จากย่อหน้าสุดท้ายเหมือนคุณจะบ by Not Available …
หนักเข้าๆ เขาก็ไล่ให้ไปทำเว็บเอง หรือไม่ก็เปิดร้านขายเอง =..="
สำนักพิมพ์แต่ละรายมีสิทธิ์กำห
Iterator Sat, 14/04/2012 - 11:08
สำนักพิมพ์แต่ละรายมีสิทธิ์กำหนดราคาของตัวเอง
แต่ถ้าวงการเดียวกันสมคบกัน กำหนดราคาและ supply น่าจะเข้าลักษณะ Cartel
ส่วนเรื่อง อเมซอนผูกขาดหรือไม่ ไม่น่าจะใช่ เพียงแต่ อเมซอนได้ประโยชน์
และรับความเสี่ยงไปในตัวจากการเป็น First Mover ในหลาย ๆ กรณี
สภาพการแข่งขันโดยรวมก็ไม่ได้เสีย เพราะมีผู้เล่นรายอื่นๆเริ่มเข้ามาในตลาดแล้ว
แต่ละรายพยายามสร้างการผูกขาดโดยนัยโดยวิธีต่างๆนานา ตามธรรมชาติของผู้
ประกอบการ
ผมมองว่าการกดราคา ebook ลงต่ำจาก หนังสือกระดาษ ตามปกตินั้นสะท้อน
สถานการณ์ความเป็นจริงทางเทคโนโลยี ที่สอดคล้องกับ ecosystem ที่เกิดขึ้นใหม่แล้ว
ebook (เสมือน) ไม่มีต้นทุน logistic ต้นทุนกระดาษ ต้นทุนการจัดพิมพ์
ข้อจำกัดในการเผยแพร่แบบเดิม ๆ อันได้แก่ระบบที่เป็น physical เช่นช่องทางจำหน่าย
การจัดส่ง จัดพิมพ์ ซึ่งต้องใช้เครื่องมือและการลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้เกิดการผูกขาดโดยธรรมชาติที่เดิมต้องยอมรับ
และทำให้เกิดธุรกิจสำนักพิมพ์ แต่มันถูกทำลายไปด้วย เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นและ ecosystem ใหม่กำลังฟอร์มตัว
บรรดาสำนักพิมพ์คงต้องมานิยามคุณค่าของธุรกิจกันใหม่ การดิ้นรนแบบนี้ถึงชนะก็เป็นเรื่องระยะสั้น
แม้ว่าจะสามารถผูกขาด title เก่า ๆได้ แต่สำหรับ title ใหม่ ๆ ก็มีทางเลือก ไม่ว่าจะเป็น digital publisher
โดยเฉพาะ หรือเข้าตรงกับ platform provider หรือแม้แต่ เขียนเองขายเอง
(อนาคตอาจมี open platform สำหรับด้านนี้เข้ามาเป็นทางเลือกอีก)
สรุปคือ อะไรคือ คุณค่า และ ส่วนแบ่ง ที่ควรได้รับ ภายใต้สถานการณ์ใหม่
ผู้เขียน สำนักพิมพ์ ผู้จัดจำหน่าย ผู้อ่าน
เจ้านึงบอกให้ขายถูก(หรืออาจแพ
iStyle Mon, 16/04/2012 - 17:24
เจ้านึงบอกให้ขายถูก(หรืออาจแพง)กับตัวเอง ไม่งั้นก็ไม่ต้องขาย
อีกเจ้าบอกให้ขายตัวเองถูกที่สุด ห้ามขายที่อื่นถูกกว่า
ผมว่าเจ้าหลังผิดกว่า