ศาลเริ่มไต่สวนมูลฟ้องในคดีออราเคิลฟ้องกูเกิลเรื่องสิทธิบัตรจาวา (เป็นกระบวนการก่อนการไต่สวนอย่างเป็นทางการ) โดยผู้พิพากษา William Alsup ให้ความเห็นว่าข้อเรียกร้องของทั้งสองบริษัทไม่สมเหตุสมผลทั้งคู่
ผู้พิพากษา Alsup บอกว่าตัวเลขความเสียหาย 6.1 พันล้านดอลลาร์ที่ออราเคิลเรียกร้องจากกูเกิลไม่สมเหตุสมผล เพราะฝ่ายออราเคิลใช้หลักการประเมินความเสียหายว่า จาวาเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของแอนดรอยด์ และตีมูลค่าความเสียหายจากมูลค่าตลาดทั้งหมด (entire market value) ซึ่งศาลเทียบว่ารถยนต์ทุกคันต้องมีพวงมาลัย แต่พวงมาลัยไม่ได้สะท้อนตลาดรถยนต์ทั้งหมด
Alsup ได้ "เสนอ" (ยังไม่ได้ "สั่ง") ให้ออราเคิลไปประเมินมูลค่าความเสียหายมาใหม่ โดยอ้างอิงจากราคา 100 ล้านดอลลาร์ที่ซันเคยเรียกร้องไปยังกูเกิล แต่กูเกิลไม่ยอมจ่าย
ในฝั่งของกูเกิล ข้อคัดค้านของกูเกิลคือรายได้ที่มาจากโฆษณาของกูเกิลไม่เกี่ยวกับแอนดรอยด์เลย ซึ่งศาลก็ปฏิเสธว่าเป็นไปไม่ได้เช่นกัน
ในการไต่สวนรอบนี้ ฝ่ายกูเกิลต้องเปิดเผยหลักฐานการเจรจากับซันในอดีต ซึ่งหลักฐานที่น่าสนใจคือ
- อีเมลของ Andy Rubin เมื่อปี 2005 ระหว่างการเจรจากับซันว่า ถ้าตกลงกับซันไม่ได้ ทางเลือกของกูเกิลมีสองทาง ทางแรกคือเปลี่ยนไปใช้ C# และ CLR ของไมโครซอฟท์ ทางที่สองคืออิงอยู่บนจาวาต่อไป แล้วไปต่อสู้คดีในอนาคต
- อีเมลของวิศวกรกูเกิลส่งถึง Andy Rubin รายงานผลสำรวจทางเลือกอื่นๆ นอกจากจาวา ซึ่งข้อสรุปของวิศวกรก็คือทางเลือกอื่นๆ ไม่เหมาะสม และแนะนำว่ากูเกิลควรจ่ายเงินค่าสิทธิบัตรจาวา
หลักฐานสองชิ้นนี้เป็นสิ่งยืนยันสำคัญว่า กูเกิลรู้อยู่เต็มอกว่าจะละเมิดสิทธิบัตร แต่ก็ยังเดินหน้าต่อไป ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อการสู้คดีของกูเกิลในชั้นลูกขุน (ศาลสหรัฐใช้ระบบลูกขุน)
กระบวนการพิจารณาคดียังเหลืออีกไกล แต่ดูความเห็นของศาลแล้ว น่าจะจบลงที่กูเกิลยอมจ่ายเงิน แต่ลดจำนวนลงจากหลัก "พันล้าน" ที่ออราเคิลเรียกร้อง
ที่มา - Bloomberg, FOSS Patents, Reuters




Comments
ไม่น่าเลยกูเกิล J# ก็มีให้ใช้
ถ้ากูเกิลยอมเปลี่ยนมา อาจจะกลายเป็นผู้สนับสนุน J# ตัวหลักของ .NET ไปแล้ว
My Blog
ผมก็มองว่า เป็นไปไม่ได้เหมือนกันที่ Google จะใช้ .NET ครับ
asdfghjkl;'
เอ ทำไมรึครับ?
My Blog
ไม่มีไรครับ แค่เป็นความรู้สึกส่วนตัวเฉย ๆ ว่ากูเกิลคงยากที่จะใช้ .NET อีกอย่าง Visual Studio มันก็ไม่ฟรี แม้ว่าอาจจะมี IDE ตัวอื่นที่ใช้เขียน J# ได้ แต่คิดว่าคงสู้ Visual Studio ไม่ได้ ผมแค่มองว่า ไม่ใช่ "ทาง" ของกูเกิลนะครับ
asdfghjkl;'
ผมไม่เห็นว่าใช้ Java แล้วจะมี IDE ดีๆ Eclipse ก็ไม่ได้ดีไปกว่า VS
แล้วระดับ Google ไม่น่าจะเป็นปัญหาถ้าจะ Config Eclipse ให้คอมไพล์ .NET ได้
แล้ว Visual J# Express ก็มีครับ หรือ MonoDevelop ก็มี
ผมว่าที่จะ "ต้องจ่ายค่าสิทธิบัตรให้ Oracle" มันก็ไม่ใช่ "ทางของ Google เหมือนกัน"
My Blog
ผมก็ไม่ได้บอกว่ามี IDE ที่ใช้เขียนจาวาเจ๋ง ๆ นะครับ สำหรับผม ยังไงถ้าเทียบความง่ายแล้วสู้ VS ไม่ได้หรอก
ขึ้นชื่อว่า Express ผมเห็นทุกตัวก็จำกัดฟีเจอร์กันทั้งนั้น อยากใช้เต็มต้องซื้อเพิ่ม
แนวทางของกูเกิลน่าจะชอบแบบระบบที่มันเปิดมาก ๆ ซึ่งผมไม่รู้ว่า .NET มันเปิดแค่ไหน แม้จะมีเปิดบ้างก็เถอะ
asdfghjkl;'
Express เท่าที่ผมรู้จักมันจำกัดแค่การเรียกใช้ Database ที่ไม่อนุญาตให้ใช้ MSSQL Server รุ่นเต็มได้ครับ นอกนั้นไม่ค่อยมีปัญหาอะไร (WP7 SDK ก็ฟรี เรียกใช้ได้เลย)
ถึงยังไงก็รอดูท่าทีของกูกิลละกัน ส่วนเครื่องมือที่พัฒนาบน Android ณ ตอนนี้ สำหรับผมแล้วขอบอกว่า เซ็ตยุ่งยากชมัด -*-
ขอบคุณที่มาเพิ่มข้อมูลครับ
เรื่องเครื่องมือที่ใช้เขียนแอนดรอยด์ผมเห็นด้วยว่ามันแย่มาก ๆ ผมเคยคุยกับเพื่อน ๆ ว่าพอเขียนโปรแกรมแอนดรอยด์แล้วรันดู แล้วหันไปมองโปรแกรมบนไอโฟน รู้สึกได้ว่าทำไม UI ของไอโฟนมันงามกว่านะ
asdfghjkl;'
ของ OpenSource มักจะเป็นแบบนี้แหละ ทำอะไรยุ่งยาก เพราะเขารอเก็บค่า Support ถ้าไม่อยากเสียเงิน ก็ต้องศึกษาเองอย่างหนัก (หน้าแก่ซะก่อน) เอาตรงกลางดีกว่าครับ ราคาไม่เว่อร์และมีส่วนต่อขยายที่ฟรี ๆ ดี ๆ ก็โอเคแล้ว
น่าจะเพราะ eclipse มันฟรีสำหรับ dev ทั่วไปรึเปล่าครับ?
หนับหนุนให้มาใช้ .net
เพราะจะเข้าทางผมเลย 555+
I have your six!!!
google น่าจะขุด go ขึ้นมาใช้
^^
Harmony จะโดนลูกหลงไปด้วยไหมเนี้ย
http://last0ne.multiply.com
ไม่รู้จะเข้าข้างใครแล้วถ้าพูดอย่างนี้
This is a pen.
ขอโทษนะครับรบกวนช่วยสรุปให้ฟังทีว่าทำไมกูเกิลละเมิดสิทธิ์บัตรจาวานี้เป็นยังไง ทำไมใช้จาวาพัฒนาแล้วถึงต้องจ่ายค่าสิทธิ์บัตรให้ออราเคิล (ที่เป็นเจ้าของ) ถ้าผมจะพัฒนาโปรแกรมจากจาวามีกรณีไหนที่จะต้องจ่ายให้ออราเคิลแบบนี้บ้างไหมครับ หรือเค้ามองแค่ว่ามีรายได้มหาศาลถึงจะต้องจ่ายอะไรแบบนี้
ไม่เกี่ยวนี่ครับ คุณจะใช้จาวาเขียนโปรแกรมเลี้ยงชีพ ก็เขียนไปไม่ผิดอะไร ที่เค้ามีเรื่องมีราวกันมันเกี่ยวกับตัวแอนดรอยด์รันไทม์ (Dalvik Virtual Machine)
asdfghjkl;'
ในทางกระบวนการศาลเรียกขั้นตอนนี้ว่า 'ไต่สวนมูลฟ้อง' เพื่อจะดูว่าคำฟ้อง (คำร้อง,ข้อเรียกร้อง) ของแต่ละฝ่ายเหมาะสมที่จะดำเนินกระบวนการพิจารณาต่อไปหรือไม่ครับ
Anti - P
ขอบคุณครับ แก้ตามนั้น
my disclaimer
Objective C ผมรู้จักเพราะ iOS ถ้า Go จะดังเพราะ Android ด้วยก็คงดี
Google is evil!
My Blog -> http://paiboonpa.wordpress.com
ขอให้เปลี่ยนมาใช้ C# โดยพลัน XD
GG พัฒนาภาษาใหม่ ๆ ให้คนรุ่นหลังบ้างก็คงดี
Go Lang ไงครับ http://golang.org/
กินตับทำให้ร่างกายแข็งแรง
งั้นก็น่าจะใช้ Go นะครับ รู้ทั้งรู้ว่าละเมิดสิทธิบัตร
เพราะไม่มีคนใช้ Go ครับ มีแต่คนใช้ Java ไม่ก็ Python
ตอนแรกกูเกิลก็สนับสนุนให้ใช้ Python แต่ทั้งภายนอก ภายใน กดดันให้ใช้ Java
พอ SUN โดน Oracle ซื้อไปก็เจ๊งทันที
My Blog
มันยังไม่นิยมหรือมีข้อเสียยังไงบ้างครับ ขอถามเป็นความรู้หน่อยครับ
ใช่ครับ มันยังไม่นิยมเพราะมันใหม่เกินไปครับ (ซึ่งไม่รู้ว่ามันจะบูมได้รึเปล่าเหมือนกัน)
สำหรับผมแล้ว มันก็ไม่ชินมือเท่าไหร่ โดยหลักมันก็เป็นภาษาง่ายๆเหมือนภาษา Script ทำให้รู้สึกขัดๆ ถ้าจะคิดว่ามี Code ภาษานี้เป็นหน้าๆ
ส่วนตัวผมชอบแนวคิดมันมากเลยนะ ที่ว่ามันจะ Compile ตอน Deploy แต่อยากให้มันเหมือน Java หรือ C# มากกว่านี้
ที่มันฝืดๆอีกอย่างคือหน้าตามันก็เหมือนภาษาตระกูล C แต่พอเขียนจริงๆ มีกฏขัดๆมือหลายอย่าง
อย่างเช่น เพราะมันไม่มี ; เลยให้ newline มาควบคุมการเปิดปิดคำสั่งแต่ละบรรทัด ปีกกาเปิดต้องอยู่บรรทัดเดียวกันกับ function ที่สร้าง (คนคิดภาษานี้อ้างว่า เพื่อให้มันเขียนง่าย แต่ผมว่ามันเสียความ flexible ไปเยอะ)
แล้วก็มีการใช้ตัวย่อเยอะ โดยเฉพาะชื่อ library
เอาจริงๆอย่าว่าแต่ Go เลยครับ Python คือภาษาอันดับสองใน Google ด้วยซ้ำ อันดับ 1 คือ Java ทั้งที่ตอนแรก Google หนุน Python ให้เป็นภาษาหลักใน GAE แต่ไปๆมาๆก็ต้องยก Java ขึ้นด้วย เพราะมีแต่คนเรียกร้อง
ส่วนตัวผมก็ชอบภาษาปีกกา ที่เป็น OOP Strong Type และ Compiled ทำให้ผมเลือกใช้ Java ไม่ใช่ Python
My Blog
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ ผมก็ชอบเหมือนกันไอ้ปีกกาเนี่ยไม่รู้เป็นไร 55
+1 เรื่องPython
C++ หายไปไหนเหรอครับ Python เป็นภาษาอันดับสามใน Google ครับ
T, B
ลืมครับ จำผิด ขอโทษครับ
My Blog
ไม่ๆๆๆๆ
ปีกกา พาตาลายมากๆเลย
ไม่นะ!!
อุ๊ กับ python...
Go นี่มาทีหลังนานเลยนะครับ แถมเป็นภาษาแบบ compiler ซึ่งไม่ตรงจุดประสงค์ด้วย
my disclaimer
ผมว่าเราไม่ควรไปตัดสินแทนเขาว่าต้องใช้ภาษานู้นภาษานี้ เขาน่าจะมีเหตุผลมากมายที่เราอาจไม่รู้ในการใช้ Java ของเขา ไม่ว่าจะเป็นเชิงเทคนิค ศักยภาพบุคลากร เทคโนโลยี หรือปัจจัยอื่นที่ผ่านการคัดกรองมาแล้ว อย่าลืมว่าเขาได้ Brainstorm จากหัวกะทิขององค์กรเขามาแล้ว ถ้าเปรียบเทียบกับมุมมองส่วนตัวของเรามันแคบกว่าของเขาเยอะครับ
+Autthapon | BLOG
+1
ไม่มีระบบใดในโลกที่สมบูรณ์แบบ..จิตใจของมนุษย์ก็เช่นเดียวกัน...
+1
สิ่งที่เขาไม่กล้าเปลี่ยนและต้องยอมเสียเงิน เพราะ Java Ecosystem มันใหญ่มาก และ Devper ส่วนใหญ่ก็เรียนรู้เครื่องมือพัฒนาไปแล้ว หากเปลี่ยนภาษาตอนนี้ Android สะดุดแน่ ถ้าเปลี่ยนใช้ C# Microsoft ก็จะตามไล่บี้ จะใช้ภาษาอื่น ๆ ก็ไม่เหมาะสม เอาเป็นว่ายอมเสียเงินดีกว่า
ไม่ว่าจะกว้างหรือแคบ ถ้ามันถูกก็คือถูกครับ
มองกว้างไปก็เท่านั้น ต่อให้กว้างแค่ไหน เมื่อมันผิดก็คือผิด
กลับกัน คนที่มองแคบ แต่มองถูก เขาก็สำเร็จ
เราจะมองให้กว้างแค่ไหน ให้ BrianStorm จากหัวกะทิมันก็แค่ในบริษัท
การที่กูเกิลเลือกที่จะไม่จ่ายค่าสิทธิบัตร Java ให้ซัน ก็เป็นส่วนเล็กๆที่ทำให้ SUN ล่ม จนออราเคิลมาซื้อแล้วถึงโดนฟ้อง ไม่ว่ายังไงก็คือการเดินเกมพลาดของ Google รวมไปถึงการที่ไม่ยอมปรับเปลี่ยนเชิงเทคนิคและบุคลากร กลับเลือกที่จะยอมเสี่ยงไปกับ Java ก็เช่นกัน
จะมองกว้างแค่ไหน ถ้าพลาด มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร
My Blog
ทางที่ถูกก็คือเค้ามองว่าการจ่ายค่าสิทธิบัตร Java น่ะคุ้มแล้ว แต่สิ่งที่ผิดก็คือกูเกิ้ลดันเล่นลูกไม้ไม่ยอมจ่ายให้ Sun ง่ายๆ เลยต้องมาเจอหมูเขี้ยวตันอย่าง Oracle แทน
ใช่ครับ แต่นี่ก็คือหลักฐานว่า การ BrainStorm จากหัวกะทิ และมองอย่างรอบด้านแล้ว ก็ผิดพลาดอยู่ดี จึงไม่ควรเอามาอ้างไม่ให้คนอื่นพูด
My Blog
พูดได้ยาก ว่าพลาดหรือไม่พลาด หรือผิดหรือถูก
เส้นทางแห่งอนาคต เราได้แต่คาดคิดไปเอง
ใครจะไปรู้ว่าถ้าตอนนั้นเลือกเส้นทางอื่น อาจจะทำให้ มาไม่ถึงวันนี้ก็เป็นได้ ทางเลือกมีข้อดีข้อเสีย ปัจจัยบวกลบ เมื่อเลือกแล้ว อาจจะต้องรับผลเสียมาด้วยแลกกัน
การโดนฟ้องและต้องเสียเงินอาจเป็น ความสูญเสียที่จำเป็น
มองในแง่เงินแล้วเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มาก ๆ
ถ้าวันนั้นเลือก .net c# ใครจะไปรู้ว่า
อาจจะออกมาไม่ทัน โดนกินตลาดไปหมดก่อน เพราะหาบุคลากรที่เชี่ยวชาญ .net CLR ได้น้อยกว่า และ หา open source ที่ mature เทียบกับฝั่ง jvm ได้ยากกว่า
ประเด็นข้อกฎหมายกับทางฝั่ง ms ใช่ว่าอาจจะไม่มีเลย บางที เขาไม่ฟ้องเพราะ มันยังไม่ไปกระทบผลประโยชน์เขา และเขาอาจจะใช้มันเมื่อถึงสถานการณ์
ผู้พัฒนาที่จะเข้าร่วมอาจจะต้องใช้เวลามากขึ้น ในการเรียนรู้ โปรแกรมเมอร์ฝั่ง .net ที่มีมากเป็นชนกลุ่มใหญ่ ถูก spoil ด้วย ความสมบูรณ์ของ GUI builder และ กระบวนการสำเร็จรูป ที่อิงกับ tool ของ ms มาก อาจจะไม่สามารถ ทำงานกับ เครื่องมือที่พัฒนามาจากฝั่ง google ได้
tool stack ที่หาได้โดยค่าใช้จ่ายต่ำ ทั้งฟรี หรือแม้แต่ในองค์กรณ์ของ google เอง ถ้าเป็นฝั่ง .net อาจจะต้องใช้เวลานานกว่านี้ และเสียค่าใช้จ่ายมากกว่านี้
การปรับเปลี่ยนเทคนิคและบุคลากรต้องใช้เวลา และต้นทุนถ้าตอนนั้นเลือกอีกเส้นทาง อาจจะล่าช้าอีกเป็นปี ซึ่งเวลาหนึ่งปีสำหรับสภาพการแข่งขันตอนนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก
เมื่อออกมาชนพร้อมๆกันกับ เทคโนโลยีของฝั่ง ms ผู้พัฒนาหลายคน ที่เป็น .net อยู่แล้ว คงเลือกเส้นทาง .net ที่เป็นสายหลัก มากกว่า ในเชิงการดึงดูดผู้พัฒนา ตรงนี้อาจจะเสียเปรียบ ในระยะยาวได้
แต่อย่างที่บอก นี่ก็แค่มุมมองหนึ่งของการประเมินสถานการณ์
แต่ถ้าให้ประเมินทางเลือกที่่่ผ่านมาส่วนตัวผมคิดว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว เงินที่ต้องจ่ายไปก็คงไม่ได้มากมายอะไร หรือมีผลเสียหายที่กระทบต่อ เป้าหมายหลัก
แต่น่าจะได้เวลาที่กูเกิ้ลกลับมาคิดถึงการที่ตัวเองจะมี platform/language ที่เทียบกันได้กับ java/.net ตอนตนเอง ซึ่งในปัจจุบันไม่ได้เป็นสิ่งที่ยากและต้นทุนสูงเมื่อเทียบกับ ตอน java เป็นผู้บุกเบิกลองผิดลองถูก คนทำตามทีหลังย่อมสามารถเรียนรู้ได้จาก ประสบการณ์ก่อนหน้าของผู้อื่น
เห็นด้วยกับย่อหน้าสุดท้ายครับ นักพัฒนาอยากเห็นพัฒนาการใหม่ๆ บ้าง จริงอยู่ที่การต่อยอดของเดิมเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก แต่อยากเห็นการเป็นผู้บุกเบิกของ GG บ้าง หลังๆ มานี่มันไม่ wow เลยให้ตายสิ
^
มองต่างจากด้านบนเล้กน้อย
เบรนสตอม ได้ก็จริง แต่ผมไม่แน่ใจว่า ระบบผู้บริหารหรือตัดสินใจ เขาลงมาเบรนด้วยหรือเปล่า
บ่อยครั้งที่ทีม Dev กับ Manager มักจะลงความเห็นไม่ลงรอยกัน แต่แนวทางของ Dev กับ MGR ไปคนละทาง แต่สุดท้ายต้องเดินตาม MGR
อีกอย่าง dev ส่วนใหญ่มักจะ dev ได้หลายภาษา
ปรากฏผู้บริหาร google ก็เป็นวิศวกรเลยคิดเหมือนกัน อิอิ
อืม ผมว่าพื้นฐาน infrastructure ของ google มาทาง python กับ java นะครับ ดูอย่าง app engine ก็ได้ว่าสนับสนุนอะไร technology อะไรบ้าง เขาคงต้องการควบคุม jvm เองด้วย ถ้าเปลี่ยนไปใช้ .net microsoft จะยอมให้ปรับ vm ตามใจชอบหรือ
G+ ยังใช้ java เลยครับ
Google+ ใช้ Java เหรอครับ ไม่ยักรู้แฮะ
ส่วนของ Server ใช้ Servlet ครับ
Java เร็ววววส์
ถ้า "ต้องการควบคุม JVM เอง" เลยคิดจะใช้ Java ถือว่า "คิดผิดมหันต์" ครับ
MS โดนฟ้องเพราะทำ JVM "ดีกว่ามาตรฐาน" จำกันได้หรือไม่?
ถ้าพูดกันอีกอย่างนะครับ Microsoft ปล่อยให้ Ximian ทำ Mono แล้วจะปรับแก้อะไรก็ตามใจด้วยซ้ำ เพราะ Microsoft ส่ง CLR กับ C# ไปลง Standard แล้วเปิดให้ใครมา implement ก็ได้ (Google ก็ทำ DALVIK เองแท้ๆ ไม่ยอมใช้โอกาสตรงนี้) ทาง Ximian ก็จัดเต็มเลย อัดทั้ง GTK ทั้งอะไรรวมไปกับ Mono ตัวเดียว
ตอนแรก Microsoft จำกัดไม่ให้ทำ Winform ด้วยซ้ำ กัน Library ส่วนอื่นที่นอกไปจาก System ปกติห้าม Mono ทำ
ส่วนอย่างอื่นห้ามไม่ได้เพราะเปิดเอง เอาไปลงมาตรฐาน ECMA
จริงๆ Google ก็ควรซื้อ SUN มาซะไม่ใช่ปล่อยให้ Oracle ซื้อไป
My Blog
ผมเห็นต่างนิดหน่อย MS โดนฟ้องเพราะทำลาย compatibility ครับ ตั้งแต่ตอน Java 1.1 ครับ
ทั้งๆที่ไม่ใช่รายเดียวครับที่ทำ Runtime แบบ commercial ในจังหวะนั้นมีทั้ง IBM (IBM's Java) ไม่โดนฟ้อง, Appeal Virtual Machines (JRockit) ไม่โดนฟ้อง
ใช่ครับ ก็ที่ผมบอก "ดีกว่ามาตรฐาน" ไงครับ ในมุมมองของ SUN มันคือการ "ทำลาย compatibility"
นั่นหมายถึงการที่บอกว่า Google เลือก Java เพื่อควบคุม JVM ให้ได้อย่างใจ นั้น เป็นไปไม่ได้
Microsoft ต้องหนีมาทำ CLR ของตัวเอง ถึงได้จัดเต็มกับ C# ได้ อยากใส่อะไรก็ใส่
แต่จุดต่างคือ Microsoft เปิดเป็นมาตรฐานให้ใครก็ได้ไป implement แล้วจะทำเกินหรือขาดจากมาตรฐานก็ได้ด้วย เพราะถือว่าไม่เกี่ยวกัน ตูข้าทำเฉพาะ .NET บน Windows
จริงๆถ้า Mono มันทำออกมาดีกว่ามาตรฐาน แล้วมากินส่วนแบ่งตลาดใน Windows ไมโครซอฟท์ก็คงหาเรื่องฟ้อง Xamarin เหมือนกัน (แต่จากหลายๆสาเหตุเรื่องนี้ค่อนข้างจะจัดว่าเป็นไปไม่ได้)
My Blog
เท่าที่ผมลองเช็คข้อมูลดู
my disclaimer
ถึงว่าทำไมบางทีมันมี lack
กรณีนี้มีแน่ครับ เพราะ Larry Page จะต้องมาให้การในศาลด้วย และจากอีเมลเราก็เห็นว่าระดับของ Andy Rubin เกี่ยวข้องชัดเจน
my disclaimer
Google ไม่คิดจะเป็นป๋าดัน
C++0x OpenCL
บ้างหรือ~
นอกจาก HTML5 แล้ว
และทำ GCC ให้สะดวกกว่าปัจจุบัน ไม่ก็หลอมรวมกันซะเลย
ผมพูดตรงๆนะ
ภาษาที่ยังใช้ไฟล์ Header อยู่ มันเก่าเกินไปแล้วครับ มันเขียนยากเกินไป ซับซ้อน งานที่เหมาะกับมันเหลือแต่งาน Low Level ถึงระดับนั้นแล้วใช้ C เพียวๆ อาจจะดีกว่าอีก
ถ้า C++ ปรับระบบใหม่ ไม่ต้องใช้ Header มีระบบ Reflection ใช้ dll ไฟล์เดียวเป็น Header ในตัว ผมจะกลับไปใช้เลย
เพราะจริงๆถ้านับเรื่องอิสรภาพ ผมชอบ C++ มากกว่า C# อีก
My Blog
เห็นด้วยครับ
กินตับทำให้ร่างกายแข็งแรง
ผมกลับชอบระบบ include แบบนี้แฮะ ถึงมันจะใช้ยาก แต่มัน flexible มาก
My Facebook My Blog
มันก็คือสามเหลี่ยม Friendly Flexibility Compatibility นั่นล่ะครับ
พอต้องเลือก เราจะเลือกอะไร ก็ต้องไปตามสถาณการณ์
ซึ่งระบบ Header มัน Flexibility + Compatibility สูงสุด แต่ Friendly ไม่มีเลย คนที่ชินแล้วก็คงไม่รู้สึกอะไร แต่มือใหม่นี่ปวดกระโหลกครับ
My Blog
กรณีนี้จะยกเว้น Objective-C ไม๊ครับ เพราะมี Header เหมือนกัน แต่ดูเหมือน xcode จะทำให้มันเขียนง่ายกว่าแอนดอยด์ด้วย eclipse อีกครับ
asdfghjkl;'
สาเหตุที่ไม่ใช่ C++ เพราะมันเป็นภาษา Native คับ ซึ่ง Android มันถูกออกแบบมาให้ใช้ได้หลาย Architecture เลยจำเป็นของใช้ภาษาที่เป็น bytecode เพื่อให้ code เดียวกันรันได้ทุก Architecture
My Facebook My Blog
Google ตีท้ายครัวตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้น Oracle เลยดีไหม?
\(@^_^@)/ my Google+ M R T O M Y U M
GOOG vs ORCL
ลายเซ็นยาวเกินไปครับ
...เดี๋ยวนี้ wolfram มันหาได้กระทั่งข้อมูลการเงินเลยเรอะเนี่ย สงสัยอะไรที่เป็นตัวเลขพี่แกหาได้หมดแหงๆ
Send from my PC
ทำไมตอนนนั้นอากู๋ไม่ซื้อซันซะเลยล่ะ มีเงินก็ตั้งแยะ
น่าจะทำเงินยากมั้งครับ
โอราเค้ลแก เล็งจะฟ้องทำเงินตั้งแต่ก่อนซื้อแล้วหนิ เหอะๆ
แต่ละคนเก่งๆ ทั้งนั้นเลย กลับมาดูตัวเองแค่หางอึ่ง
v___v
หางอึ่ง 4 นิ้วเปล่า
ตอนอยู่ในศาล มีลุกขึ้นแล้วชี้นิ้ว แล้วตะโกน Objection เปล่า
คนขี้ใจลอย คนคอยขี้แตก
เรียบเรียงข่าวได้ดีครับ อ่านเข้าใจง่ายมาก อ่านของฝรั่งแล้วงงไปเลย
แฟนพันธุ์แท้สตีฟจ็อบส์