ในท้องตลาดเรามักจะเห็นยาแก้ปวดหลากหลายชนิด มีราคาต่างกันออกไปตามความเก่าใหม่ของยา ส่วนใหญ่ยาที่ออกมาใหม่ ๆ มักมีราคาแพงกว่ายาที่ใช้มาเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งบริษัทยาก็โฆษณาว่า ยาตัวใหม่สามารถแก้ปวดได้ดีกว่ายาตัวเก่าเสมอ
ในวารสาร Journal of The American Medical Association ฉบับวันที่ 5 มีนาคม 2008 ได้ตีพิมพ์การศึกษาเกี่ยวกับฤทธิ์การแก้ปวดกับราคายาที่คนไข้รับรู้ โดยทำการศึกษาในคนปกติ 82 คน โดยครึ่งหนึ่งให้กินยาหลอกที่ไม่มีผลใด ๆ ต่อการลดอาการปวด (Placebo = เม็ดแป้งธรรมดา) โดยได้รับข้อมูลว่าเป็นยาแก้ปวดขนานใหม่ที่มีราคา $2.50 ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็ให้กินยาหลอกตัวเดียวกัน แต่บอกว่า ยาถูกลดราคาลงมาเหลือ $0.10 แล้วนำกลุ่มทดลองทั้งสองกลุ่มไปทดสอบให้คะแนนระดับความเจ็บปวด (visual analog scale) ตั้งแต่ 0 (ไม่ปวดเลย)-100 (ปวดมากที่สุด) โดยการช็อตด้วยไฟฟ้าในปริมาณที่มากขึ้นเรื่อย ๆ จนทนไม่ได้
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่รับรู้ว่ายาแก้ปวดมีราคา $2.50 สามารถลดระดับความเจ็บปวดหลังจากกินยาได้ 85.4% ในขณะที่กลุ่มที่รับรู้ว่ายามีราคา $0.10 ลดระดับความเจ็บปวดลงได้เพียง 61%
การวิจัยนี้ผู้วิจัยก็เลยสรุปผลว่า การรักษาความเจ็บปวดนั้นจะได้ผลดีหรือไม่ส่วนนึงขึ้นอยู่กับความคาดหวังของคนไข้ ซึ่งก็เป็นไปตามความเชื่อที่ว่ายาที่แพงกว่าจะมีฤทธิ์แก้ปวดที่ดีกว่า ทำให้เรามีแนวโน้มจะหันไปหายาแพง ๆ ที่ออกมาใหม่ ๆ มาใช้รักษาอาการปวด และบริษัทผู้ผลิตยาก็สามารถขายยาใหม่ได้เรื่อย ๆ ในราคาที่สูงกว่ายาเก่า
ที่มา Commercial Features of Placebo and Therapeutic Efficacy Rebecca L. Waber; Baba Shiv; Ziv Carmon; Dan Ariely JAMA. 2008;299(9):1016-1017. จาก Journal of The American Medical Association
- 4250 reads



Comments
ว้า ถ้าอย่างนั้น placebo effect ก็กลายมาเป็นผลเสียกับผู้บริโภคอย่างเราซะแล้วสิครับ ต้องมาโดนให้เสียเงินเสียทองมากขึ้น
สมมุติว่าถ้าทุกคนบนโลกนี้รู้ข่าวนี้แล้ว บริษัทยาจะปั๊มราคายาขายเราแพงได้มั้ยครับนี่
มันเป็นการทดลองเพื่อทดสอบ placebo effect อย่างเดียวนี่หน่า อีกอย่าง ถ้าทุกคนในโลกรู้ข่าวนี้แล้ว ผลของ placebo effect ก็ไม่น่าจะเกิดนะครับ ในเมื่อคนรู้ว่าการทนความเจ็บปวดที่เพิ่มมากขึี้น มันมาจาก placebo effect (งงป่ะ)
Lastest Science News @Jusci.net
Lastest Science News @Jusci.net
ไม่งงครับ :)
ผมว่าน่าเอาไปใช้ให้เป็นประโยชน์เหมือนกันนะครับ เช่นแบบว่า หลอกน้องว่ายาแก้ไอนี่ขวดละห้าร้อย เผื่อน้องจะได้หายหวัดเร็วขึ้น :D
ผมว่าความเชื่อแบบฝังใจมีผลมากต่อ placebo effect นะครับ เพราะงั้นต่อให้บอกว่ายาแพงไม่ได้ดีกว่ายาถูก แต่คนกินยา(ที่คิดว่า)แพงส่วนใหญ่ก็ยังรู้สึกว่าหายเร็วกว่าอยู่ดี
เหมือนคนที่เชื่อว่ากินนอแรดแล้วจะปึ๋งปั๋ง ถึงรู้ว่านอแรดมันส่วนประกอบเดียวกับเล็บคน แต่ก็ยังกินอยู่ดี แถมยังรู้สึกปี๋งปั๋งตามที่เชื่อเสียอีก ^^"
แต่ยาแก้ปวดที่เรากิน ๆ กันอยู่ อย่างพาราเซตามอล ยานอกมียี่ห้อมันหายปวดเร็วกว่ายาองค์การเภสัชจริง ๆ เพราะสารเคมีมันดีกว่า (และแพงกว่า)
เรื่อง brand ก็เป็น placebo effect อย่างนึงคล้ายๆ กับราคาครับ เพราะความเชื่อว่ายาแพงดีกว่า ยาที่ผลิตจากต่างประเทศดีกว่า ยาต้นตำรับดีกว่า นี่แหละครับ ที่ก่อให้เกิด placebo effect
Little RX
Rachanont blog.
เห็น brand แล้วมันมั่นใจครับ
ดีนะ ปีนึงกินยาแก้ปวดเฉลี่ยต่ำกว่า ๕ เม็ด
ส่วนผมเดือนนึงเฉลี่ย 5 เม็ด - -
แม่ผมวันละห้าเม็ด บอกให้เลิกก็ไม่เลิก ไมเกรนเรื้อรัง T_T
ผมเป็นศิลปินทำงานศิลปะด้วยการเขียนโปรแกรม
ปวดใจต้องกินกี่เม็ดอ่ะ
Lastest Science News @Jusci.net
Lastest Science News @Jusci.net
ขวดนึงเลยครับ.. รับรองหาย!!
---------- iPAtS
iPAtS
หายไปจากโลกอะดิครับ - -
ซู่ซ่า ~♥(>◡<)♥
ถ้าเธอให้ก็กินครับ....ฮา
Lastest Science News @Jusci.net
Lastest Science News @Jusci.net
ผมคิดว่าไม่แปลกหรอกครับ ไม่งั้นพวกเครื่องสำอางต่างๆ, รวมไปถึงพวกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมันจะขายได้หรือครับ
pawinpawin | clinicalepi.com
คงเป็นเพราะรู้ราคาแล้วจำเป็นต้องหายปวดไม่งั้นไม่มีตังจ่ายค่ายา ฮ่าๆ
อย่างนี้ พวกเศรษฐีก็หายโรคยากกว่าคนธรรมดาสิ? ถ้าการหายป่วยแปรตามจำนวนขนหน้าแข้งที่ร่วง
ไม่แน่เพราะไม่มียาอะไรแพงเลยในสายตาเศรษฐี
ชาวบ้านเจอยาเม็ดละ 20 ก็อาจจะคิดว่าแพงสุดยอดแล้ว (รีบหายเลย)
LewCPE
LewCPE's Google+
เอาแค่ พาราเซตามอล กับ บรูเฟน ราคาต่างกันฤทธิ์ต่างกันเยอะ แต่มันก็มีผลรุนแรงต่อร่างกายเยอะตามไปด้วย น่าจะลองหันไปพึ่งยาสมุนไพรบ้างก็ดีนะ บางทีอาการปวดหัวอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ ไปให้หมอแผนโบราณนวดดูแล้วจะรู้ว่าหายเป็นปลิดทิ้ง
ถ้าเป็นยาแก้ปวดเนี่ยอยากเถียงแฮะ ต่างยี่ห้อสรรพคุณต่างกันจริงๆ
7blogger.com
7blogger.com
แน่ใจได้รึเปล่าล่ะครับ ว่าเป็นเพราะยี่ห้อนึงสรรพคุณดีกว่า ไม่ได้เป็นเพราะสมองเราคาดการณ์ไว้ก่อนว่ายี่ห้อนี้จะต้องดีกว่า
ถ้าอยากแน่ใจจริงๆว่าเป็นเพราะสรรพคุณ ใ้ห้ลองซื้อยามา 2 ยี่ห้อ เอาที่เม็ดเหมือนๆกัน แล้วหาคนช่วยจัดเป็น 2 ชุด แยกตามยี่ห้อ จากนั้นก็ลองกินดูทีละชุด (อาจจะชุดละ 1 วัน 1 อาทิตย์ 1 เดือน ก็แล้วแต่) แล้วก็ลองให้คะแนนไว้ ว่าหลังกินแต่ละครั้งปวดน้อยลงขนาดไหนในสเกล 1-10
พอลองครบ 2 ชุดแล้วค่อยให้่คนที่จัดชุดให้เฉลย ว่าอันไหนเป็นยี่ห้อไหน แล้วค่อยเอาคะแนนที่ให้ไว้มาเทียบกันดูครับ :)
ปล. เรื่อง placebo effect นี่เห็นแล้วนึกถึงคุโรมาตี้ตอนที่ 'ใส่"ไอ้นั่น"แล้วเอามืออังหม้อหุงข้าวแล้วข้าวจะนุ่มขึ้น' ขึ้นมาทุกทีเลยแฮะ = =;