MIT โชว์หลอดไฟไร้สาย

tags:

นักวิจัยจากภาควิชาฟิสิกส์ของ MIT ประสบความสำเร็จในการส่งพลังงานไฟฟ้าโดยไม่ต้องมีสายไฟ โดยสามารถทำให้หลอดไฟขนาด 60 วัตต์สว่างได้ แม้อยู่ห่างจากแหล่งพลังงาน 2 เมตร

ทีมวิจัยเรียกกรรมวิธีนี้ว่า "WiTricity" (wireless electricity) หลักการของมันคือวัตถุที่มีความถี่ resonant เหมือนกัน จะถ่ายเทพลังงานซึ่งกันและกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ พลังงานไม่รั่วไหลออกไปสู่วัตถุอื่น ทีมนี้ใช้ความถี่ resonant ทางแม่เหล็ก ต่างออกไปจากความถี่เสียงแบบที่เราเคยเรียนกันในวิชาฟิสิกส์

อาจารย์ Peter Fisher หนึ่งในทีมวิจัยบอกว่า ถ้าใช้ขดลวดขนาดเท่ากับโน้ตบุ๊ค ก็สามารถส่งพลังงานโน้ตบุ๊คต้องใช้ในการทำงานได้เหลือเฟือ แปลว่าถ้านั่งทำงานอยู่ในห้อง ก็ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่เลย

ที่มา - MIT News

iwat's picture

ถ้าความถี่ resonant มันเท่ากับความถี่ธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต ...

นี่มันตู้อบไมโครเวฟนี่ครับ :)

Tux-Linux's picture

งั้นก็ดีสิ จะได้ทำให้คนหมดไฟ มีไฟขึ้นมาได้ (เติมไฟให้) :P

Tux-Linux's picture

ขอให้ saturate เร็วๆ ละกัน แต่ที่แน่ๆ ช่วยกันประหยัดไฟฟ้านะครับ :) ป้องกันโลกร้อน

nat3's picture

นึกถึง Protoss ใน Starcraft ยังไงไม่รู้แฮะ
----------
แนทโวย

nonarav's picture

สุดยอด

smilelovehappiness's picture

so cool!

Maggot's picture

สร้างรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วนๆ มีแหล่งพลังงานอยู่กลางเมือง ไม่ต้องเติมน้ำมัน

Kerberos's picture

loss มหาศาลเลยนะครับ แทนที่จะต้องใช้แก็สไปผลิตไฟปกติ แต่กลับต้องไปเสียให้ loss ทั้งใน oscillator และ path loss อีก ไม่รู้จะเสียมากกว่าได้รึเปล่า

7's picture

อู้วววว เหมือนในนิยายวิทยาศาสตร์เลย

---------------------
7blogger.com

wät's picture

อา... เหมือนในภาพยนตร์เรื่อง the prestige
*

ABZee's picture

เหมืนเคยได้ยินว่าไม่ IBM ก็ Dell ที่เคยทำคอมพิวเตอร์ไม่ต้องเสียบปลั๊กไฟตรงๆ (คล้ายแบบนี้เลย)

bow_der_kleine's picture

โดยส่วนตัว ผมขอยกให้เป็นงานวิจัยแห่งทศวรรษครับ

มองจากมุมของวิศวกรไฟฟ้า มันเอาไปทำอะไรได้เยอะมากครับ ต่อไปเราอาจจะมี electricity everywhere แบบที่เรามี internet everywhere หลาย ๆ ปัญหาก็จะลดลง เช่น ปัญหาแบตเตอรี่ ปัญหาเรื่องเดินสายไฟ หากคิดเป็นมูลค่าเศรษฐศาสตร์แล้วมหาศาลมาก แต่คำถามคือ เทคโนโลยีตัวนี้เอาไปใช้งานจริงได้แค่ไหน

BioLawCom.De

GoblinKing's picture

ถ้าเอามาใช้กับมือถือจะ Work มาก

wildseed's picture

OMG! that's hot!

infernohellion's picture

โอ มาแล้ว
-----
German Pride--, Werder Bremens

Kerberos's picture

ไม่รู้ว่าเห็นขนาดของขดลวดกันรึยัง
มันใหญ่กว่าขนาดอุปกรณ์ที่ใช้มากๆ เลยนะ
ถ้าจะเอาไปใช้กับแล็ปท็อปที่เล็กๆ แต่ด้วยขนาดของขดลวดที่จะเอามาจ่ายไฟให้มันนี่คงไม่ค่อยอยากมีใครพกมันไปในกระเป๋าแน่ๆ

chakrit's picture

สุดยอด!

เด๋วอีกหน่อยมันคงเล็กลงเองแหล่ะผมว่า

ก้าวแรกสำเร็จ เดี๋ยวก้าวต่อๆ ไปก็ตามมา

pt's picture

จะเป็นอันตรายหรือเปล่า ? แค่คลื่นมือถือยังพาคนเป็นมะเร็งได้ ?

zotix's picture
xce1's picture

ดูจากกระบวนการแล้วเหมือนกับของ MIT เลยครับ ไม่รู้ใครคิดก่อน แต่อันนี้ฉลาดมาก เพราะใช้แม่เหล็กดูดตัวหลอดไฟให้ลอยอยู่ด้วย
..:: taste the Code side of life ::..

Kerberos's picture

อันนี้มันให้พลังงานได้น้อยมากๆ เลยครับ ให้พลังงานกับหลอดไฟแปลงที่เป็น LED ได้ 4 หลอด เทียบกับของ MIT ที่เป็นหลอดไฟปกติขนาด 60W เลย

ipats's picture

เห็นแล้วนึกถึงตอนเอาฟลูออเรสเซนต์เข้าไมโครเวฟเลย :D
เป็น wireless power transmission เหมือนกันนะเนี่ย :p

----------
iPAtS

nekocrazy's picture

แปรงสีฟันไฟฟ้าที่ใช้อยู่เมื่อ 10 ปีก่อน ตัวแปรงกับ base station (เรียกซะโก้เลย) ก็ไม้ต้อง “plug” ด้วยกันนะ แค่วาง “สวม” ไว้ หลักการคงคล้ายๆกับ transformer

Site Search

 
Web blognone.com

Poll