มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) โชว์ผลงานการสร้างเครือข่ายกริดภายใต้ชื่อ TCG@NUS หรือชื่อเต็มว่า Tera-scale Campus Grid สำหรับใช้ภายในมหาวิทยาลัย NUS โดยวัตถุประสงค์ของเครือข่าย TCG@NUS คือ การรวมพลังคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ใน NUS มาใช้งานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
TCG@NUS มีลักษณะคล้ายกับโครงการ SETI@home และโครงการอื่นๆที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม BOINC ที่เป็นการสร้างเครือข่ายของคอมพิวเตอร์เพื่ออุทิศพลังประมวลผล แต่ TCG@NUS เลือกใช้แพลตฟอร์ม Grid MP ของบริษัท Univa UD ในการพัฒนา ทั้งนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวสามารถส่งงาน (หรือโปรแกรม) ไปให้คอมพิวเตอร์ที่ว่างงานหรือมีภาระน้อยที่กระจายตัวตามหน่วยงานต่างๆของมหาวิทยาลัยได้ อันทำให้มหาวิทยาลัยสามารถใช้คอมพิวเตอร์ที่มีอยู่แล้วให้เกิดประสิทธิภาพสูง อีกทั้งใช้พลังงานไฟฟ้าของคอมพิวเตอร์เหล่านั้นได้อย่างคุ้มค่าอีกด้วย จากแหล่งข่าวที่ iSGTW ระบุว่า TCG@NUS สามารถรวมพลังของโปรเซสเซอร์ได้มากกว่า 2,600 คอร์ จากคอมพิวเตอร์พีซี 1,400 เครื่อง และเซิร์ฟเวอร์ 222 เครื่อง
ขณะนี้และที่ผ่านมา TCG@NUS ประมวลผลงานหลากหลายชนิด ตั้งแต่งานด้านวิศวกรรมการเงินไปจนถึงการทำเหมืองข้อมูล ซึ่ง TCG@NUS สามารถลดเวลาในการประมวลผลของงานที่มีความซับซ้อนได้เป็นอย่างมาก อาทิเช่น งานที่อิงบนแบบจำลองมอนติคาร์โลงานหนึ่งที่เดิมทีคาดว่าจะใช้เวลาถึง 50 วันในการประมวลผลจนเสร็จ พอมาประมวลผลบน TCG@NUS ทำให้ลดเวลาประมวลผลเหลือเพียง 1 วันเท่านั้น และบริษัท Patsnap ได้นำงานชนิดหนึ่งมาประมวลผลบน TCG@NUS ทำให้ประมวลผลจนเสร็จสิ้นได้ภายใน 10 วัน ซึ่งจากเดิมคาดว่าจะใช้เวลาถึง 2 ปี ถ้านำงานดังกล่าวไปประมวลผลบนคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว
ที่มา - INTERNATIONAL SCIENCE GRID THIS WEEK (iSGTW) และ NUS
- 3236 reads



Comments
เด็ดไปเลยนะครับ แต่มหาลัยในประเทศไทยจะทำตามบ้างหรือเปล่านี่ซิ เพราะพวกเหมืองข้อมูลหรือการประมวลผลแบบสูงๆ ไม่ค่อยมีมากในไทยซะด้วยซิ
meteenee.com
หายากครับ ส่วนมากก็ตัวใครตัวมัน
I will change the world, to the better day.
I will change the world, to the better day.
ถ้าเรื่องการทำเหมืองข้อมูล ผมไม่ค่อยทราบเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นงานประเภทประมวลที่ซับซ้อนหรือต้องใช้พลังการประมวลผลมากๆ มหาลัยในไทยก็มีงานแบบนี้เยอะเลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะงานทดลอง งาน simulation หรือเวลาจะปั่นเปเปอร์หรืองานตีพิมพ์เนี่ย ต้องการพลังในการประมวลผลสูงมากๆ นอกจากนี้ กริดหรือคลัสเตอร์ ยังสามารถประมวลผลงานเดี่ยวๆ (งานที่เป็นอิสระจากกัน) ที่มีจำนวนมหาศาลได้
ในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง มีคลัสเตอร์เป็นของตนเอง ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ เขาก็จะส่งงานไปที่คลัสเตอร์ของตนเองก่อน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มหาลัยหรือภาควิชา ไม่มีคลัสเตอร์หรือมีจำนวนคอมไม่พอในการประมวลผลงานหนักๆ เขาก็จะส่งงานนั้นมาคำนวณที่กริด อย่างเช่น ไทยกริดครับ
JavaBoom (Boom is not Java, but Java was boom) http://javaboom.wordpress.com
My Blog / Follow me
เฮ้อๆประเทศไทย
ประเทศไทยเป็นอะไรหรือครับ?
ปล. เคยเข้าไปดู thaigrid ไหมครับ?
ผมว่าปัญหาคนไทยคือ ไม่สนใจข่าวทางวิชาการบ้านตัวเอง และสื่อเองก็ไม่นิยมเสนอผลงานทางวิชาการเหล่านั้นด้วย
ทั้งๆ ที่ประเทศไทย มีผลงานทางวิชาการมาก มากจริงๆ
เทคโนโลยี หรือ ผลงานต่างๆ ก็มีชื่อเสียงระดับโลก
แต่เหมือนกับว่าไม่มีใครสนใจนำเสนอสู่สังคม
บ่นบ้าง เฮ้อ......คนไทย
ความรู้ และความฉลาด ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน จะมีประโยชน์อะไร ถ้าฉลาดแต่อยู่ในกะลา
พูดอีกก็ถูกอีกครับ
ผมเห็นด้วยกับคุณ jane นะครับ ที่ผลงานวิชาการของไทยหลายงานมีคุณภาพ และมีชื่อเสียงระดับโลก แต่อีกมุมหนึ่ง ผมมองว่าคนทั่วไปหรือแม้แต่นักข่าวมีโอกาสเข้าถึงฐานข้อมูลผลงานตีพิมพ์ได้ยาก เช่น IEEE, ACM, Springer เป็นต้น นอกจากนี้ ภาษาในงานวิชาการกับภาษาข่าวก็แตกต่างกัน และนักข่าวต้องมีความรู้เทคนิคในเรื่องนั้นๆมากพอสมควรที่จะนำเสนอข้อมูลวิชาการในภาษาที่คนทั่วไปเข้าใจได้ง่ายครับ
จริงๆผมอยากนำเสนอข่าววิชาการด้าน high performance computing ของไทยนะครับ แม้ว่าที่ผ่านมา ผมมีส่วนร่วมใน thaigrid ก็ตาม แต่ผมก็ไม่ได้ติดตามข่าวจาก thaigrid มานานแล้ว ตอนนี้การเสนอข่าววิชาการของไทย ต้องเป็นไปในแนวที่ว่า นักวิชาการหรือนักวิจัยจะต้องวิ่งไปหานักข่าว หรือเป็นนักข่าวซะเองครับ จะรอนักข่าววิ่งไปหา ประชาชนคงไม่ได้ข่าวกันสักที
ถ้าหากท่านใดมีผลงานตีพิมพ์อย่าง journal หรือ conference ของคนไทยหรือถ้าจะดีมากๆ ก็เป็นงานที่ท่านตีพิมพ์เอง ท่านสามารถขัดเกลาให้เป็นภาษาที่คนทั่วไปเข้าใจได้ง่ายขึ้น และนำมาเสนอใน blognone ก็ได้นะครับ
JavaBoom (Boom is not Java, but Java was boom) http://javaboom.wordpress.com
My Blog / Follow me
ผมกดคอมเมนต์ซ้ำอีกแล้ว ...
งั้นตรงนี้ ผมขอแสดงความคิดเห็นว่า ถ้าหากท่านใดมีผลงานด้าน high performance computing จะลองนำไปเสนอข่าวที่ iSGTW หรือ HPCwire ดูก็ได้ครับ ผมมองในมุมที่ผมอยู่สิงคโปร์นะ ผมมองว่าสิงคโปร์เขาโปรโมทตัวเองเก่งครับ ไทยเราจะทำงั้นดูก็ได้ นอกจากเรื่องการเมืองแล้ว เรามีเรื่องดีๆให้โปรโมทเยอะแยะเลย
JavaBoom (Boom is not Java, but Java was boom) http://javaboom.wordpress.com
My Blog / Follow me
"นอกจากเรื่องการเมืองแล้ว เรามีเรื่องดีๆให้โปรโมทเยอะแยะเลย"
เห็นด้วย + ถูกใจ 1000%
เราเลิกบ่น อิง การเมืองก็ดีนะครับ เพราะผมรู้สึกว่า เมื่อเราเลือกข้างกันแล้ว มันทำให้ไม่สพอารมพอควร เวลาเรามาตอบ/คุย กัน แบบอิงการเมืองแบบนี้
ผมจะเริ่มที่ตัวผมเองก่อนดีกว่า ผมจะเลิก/ไม่ comment ที่พาดพิงการเมือง ทำให้คนอื่นๆ เสียความรู้สึกครับ
ความรู้ และความฉลาด ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน จะมีประโยชน์อะไร ถ้าฉลาดแต่อยู่ในกะลา
ผมว่าสิ่งที่้บ้านเราขาดคือสื่อทางเทคโนโลยีที่ทรงอิทธิพล ตลาดบ้านเราค่อนข้างแคบ สิ่งพิมพ์เหล่านี้นอกจากคุณภาพไม่ดีแล้วยังขาดความมีอิทธิพล
กำลังคิดทำกับห้องเล็ปอยู่เหมือนกัน ว่าแต่ กริด กับ คลัสเตอร์ ต่างกันอย่างไรครับ (ขี้เกียจอ่าน + หาข้อมูลนะครับ ขอถามหน่อยละกัน)
ในฝั่งวิชาการมันก็ต่างกันอยู่ครับ คลัสเตอร์ (Cluster) คือกลุ่มของคอมพิวเตอร์ที่กระจุกตัวรวมกันบนเครือข่ายหนึ่งๆ (โดยส่วนใหญ่อยู่บนเครือข่ายวงเดียวกัน) แล้วก็แชร์ทรัพยากรร่วมกัน (เช่น CPU และ storage) โดยมีซอฟต์แวร์ที่ช่วยบริหารและเชื่อมต่อให้เกิดเครือข่าย Cluster ดังกล่าว ดังนั้น เราสามารถนำ Cluster ไปประมวลผลร่วมกันในงานเดียวกันแบบขนาน หรืออาจจะเอางานหลายๆงานซึ่งเป็นอิสระจากกัน ส่งไปประมวลผลบน Cluster ก็ได้
ถ้าเป็นกริด (Grid) ตามอุดมคติที่ Globus หรือตามที่ Ian Foster เจ้าพ่อ Grid เคยกล่าวไว้ มองว่าเป็นการเชื่อมทรัพยากรคอมพิวเตอร์ระหว่างหน่วยงานหรือองค์กรที่มีนโยบายแตกต่างกัน หรือเป็นคนละองค์กรกันไปเลย โดย Grid จะทำให้เชื่อมความหลากหลายของทรัพยากรและนโยบายให้เป็นหน่วยเดียวกันได้ ก็กลายเป็นกลุ่มกลุ่มเดียวเสมือนเป็นองค์กรเดียวกัน และจากนั้น เราจะนำงานไปประมวลผลแบบขนานหรือเอางานเดี่ยวๆหลายๆงานไปประมวลผล ก็สามารถทำได้เช่นกันเหมือนกับ Cluster
หากมองในฝั่งธุรกิจ คำศัพท์ Grid กับ Cluster มันกำกวมครับ (ซึ่งไม่ใช่ Cloud Computing เท่านั้นที่กำกวม) โดยบริษัทหลายเจ้า (แม้กระทั่ง IBM, Oracle, และ Sun) มองว่า Grid กับ Cluster มันก็เรื่องเดียวกันแหละครับ คือเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หรือรวมทรัพยากรคอมพิวเตอร์เข้าหากัน แล้วร่วมกันประมวลผลหรือแก้ไขปัญหา
ถ้า IBM เขาจะบอกว่า Grid คือ การพัฒนาโปรแกรมให้เป็นหน่วยย่อยๆที่สามารถกระจายการประมวลผลไปให้คอมพิวเตอร์หลายเครื่องได้ (ซึ่ง Cluster ก็เป็นงั้น) ส่วนทาง Sun บอกว่า Grid แบ่งออกเป็น Cluster Grid, Campus Grid, และ Global Grid ถ้ามองง่ายๆก็คือไล่ตั้งแต่ระดับแลนของหน่วยงานหนึ่งๆ(Cluster Grid), Campus Grid แลนหรือแวนของสถาบันเดียวกัน (ระดับองค์กร), จนกระทั่ง Global Grid หรือระดับแวนระหว่างองค์กร
JavaBoom (Boom is not Java, but Java was boom) http://javaboom.wordpress.com
My Blog / Follow me
ของไทยก็มีนะครับ แต่ไม่เห็นมาลงข่าวเลย มหาลัยผมก็เคยมีอบรมมานานแล้ว
Thaigrid มีหลายๆ มหายลัยเข้าร่วมครับ
สุดยอดเลยครับ
เครื่อง thaigrid มก. เห็นว่าคนต่อคิวใช้งานกันแทบไม่ทันแล้ว
จริงๆต้อง thaigrid sipa นะ :P แต่เอาเหอะ
ไม่ถึงขนาดแทบไม่ทันหรอกครับ ก็เป็นห้วงๆ แต่คนใช้ก็ค่อนข้างแน่นครับ
"จริงๆต้อง thaigrid sipa นะ :P แต่เอาเหอะ
ไม่ถึงขนาดแทบไม่ทันหรอกครับ ก็เป็นห้วงๆ แต่คนใช้ก็ค่อนข้างแน่นครับ"
ลืมไปครับ อ้างอิงผิด ..พอดีเห็นมันตั้งโด่เด่อยู่แถว มก. เหอๆ
อยากให้มันเกิดในไทยจิงๆ - -"
test
ต้องช่วยกันครับ คนละไม้ละมือ หลายๆ ความคิด ใครทำอะไรอยู่ก็มุ่งมั่นเข้านะครับ (อย่าง blognone ในความคิดผมก็เป็นหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย) และก็ภูมิใจไว้เถอะครับว่า เราได้คิดและทำเพื่อประเทศก็พอ...แค่นี้ก็ไม่เสียชาติเกิดแล้ว ^^