University
TCG@NUS: ตัวอย่างกริดในรั้วมหาลัย
Submitted by javaboom on 30 October, 2008 - 09:59. tags:มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) โชว์ผลงานการสร้างเครือข่ายกริดภายใต้ชื่อ TCG@NUS หรือชื่อเต็มว่า Tera-scale Campus Grid สำหรับใช้ภายในมหาวิทยาลัย NUS โดยวัตถุประสงค์ของเครือข่าย TCG@NUS คือ การรวมพลังคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ใน NUS มาใช้งานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
TCG@NUS มีลักษณะคล้ายกับโครงการ SETI@home และโครงการอื่นๆที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม BOINC ที่เป็นการสร้างเครือข่ายของคอมพิวเตอร์เพื่ออุทิศพลังประมวลผล แต่ TCG@NUS เลือกใช้แพลตฟอร์ม Grid MP ของบริษัท Univa UD ในการพัฒนา ทั้งนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวสามารถส่งงาน (หรือโปรแกรม) ไปให้คอมพิวเตอร์ที่ว่างงานหรือมีภาระน้อยที่กระจายตัวตามหน่วยงานต่างๆของมหาวิทยาลัยได้ อันทำให้มหาวิทยาลัยสามารถใช้คอมพิวเตอร์ที่มีอยู่แล้วให้เกิดประสิทธิภาพสูง อีกทั้งใช้พลังงานไฟฟ้าของคอมพิวเตอร์เหล่านั้นได้อย่างคุ้มค่าอีกด้วย จากแหล่งข่าวที่ iSGTW ระบุว่า TCG@NUS สามารถรวมพลังของโปรเซสเซอร์ได้มากกว่า 2,600 คอร์ จากคอมพิวเตอร์พีซี 1,400 เครื่อง และเซิร์ฟเวอร์ 222 เครื่อง
ขณะนี้และที่ผ่านมา TCG@NUS ประมวลผลงานหลากหลายชนิด ตั้งแต่งานด้านวิศวกรรมการเงินไปจนถึงการทำเหมืองข้อมูล ซึ่ง TCG@NUS สามารถลดเวลาในการประมวลผลของงานที่มีความซับซ้อนได้เป็นอย่างมาก อาทิเช่น งานที่อิงบนแบบจำลองมอนติคาร์โลงานหนึ่งที่เดิมทีคาดว่าจะใช้เวลาถึง 50 วันในการประมวลผลจนเสร็จ พอมาประมวลผลบน TCG@NUS ทำให้ลดเวลาประมวลผลเหลือเพียง 1 วันเท่านั้น และบริษัท Patsnap ได้นำงานชนิดหนึ่งมาประมวลผลบน TCG@NUS ทำให้ประมวลผลจนเสร็จสิ้นได้ภายใน 10 วัน ซึ่งจากเดิมคาดว่าจะใช้เวลาถึง 2 ปี ถ้านำงานดังกล่าวไปประมวลผลบนคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว
ที่มา - INTERNATIONAL SCIENCE GRID THIS WEEK (iSGTW) และ NUS
เด็กใหม่มหาลัยปีนี้สุดไฮเทค-รักธรรมชาติมากขึ้น
Submitted by infernohellion on 16 August, 2007 - 19:24. tags:จากการสำรวจล่าสุดของ Alloy Media and Market พบว่าเด็กใหม่ที่จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาในปีนี้มีอุปกรณ์ไฮเทคต่าง ๆ มากกว่ารุ่นที่เรียนจบมหาวิทยาลัยในปีนี้มาก
จากการสำรวจ อุปกรณ์ไฮเทคต่อไปนี้ถือว่าเป็นสิ่ง "ธรรมดามาก" เช่น โทรศัพท์มือถือ, กล้องถ่ายรูปดิจิตอล, แล็ปท็อปและไอพอต (หรือเครื่องเล่น MP3 อื่น ๆ)
สิ่งที่แตกต่างไปจากเดิมที่เห็นได้ชัดคือกว่า 93% มีโทรศัพท์มือถือใช้ในขณะที่รุ่นที่สี่ปีที่แล้วมีเพียง 78% นอกจากนี้แล้วนักเรียนส่วนใหญ่ประมาณ 64% มีกล้องถ่ายรูปเป็นของตัวเอง มากกว่าสี่ปีที่แล้วเป็นเท่าตัว
มากกว่าครึ่งหนึ่งของนักเรียน (58%) มีเครื่องเล่นดนตรีพกพาจากสี่ปีที่แล้วที่มีเพียงแค่ 17% และสุดท้ายนั่นก็คือ 63% ของนักเรียนมีแล็ปท็อปเป็นของตัวเอง เทียบกับ 42% เมื่อปี 2005 โดยคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในตอนนี้ถือว่าเป็นสินค้า "รุ่นเก๋า" ไปแล้ว
ประมาณ 1 ใน 3 ของนักเรียนมหาวิทยาลัยนั้นสามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านเครื่อข่ายไร้สายได้เมื่อต้องการ (ไม่ว่าจะเป็นการใช้ WLAN หรือโทรศัพท์มือถือ) โดยปัจจุบันการมีเครือข่ายไร้สายในมหาวิทยาลัยถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่จำเป็นที่สุดเลยทีเดียว
ที่น่าชื่นใจสำหรับผู้ใหญ่และพ่อแม่ผู้ปกครองก็คือกว่า 1 ใน 3 ของนักศึกษาใหม่เหล่านี้มี "ความเชื่อ" ในการอนุรักษ์ธรรมชาติโดยการตัดสินใจที่จะใช้สินค้าหรือแบรนด์ที่สร้างประโยชน์แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม
ที่มา - CNET News
ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ทั้งหมดนี้ส่วนใหญ่ก็มาจากเงินของพ่อแม่ผู้ปกครองอยู่ดี ที่จริงผมว่านี่เป็นเทรนด์ทั่วโลกเลยก็ว่าได้เพราะเมืองไทยตอนนี้ก็ไม่ค่อยต่างกัน ต่างกันก็แค่ตัวจุดชนวนไม่ได้อยู่ที่มหาวิทยาลัยแต่อยู่ที่ร้านกาแฟซะมากกว่า :P




