Tags:

คำพูดที่ผมมักได้ยินอยู่เสมอเวลาคุยกับผู้ประกอบกิจการด้านไอที คือ "เด็กจบใหม่ใช้งานไม่ค่อยได้ ต้องเทรนกันนาน" ผมคิดว่าต้นเหตุของปัญหานี้คือนักศึกษาที่อยู่ในสายไอทีเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์ ไม่ทราบความต้องการของตลาดด้วยว่าอยากให้ตัวเองพัฒนาไปในทางไหน

อย่าให้ปัญหานี้มันติดลูปต่อไปเรื่อยๆ อีกเลยครับ ขอเชิญทั้งรุ่นพี่ที่ทำงานแล้ว เจ้าของบริษัทหรือผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจจ้าง และตัวนิสิต นักศึกษา (รวมถึงนักเรียนเอง) เข้ามาแลกเปลี่ยนความเห็นกันว่า อยากให้แรงงานด้านไอทีที่กำลังศึกษาอยู่ และกำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงานในเร็วๆ นี้ มีทักษะอะไรกันบ้าง

ผมขอวางกติกาไว้เล็กน้อยว่า ไม่ว่าจะเสนอทักษะอะไร ขอให้ระบุเจาะจงพอสมควร พวก "ทำงานเป็นทีมได้" "เรียนรู้เร็ว" อันนี้ขอความกรุณาอย่าเสนอนะครับ อยากได้พวกแบบ "ดีบั๊กโปรแกรมด้วยดีบั๊กเกอร์เป็น" "เขียนโปรแกรมในเชิง OOP ได้" "เขียนโปรแกรมได้อย่างน้อย 3 ภาษา" ทำนองนี้

ไม่จำกัดว่าต้องเป็นทักษะของสายโปรแกรมเมอร์เท่านั้น จะเป็นสายอื่นๆ เช่น ฮาร์ดแวร์ เน็ตเวิร์ค วางระบบ ฯลฯ ก็ได้ทั้งหมดครับ

Comments

By: mk
FounderAndroidRed HatWindows
mk's blog
on 28/11/08 18:17 #73390 toggle
mk's picture

ผมเสนอก่อนคนแรกว่า สายโปรแกรมเมอร์จบใหม่ ควรจะใช้โปรแกรมจำพวก VCS เป็น จะเป็นตัวไหนก็ได้ไม่ว่า CVS, SVN, BZR, Git แต่ขอให้รู้แนวคิดพื้นฐานว่ามันทำงานอย่างไร และรู้จักเก็บโค้ดของตัวเองผ่าน VCS


my disclaimer

By: natty
ContributoriPhone
natty's blog
on 29/11/08 0:07 #73455 Reply to:73390 toggle
natty's picture

สำหรับต่างจังหวัดยังถือว่าใหม่มากๆ เลยค่ะ ตั้งแต่เรียนจบกลับมาทำงานอยู่แถวนี้ มีคนรู้จัก version control แค่คนเดียว คืออาจารย์ดร. ที่เป็นที่ปรึกษาไอที นอกนั้นไม่รู้จักเลย และไม่รู้ว่าีมีประโยชน์ยังงัย ทุกวันนนี้ก็สอนทุกคนให้ใช้ และพวกเ้ค้าก็เริ่มเห็นประโยชน์ด้วยตัวเองกันทีละเล็กละน้อย (บอกไปตอนแรกไม่มีใครเห็นภาพ ต้องลองเอง)

บลอกของ natty


บลอกของ natty

By: KnightBaron
ContributoriPhoneRed HatWindows
KnightBaron's blog
on 28/11/08 18:42 #73392 toggle
KnightBaron's picture

เป็นนิสิตครับ ขอเพิ่มว่าน่าจะรู้จักการใช้งานพวก Framework และ Library ต่างๆ มาบ้าง ตามแต่สายที่คิดจะไปทำงาน

Yume Nikki


Aosekai

By: ezy
ezy's blog
on 28/11/08 18:48 #73393 toggle
ezy's picture
  • ถ้าไปทำพวกบริษัทที่ต้องทำงานกันเป็นทีม ก็น่าจะเล่นพวก Source Control หรือเข้าใจหลักการของ Source Control
  • เข้าใจ UML รวมถึงพอจะวิเคราะห์อะไรบางอย่างออก (ได้ Algo ก็ยังดี อย่างน้อยเอาไปมั่วๆ ปั่นเป็น Sequence หรือ Activity Diagram ได้)
  • เข้าใจภาษาอะไรซักอย่างให้แตกฉานหน่อย (เรียน VB มาก็ให้เข้าใจหน่อยว่า VB6 กับ VB.net มันไม่เหมือนกันเสียทีเดียว รวมถึง Console/Win app กับ Web app มันไม่เหมือนกัน)
  • เข้าใจว่าทำ Software แล้วต้อง Test ด้วย!
  • ใช้ Google หาอะไรที่ต้องการและเป็นประโยชน์กับงานเจอ
  • ไม่นำตัวไปสู่ความเสี่ยงที่อาจทำให้ทำงานไม่ได้ (เช่น คลิ้กเว็บไปคลิ้กเว็บมาเครื่องรวน แก้ไม่ได้ ฯลฯ)

ผมว่าหลายๆ อย่างพอเข้าไปทำงาน/ฝึกงาน นักศึกษาก็จะได้ซึมซับวิธีทำงาน/วัฒนธรรมขององค์กรไปเองซึ่งคิดว่าตรงส่วนนี้มันเตรียมตัวล่วงหน้าไม่ได้นอกจากการที่จะเป็นฟองน้ำแบบพี่โต๋ในโฆษณา

ezybzy.info blog


ezybzy.info blog

By: bow_der_kleine
WriterAndroidUbuntu
bow_der_kleine's blog
on 28/11/08 19:04 #73394 toggle
bow_der_kleine's picture
  • เขียนโปรแกรมเป็นอย่างน้อยสามภาษา (เหมือนในตัวอย่างเลย) เพราะผมคิดว่า พอเป็นหลาย ๆ ภาษาแล้ว เรื่อง syntax จะไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป
  • สื่อสารกับคนอื่นรู้เรื่อง มีน้อง ๆ หลายคนขอช่วยผมผ่าน MSN แต่ไม่มีใครสามารถอธิบายได้เลย ว่าสิ่งที่ตัวเองทำคืออะไร ซึ่งผมเชื่อว่า คนที่ไม่สามารถอธิบายสิ่งที่ตัวเองทำให้คนอื่นรู้เรื่องได้ แสดงว่าตนเองก็ยังไม่เข้าใจว่าต้องทำอะไร
  • พัฒนาโปรแกรมได้โดยใช้เพียง editor และ compiler/interpreter อย่าติด IDE ให้มันงอมแงมนัก เพราะ IDE ไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป
  • เรียนรู้ด้วยตัวเองได้ (อาจจะกว้างไปหน่อย แต่ใครทำได้ จะมีความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด)
  • อ่านเอกสารภาษาอังกฤษได้

BioLawCom.De


XimpleSoft

By: Thaina
Windows
Thaina's blog
on 28/11/08 19:25 #73396 Reply to:73394 toggle
Thaina's picture

ผมเป็น C C++ C#

ครบสามภาษาแล้วครับ XD

ประโยชน์มั้ยนี่ ฮาๆๆ


My Blog

By: bow_der_kleine
WriterAndroidUbuntu
bow_der_kleine's blog
on 28/11/08 19:40 #73398 Reply to:73396 toggle
bow_der_kleine's picture

ผมว่าแค่นี้ก็น่าจะได้แล้วครับ เพราะได้สามภาษานี้ Java, JavaScript, PHP, Perl ก็ไม่น่าจะยากแล้ว Ruby, Python ก็แค่ตัดวงเล็บปีกกาออก แล้วเดี๋ยวเพื่อน ๆ มันจะตามมาอีกเพียบครับ

BioLawCom.De


XimpleSoft

By: Thaina
Windows
Thaina's blog
on 01/12/08 10:33 #73729 Reply to:73398 toggle
Thaina's picture

จริงๆเขียน php กับ Java ก็พอเป็นครับ

ที่เรียงมาสามตัวนี้เพราะรู้สึกว่า ถึงเขียนเป็นทั้งสามตัว แต่ไอ้สามตัวนี้นี่มันแทบไม่ต่างกันเลยนะ จะได้ประโยชน์จริงรื้อ

(จริงๆไม่ค่อยได้ใช้ C หรอกครับ แต่เคยเขียน Hardware กับ 3D Shader)


My Blog

By: baggio
baggio's blog
on 29/11/08 11:37 #73514 Reply to:73396 toggle
baggio's picture

ได้หมดทั้ง 3 อันเป็นเทพแล้วครับ

By: logicwall
logicwall's blog
on 28/11/08 20:11 #73409 Reply to:73394 toggle
logicwall's picture

ผมเห็นด้วยกับข้อสอง, สี่ และห้ามากครับ ปัญหาที่พบบ่อยของพนักงานไอทีจบใหม่คือ

  • ไม่สามารถสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้าภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เมื่อทำงานไปสักพักแล้วไม่ยอมเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆที่ต้องใช้เวลาเรียนรู้
  • ปัญหาเส้นผมบังภูเขาเกิดขึ้นบ่อยๆเพราะไม่อ่านคู่มือการใช้ที่เป็นภาษาอังกฤษ
By: lew
FounderJusci's WriterMEconomicsAndroid
lew's blog
on 28/11/08 21:09 #73417 Reply to:73394 toggle
lew's picture

สำหรับภาษา ส่วนตัวผมแนะนำให้รู้สามภาษาเหมือนกันครับ

  • C/C++ ไว้เขียน Native Apps นี่ไม่รู้ไม่ได้ (รู้แล้วไม่ใช้ยังไงก็มีประโยชน์)
  • Managed Platform อย่าง Java, C# (.NET) ไว้อีกตัว อันนี้ใช้งานทั่วไป น่าจะเป็นภาษาหลักของโปรแกรมเมอร์ส่วนใหญ่
  • Scripting อีกหนึ่งตัว Python, Perl, Ruby, Bash ฯลฯ เอาสักตัว

ส่วนเรื่อง IDE นี่เห็นด้วยครับ ให้ notepad กับ cl หรือ gcc ไปแล้วต้องเขียน hello world ได้

LewCPE


LewCPE's Google+

By: audy
AndroidUbuntu
audy's blog
on 28/11/08 19:15 #73395 toggle
audy's picture

ผมทำด้านสาย Web Application อยากได้พนักงานที่

  • เขียนเว็บโดยไม่ต้องใช้ Dreamweaver
  • รู้จัก Framework ซัก สามตัว ต่างๆ ภาษายิ่งดี เช่น อาจจะถนัด cakePHP แต่ก็ไม่เคอะเขิน ถ้าจะให้ใช้ Django, RoR
  • CSS โดยธรรมชาติ
  • ทัศนคติดีกับ Open source CMS. พวกที่คิดว่าใช้ CMS แล้วทำให้ตัวเองโง่ แบบนี้ไม่เอาครับ
  • รู้ว่า ถ้าเกิดปัญหา ควรจะเริ่มหาสาเหตุตรงไหน ไม่ใช่อะไรก็ตอบไม่รู้ท่าเดียว
By: ezy
ezy's blog
on 28/11/08 19:50 #73400 Reply to:73395 toggle
ezy's picture

เน้นตรง CMS

จะบอกเขาให้ลด e-ngo ลงใช่รึเปล่า (ฮา)

ezybzy.info blog


ezybzy.info blog

By: audy
AndroidUbuntu
audy's blog
on 28/11/08 19:53 #73401 Reply to:73400 toggle
audy's picture

ใช่ครับ เผอิญเจอบ่อย พวกที่มีอคติกับ CMS หาว่าโง่บ้างล่ะ หาว่ามักง่ายบ้างล่ะ โดยที่ไม่ได้สนใจจศึกษาจริงๆ จังๆ เลย ทั้งที่ตัว CMS เอง มันมีอะไรที่น่าสนใจมาก ไหนจะเรื่องสถาปัตยกรรม, การบริหารจัดการให้คนเป็นหมื่นๆ คนทำงานโครงการเดียวกันได้ ผมว่ามันมหัศจรรย์ออก

By: natty
ContributoriPhone
natty's blog
on 29/11/08 0:09 #73456 Reply to:73401 toggle
natty's picture

มีคนคิดแบบนั้นด้วยหรือนี่ - -"

บลอกของ natty


บลอกของ natty

By: m3rlinez
m3rlinez's blog
on 29/11/08 16:49 #73544 Reply to:73456 toggle
m3rlinez's picture

ผมยอมรับว่าก็เคยคิดอะไรทำนองนี้นะครับ สมัย PHP-Nuke กำลัง ดังมากๆ :P (วัดอายุ)

แต่ผมคิดในทำนองอิจฉาริษยามากกว่า เราเขียนโค้ดตั้งนาน คนอื่นเอาโค้ดมาวางก็เสร็จแล้ว และในสมัยนั้นเว็บ PHP-Nuke ก็หน้าตาเหมือนๆกันหมด

ส่วนสมัยนี้ก็ยอมรับว่าหลายอย่างเปลี่ยนไปครับ :)

By: audy
AndroidUbuntu
audy's blog
on 29/11/08 17:30 #73559 Reply to:73456 toggle
audy's picture

2 ใน 10 ครับ

By: lancaster
ContributoriPhoneAndroidWindows
lancaster's blog
on 30/11/08 22:05 #73564 Reply to:73456 toggle
lancaster's picture

ผมเคยเป็นเวลาเจอ CMS ที่มันเขียนห่วยๆ

ป.ล. นานแล้วนะ ตั้งแต่ยุคที่ PHP-Nuke กับ phpBB บูม - -'

By: natty
ContributoriPhone
natty's blog
on 29/11/08 22:51 #73599 Reply to:73456 toggle
natty's picture

แต่เรากลับคิดว่า ดีจังเลย ที่รู้จักพวก CMS ฟรีๆ ทั้งหลาย ที่จะได้เอาของที่มีอยู่มาใช้ และมีโอกาสพัฒนามันให้ดีขึ้น ดีกว่าเริ่มต้นจากศูนย์ หรือว่า from scratch กว่าจะทำได้เท่าที่มีอยู่ ก็อีกนาน เผลอๆ ทำดีได้ไม่เท่าอีก ถ้าได้้เอาของที่มีอยู่แล้ว มาัพัฒนาต่อ แน่นอนว่า มันต้องดีขึ้น หรือไม่ก็เท่าทุนค่ะ

ไม่เคยคิดว่าคนที่ใช้ โ่ง่เลยจริงๆ นะคะ ให้ตายสิ ^O^

บลอกของ natty


บลอกของ natty

By: winggundamth
ContributorAndroidUbuntuIn Love
winggundamth's blog
on 29/11/08 17:08 #73549 Reply to:73401 toggle
winggundamth's picture

ปัจจุบัน CMS มันไม่ใช่เป็นเพียงซอฟต์แวร์อีกต่อไป แต่มันกำลังจะกลายเป็น Framework ที่จะเอามาช่วยงานของเราครับ :)

ผมเองก็เขียน CMS เป็นของตัวเองขึ้นมาตัวนึง เพื่อใช้เป็น Framework สำหรับงานเว็บต่างๆ ของผมด้วยครับ

I will change the world, to the better day.


I will change the world, to the better day.

By: Anjue
ContributorAndroidBlackberryUbuntu
Anjue's blog
on 28/11/08 20:09 #73406 toggle
Anjue's picture

ทักษะทางด้าน Security ครับ เนื่องจากว่าทุกวันนี้ Security เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากขึ้นครับ

By: Anjue
ContributorAndroidBlackberryUbuntu
Anjue's blog
on 28/11/08 20:10 #73407 toggle
Anjue's picture

ทักษะทางด้าน Security และ FOSS ครับ เนื่องจากว่าทุกวันนี้ Security เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากขึ้นครับ และทุกวันนี้องค์กรณ์ต่างๆ ก็เริ่มหันมาสนใจ Linux กันมากขึ้น

By: nat3
nat3's blog
on 28/11/08 20:12 #73408 toggle
nat3's picture
  • They should know few design pattern. They should know why create this class.
  • know basic of oop and language feature. what's inheritance, polymorphism or anything. Many times I found they write java(tell in resume) but don't know what's interface.
By: ABZee
ABZee's blog
on 28/11/08 20:12 #73410 toggle
ABZee's picture

ผมมองอีกด้านว่าทักษะพื้นฐานด้านทฤษฎียังไม่แน่นพอครับ ส่วนหลักน่าจะเป็นการที่เรียนไม่ตรงกับตลาดงานที่ตัวเองต้องการจะทำ เช่นเรียนวิชาพื้นฐานเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิกส์แต่กลับมาทำงานซอฟท์แวร์ เรียนจบทางวิทยาศาสตร์แต่ต้องมาทำงานดีไซน์ วิศวกรหลายๆสาขาจบออกมาโดยเขียนโปรแกรมไม่เป็นแต่ต้องไปใช้ในที่ทำงานหรืองานวิจัย

นิสิตหลายๆคนมาพบปัญหาเหล่านี้เมื่อใกล้ที่จะจบ (หรือเมื่อกลับตัวไม่ทันแล้ว) ซึ่งจะให้เตรียมตัวในช่วงเวลานั้นก็คงจะลำบากครับ

เนื่องจากปัญหาแบบนี้อาจเกิดขึ้นกับนิสิตทุกคน ทักษะที่ผมว่าสำคัญที่สุดที่จะใช้ตั้งแต่ก่อนเริ่มงานก็คือการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองครับ

นอกเหนือจากนี้ถ้าต้องการให้มีรูปแบบเป็นข้อชัดเจน ผมว่าทักษะ

  • ใช้ search engine ได้คล่องแคล่ว

น่าจะสำคัญที่สุด (เพราะเอาไว้ใช้ในการเรียนรู้ด้วยตัวเอง)

LongSpine.com


LongSpine.com

By: panupong.c
iPhoneUbuntu
panupong.c's blog
on 28/11/08 20:32 #73411 toggle
panupong.c's picture

ถ้าสาย FOSS ก็ต้องเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับ Framework ต่างๆให้มากหน่อย เพราะปัจจุบันใช้กันเยอะมาก และพื้นฐานการคิดแบบ OO

By: adamy
iPhoneAndroidBlackberryUbuntu
adamy's blog
on 28/11/08 20:32 #73412 toggle
adamy's picture

ทักษะที่จำเป็นมากในงานสายไอ(ซี)ที คือ

  • ทักษะในการเรียนรู้เพิ่มเติมครับ ... บางคนจบมาแล้วไม่ยอมเรียนรู้อะไรใหม่ๆเลยเพราะตัวเองคุ้นเคยกับสิ่งเดิมๆ และไม่ยอมต่อยอดความรู้เดิมของตน ... Action Script Developer หลายคนไม่ยอมเรียน AS3 เพราะตัวเองเคยเรียน AS2 มาแล้วและคิดว่า 3 ไม่จำเป็นอีก ดังนั้นผู้ที่อยากเรียน+อยากลองมากกว่าคือผู้ที่ได้เปรียบมากกว่าครับ
  • ทักษะภาษาอังกฤษ ... ความรู้ Knowledge-Based ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษครับ แม้กระทั่ง Forums หรือ Mail List ต่างๆก็เป็นภาษาอังกฤษ ... ดังนั้นการมีความรู้ในการอ่านภาษาอังกฤษจึงจำเป็นอย่างยิ่งยวดมากๆครับ
  • ความรอบคอบ และความเป็นระเบียบ ... การทำงานควรจะมีความรอบคอบและความเป็นระเบียบในการจัดการงาน จัดการ Utilize ตัวเองให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในระยะเวลาที่จำกัดเป็นสิ่งสำคัญครับ

ส่วน Skill ที่ควรเป็นนั้นแล้วแต่สายงานไอ(ซี)ทีที่เรียนมาครับ ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่สายอาชีำพและขอบเขตุงานของตนครับ ซึ่งอย่างน้อยควรจะมีทักษะใน Skill ข้างเคียงด้วยครับเพื่อที่จะเข้าใจในกระบวนการทำงานในองค์รวม เช่นเป็น Network Admin ก็ต้องเข้าใจว่าคนทำงานทั่วไปใช้ Network อย่างไร หรือคนทำ CMS จะต้องเข้าใจว่าผู้ใช้ CMS จะใช้อย่างไร หรือคนเขียน Web Developer จะต้องเข้าใจงาน CSS ว่าทำอย่างไรที่จะเข้ากันได้ ฯลฯ

ประมาณนี้ก่อนแล้วกันนะครับ : )

ปล.ขออีกอย่างครับ ..... ลดความยโส + อีโก้ ลงด้วยครับ

ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

:: Take minimum, Give Maximum ::


:: Take minimum, Give Maximum ::

By: kowito2
Android
kowito2's blog
on 28/11/08 21:25 #73421 Reply to:73412 toggle
kowito2's picture

+หมดใจ

โดนแย่งพูดไปหมด

ลดความอีโก้+ยโส นี่ค่อนข้างสำคัญครับ ถ้ารู้มากฉลาดมากจะเรียนรู้อะไรเพิ่มไม่ได้ รู้มากไปแกล้งโง่บ้างก็ดี ทำให้เราได้รับอะไรใหม่ๆ เรียนรู้สิ่งต่างๆตลอดเวลา

By: Sand
AndroidUbuntu
Sand's blog
on 28/11/08 20:48 #73413 toggle
Sand's picture

ผมในฐานะผู้ประกอบการต้องการดังนี้

  1. ความอดทน

  2. ความมีระเบียบวินัย

  3. ความใฝ่รู้

  4. การแก้ปัญหาด้วยตนเอง

  5. ไม่กลัวที่จะถาม

  6. ทำได้ในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบหรือไม่อยากทำได้

อันนี้คือสิ่งที่ต้องการ

ส่วนความรู้ทางด้านเทคนิคพวกภาษาหรือเฟรมเวิร์คสอนและเรียนรู้ได้หากมีข้างบน


จงภูมิใจที่เป็นคนไทยเลิกดูถูกประเทศของเราเอง หันมาร่วมมือกันพัฒนามากกว่าการตำหนิ ช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่ามากกว่าการทับถม จะเป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยเจริญ

By: thecyanline
thecyanline's blog
on 30/11/08 6:20 #73627 Reply to:73413 toggle
thecyanline's picture

เห็นด้วยกับคุณ Sand สุดๆ ขอเพิ่ม ึ7. ภาษาอังกฤษ 8. มารยามการสื่อสารผ่าน e-mail (ควร CC ใคร การตั้งชื่อ subject ใน mail) << ในข้อนี้นี่แอบสงสัยว่าป่านนี้หนังสือทักษะสัมพันธ์ที่เรียนตอนม.ต้น ม.ปลายเพิ่มการสื่อสารทาง email ให้ได้ฝึกกันในหลักสูตรไปแล้วหรือยัง

By: Kerberos
AndroidRed HatUbuntuWindows
Kerberos's blog
on 28/11/08 22:46 #73414 toggle
Kerberos's picture
  • เขียน Perl เป็น
  • เข้าใจแนวคิดของ socket
  • ใช้ regular expression ได้
  • scalability พวก load ข้อมูลใหญ่ๆ ลง array อย่าให้เจอ

ไม่ตายไม่เลิก


#Utthawit ไม่ตายไม่เลิก

By: lew
FounderJusci's WriterMEconomicsAndroid
lew's blog
on 28/11/08 22:51 #73442 Reply to:73414 toggle
lew's picture

ผมตกข้อแรกครับ

LewCPE


LewCPE's Google+

By: Kerberos
AndroidRed HatUbuntuWindows
Kerberos's blog
on 29/11/08 19:24 #73572 Reply to:73442 toggle
Kerberos's picture

ถ้าใช้ perl compatible regex ได้ก็ไม่เกี่ยงครับ :P

ไม่ตายไม่เลิก


#Utthawit ไม่ตายไม่เลิก

By: Sikachu
ContributoriPhoneIn Love
Sikachu's blog
on 29/11/08 1:45 #73476 Reply to:73414 toggle
Sikachu's picture

ตกข้อแรกเหมือนกันครับ แต่มาเขียน Ruby ไม่เห็นเกีี่ยวกะ Perl เลย

บล็อกของผม: http://sikachu.com


บล็อกของผม: http://sikachu.com

By: natty
ContributoriPhone
natty's blog
on 29/11/08 1:50 #73479 Reply to:73414 toggle
natty's picture

ตกสนิท ข้อแรก เหมือนกัน

บลอกของ natty


บลอกของ natty

By: tekkasit
ContributorAndroidWindowsIn Love
tekkasit's blog
on 29/11/08 8:04 #73491 Reply to:73414 toggle
tekkasit's picture

ข้อแรกผม ตก สนิท ข้อสาม จนป่านฉะนี้ผมก็ยังไม่ได้อยู่ดี

By: audy
AndroidUbuntu
audy's blog
on 29/11/08 10:36 #73509 Reply to:73414 toggle
audy's picture

ผมตกข้อสุดท้ายครับ ไม่ค่อยได้เจอระบบอภิมหาอลังการ เท่าไหร่ครับ

By: Solotov
Solotov's blog
on 29/11/08 16:44 #73542 Reply to:73414 toggle
Solotov's picture

regular expression เอาไปใช้ทำอะไรบ้างเหรอครับ เท่าที่ผมรู้ก็แค่เรื่อง compiler เท่านั้นเอง

By: winggundamth
ContributorAndroidUbuntuIn Love
winggundamth's blog
on 29/11/08 16:58 #73546 Reply to:73542 toggle
winggundamth's picture

เขียนเพื่อคำนวณเกี่ยวกับทางด้านตัวอักษรครับ

ยกตัวอย่างเช่น bbcode ที่ใช้กันในเว็บบอร์ดทั้งหลาย [b]ตัวหนา[/b] เราจะเขียนโปรแกรมอย่างไรให้ดึงตัวอักษรที่อยู่ในแท็ก [b]...[/b] ออกมา และแปลงให้เป็นรูปแบบ html ในลักษณะ ตัวหนา แทนครับ

ตัวอย่างเพิ่มเติมนอกจากนี้ก็พวกการตรวจสอบตัวอักษร เช่น ฟอร์มใส่ข้อมูลอีเมลที่เรารับเข้ามา เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามันเป็นอีเมลที่ถูกต้องที่อยู่ในรูปแบบ xxx@yyy.zzz ครับ โดยที่ xxx, yyy และ zzz จะเป็นตัวอักษรใดก็ได้ที่ถูกต้องตามรูปแบบของการตั้งชื่ออีเมลครับ

ยกตัวอย่าง regular expression ที่ใช้ในการเช็คอีเมลครับ

^[_a-z0-9-]+(.[_a-z0-9-]+)*@[a-z0-9-]+(.[a-z0-9-]+)*(.[a-z]{2,3})$

รายละเอียด Syntax สามารถค้นหาได้ทั่วไปจากกูเกิ้ลครับ

I will change the world, to the better day.


I will change the world, to the better day.

By: winggundamth
ContributorAndroidUbuntuIn Love
winggundamth's blog
on 29/11/08 17:09 #73550 Reply to:73414 toggle
winggundamth's picture

ไม่มีสักข้อเลยครับ -*-

จะใช้อะไรแต่ละอย่างในสี่ข้อนี้เปิดพี่เกิ้ลอย่างเดียวเลยครับ

I will change the world, to the better day.


I will change the world, to the better day.

By: lew
FounderJusci's WriterMEconomicsAndroid
lew's blog
on 29/11/08 17:34 #73560 Reply to:73414 toggle
lew's picture

ความเห็นส่วนตัวผมต่อ Regex นี่ผมว่ามันอันตรายมากครับ ถ้าไปเจอเซียนขั้นเทพ เราอาจจะได้โค้ดอัจริยะที่ไม่มีใคร debug ได้อีกตลอดกาล

แต่ต้องใช้เป็นครับ อย่างน้อยๆ ใช้ใน text editor นี่ช่วยร่นเวลาการทำงานไปได้มหาศาลเลย

LewCPE


LewCPE's Google+

By: winggundamth
ContributorAndroidUbuntuIn Love
winggundamth's blog
on 29/11/08 19:02 #73567 Reply to:73560 toggle
winggundamth's picture

+1 ครับ เจอประจำเวลาหาข้อมูลจากพี่เกิ้ลนี่แหล่ะ แค่วิธีการเช็คอีเมลอย่างเดียว เจอเป็นสิบๆ รูปแบบเลยครับ ยิ่งเจอยิ่งเทพขึ้นเรื่อยๆ

I will change the world, to the better day.


I will change the world, to the better day.

By: Kerberos
AndroidRed HatUbuntuWindows
Kerberos's blog
on 29/11/08 19:18 #73570 Reply to:73560 toggle
Kerberos's picture

สำหรับงาน text file processing นั้น regex มันเลี่ยงไม่ได้จริงๆ จะให้ใช้ rindex, strtok, strstr ก็อาจจะมึนกว่าเก่า ถึงมันจะ debug ง่ายกว่าก็เถอะ แต่พอเปลี่ยนรูปแบบนิดเดียว ก็ต้องแก้โค้ดกันอีกเยอะ (พอดีเคยต้องไปเขียน c บนระบบที่มันไม่มี regex ให้ใช้ กว่าจะแกะ http protocol ได้ ก็ต้อง loop กันหลายสิบรอบเลย)

พอดีงานผมมันอยู่กับ unix แทบทั้งวัน อะไรๆ ก็เป็นไฟล์ log ก็เป็น text file ถ้าใช้ regex คล่อง เขียน parser แป๋ปเดียว

ถ้าใช้ regex ของ perl คล่อง ไปใช้ภาษาอื่น ก็มี pcre ให้ใช้อีก ไม่ต้องเรียนรู้ systax ใหม่

ไม่ตายไม่เลิก


#Utthawit ไม่ตายไม่เลิก

By: goommt
goommt's blog
on 28/11/08 21:09 #73418 toggle
goommt's picture

ผมว่าการ "รู้จักตัวเองและรู้จักโลก" เป็นทักษะที่สำคัญครับ คนจบใหม่ส่วนมากเดี๋ยวนี้ทำงานได้ในระดับล่างแต่หวังเงินเดือนสูงตั้งแต่แรก ควรรู้จักระดับ"โลก"ด้วยว่าเค้าอยู่กันตรงไหนบ้าง และเพื่อการนั้นจึงต้องมีเบสิคด้านภาษาอังกฤษที่ดีด้วย

By: pawinpawin
Writer
pawinpawin's blog
on 28/11/08 23:11 #73444 Reply to:73418 toggle
By: crucifier
crucifier's blog
on 29/11/08 8:45 #73498 Reply to:73418 toggle
crucifier's picture
  1. รู้จักใช้ version control
  2. ไม่คิดว่าการไม่ใช้ Framework แล้วจะดูไม่เก่ง แต่ให้เลือกใช้ และรู้จักใช้เครื่องมือให้ถูกกับงาน
  3. กล้ายอมรับว่าตัวเองไม่รู้ในเรื่องอะไรบ้าง
  4. กล้าขอความรู้จากผู้อื่น (ต่อหน้าคนอื่นจะไม่กล้าถาม กลัวเค้ารู้ว่าตัวเองไม่รู้)
  5. กล้าที่จะเขียนในใบลาว่า ไอ้ที่ลาห้าวันน่ะ ไปรับปริญญา อันนี้ก็กลัวเค้ารู้ว่าเพิ่งจบมาอีก คิดในใจตอนเขียนใบสมัครงานมันใส่ข้อมูลอะไรลงไป
  6. กล้าที่จะบอกว่าเคยไปอยู่บริษัทที่ support ระบบของธนาคาร และแค่สามเดือนเท่านั้น ไม่ใช่บอกว่าเคยอยู่ธนาคาร
  7. หัดประเมินตนเองจากความสามารถที่มี ไม่ใช่จากเงินเดือนที่ได้มาเพราะโอกาส
  8. ไม่ส่งเมลเรื่องงานแบบหว่านทั่วบริษัท ให้ส่งถึงคนที่ต้องการติดต่อด้วย และให้ใช้ Project management software แทนการส่งเมลโต้ตอบเรื่องงาน
  9. อย่าอวดเก่ง

ทั้งหมดนี้คงหมายถึง "รู้จักตัวเองและรู้จักโลก" นะครับ แต่บางคนก็ยังทำตัว "เกรียน" อยู่

ขอระบายนิด -*-

By: dafty
iPhoneUbuntuWindowsIn Love
dafty's blog
on 28/11/08 21:13 #73420 toggle
dafty's picture

อะไรก็ได้ ... แต่เขียน HTML หรือ XML ไม่เป็นนี่ ... ไม่ไหวนะครับ

By: winggundamth
ContributorAndroidUbuntuIn Love
winggundamth's blog
on 29/11/08 8:57 #73500 Reply to:73420 toggle
winggundamth's picture

ผมเขียน XML ไม่ได้นะครับ แต่ปัจจุบันก็พัฒนาเว็บได้มากมาย และคิดว่าถ้าต้องใช้ XML จริงๆ ก็สามารถศึกษาเองได้นะครับ

I will change the world, to the better day.


I will change the world, to the better day.

By: plynoi
WriterAndroidUbuntu
plynoi's blog
on 28/11/08 21:48 #73426 toggle
plynoi's picture

ในฐานะที่ทำงานกับเด็กจบใหม่มาเยอะ ผมขอ - อ่าน Help ของโปรแกรมที่ใช้ได้ - หาข้อมูล ศึกษาได้ด้วยตัวเอง - Debug เป็น ไม่ว่าจะวิธีไหน (เจอกับตัวจริงๆ นะครับ debug หาที่ผิดไม่เป็น ไม่รู้ทำไง)

By: chaow
Android
chaow's blog
on 28/11/08 22:04 #73432 toggle
chaow's picture

ด้านเว็บแอป

ฝั่ง client HTML -> CSS -> javascript -> dom -> ajax

ฝั่ง server Java ,C# หรืออื่นๆแล้วแต่ถนัด ยิ่งหลายภาษาได้ยิ่งดี ทำให้ ความรู้สึกเวลาเรียนภาษาใหม่ๆ ไม่มีปัญหา syntax ไม่สำคัญ


Chaow

By: Nirak
ContributorAndroid
Nirak's blog
on 28/11/08 22:25 #73434 toggle
Nirak's picture

ถ้าสนใจทางไหนขอให้ศึกษาให้ลึกก่อน เช่น โครงสร้างของข้อมูล, โครงสร้างของภาษา ถ้าจะก้าวไปเป็นโปรแกรมเมอร์ ยิ่งถ้าเป็นโปรแกรมเมอร์ หรือ นักวิเคราะห์ ล่ะครับ logic สำคัญมาก อย่างภาษาการเขียน เราสามารถเปิด Book ได้ แต่ ขั้นตอน อัลกอริทึม ต้องขยันฝึกตอนเรียนเยอะ ๆ รับรองได้ใช้แน่ครับ และอีกอย่างเด็กไอที อย่าทิ้งวิชาคณิตศาสตร์นะครับ มันควรจะคู่กันไปกับคอมพิวเตอร์ครับ


เรื่องราว ไอที โปรแกรมมิ่ง และเรื่องน่ารู้ บนโลกออนไลน์

By: IceDagger
IceDagger's blog
on 28/11/08 22:26 #73435 toggle
IceDagger's picture

ขอเน้นแนว Unix C++ programming นะครับ ใครที่อยากพัฒนา application บน unix ต้องประมาณนี้เลยครับ

  • ภาษาอังกฤษ เพราะแห่งความรู้ของงาน IT อยู่ใน internet และ text book อย่างที่หลาย ๆ คนบอกครับ
  • การทำงานของ unix OS พื้นฐาน เช่น file system, คำัสั่ง shell พื้นฐาน เช่น ln -s, grep, tail -f, I/O redirect, ifconfig, netstat
  • Unix tool บน windows เช่น putty, cygwin, Xming, BVRDE (remote IDE)
  • Compiler tools ต่าง ๆ เช่น Gnu C compiler, Sun Studio 12 (เอาแต่ตัว compiler กับ debugger IDE ไม่ต้อง) DBX
By: wiennat
Writer
wiennat's blog
on 28/11/08 22:30 #73437 toggle
wiennat's picture
  • เรียนรู้ด้วยตัวเอง รู้จักขวนขวายสิ่งใหม่ๆด้วยตนเอง
  • ทำงานเป็นทีมได้
  • แก้ปัญหาเป็นระบบ ถูกจุด แก้ปัญหาด้วยเหตุผล ไม่ใช่ลองแล้วผ่านแต่ไม่รู้ว่าเพราะว่าอะไร
  • ถามเมื่อจำเป็น
  • ขยันตามสมควร
  • รู้จักอ่านเอกสารอ้างอิงต่างๆ ใช้ Google เป็น

onedd.net


onedd.net

By: khajochi
WriteriPhoneIn Love
khajochi's blog
on 28/11/08 22:50 #73441 toggle
khajochi's picture

ภาษาอังกฤษครับ กับอีก 4 ข้อ อดทน เสียสละ รับปิดชอบ ตรงต่อเวลา

--- Khajochi Blog : It's not a Bug ... It's a Feature


แฟนพันธุ์แท้สตีฟจ็อบส์

By: tonkla
Ubuntu
tonkla's blog
on 28/11/08 23:29 #73443 toggle
tonkla's picture

ผมทำงานในสายงาน web development มา 3 ปีกว่า ขอเอาประสบการณ์ส่วนตัวมาแนะนำน้องๆ ที่สนใจมาทำงานด้านนี้ครับ

1. ทักษะการช่วยเหลือตัวเอง

อันดับแรกต้องเข้าใจก่อนว่าพนักงานทุกคนในองค์กรต่างมีภาระหน้าที่ การจะไปหวังพึ่งให้คนอื่นมาคอยช่วยเหลือเรานั้นเป็นไปไม่ได้ ต้องช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด

1.1 ใช้ search engine โดยเฉพาะ Google ให้เป็น เป็นในที่นี้คือต้องรู้วิธีการใส่ keyword เพื่อหาสิ่งที่ต้องการได้ ต้องรู้ว่าลำดับ keyword ให้ผลลัพธ์ต่างกัน และ Google ภาคภาษาอังกฤษมีความแตกต่างกับภาคภาษาไทย อย่างน้อยก็ SafeSearch Filtering อย่างหนึ่งล่ะ (เอ๊ะ ไม่เกี่ยวนี่ lol)

1.2 ภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะทักษะการอ่านสำคัญมาก ถ้าโง่ภาษาอังกฤษชีวิตจะรันทดมากๆ (ผมเป็นตัวอย่าง)

1.3 ตรรกะศาสตร์และคณิตศาสตร์ ตรรกะสำคัญอย่างไรไม่ต้องบอก ส่วนคณิตศาสตร์ถ้าได้จะดีมาก แม้ไม่ได้ใช้ตรงๆ แต่ผมว่ามันมีผลต่อระบบความคิดนะ (ซึ่งผมเองค่อนข้างโง่ในเรื่องนี้)

2. ทักษะการเขียนโปรแกรม

ต้องเขียนโปรแกรมได้อย่างน้อย 1 ภาษา คุณสมบัติอย่างน้อย 2 ข้อที่ต้องทำได้ คือ (1) ต้องใช้มัน อ่าน/เขียน ข้อมูลจากไฟล์ได้ และ (2) ต้องใช้มัน อ่าน/เขียน ข้อมูลจากฐานข้อมูลได้

  • PHP เป็นภาษาที่เรียนรู้ได้ง่ายและได้เร็วที่สุด หากไม่เป็นภาษาอะไรเลย ก็ขอให้รีบหัด PHP เสียแต่วันนี้ ตลาด PHP ในเมืองไทยยังโตได้อีกหลายปี
  • Java เป็นภาษาที่ให้ทักษะแน่นที่สุด หากเขียน Java เป็นแล้ว ไม่ต้องกลัวที่จะศึกษาภาษาอื่นๆ (แต่ระวังว่าหากเขียนภาษาอื่นๆ แล้วจะไม่อยากกลับมาเขียน Java อีก lol (พึงระวัง Python, Ruby, Groovy)) .. อีกอย่างงาน Java ในเมืองไทยมีเยอะมาก เก่ง Java ฟันธงว่าไม่ตกงาน
  • Python, Ruby, Groovy รู้ไว้สักตัวจะดีมาก แม้คนใช้ยังน้อยแต่ผมคิดว่าเทรนด์เว็บในยุคหน้าจะเป็น Django, Ruby on Rails, Grails แม้ PHP, ASP.net, Java จะครองโลกอยู่ก็ตาม

3. ทักษะการเขียนเว็บ

  • HTML - สำคัญมาก ต้องได้และได้โดยใช้ text editor .. Dream Weaver ไม่เอานะ
  • SQL - สำคัญมาก ถ้าเขียนไม่ได้ก็ต้องใช้ ActiveRecord หรือ ORM ให้ได้ตัวใดตัวหนึ่ง
  • JavaScript - สำคัญ อย่างน้อยก็ควรอ่านโค้ดได้ และต้องเรียกใช้ js framework อย่างง่ายๆ ได้
  • CSS - สำคัญ อย่างน้อยก็ต้องบอกได้ว่า id กับ class ต่างกันยังไง body{} #body{} .body{} ต่างกันยังไง padding กับ margin ต่างกันยังไง
  • Web Development Framework - อย่างน้อย 1 ตัว ควรใช้มันสร้าง simple blog (CRUD) ได้

4. พิมพ์สัมผัส

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ ขอให้ได้งานกันทุกๆ คน ยินดีต้อนรับสู่ PAW66

By: Sikachu
ContributoriPhoneIn Love
Sikachu's blog
on 29/11/08 1:48 #73477 Reply to:73443 toggle
Sikachu's picture

เห็นด้วยกับหลายๆ ข้อครับ ถึงแม้ผมจะเป็น น.ศ. อยู่ก็เถอะ เอิ๊กๆ

ปล. ข้อ ๔ ผมตกครับ พิมพ์ไม่ได้ นิ้วไม่วางแป้นเหย้า แต่ว่ามันพิมพ์ได้เร็วของมันเอง - -"

บล็อกของผม: http://sikachu.com


บล็อกของผม: http://sikachu.com

By: xcession
iPhoneAndroidUbuntu
xcession's blog
on 29/11/08 15:44 #73538 Reply to:73443 toggle
xcession's picture

ข้อ 4 นี่ผมไม่ได้เลยครับ ไม่เคยจะวางนิ้วถูกวิธีแต่มันก็ไวของมันเอง

By: winggundamth
ContributorAndroidUbuntuIn Love
winggundamth's blog
on 29/11/08 16:40 #73540 Reply to:73538 toggle
winggundamth's picture

วางนิ้วไม่ถูก แต่พิมพ์ไวก็โอเคครับ แต่ผมเคยเจอบางคนนั่งจิ้มพิมพ์ก็ไม่ไหวครับ

เสริมอีกนิดคือควรจะพิมพ์สัมผัสได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้วย เด็กไทยส่วนมากพิมพ์สัมผัสไทยได้เพราะเล่นแชท แต่ภาษาอังกฤษมักจะไม่ได้เลยครับ -*-

สุดท้ายเรื่องการวางนิ้วพิมพ์สัมผัส จากประสบการณ์ผมจะพบว่า ถ้าคุณวางนิ้วสัมผัสไม่ถูก คุณก็สามารถพิมพ์ไวได้ แต่ความไวนั้นจะตันเมื่อถึงจุดหนึ่ง แต่ถ้าเทียบกับการวางนิ้วได้ถูกต้อง ความเร็วที่คุณจะสามารถพัฒนาได้จะมากกว่าการวางนิ้วที่ไม่ถูกต้องแน่นอนครับ

I will change the world, to the better day.


I will change the world, to the better day.

By: mossila
Android
mossila's blog
on 29/11/08 23:23 #73605 Reply to:73540 toggle
mossila's picture

ภาษาอังกฤษพิมพ์ได้ก่อนเพราะต้องใข้ vi ทำการบ้าน -*- vi นะ ไม่ใช่ vim

อย่าเข้าไปอ่านนะ บทความของ Rookie


Moss 's blog

By: winggundamth
ContributorAndroidUbuntuIn Love
winggundamth's blog
on 29/11/08 17:15 #73551 Reply to:73443 toggle
winggundamth's picture
  • PHP เป็นภาษาที่เรียนรู้ได้ง่ายและได้เร็วที่สุด หากไม่เป็นภาษาอะไรเลย ก็ขอให้รีบหัด PHP เสียแต่วันนี้ ตลาด PHP ในเมืองไทยยังโตได้อีกหลายปี
  • Java เป็นภาษาที่ให้ทักษะแน่นที่สุด หากเขียน Java เป็นแล้ว ไม่ต้องกลัวที่จะศึกษาภาษาอื่นๆ (แต่ระวังว่าหากเขียนภาษาอื่นๆ แล้วจะไม่อยากกลับมาเขียน Java อีก lol (พึงระวัง Python, Ruby, Groovy)) .. อีกอย่างงาน Java ในเมืองไทยมีเยอะมาก เก่ง Java ฟันธงว่าไม่ตกงาน

+10 ไปเลยครับ โดยเฉพาะถ้าไปเขียนภาษาอื่นๆ แล้วจะไม่กลับมาหา Java อีก 555+

I will change the world, to the better day.


I will change the world, to the better day.

By: Sikachu
ContributoriPhoneIn Love
Sikachu's blog
on 29/11/08 23:36 #73608 Reply to:73551 toggle
Sikachu's picture

ไป Ruby ไปแล้วไปลับ ไม่กลับมา .. ไม่กินแล้วกาแฟ นั่งลูบคลำทับทิมดีกว่า

บล็อกของผม: http://sikachu.com


บล็อกของผม: http://sikachu.com

By: tekkasit
ContributorAndroidWindowsIn Love
tekkasit's blog
on 01/12/08 23:13 #73818 Reply to:73551 toggle
tekkasit's picture

เริ่มแล้วครับ เริ่มไป Groovy กะ Grails แล้ว

By: Ford AntiTrust
ContributoriPhoneWindows PhoneBlackberry
Ford AntiTrust's blog
on 28/11/08 23:53 #73449 toggle
Ford AntiTrust's picture

หลายท่านเล่าไปเกือบหมดแล้ว

สำหรับผม "ใจรัก" ต้องมาก่อน มีใจ เดี่ยวอย่างอื่นตามมาเองครับ

สำหรับภาษานี่ เอาที่ถนัดสักตัวเป็นกำลังใจตัวเองก่อนครับ จะยากจะง่าย เอาสักตัวก่อน แล้วค่อยว่ากัน

สำหรับผมคือ อย่ามองข้ามพื้นฐานต่าง ๆ ในสายงานนั้น ๆอย่าคิดว่าพื้นฐานไม่สำคัญ สำหรับผมการใช้ framework เป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าไม่เข้าใจภาษานั้น ๆ การยากที่จะประยุกต์ใช้ framework ได้เต็มประสิทธิภาพ

การเรียนลัดอาจจะดี แต่พอเข้าสู่ขั้นสูง ๆ พื้นฐานต่าง ๆ จะถูกขุดมาใช้เพียบเลยในตอนนั้น คนพื้นไม่แน่นนี่ลำบากหน่อย เพราะต้องย้อนกลับไปหาพื้นเก่า

ต่อมาคือเรื่องการตามข่าวสารวงการไอที ที่ควรจะตามข่าวคราวอย่างน้อย ๆ สัปดาห์ละครั้งเป็นอย่างน้อย (ที่สุด จริง ๆ แนะนำไม่เกิน 2 วันครับ แต่สำหรับผมคือ ไม่เกิน 12 ชั่วโมง)

ภาษาอังกฤษต้องพยายามอ่านให้ได้ อันนี้สำคัญ ผมมักพูดเสมอกับรุ่นน้องว่า ถ้าอยากทันโลกต้องอ่านให้ได้ อย่ารอให้คนอื่นแปลให้อ่านอย่างเดียว

สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง อันนี้ผมมักบอกกับคนที่จะเข้าสู่วงการว่า ถ้าคิดจะทำงานด้านนี้ "ก็ขอต้อนรับงาน 24 ชั่วโมง" ได้เลย

ใช้ Google ให้เป็น และประกอบกับ Search Engine เฉพาะทางอื่น ๆ ด้วย เพื่อเสริมสร้างความรู้ตัวเอง หาเองก่อนถามคนอื่น เพราะทุกคนก็มีหน้าที่ของตัวเองทั้งนั้น

เข้าร่วมกิจกรรมของชุมชนนักพัฒนาต่าง ๆ มีงานไหน ไปได้ให้ไป เพราะจะได้แนวคิดใหม่ ๆ ได้คุยกับคนที่เข้าใจหัวอกเดียวกันมากขึ้น เราอาจจะได้มุมมองใหม่ ๆ เอามาปรับใช้ในการทำงานต่าง ๆ ได้ และเข้าร่วมตามเว็บบอร์ด หรือชุมชนต่าง ๆ โดยเข้าไปอ่าน เข้าไปถาม(ตามสมควร) เพื่อหาแนวคิดใหม่ ๆ จะได้ไม่อยู่ในกะลา

ฟังให้มาก แบ่งปันให้เยอะ เพราะความรู้ที่มี ต้องส่งกลับคืนสังคม มีคนเก่งเยอะ ๆ จะได้พัฒนาสังคมได้มาก ๆ คิดอยู่เสมอว่า เราต้องสร้างคนให้เก่งกว่าเราให้ได้

จริง ๆ มีอีกมากครับ เอาแค่นี้ก่อนดีกว่า

Ford AntiTrust’s Blog | PHP Hoffman Framework

By: natty
ContributoriPhone
natty's blog
on 29/11/08 0:28 #73458 Reply to:73449 toggle
natty's picture

+1

เรื่องใจรักนี่ เห็นด้วยเลยค่ะ แม้งานทุกประเภทถูกจูงด้วยเงินได้ก็จริง แต่งานไอทีถ้าเงินเยอะแ่ต่ทำงานไม่มีความสุข พวกเราก็ทำไม่ได้ดีหรอกค่ะ งานพวกเรามันเป็นงานแนว Art (เลยกลายเป็น Art ตัวพ่อตัวแม่กันไปหมด)

ในการทำงานแต่ละวัน ควรเน้นผลของงานมากกว่าคิดถึงเวลาทำงาน เพราะงานสายเราไม่ใช่งาน routine ที่ทำจบไปวันๆ นึง แต่เป็นงานต่อเนื่อง เป็นโปรเจค มีแผนใหญ่ แผนย่อย schedule ดังนั้นสิ่งสำคัญจึง ต้องเป็นคนที่รู้จักวางแผนการทำงานของตัวเองในส่วนหนึ่งด้วย แม้ว่าแต่ละ project จะมี project manager มาควบคุม แ่ต่บางทีงานของเราอาจจะไม่ได้มีแค่ project เดียว จึงต้องรู้จักจัดการตัวเอง อย่างน้อยเวลาที่เราได้รับงานเยอะเกินไป โหลดเกินไป ก็สามารถต่อรองได้เพราะเราทำงานตลอดเรามีหลักฐาน ดีกว่าพูดลอยๆ เพราะงานด้านนี้เป็นงานที่เห็นผลจับต้องได้ยากหากมันไม่เสร็จซะทีเดียว

ซือสัตย์กับตัวเอง บางคราวที่ทำงานเหนื่อย ก็พักได้ แต่ต้องเป็นอะไรที่เหมาะสม ตามแผนงานที่วางเอาไว้ เพราะปกติงานด้านไอที หัวหน้าจะให้อิสระกับพนักงานอยู่แล้ว เพราะเข้าใจว่าเป็นงานที่ต้องคิดเยอะ คนด้านไอทีบางทีดูเหมือนจะได้สิทธิพิเศษเยอะกว่าปกติ เพราะต้องใ้ช้แรงจูงใจในการทำโปรเจคให้สำเร็จ และถ้าเค้าใจดีแบบนี้ เราก็ไม่ควรหักหลังเค้าเช่นกัน

เป็นคนไม่หยุดนิ่ง เรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา

ไม่เป็นคน stubborn ต้องรู้จักฟังคนอื่นเยอะๆ คิดเยอะๆ เพราะต้องไม่ลืมว่า เทคโนโลยีเปลี่ยนทุกวัน สิ่งที่เรารู้ มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้ หรือแม้แต่เด็กใหม่ๆ ไม่ว่าจะเก่งกาจมาจากไหนก็ตาม เรื่อง business process ก็ไม่มีทางเก่งไปกว่าคนที่ทำงานในองค์กรมาก่อนแน่นอน เพราะฉะนั้น จงจำไว้ว่าเราไม่ได้เก่งทุกเรื่อง ทำตัวโอหัง พี่เก่ง มากไป ก็ทำให้คนที่อยู่ด้วยเกลียดเปล่าๆ และคนไอทีหลายๆ คนก็เป็นอย่างที่บอกนี่แหละค่ะ ส่วนใหญ่จะคิดว่าตัวเองสุดยอดเสมอแหละ (แหม ตัวเองก็เ็ป็นค่ะบางทีน่ะ ไม่งั้นพูดไม่ได้หรอก ซึ่งก็พยายามเตือนตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าเราไม่ใช่ไ้อ้สุดยอด)

และสำคัญมาก รู้จักบันทึกสิ่งที่ตัวเองทำ รู้จักการเขียน Wiki blog แบบสามารถทำได้โดยธรรมชาติ ไม่คิดว่าเป็นเรื่องเสียเวลา

เขียนแล้วก็ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับทักษะที่เด็กใหม่ควรมีตรงไหนนะคะ มันเกี่ยวกับตอนทำงานแล้วมากกว่า แต่ไม่เป็นไรค่ะ อยากให้เรียนรู้ไว้ว่า จะต้องเจออะไร และควรทำตัวอย่างไร อะไรที่องค์กรอยากได้

บลอกของ natty


บลอกของ natty

By: winggundamth
ContributorAndroidUbuntuIn Love
winggundamth's blog
on 29/11/08 17:16 #73552 Reply to:73449 toggle
winggundamth's picture

ผมแย่ตรงที่ตามข่าวไอทีเยอะเกินไป จนเสียการเสียงานนี่แหล่ะครับ 0

I will change the world, to the better day.


I will change the world, to the better day.

By: mindpeterpan
mindpeterpan's blog
on 29/11/08 0:27 #73457 toggle
mindpeterpan's picture

"พูดกับคนได้ มากกว่าพูดใน blog เป็นอย่างเดียว" "มีใจและศรัทธาคนสิ่งที่ตนเองทำ" (รู้สึกว่ากว้างจัง :) "เข้าใจคนทำงาน เข้าใจประสบการณ์ของตนเอง เข้าใจคนทำงานข้างล่าง"

มีคนเคยกล่าวไว้ว่า องค์กรและผู้บริหารต้องการได้คนดีมีฝีมือมาทำงาน แต่พอทำได้และอยู่ได้สักพักก็ไม่รู้จักรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ จนพนักงานต้องลาออกและหางานใหม่ คงลืมไปแล้วว่า คนทุกคนต้องการความก้าวหน้าในตำแหน่งและหน้าที่ของตน ไม่ใช่รับเงินเดือนไปเพียงอย่างเดียวแล้วทุกอย่างจะจบ

skill ต่างๆฝึกได้ไม่ยากครับ ถ้ามีวิธีการเรียนรู้ที่ดี โดยส่วนตัวคิดว่า "การมองโลกและศิลปะการดำเินินชีวิต" มันสอนกันได้ยากลำบากกว่าการให้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากทีเดียว

By: aoddy
aoddy's blog
on 29/11/08 0:26 #73459 toggle
aoddy's picture

System (ขอเน้นไปทาง Linux) - อย่างน้อยๆ ก็ต้องมี Command อยู่ในหัว ประมาณ 15 command เป็นอย่างต่ำ - เข้าใจ ความหมายของ Option พื้นฐานของแต่ละ Command เช่น -l คือ list เป็นต้น - vi ต้องได้ - man ก็ต้องพอรู้เรื่อง

Network - พอคุยกันเรื่อง Layer2 หรือ Layer 3 ต้องเข้าใจว่าเค้าหมายถึงอะไร - ใช้ command พื้นฐานบน Switch/Router (ขอเน้นเป็น Cisco) ได้ show นั่น show นี่ต้องพอได้

aoddy


aoddy

By: lawender
ContributoriPhoneWindows PhoneUbuntu
lawender's blog
on 29/11/08 0:39 #73462 toggle
lawender's picture

คิดเหมือน Ford

  1. ต้องชอบงานที่ทำ พวกมาเรียน IT เพราะโก้เก๋ หรือดันเรียนเก่งแล้วไม่อยากตกงาน แต่จริงๆไม่ชอบคอมพ์เลย อย่ามาเรียนมาทำงานสายนี้ให้มันโลกร้อนโดยปล่าวประโยชน์เลย เคยสัมภาษณ์เด็กจบใหม่คนหนึ่ง พอผมถามว่า

"ถ้าต้องนั่งทำงานอยู่หน้าคอมวันละอย่างต่ำ 8 ชม. ทุกวัน คิดว่าทำได้ไหม"

เด็กทำหน้าเหวอ... แล้วถามว่า "ต้องขนาดนั้นเลยเหรอคะพี่" ก็เอ่อ... น้องมาสมัครเป็นดาราเหรอครับ ถึงถามอะไรแบบนั้น

  1. อย่ายอมเป็นคนกระจอก เบื่อมากคือพวกที่เข้ามาแล้วเห็นคนอื่นเก่งกว่า แทนที่จะคิดว่าเรามันไม่เก่ง ต้องขวนขวาย กับคิดว่าเออ... ก็เค้าเก่งกันอ่ะ เรามันไม่เก่ง ก็อยู่ในโลกคนไม่เก่งไป ทำงานไปเรื่อยๆ เดี๋ยวเขาคงมาสอนเราเอง Debug อะไรเองไม่เป็นหรอก ติดอะไรหาเองไม่เป็นหรอก รอแต่คนคาบอะไรมาป้อน

  2. อย่าอวดเก่ง เพราะที่ไหนก็ตาม มีคนเก่งกว่าคุณเสมอ เชื่อเถอะว่าตอนที่คุณเข้าไปทำงานใหม่ คุณกระจอกเสมอ

ส่วนเรื่องอื่นๆ ผมไม่สนเท่าไหร่ ถ้าใจรัก พยายามผลักดันตัวเอง เป็นฟองน้ำ ดูดซึมคนอื่นเรื่อยๆ ที่ไหนก็อยากได้มาทำงาน และคนแบบนี้มันก็จะเก่งมาอยู่แล้ว

ผมยังไม่เคยเจอคนที่ไม่รักงานสายนี้ที่ทำงานไม่เก่งเลย

ที่เห็นเก่งๆ ก็เพราะรักงานสายนี้ทั้งนั้น

By: 0xffeeddaa
0xffeeddaa's blog
on 30/11/08 4:55 #73624 Reply to:73462 toggle
0xffeeddaa's picture

+ for(i=0;;i++);

เห็นด้วยอย่างรุนแรงครับ แต่ทำไม ผมก็เจอแต่คนเรียนเก่งแล้วไม่มีใจรักเหมือนกัน

By: fujitarc
fujitarc's blog
on 29/11/08 0:40 #73463 toggle
fujitarc's picture

-เขียนภาษาพื้นฐานที่ ไม่เรียนด้านคอม คนทั่วไปก็ศึกษาเองได้ไม่ซํบซ้อน เช่น html,php (ไม่รู้จะนิยามยังไง) -จะรู้ภาษากี่ภาษาก็ช่าง พูดภาษา "คน" ให้เป็นก็พอ -ทุกท่านกล่าวมาเยอะแล้ว

By: lancaster
ContributoriPhoneAndroidWindows
lancaster's blog
on 29/11/08 1:01 #73467 toggle
lancaster's picture

เรียนอยู่แต่อยากออกความเห็นครับ

สำหรับงานสาย Web Programming

สำคัญมากๆ

  • ความแตกต่าง GET/POST, การรับค่าจาก GET/POST (อันนี้ไม่ได้นี่แย่นะ)
  • เข้าใจพื้นฐานของ HTTP
  • รู้จัก Cookie และใช้บนภาษาที่เขียนได้
  • เข้าใจว่า Server Side ต่าบกับ Client Side ยังไง
  • ความรู้เรื่อง Network พื้นฐาน (IP, Proxy, etc.)
  • แถม SQL ด้วย ถ้าต้องยุ่งกับฐานข้อมูล (หนีไม่ค่อยพ้นหรอก)

นอกนั้นก็ทั่วๆไป

  • เขียน HTML เบื้องต้นด้วย Notepad ได้
  • เขียนหรือแก้ CSS ได้บ้าง รู้ว่า id, class ต่างกันยังไง
  • ไม่มี Framework ก็ไม่ตาย
  • ใช้ Framework ได้ยิ่งดี
  • JavaScript พอได้บ้าง
By: Sikachu
ContributoriPhoneIn Love
Sikachu's blog
on 29/11/08 1:49 #73478 Reply to:73467 toggle
Sikachu's picture

เอาด้วยๆ

รู้ว่าเมื่อไรจะใช้ POST และเมื่อไรควรจะใช้ GET ครับ ;)

บล็อกของผม: http://sikachu.com


บล็อกของผม: http://sikachu.com

By: winggundamth
ContributorAndroidUbuntuIn Love
winggundamth's blog
on 29/11/08 9:07 #73502 Reply to:73467 toggle
winggundamth's picture

ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยเขียนเว็บโดยใช้ Cookie เลยอ่ะครับ -*-

แต่คิดว่าถ้าต้องเขียนจริงๆ ก็เปิด Manual เขียนเอาได้ครับ

I will change the world, to the better day.


I will change the world, to the better day.

By: lancaster
ContributoriPhoneAndroidWindows
lancaster's blog
on 29/11/08 18:32 #73565 Reply to:73502 toggle
lancaster's picture

เอาจริงๆผมว่าเข้าใจ concept มันก็พอครับ เรื่องเขียนถ้าเปิดคู่มือเป็น อะไรก็เขียนได้ทั้งนั้นแหละ :D

By: mindpeterpan
mindpeterpan's blog
on 29/11/08 1:40 #73474 toggle
mindpeterpan's picture

“ถ้าต้องนั่งทำงานอยู่หน้าคอมวันละอย่างต่ำ 8 ชม. ทุกวัน คิดว่าทำได้ไหม” ทำได้ครับ แต่ระวังสุขภาพให้ดี ผมเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกึ่งหนึ่งครับ แต่ถ้าจะแนะนำน้องๆ ที่เข้ามาอ่าน blognone โดยส่วนตัวอยากฝากไว้ว่า "ทำงานโดยใช้เวลาให้น้อยที่สุดในแต่ละวัน แต่ให้ได้ปริมาณงานมากที่สุด" จะมีอะไรที่เป็นส่วนประกอบบ้างก็ลองเอาไปคิดคิดดูครับ :)

By: apirak
iPhoneUbuntu
apirak's blog
on 29/11/08 6:49 #73490 toggle
apirak's picture
  1. รู้ความสำคัญของ Unit Test มีความอดทน
  2. รู้ความสำคัญแต่ละ Frame work
  3. รู้ความแตกต่างของแต่ละภาษา
  4. รู้ความแตกต่างของแต่ละ OS
  5. ไม่ยึดติดกับ Framework ภาษา OS หรือหลักการที่เรียนมา

Apirak.com panatkool


Apirak.com panatkool

By: Sikachu
ContributoriPhoneIn Love
Sikachu's blog
on 29/11/08 23:38 #73609 Reply to:73490 toggle
Sikachu's picture

แล้วถ้า สมมุติผมบอกว่า ผมเป็น Rails Developer อยู่ แล้วผมชอบที่จะใช้ Rails ในการพัฒนาเว็บ เพราะมันสะดวกกว่าการใช้ Framework อื่นๆ และผมคล่องกับการใช้งานอันนี้ แต่ก็คือว่าถ้าจะให้ใช้ตัวอื่นทำก็โอเค แต่ผมก็ยังชอบ Rails อยู่ดี

ถือว่าผมตกข้อ ๕ ไหมครับ? :)

บล็อกของผม: http://sikachu.com


บล็อกของผม: http://sikachu.com

By: tekkasit
ContributorAndroidWindowsIn Love
tekkasit's blog
on 29/11/08 8:14 #73493 toggle
tekkasit's picture

อันนี้ที่เคยเห็นเองนะครับ นอกเหนือจากที่คนอื่นๆเค้าเขียนไปแล้ว

  • อย่าติด MSN: คุณเคยเดินเข้าห้องน้ำ เดินผ่านหลังทีมงาน คุณเคยเห็นบ้างไหมว่า กี่คนที่ไม่มี MSN เป็น active! ผู้ใหญ่จะไม่ทราบหรอกนะครับว่าคุณ chat ปรึกษางาน หรือ chitchat ทั่วไป แต่ถ้างานเสร็จไม่ทัน เค้าไม่ฟังคำแก้ตัวหรอกนะครับ

  • ภาษาอังกฤษ: ต้องยอมรับว่า ประเทศเราไม่ใช่ประเทศต้นน้ำเรื่องเหล่านี้ ข้อมูลที่เป็นภาษาไทยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ, บทความ, วารสาร, กระดานข่าว เทียบปริมาณแล้ว น้อยกว่าต่างประเทศมากมายนัก ดังนั้น อย่างน้อยที่สุด ควรจะอ่านเท็กซ์บุ๊คได้

  • การค้นหาข้อมูล: ถ้าคุณศึกษาภาษาโปรแกรมในภาษาอังกฤษ คำสำคัญต่างๆในภาษาอังกฤษคุณก็จะได้มา เวลาใช้กูเกิ้ล คุณจะเลือกคำสำคัญไ้ดง่ายขึ้น

By: kowito2
Android
kowito2's blog
on 29/11/08 14:44 #73532 Reply to:73493 toggle
kowito2's picture

MSN นี่ขึ้นอยู่กับนโยบายด้วยครับ ที่ทำงานผมค้องใช้งานกันทุกคน ใครไม่ออนนี่จะต้องถามแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น คำแนะนำง่ายๆคือแยก Account ที่ทำงานกับที่บ้านแยกกัน จะได้ไม่เสียเวลามาคุยกับเพื่อนตอนทำงาน

อีกเรื่องนึงคือเวลางาน เมื่อวานคุยกับเจ้านายว่า งานที่ออกแบบไปมันไม่ค่อยเข้าท่าเลย เค้าตอบกลับมาว่า ผมให้เวลาคุณ 7 วัน นี่เพิ่งสามวัน คุณส่งงานห่วยนั้นมาก่อน และไปหาวิธีทำให้มันสวยขึ้น ผมไม่เสียดายเวลาหากคุณได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ แหล่มเลย อยากให้เจ้านายคนอื่นคิดแบบนี้บ้าง มันเกิดผลดีต่อองค์กรในระยะยาวนะครับ

By: audy
AndroidUbuntu
audy's blog
on 29/11/08 15:00 #73535 Reply to:73532 toggle
audy's picture
  • ที่ทำงานผมใช้ Jabber server ครับ ทุกคนมี IM ของบริษัทเป็นของตัวเอง
  • อยากเจอเจ้านายแบบนี้บ้างจังครับ
By: jiramot
jiramot's blog
on 29/11/08 9:57 #73504 toggle
jiramot's picture

ผมมองว่าที่เค้าสอน ก็ดีแล้วน่ะคับ เค้าสอน กลางๆให้เราคิด การศึกษาไทยมันสอนคน it กลางๆมากกว่า ไม่เหมือนการสอนของอินเดีย เค้าจะเน้นไปเลย ว่าเป็นสายไหนๆ

ผมมองว่าเด็กที่จบใหม่ บางคนก็แทบไม่ต้องเทรนอะไรเลย และก็มีบางคนที่ต้องเทรนนิดหน่อย แต่ก็มีอีกบางคนที่ต้องเทรนกันมาก ทั้งหมดนี้ไม่ได้ขึ้นกับมหาลัย แต่ขึ้นกับตัวบุคคล และลักษณะองกรของแต่ละบริษัทมากกว่า

การที่เด็กแต่ละคนมีพื้นฐานต่างกันมาก ผมมองว่าไม่ได้เป็นเพราะการสอนของมหาลัยครับ ผมมองว่าเป็นเพราะตัวเด็กมากกว่า ส่วนมากที่เจอเด็กเก่ง ก็คือพวกที่ลองเล่นอะไร ไม่ได้เอาแต่เรียนแล้วกลับไปเล่น แต่เรียนแล้วก็คิดต่อยอด ลองโน่นลองนี่ ไม่ก็พวกเด็กที่ทำโครงงานวิจัย ที่โดนอาจารย์ใช้แหละ มันก็เป็นทางอ้อมให้เด็กได้ทำงาน ระหว่างที่เรียน

ส่วนบริษัทเอง ก็เหมือนกัน เพราะว่า แต่ละที่ต่างมีสภาพแวดล้อมเฉพาะตัว เช่น SAP คงหาประสบการณ์สำหรับเด็กจบใหม่ได้ยาก, หรือ Java j2ee ผมก็มองว่าเจ้าตัว web framework มันก็เยอะ เด็กอาจจะเคยใช้ jsf แต่บริษัทเค้าทำ strust2 มันก็ต้องเทรนปรับกันนิดหน่อย แต่ถ้าม่พื้นฐานมาดี ก็ง่าย

สรุป ผมว่าน้องๆควรจะอ่านความเห็นข้างบนนี้ เพื่อที่จะได้รู้ว่าเวลาทำงาน เค้าทำอะไรบ้าง ถ้ามีโอกาส อยากให้ลองทำงานบ้างระหว่างเรียน อาจจะทำงานวิจัยกับอาจารย์ หรือไม่ถ้ามีโอกาสลองรวมกลุ่มกับเพื่อนสัก 2 3 คนหางานนอกมาทำ เอาเป็น project เล็กๆ จ็อบข้างนอก จะทำให้น้องๆเจอกับการทำงานจริงๆ ความรู้สึกมันต่างกับการเรียนมากมาย หรือ ลงแข่งขันรายการต่างๆเช่น NSC, Robocup, RFID Contest ...(สำหรับผมนี่คือสิ่งที่ผมใช้หาประสบการณ์)

http://jiramot.info


http://jiramot.info

By: jiramot
jiramot's blog
on 29/11/08 9:59 #73505 toggle
jiramot's picture

ี่ที่สำคัญที่สุดที่ผมว่าน้องๆควรมีที่สุด

รักการเขียนโปรแกรม หรือไม่ก็รักในการดูแลระบบ หรืออะไรก็ได้ในสายนี้

และกระหายที่จะเก่ง ถ้ามีไอนี่ ก็ไม่ว่าจะที่ไหนก็ทำงานได้ชัวร์

http://jiramot.info


http://jiramot.info

By: semicolonth
ContributoriPhoneRed HatSymbian
semicolonth's blog
on 29/11/08 11:23 #73512 toggle
semicolonth's picture

ทักษะที่ "ควรมี" สำหรับ Programmer คือ

"Logic" นั่นคือต้องคิดอะไรเป็นเหตุเป็นผล

ฟังดูเหมือนจะง่ายแต่จริง ๆ แล้วไม่ง่ายเท่าไหร่ เพราะเท่าที่ผมสอนงานน้อง ๆ มา พบว่าหลายคนที่ Logic ในการคิดยังแปลก ๆ อยู่

ยังใช้การจำสิ่งที่ผ่านมามากกว่าความเข้าใจแล้วนำไปต่อยอด

ซึ่งถ้า Logic ได้แล้วการขวนขวายหาทักษะอื่น ๆ นั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากครับ

ส่วนถ้าจะให้ลงลึกว่าทักษะอื่น ๆ ที่ผมคิดว่า "ควรมี" สำหรับ Web Programmer ได้แก่

  1. ทักษะการอ่านหนังสือโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาอังกฤษ เพราะโลกนี้มีคำตอบให้แทบจะทุกคำตอบ เพียงแต่อาจจะไม่ได้อยู่ในรูปแบบภาษาไทย

  2. ทักษะการเขียน JavaScript แบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เอาไว้ตรวจสอบ Form เพราะในปัจจุบันมี Ajax, Mash-up, ... และเทคโนโลยีมากมายอิงกับ JavaScript

  3. ความเข้าใจใน HTTP ทั้งกระบวนการ "รู้ไหมว่า CGI ต่างกับ Server Page ตรงไหน?"

  4. Version Control ถ้าเคยใช้มาก่อนก็ดี แต่ไม่เคยใช้... ก็หัดใช้ซะจะดีกว่าครับ


semicolon.in.th

By: basicsharp
basicsharp's blog
on 29/11/08 12:43 #73519 toggle
basicsharp's picture

คือตอนนี้ผมอยู่ปี1ครับ อยากทราบว่าถ้าจะมุ่งไปทาง web development จำเป็นต้องศึกษา Java EE เผื่อพวก cloud ในอนาคตรึเปล่าครับ?


my little tumblelog code.sweet*

By: bow_der_kleine
WriterAndroidUbuntu
bow_der_kleine's blog
on 29/11/08 17:52 #73561 Reply to:73519 toggle
bow_der_kleine's picture

ถามว่าจำเป็นหรือเปล่า คงไม่จำเป็นครับ แต่รู้ไว้ดีแน่ ๆ

BioLawCom.De


XimpleSoft

By: javaboom
WriteriPhoneUbuntu
javaboom's blog
on 29/11/08 22:26 #73597 Reply to:73519 toggle
javaboom's picture

วิธีการพัฒนา Java EE หรือแม้แต่ภาษา เฟรมเวิร์ค เครื่องมือตัวอื่นๆ จะเอาไปใช้บน Cloud หรือไม่ใช่ Cloud ก็ไม่ได้ต่างกันเลยครับ ยกเว้นจะพูดถึงพวก Platform-as-a-Service (PaaS) แต่โดยรวม ก็ยังเป็นการใช้พื้นฐานของภาษาคอมพิวเตอร์ทั่วไปอยู่แล้วครับ มีเพียงแค่ Library เสริมและวิธีการติดตั้งหรือ deploy โปรแกรม ที่มีความแตกต่างกันไปตามผลิตภัณฑ์ครับ

Cloud เป็นเพียงสภาพแวดล้อมสำหรับเอาระบบสารสนเทศไปติดตั้งไว้นอกองค์กร ดังนั้น การพัฒนาโปรแกรมก็ยังคงเดิมเสมือนพัฒนาระบบไปติดตั้งหรือโฮสต์บนอินเทอร์เน็ต ส่วนการดูแลระบบเซิร์ฟเวอร์ ศูนย์ข้อมูล การรักษาความปลอดภัย ส่วนนี้เป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับวิธีการพัฒนาหรือผู้พัฒนาโปรแกรมครับ

JavaBoom (Boom is not Java, but Java was boom) http://javaboom.wordpress.com


My Blog / Follow me

By: Sikachu
ContributoriPhoneIn Love
Sikachu's blog
on 29/11/08 23:43 #73611 Reply to:73519 toggle
Sikachu's picture
  • Cloud ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าใช้โดยใช้ภาษาใดภาษาหนึ่งเช่น Java ครับ คุณสามารถเรียนรู้ภาษาใดก็ได้ เอาเป็นภาษาที่ชอบดีกว่าครับ :) Ruby Python PHP .. มันอะไรก็ได้จริงๆ เพราะคำว่า cloud ส่วนใหญ่ก็แค่หมายถึง computing power คือเอาไปรันบน cpu ที่อยู่บนเมฆ เหมือนเรามี resource อยู่กับตัวตลอดเวลาครับ
  • เพิ่งปีหนึ่งเอง ลองเรียนรู้ภาษาอื่นๆ ลองดูโค้ดภาษาอื่นๆ ไปด้วยนะครับ เพราะว่าโลกนี้ไม่ได้มีแค่ JavaEE, ASP.NET แต่ยังไมี PHP Ruby Python อะไรอีกตั้งเยอะแยะ เลือกเดินไปทางทีตัวเองชอบ จะดีที่สุดครับ :)

บล็อกของผม: http://sikachu.com


บล็อกของผม: http://sikachu.com

By: ott
iPhoneUbuntu
ott's blog
on 29/11/08 14:17 #73528 toggle
ott's picture

-UNIX commands (cd, mkdir, rm, rmdir, ... ) และ tools (wget, ssh, telnet, nc, socket, ...) และหลักการพื้นฐานพวก STDIN/STDOUT/ STDERROR

-RegEx + (Perl หรือ PHP หรือ Ruby หรือ scripting languages อื่นๆ ก็ได้ เอาให้ถนัดสักตัว เขียนประมวลผล text files ได้โดยเร็ว)

By: ebox
ebox's blog
on 29/11/08 14:32 #73529 toggle
ebox's picture

เขียน Webapplication โดยใช้ Dreamwever มันไม่ดีตรงไหนหรอครับ? คือผมก็ Coding ผ่าน Dreamwever อ่ะครับ เขียนให้เข้ามาตรฐาน XHTML 1.0 ทำ SEO ง่ายและเร็วดี คือช่วยอธิบายเพิ่มเติมหน่อยครับ ผมจะได้นำปรับใช้บ้าง

สำหรับความคิดผมนะครับ

1.ด้าน Coding ควรเป็นอย่างน้อย 1 ภาษา อะไรก็แล้วแต่ถนัด เพราะอย่างน้อยมีพื้นฐานในการเขียนมาบ้าง ภาษาอื่นๆมาศึกษากันได้ ยกตัวอย่างผมเขียน C เป็นก็ขยับมาเป็น PHP VB6 JSP Adobe Flex ผมจะพยายามไม่จับหลายตัว จับปลาหลายมือกลัวจะได้แค่หางปลา จะบอกว่าตั้งแต่ทำงานมาไม่เคยจับ .NET เลย

ตอนที่ทำงานอยู่ ตอนนั้นโดนเปลี่ยนให้ไปใช้ JSP Framework ก็ต้องมาศึกษาเรียนกันทั้งๆที่ไม่เป็น Java เลย แต่ก็สามารถทำได้

2.ด้าน Network อย่างน้อยต้องรู้การวางระบบไว้บ้าง มีพื้นฐานมาบ้างพวกนี้เรียนรู้กันได้

3.กระหายที่จะเรียนรู้เพิ่มเติม ไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง ไม่ยึดติดในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดีแล้ว(เหนือฟ้ายังมีฟ้า) ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นบ้าง Ego ลดๆลงหน่อย

4.ภาษาอังกฤษ ถ้าเชี่ยวชาญจะดีมากเลยครับ ตอนเรียนผมไม่ค่อยสนใจเลย คิดว่าทำไมมันยากจัง ทั้งอ่าน ฟัง เขียน พูด พอทำงานก็รู้ว่ามันจำเป็นมากในการหาข้อมูล อ่าน Help การติดต่อพูดคุยกับฝรั่ง แต่สำหรับคนที่ไม่เชี่ยวชาญ ใช้บ่อยๆครับ จะดีขึ้นเอง

By: kaze
Writer
kaze's blog
on 29/11/08 16:08 #73539 Reply to:73529 toggle
kaze's picture

ข้อเสียที่เห็น

  • เปลือง (ค่า software)
  • แท็กที่ออกมาไม่ตรงมาตรฐาน XHTML 1.0 strict ครับ เช่น แท็ก script จะไม่มี attribute "language" แต่ Dreamweaver จะสร้างออกมาด้วย ถ้าพิมพ์ในโหมด Code ก็จะแสดง attribute นี้ด้วย บางคนอาจจะพิมพ์เองด้วยโหมด Code อาจจะเข้าใจผิดได้ว่าเป็น attribute ที่ถูกต้อง
  • ถ้าใช้โหมด Design บางที HTML ที่ได้ indent ไม่ถูก เวลาแยกเป็น template หลายๆ ส่วนทำให้ดูลำบาก

ส่วนเรื่อง SEO ผมสงสัยว่าช่วยยังไงบ้างครับ?

By: winggundamth
ContributorAndroidUbuntuIn Love
winggundamth's blog
on 29/11/08 16:46 #73543 Reply to:73529 toggle
winggundamth's picture

ปกติ Dreamweaver ถ้าผมใช้แล้วต้องการให้มันเป็น XHTML Strict ผมก็คิดว่าคงต้องเปิดโหมด Code อย่างเดียว ถ้าเกิดไปทำอะไรที่โหมด Design นี่เสียไปแน่ๆ ซึ่งถ้าผมใช้แต่โหมด Code อย่างเดียวแล้ว ผมก็เลยคิดว่าผมไปใช้ Editor ตัวอื่นที่ทำเพียงแค่ Syntax Highlight กับ Auto Complete ดีกว่าครับ อย่างน้อยก็ประหยัดค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ไปได้โข

ส่วนอีกอย่างนึงคือ อันนี้ผมไม่ทราบจริงๆ ว่า Dreamweaver สามารถดีไซน์เว็บในรูปแบบ Tableless แล้วแสดงผลในโหมด Design ได้อย่างถูกต้อง และเป็น XHTML Strict ด้วยหรือเปล่าครับ

ส่วนเรื่อง SEO no comment ครับ ไม่เคยเห็นฟีเจอร์ตัวนี้บน Dreamweaver เลย

I will change the world, to the better day.


I will change the world, to the better day.

By: xinexo
xinexo's blog
on 29/11/08 15:11 #73537 toggle
xinexo's picture

สำหรับผม ไม่ขออะไรมากครับ ขอคนที่

  1. สะกดคำว่ารับผิดชอบเป็น
  2. มีประสบการณ์ในการทำ project ระหว่างเรียน ไม่ใช่แบบว่า มาสมัครงานบอกทำ c++ ได้ แต่พอถามว่าเคยเอา c++ ไปทำอะไรมั้ย ก็ตอบว่า เคยเรียนในห้องเรียน! อยากได้คำตอบประมาณว่า เคยเอา c++ ไป implement XXX/YYY อะไรก็ว่าไป

แค่นี้แหล่ะครับ ขอแค่นี้เอง...

เวบของเค้า...และเพินที่เค้ารัก www.mooling.com


mooling - developer, marketer, economist and Corruption!

By: isunsunsun
isunsunsun's blog
on 29/11/08 19:19 #73571 toggle
isunsunsun's picture

ต้องใช้หลาย ๆ เบราเซอร์ครับ

ใช้แต่ IE อย่างเดียวก็ไม่ไหวนะ ...

By: bentino
bentino's blog
on 29/11/08 19:30 #73575 toggle
bentino's picture

ผมขอคนที่รู้จักคำว่า Development Environment ว่ามันมีอะไรบ้าง จะได้สามารถปรับเปลี่ยนเครื่องมือการทำงานได้ ผมเห็นว่าหลายคนยังยึด IDE มากเกินไป แล้วไม่รู้ด้วยว่า IDE คืออะไร ถ้าไม่มี IDE จะเขียนโปรแกรมด้วยอะไรได้บ้าง ตอนเรียนภาษาซียังใช้ turbo c++ อยู่เลย

ที่สำคัญคือใช้ google หาความรู้และตามโลกภายนอกด้วยว่าเค้าทำอะไรกันอยู่

Freedom Initiative


Freedom Initiative

By: Sikachu
ContributoriPhoneIn Love
Sikachu's blog
on 29/11/08 23:47 #73612 Reply to:73575 toggle
Sikachu's picture

โอ ประเด็นนี้ดีมาก มันอาจจะต้องกลับไปแก้ที่อาจารย์เลยนะเนี่ย เพราะแบบ อาจารย์บางท่าน สมมุติเริ่มสอนจาวางี้ เริ่มมาเลย .. "อะ นักเรียนลง Netbeans" เอ๊า! แล้วเด็กจะรู้ไม๊ว่า Java != Netbeans ละเนี่ย?

มีคนอีกหลายคนที่คิดว่า ถ้าทำเว็บเขียน PHP ต้อง Dreamweaver .. เพราะเขาโดนปลูกฝังมาอย่างนั้นครับ

บล็อกของผม: http://sikachu.com


บล็อกของผม: http://sikachu.com

By: bentino
bentino's blog
on 30/11/08 9:53 #73636 Reply to:73612 toggle
bentino's picture

ผมว่าคงไม่ใช่บางท่านหรอกครับ :P

การไม่รู้เรื่องพวกนี้ผมถือว่าขาดพื้นฐานอย่างรุนแรง ที่จริงน่าจะเรียนวิชา programming platform ตอนปี 1 ด้วยซ้ำไปก่อนที่จะมานั่งหัดจำโค้ดภาษานู้นนี้

เคยมีคนมาขอคำปรึกษาเรื่อง OpenGL หลังจากเล่าให้ฟังซะยืดยาวก็ถามมาว่าใช้โปรแกรมอะไรเขียน OpenGL - -"

Freedom Initiative


Freedom Initiative

By: zda98
Windows Phone
zda98's blog
on 29/11/08 19:43 #73576 toggle
zda98's picture

ทำงานด้าน Network ก็ขอให้ใช้คำสั่งพื้นฐานเป็นเช่น Ping Telnet Netstat tracert เป็นไม่ใช้ว่า บอกว่า Connect ไม่ได้ก็มั่วแต่นั่งหาเพราะบ้างครั้ง(บ่อยเลยแหละ)มันไม่ได้เกิดจาก Network แต่มาจาก application ไม่ได้ LISTENING ให้ตายยังไงมันก็ Connect ไม่ได้

By: sukorn
Ubuntu
sukorn's blog
on 29/11/08 20:02 #73577 toggle
sukorn's picture

อยากให้ศึกษาบริษัทที่จะไปทำงานด้วยให้ละเอียด เค้าทำอะไรกัน ใช้อะไรเป็นหลัก ย้อนกลับมาดูตัวเองว่าพร้อมมั๊ย แล้วค่อยไปสมัคร ถ้าไม่พร้อมต้องใช้เวลาเท่าไรในการเตรียมตัวให้ขึ้นไปอยู่ในระดับที่ทำงานได้ด้วยตนเอง

ผมเจอบ่อย ๆ ที่เด็กมักจะคิดว่าเข้าไปก่อนแล้วค่อยไปดิ้นรนเอาข้างหน้า บางครั้งมันไม่ทัน จบไม่สวย เสียเวลาทั้งตัวเด็กเองและบริษัท บริษัทส่วนใหญ่ (คิดว่าทั้งหมด) รับคนเข้า "ทำงาน" ไม่ใช่เข้ามา "เรียนรู้งาน" บางอย่างเช่นวัฒนธรรมองค์กรหรือเทคโนโลยีพิเศษนั้นต้องใช้เวลาเรียนรู้ในช่วงที่ทำงานอยู่แล้ว แต่ถ้าเราเตรียมตัวมาดี ทำสิ่งพื้นฐานที่เราต้องทำ และทำได้อย่างคล่องแคล่ว ก็จะทำให้ชีวิตการทำงานราบรื่นขึ้นนะครับ


pwz™
By: kaze
Writer
kaze's blog
on 29/11/08 20:39 #73582 toggle
kaze's picture

บริษัทผม ทำด้าน Web application อยากได้ Skill แบบ

  • เขียน C# หรือ Java เป็น
  • เขียน PHP, Perl หรือ Python เป็น
  • เขียน HTML ได้ และถูกต้องตาม XHTML 1.0 transition เป็นอย่างน้อย
  • เขียน Style sheet ได้ และสามารถทำงานได้ถูกต้องใน IE กับ Firefox เป็นอย่างน้อย
  • เขียน JavaScript ได้ และสามารถทำงานได้ถูกต้องใน IE กับ Firefox เป็นอย่างน้อย
  • เขียน code เป็นระเบียบเรียบร้อย ทำตาม standard ของบริษัท หรืองานนั้นๆ เมื่อทำงานเป็นทีม code ที่ออกมาก็ต้องดูไม่ออกว่าใครเป็นคนเขียน (อยากรู้ว่าใครเขียน ต้องดูจาก Version Control System เอา)
  • ใช้งาน IE developer toolbar, Firebug หรือ Web inspector เป็น
  • ใช้ command บน Unix พวก cd, cp, mv, rm ได้
  • ใช้ vi, vim หรือ emacs เป็น
  • เขียน SQL ง่ายๆ (SELECT, INSERT, UPDATE, DELETE) ได้ และใช้งาน MySQL, PostgreSQL หรือ SQL server ได้

ส่วนที่รู้ไว้จะมีประโยชน์

  • JavaScript Framework อาจจะเป็น PrototypeJS, Mootools หรือ JQuery
  • API ต่างๆ เช่น Google Maps API, Youtube API
  • Drupal, Joomla หรือ Wordpress
By: preecha13
preecha13's blog
on 29/11/08 21:36 #73586 toggle
preecha13's picture

ดีครับ ผมคงไม่มีอะไรพูดมากเพราะทุกคนพูดไปหมดแล้ว แต่จะแนะว่าน้องๆ จบใหม่ ควรจะเริ่มอะไรดีจึงจะได้งานไวๆ แต่อย่างว่าแหละครับถึงจะเป็นแต่ไม่รู้ที่จ้างงาน มันก็เท่าเดิม แต่ผมจะเล่าจากประสบการณ์ของผมให้ฟังนะครับ และความรู้สึกส่วนตัว

ถามว่าภาษาอะไรควรศึกษาภาษาแรก ตอบ ตามลำดับจากประสบการณ์นะครับ

0.รู้ว่าคอมฯ คืออะไร ติดตั้งยังไง ทำงานยังไง แก้ปัญหายังไงเมื่อมีปัญหา รู้จักอ่าน help และแปลภาษาอังกฤษได้บ้าง

1.ภาษาแบบ Visual สักตัวเพื่อพัฒนา Application ธรรมดา แนะนำ VB.net(ทำให้เรามองภาพเรื่อง class ได้ง่ายขึ้น) และทำให้รู้ว่าการเขียนโปรแกรมคืออะไร เพราะตลาดหรือบริษัทส่วนใหญ่จะต้องการให้เราพัฒนา App นี้มาก และมันจะทำให้เรามีอาชีพหลักหรืองานประจำทำก่อนอันดับแรก

2.ภาษาแบบ web ด้วย PHP,xhtml,css,database(แนะำนำ mysql),javascript เหตุผลที่อยากให้ทุกคนเริ่มต้นจาก web ก่อนเพราะถ้าเป็นแล้วรับรองมีงาน แน่นอนเพราะอนาคตโปรแำกรมส่วนใหญ่เริ่มจะไปเป็น web มากขึ้นและ ตลาดงาน php เมืองไทยเยอะมากและเริ่มจะเยอะไปทุกวันแล้ว - php หางานง่าย - php หา job ภายนอกหรือเป็นอาชีพเสริมได้เลยนอกจากงานประจำ - php ไม่ยึดติดกับ platform โปรแกรมที่เราพัฒนาจะมี long term นานกว่า Application ธรรมดาถ้าเขียนให้เก่งเหมือน web google ที่ผมเจอรู้สึกว่าความสามารถมันแทบจะเท่า app ธรรมดาเลย - ฯลฯ ** ลอง cms จะทำให้เราสร้่าง web ได้ไวและรู้ว่าเว็บคืออะไร

3. ศึกษาระบบงานแล้วสร้าง product ตัวอย่างให้กับตัวเองสักระบบให้ สมบูรณ์ในระดับหนึ่งด้วยข้อ 1 และ 2 ก็ไม่ต้องห่วงเพราะคุณจะชำนาญ ทั้งภาษาและระบบงานอัตโนมัติรวมทั้งรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร ปัญหาคืออะไร แน่นอน ข้อนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ สำหรับผม

4.หลังจากว่างๆ ก็หาภาษาอื่นๆ ที่จะทำให้เราเห็นข้อแตกต่างข้อดีข้อเสีย ในแต่ละภาษาหรือหา tool ที่เราจะทำงานได้ไวยิ่งขึ้น ไม่ยากให้ยึดติดว่าภาษาอะไรแต่อยากให้ทุกคนมองว่าต้องมีงานหลักทำก่อน ส่วนตัวแล้วผมว่า web จะเริ่มเข้ามาแทนที่ app ธรรมดาขึ้นทุกวันจึงลำดับให้ความสำคัญเป็น สิ่งที่ควรศึกษาคู่กับข้อแรกโดยแบ่งเวลาเอาครับ ภาษาอื่นๆ ที่แนะนำคือ python เพราะมันสามารถทำได้ทั้ง web และ app และที่ำสำคัญมันรันได้หลาย platform ไม่ต้องยึดติดกับ windows อันนี้เจอปัญหามาเยอะจากการทำงานจริงครับ 5.หากคุณทำ 0-3 ได้แล้วคุณจะรู้สึกดีกับตัวเองและรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร

เหตุผลที่ผมตอบอย่างนี้เพราะผมเจอกับตัวเองและเริ่มรู้ท่องแท้ในการทำงาน และผมตกม้าตายเพราะ web (php) มัวแต่สนใจเรื่อง app อย่างเดียว ส่วนภาษาที่ผมศึกษาและลองทำจริงๆ จังๆ มีดังนี้ครับ

ภาษาที่ใช้ทำเป็นอาชีพ ตอนนี้ delphi vb6

ภาษาที่ศึกษาเพื่อหาอาชีพเสริม php+JavaScript+css+xhtml (ตัวที่ตกม้าตาย ตอนมีงานมาอยู่ตรงหน้า) vb.net c#.net java python (เป็นภาษาที่ชอบมาก แก้ปัญหาให้ผมได้หลายอย่างและ Free) VFP fox for dos

** ไม่รู้ว่าข้อความนี้พิมพ์ผิดหรือเปล่า หรือไม่ถูกใจใครก็ขออภัยไว้ล่วงหน้านะครับ สุดท้ายและท้ายสุด เมื่อคิดว่าอยากจะเป็นโปรแกรมเมอร์จง 1.อย่ายึดติดหรือหลงตัวเป็นสาวกภาษาใดภาษาหนึ่ง 2.สร้าง product จากภาษาที่ตัวเองถนัดให้ได้มากที่สุด(ตามที่คนจ้างงานต้องการ) 3.อย่าอวดเก่งเมื่อทำงานเป็นทีม จงปรองดองกันไว้และเป็นทั้งผู้ฟังและผู้พูดที่ดี 3.ใช้ opensource สบายใจที่สุด

By: 077023
ContributoriPhoneAndroidBlackberry
077023's blog
on 29/11/08 22:11 #73595 toggle
077023's picture

ขอบคุณมากๆเลยครับ เป็บอะไรที่ดีมากๆเลย เป็นแนวทางในการเรียนได้เต็มๆเลยครับ


もういい

( My blog 077023.com )

By: Dio_O
iPhoneUbuntu
Dio_O's blog
on 29/11/08 22:22 #73596 toggle
Dio_O's picture

สวัสดีครับ ผมเป็นน้องใหม่ของเว็บน้ แต่ก็ได้ ติดตามข่าวมาสักพักแล้ว แต่ เพิ่งจะสมัครเป็นสมาชิก เพราะ บทความนี้เลยครับ

ส่วนตัวนะครับ ผมไม่ได้เรียนมาทางสายคอมครับ ผมเรียนด้านบริหารมา จากคำถามด้านบนนั่นผมคิดว่า สิ่งที่ เด็กสายคอมจบใหม่ควรจะรู้ หรือควรจะมีนั่น

น่าจะเป็น "ความรู้เกี่ยวด้านการบริหารบ้างครับ"(อาจจะไม่ตรงสายซะทีเดียว)

เพราะ องค์กรเล็กๆที่อยากได้ Computer เข้าไปช่วยเหลือกระบวนการทำงาน ของเขานั่น เขาไม่ได้ต้องการความรู้ลึกด้านภาษาอย่างเดียว แต่เขาต้องการคนที่ เข้าใจ Work Process ของเขาด้วย เช่น กระบวนการขาย เปิดบิลขายแล้ว ข้อมูลต้องไปที่ฝ่ายใดบ้างในเบื้องต้น การคลังสินค้า จำนวนชนิดสินค้าระดับนี้ สมควรนำระบบใด เข้ามาจัดการ มีความเข้าใจใน ERP/EDI(Enterprise Resource Planing/Electronic Data Interchange) ที่เป็นระบบงานด้านบริหารบ้าง

สิ่งเหล่านี้ ผมว่าจะช่วยให้ ผู้จบใหม่สามารถทำงานใน หลายสาขาได้มากขึ้น และสามารถเติบโตในสายอาชีพของตนได้ แน่นอน

By: winggundamth
ContributorAndroidUbuntuIn Love
winggundamth's blog
on 29/11/08 23:41 #73610 Reply to:73596 toggle
winggundamth's picture

ความรู้ด้านการบริหาร "สำหรับเด็กจบใหม่" นั้นอาจจะไม่จำเป็นมากสำหรับคนที่ไปทำงานกับบริษัทใหญ่ เพราะบริษัทใหญ่ส่วนมากมักจะมีการบริหารจัดการของบริษัทที่ลงตัวอยู่แล้ว สิ่งที่เด็กจบใหม่ควรทำสำหรับการไปทำงานกับบริษัทใหญ่คือ เรียนรู้ถึงวิธีการบริหารของบริษัทเหล่านั้นครับ

แต่สำหรับผมที่เคยมีประสบการณ์ทำงานแต่กับบริษัทเล็กๆ การมีความรู้ด้านบริหารก็เป็นสิ่งสำคัญครับ เพราะบริษัทเล็กๆ ที่ตั้งมาไม่นานส่วนมากมักจะมีการบริหารที่ยังไม่ลงตัว และผู้บริหารส่วนมากจะไม่มีความรู้ทางด้านไอที สิ่งที่เด็กจบใหม่สามารถทำได้ก็จะเป็นการเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการบริหาร โดยอาจจะไม่ต้องถึงกับเข้าไปยุ่งกับส่วนของนโยบายของบริษัท แต่เข้าไปช่วยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานที่ตัวเองทำอยู่ เช่น กระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ เป็นต้นครับ

I will change the world, to the better day.


I will change the world, to the better day.

By: mrkitti
mrkitti's blog
on 29/11/08 23:36 #73607 toggle
mrkitti's picture

ผมว่า การกระตือรือร้นในสิ่งใหม่ๆ และเปิดรับ ก็สำคัญครับ อ่อ ตอนนี้ก็ต้องมี "สามารถทำงานภายแรงกดดัน และสถาณการณ์ที่ไม่สามารถคาดเดาอนาคตได้"

By: molek
WriteriPhoneAndroid
molek's blog
on 29/11/08 23:56 #73613 toggle
molek's picture

ไม่รู้จะช่วยไงครับ เรียนด้านวิทย์ T_T

molecularck โม-เล-กุล่า-ซี-เค

sci news on foosci.com


molecularck โม-เล-กุล่า-ซี-เค

sci news on foosci.com

By: Tiggs Boson
Tiggs Boson's blog
on 30/11/08 10:46 #73640 Reply to:73613 toggle
Tiggs Boson's picture

เรียนวิทย์เหมือนกันครับ

By: hutha
Symbian
hutha's blog
on 30/11/08 10:42 #73639 toggle
hutha's picture

ทุกคอมเมนต์ ผมว่าตรงกับจุดประสงค์ของกระทู้เลย

แต่จะทำอย่างไรที่จะถ่ายทอด ความคิดเห็นของแต่ละท่านไปให้กับ คนที่ไม่ได้อ่าน Blognone ล่ะน่าคิด

By: WinklePlus
WinklePlus's blog
on 30/11/08 19:23 #73663 toggle
WinklePlus's picture

+1

By: sukorn
Ubuntu
sukorn's blog
on 30/11/08 21:05 #73673 toggle
sukorn's picture

อย่ายึดติดว่าจบวิทย์ จบศิลป์ จบบริหารเลยครับ เดี๋ยวนี้การทำงานต้องอาศัยความรู้หลาย ๆ ทางผสมกัน มีเยอะไปครับที่โปรแกรมเมอร์มาเรียนบัญชีเพิ่ม เพราะต้องทำโปรแกรมบัญชี หรือเรียนด้านการบริหารเพิ่ม เพราะได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นไป หรือต้องทำโปรแกรมสำหรับผู้บริหาร

การเพิ่มทักษะที่จำเป็นสำหรับงาน และการเพิ่มความรู้ใหม่ ๆ นอกเหนือจากที่เรียนมาจากมหาวิทยาลัยจะช่วยได้มากครับ


pwz™
By: sugree
FounderWriterAndroidBlackberry
sugree's blog
on 30/11/08 21:40 #73678 toggle
sugree's picture

ถ้าคิดจะเขียนโปรแกรม ไม่ว่าจะโปรแกรมอะไรก็ตาม ต้องมีอย่างน้อย 2 วิชาที่ยังระลึกอยู่เสมอ

  • สถาปัตยกรรม ยังจำได้ว่ามีแคช ทำยังไงให้ใช้แคชได้เต็มประสิทธิภาพ ยังจำโครงสร้างของระบบโดยรวมได้บ้าง ไม่ต้องขนาดแม่นเป๊ะ อย่างน้อยก็ขอให้รู้ว่าเวลาวนลูปอาเรย์ 2 มิติต้องดูที่ภาษาและสถาปัตยกรรมของโปรเซสเซอร์ที่จะเอาไปใช้
  • ระบบปฏิบัติการ ยังจำการจัดการหน่วยความจำ การจัดการโปรเซส Thread Concurrency Deadlock Multi-core และอื่นๆ อีกเพียบ

อย่างน้อย 2 วิชานี้ควรมีไว้ประจำใจ ที่ขาดไม่ได้คือ "Common Sense"

By: javaboom
WriteriPhoneUbuntu
javaboom's blog
on 30/11/08 23:02 #73693 Reply to:73678 toggle
javaboom's picture

ว่าจะยกขึ้นมากล่าวเหมือนพี่ sugree ครับ

สำหรับท่านที่คิดว่าปริญญาเป็นแค่กระดาษหนึ่งใบ ความรู้ที่ร่ำเรียนมานั้นแทบเอาไปใช้ตอนทำงานไม่ได้เลย ขอให้คิดใหม่อีกที ตอนที่เราทำงาน ความรู้เหล่านั้นอาจจะไม่ได้ใช้ตรงๆ เหมือนกับที่เรียนมาเลยทีเดียว แต่จำเป็นต้องพึ่งพาความรู้ที่เรียนมาครับ ไม่มากก็น้อย หลายทีที่เราได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาโดยไม่รู้ตัว และที่ต้องมีร่วมกันด้วยคือ Common Sense อย่างที่พี่ sugree กล่าว ส่วนนี้ผมขอรวมไปถึงคำว่า "กึ๋น" ด้วยครับ

ถ้าตำแหน่งคือ System Architect, System Engineer หรือตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง หรือว่าตำแหน่งที่ผมเคยทำมาอย่าง Consultant (ด้าน server farm) จำเป็นต้องพึ่งพาความรู้เรื่องสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์​ ไมโครเซสเซอร์ เครือข่าย และก็ระบบปฏิบัติการเป็นอย่างมากครับ การจะออกแบบ solution สักอย่างให้ขายได้ ใช่ว่าจะเอาแค่ไอ้โน้นเอาไอ้นี่มาประกอบกันแล้วใช้ได้ แต่เราต้องเลือกที่ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า และให้ผลตอบแทนคุ้มค่าแก่บริษัทของเราด้วย

ตำแหน่งทางสายที่ผมกล่าวด้านบน ยังต้องอาศัยทักษะการติดต่อสื่อสารด้วยภาษาคน (จริงๆก็ทุกอาชีพทุกตำแหน่งนะ) ทั้งภาษาพูด ฟัง อ่าน เขียน ซึ่งตำแหน่งเหล่านี้อาจจะต้องใกล้ชิดกับตัวแทนขายและพนักงานหลากหลายตำแหน่ง ปัจจัยหนึ่งในการสร้างทีมเวิร์คให้มีประสิทธิภาพ คือ การติดต่อสื่อสาร

หลายทีที่เราต้องเป็นฝ่ายสื่อสารกับลูกค้าเอง หรือพูดกับคู่แข่งของเรา เราจะเลือกคำพูดไหนที่ทำให้บริษัทเราขายได้ พูดอย่างไรให้ลูกค้าประทับใจและมั่นใจว่าสิ่งที่เราเสนอมานั้นเหมาะกับลูกค้าจริงๆ

ทักษะการติดต่อสื่อสาร ยังหมายถึงอวัจนภาษา การสื่อสารด้วยสายตา ภาษามือ ใบหน้า น้ำเสียง อวัจนภาษาที่สื่อถึงอารมณ์ ทั้งหมดนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญในขั้นตอนการตีความหมายของผู้รับสาร ดังนั้น แนะนำให้ฝึกการควบคุมหรือแสดงอวัจนภาษาด้วยครับ

JavaBoom (Boom is not Java, but Java was boom) http://javaboom.wordpress.com


My Blog / Follow me

By: winggundamth
ContributorAndroidUbuntuIn Love
winggundamth's blog
on 30/11/08 23:19 #73698 Reply to:73678 toggle
winggundamth's picture

ผมเขียนเว็บ ไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้เลยอ่าครับ ><

I will change the world, to the better day.


I will change the world, to the better day.

By: sugree
FounderWriterAndroidBlackberry
sugree's blog
on 01/12/08 0:47 #73702 Reply to:73698 toggle
sugree's picture

php? javascript? พวกนี้ก็ยังต้องสนสถาปัตยกรรมกับระบบปฏิบัติการนะ แต่ถ้าพวก html css xml ก็คงไม่ต้อง

อย่างน้อยที่สุดตอนนี้ต้องเตรียมตัวรับ concurrency ไว้บ้าง

By: winggundamth
ContributorAndroidUbuntuIn Love
winggundamth's blog
on 01/12/08 7:12 #73711 Reply to:73702 toggle
winggundamth's picture

ตายและ ตั้งแต่เขียนโปรแกรมมาไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้เลย สงสัยต้องไปศึกษาเพิมสักหน่อยแล้ว

I will change the world, to the better day.


I will change the world, to the better day.

By: mindpeterpan
mindpeterpan's blog
on 02/12/08 11:41 #73867 Reply to:73678 toggle
mindpeterpan's picture

ผมว่า common sense คงไม่พอครับ น่าจะบวก engineering sense เข้าไปด้วย ทัศนคติส่วนตัวคิดว่า การไม่รู้ php, JavaScript, oracle, SAP, framework สารพัดสารเพ คงไม่ใช่เรื่องลำบาก เพราะมหาวิทยาลัยเองไม่ได้ผลิตบัณฑิตโดยให้ยึดติดกับผลิตภัณฑ์หรือให้ยึดติดกับภาษาใดภาษาหนึ่ง แต่ให้รู้จักแก้ปัญหา "ให้คนอื่น" โดยใช้ระเบียบวิธีการที่ตรงประเด็น ศาสตร์และศิลป์ที่ได้ร่ำเรียนมามากกว่า การที่จะให้นิสิต ป.ตรี ฝึกฝนทุกอย่างที่ผู้ประกอบการต้องการ โดยส่วนตัวคิดว่าเอาเปรียบกันเกินไปครับ บัณฑิตคนนึงจบมาเค้าควรทำงานได้หลากหลายตราบใดที่เค้าและองค์กรมีความต้องการ มากกว่าการป้อนอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป อาทิ เป็นนักวิจัย เป็นอาจารย์ เป็นสถาปนิกระบบ เป็นโปรแกรมเมอร์ เป็นวิศวกรระบบ วิศวกรซอฟต์แวร์ ครับ

By: javaboom
WriteriPhoneUbuntu
javaboom's blog
on 02/12/08 15:32 #73913 Reply to:73867 toggle
javaboom's picture

เห็นด้วยครับ ผมเรียก engineering sense ว่า "กึ๋น" ครับ เป็นการใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์จริงๆ

ตามที่เอี้ยก้วยได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาการใช้อาวุธทั้ง 3 แบบ ดาบหนัก, กระบี่เบา, และกระบี่ไม้ ทำให้ได้บทเรียนบทหนึ่งมาว่า ต้องรู้จักเลือกอาวุธที่ถูก ว่าจะใช้หนักหรือเบา และเคล็ดวิชาขั้นสุดยอดอยู่ที่การต่อสู้โดยใช้เพียงกระบี่ไม้ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าอาวุธเป็นเพียงตัวประกอบของการต่อสู้นั่นเอง เฉกเช่น เทคโนโลยีหรือภาษาคอม ฉันใดฉันนั้น ... การประยุกต์ศาสตร์และศิลป์ได้ คือหัวใจสำคัญกว่า

JavaBoom (Boom is not Java, but Java was boom) http://javaboom.wordpress.com


My Blog / Follow me

By: sugree
FounderWriterAndroidBlackberry
sugree's blog
on 02/12/08 20:21 #73955 Reply to:73678 toggle
sugree's picture

เพิ่มให้อีก 2 คำ

  • Context Switch
  • Thrashing
By: ajaxpp
ajaxpp's blog
on 30/11/08 22:01 #73681 toggle
ajaxpp's picture

หน่วยงานที่รับต้องสอน และrotate งานให้บ้าง ไม่ใช่ใช้วิธีแอบดูพฤติกรรม แล้วก็บอกว่าใช้ไม่ได้ ต้องฝึกเขาบ่อยๆ อย่างเช่นการใช้ ms office คนไอทีต้องเก่งทุกโปรแกรมของ ms office นี้ถ้าเขาเขียนโปรแกรม และทำคู่มือไปด้วย เวลา debug ก็ทำเอกสารชี้แจงการเปลี่ยนแปลง จะทำให้งานไม่สะดุด เขาเองก็ไปทำอย่างอื่นได้รวดเร็ว ทำpresent ก็ชี้แจงเนื้องานคุณได้ ไม่ต้องเกิด Gap เวลาในการทำงาน

By: mk
FounderAndroidRed HatWindows
mk's blog
on 30/11/08 22:03 #73682 Reply to:73681 toggle
mk's picture

แย่ล่ะ ผมใช้ spreadsheet ไม่เป็น


my disclaimer

By: moniguna
moniguna's blog
on 30/11/08 22:25 #73687 Reply to:73681 toggle
moniguna's picture

แย่ล่ะผมใช้ excel กับ access แทบไม่เป็นเลย

By: winggundamth
ContributorAndroidUbuntuIn Love
winggundamth's blog
on 30/11/08 23:10 #73695 Reply to:73681 toggle
winggundamth's picture

ผมก็ใช้ excel ไม่เป็นเหมือนกันครับ >< เห็นตำแหน่งบัญชีที่สร้างเอกสารแบบเทพๆ นี่แล้วอึ้งเหมือนกัน ด้วยคำพูดที่ว่า

"Word สร้างเอกสารได้ห่วยจะตาย ใช้ Excel ดีกว่า สร้างได้หมดทุกอย่างแน่นอน"

I will change the world, to the better day.


I will change the world, to the better day.

By: pawinpawin
Writer
pawinpawin's blog
on 01/12/08 21:22 #73794 Reply to:73695 toggle
pawinpawin's picture

Excel นี่จริงๆ แล้วเก่งสมชื่อครับ จะเอามาำคำนวณสถิติง่ายๆ (เช่นพวก t-test, ANOVA, simple linear regression) ก็ยังไหว แถมยังมีคนเขียน Add-In เชื่อม R อีกตะหาก (RExcel) ___________pawinpawin


pawinpawin | clinicalepi.com

By: mokin
Contributor
mokin's blog
on 02/12/08 18:01 #73789 Reply to:73681 toggle
mokin's picture

ตายล่ะว๊า ต้องเก่ง Microsoft Office แทบทุกตัวด้วย ย้ายสายงานดีกว่าครับ.. เราไม่ใช่พนักงานธุรการทำเอกสารอะไรน่ะครับ แต่รู้พื้นฐานก็พอแล้วครับ บางโปรแกรมก็พอ แล้วทำไม่ต้อง Microsoft Office ด้วยหรือครับ?

</mOkin™>มีความสุขที่พอดี กับชีวิตที่พอเพียง</mOkin™>


<@mOkin>Every thing that has a beginning has an end.<mOkin/>

By: mossila
Android
mossila's blog
on 30/11/08 22:30 #73689 toggle
mossila's picture

จะมีการเอา comment ไปสรุปหรือเปล่าเนี่ย จะได้อ่านง่ายหลังจากได้ ถกกันไปแล้ว คนที่เข้ามาหลังจากนี้ซักปี จะได้มีโอกาสได้อ่านบ้าง บาง node มันน่าเสียดายนะที่มันหลุดไปอยู่หน้าหลังๆ เรื่อยๆ <br/>

อย่าเข้าไปอ่านนะ บทความของ Rookie


Moss 's blog

By: winggundamth
ContributorAndroidUbuntuIn Love
winggundamth's blog
on 30/11/08 23:13 #73696 Reply to:73689 toggle
winggundamth's picture

ผมคิดว่าไม่น่าจะสรุปนะ น่าจะให้คนที่เข้ามาอ่านแล้ว "สรุปด้วยตนเอง" เพราะว่าแต่ละคนต่างประสบการณ์ แต่ละคนนานาจิตตัง อาจจะมีหลายๆ ส่วนที่เป็นความคิดเห็นตามประสบการณ์ของแต่ละท่าน ถ้ามีคนสรุปแล้วอาจจะทำให้เกิดข้อโต้แย้ง ว่าข้อนี้ไม่จริง ข้อนั้นไม่จริงขึ้นมาได้ ตามที่เห็น reply กันครับ

ว่าแต่ถ้าจะสรุป ใครล่ะจะเป็นผู้กล้าคนนั้น (อยากลองเหมือนกัน)

I will change the world, to the better day.


I will change the world, to the better day.

By: mk
FounderAndroidRed HatWindows
mk's blog
on 30/11/08 23:18 #73697 Reply to:73696 toggle
mk's picture

จริงๆ ทำมาคนละเวอร์ชัน ผมก็ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ


my disclaimer

By: mossila
Android
mossila's blog
on 01/12/08 23:33 #73822 Reply to:73696 toggle
mossila's picture

อาจจะไม่ถึงสรุปแต่ เสียดาย node ที่ไหลไปอยู่หลังๆ มากกว่า เพราะว่าแต่ละ node ที่น่าสนใจนี่ reply กันย้าวว ยาว อ่านให้ครบนี่ต้องใช้เวลา เหมือนกันนะ <br/>

อย่าเข้าไปอ่านนะ บทความของ Rookie


Moss 's blog

By: shinejikids
shinejikids's blog
on 30/11/08 23:01 #73694 toggle
shinejikids's picture

ซื่อสัตย์ต่อตนเอง เพื่อนร่วมงาน และองค์กรครับ

By: anu
ContributorWindows Phone
anu's blog
on 01/12/08 9:48 #73726 toggle
anu's picture
  • IDE - ผมว่าควรจะได้ศึกษา IDE ตัวใหญ่ๆ และใช้ให้คล่องนะครับ อย่าง .NET คุณควรจะคล่อง Visual Studio หรือถ้าไปทาง Java ก็ควรใช้ Eclipse ให้เป็น พอใช้พวกนี้เป็นแล้วหลายๆ อย่างจะตามมา เช่นการจัดการโปรเจค การสร้างโครงสร้างของซอสไฟล์ในโปรแกรม หรือ Source Control รวมไปถึง Version Control ด้วย

ผมว่า ถ้าเขียนโปรแกรมไม่เป็น จะมี IDE หรือไม่มี มันก็เขียนไม่ได้ทั้งนั้นล่ะ ตรงกันข้าม การใช้ IDE ยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ไม่ต้องกังวลกับการนั่งจำสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องจำ อย่าบอกนะครับ ว่าควรจำโน่น จำนี่ให้ได้ เพราะถ้ามันสำคัญและต้องใช้จริงๆ ถึงคุณจะใช้ IDE คุณก็จำมันได้ และถ้ามันไม่จำเป็น ไม่ได้ใช้บ่อย คุณก็จำมันไม่ได้อยู่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ IDE ซักหน่อย และหากคุณ IDE คุณก็แค่เปิด Help เปิด Reference ขึ้นมาก็บูม เป็นโกโก้ครันซ์แล้ว

  • Framework ศึกษาหลายๆ ตัว เลือกตัวที่เหมาะสมที่สุดไม่ใช่ตัวที่ดีที่สุดมาใช้ อย่าพยายามสร้างล้อใหม่ ถ้าไม่มั่นใจว่าจะสร้างล้อที่ดีกว่าที่คนอื่นสร้างไว้อยู่แล้ว คุณสามารถเรียนรู้งานพื้นฐานที่ต้องทำเป็นประจำได้จาก Framework ที่คนอื่นสร้างไว้ และเอาเวลาไปทุ่มเทกับอัลกอริทึมและคุณสมบัติสำคัญๆ ของโครงการคุณดีกว่า

  • Collaboration (Teamwork) คุณสามารถสร้างอะไรหลายอย่างด้วยตัวคนเดียวได้ แต่คุณไม่มีทางสร้างอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้ด้วยตัวคุณคนเดียว เรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับคนอื่น ใช้เครื่องมือที่ช่วยในการทำงานร่วมกันได้ เช่น Wiki, Bug Tracking, Forum, ปฏิทิน, อีเมล์, Project Management, Project Schedule เลือกเอามาใช้ และจะรู้ว่ามันช่วยดันงานคุณไปได้เร็วขึ้นขนาดไหน

  • ศึกษาจากตัวอย่างและหาข้อมูลด้วยตัวเอง จะศึกษาจากโครงการ Opensource หรือ Framework ก็ดี ช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด ก่อนที่จะเริ่มหาตัวช่วย การช่วยเหลือตัวเองจะทำให้คุณไปได้เร็วกว่าคนอื่นเยอะ

  • ภาษาเขียนโปรแกรม จะภาษาอะไรก็ได้ ขอให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ก็พอ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องรู้ข้อจำกัดของภาษาที่ตัวเองเลือก และที่สำึคัญก็คือเข้าใจการเขียนโปรแกรม จำไว้ว่า "learning a new programming language is just about learning a new syntax" ส่วนหลักในการโปรแกรมก็อยู่ที่อัลกอริทึ่ม ส่วนจะต้องการตัวช่วยเช่น OOP ไหม ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของงานของคุณ บางทีคุณอาจไม่ต้องการ design pattern เจ๋งๆ เพราะเพียงแค่ถึกไปแบบ Test-driven ก็เพียงพอแล้ว

  • ทันสมัยอยู่้เสมอ เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วและตลอดเวลา ตามข่าวอยู่เสมอ อย่ายึดติด... ทักษะที่ควรมีในวันนี้ อีกหนึ่งปีอาจจะใช้ไม่ได้เลยซักข้อก็ได้ สิ่งสำคัญคือยอมรับการเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนตัวคุณไปพร้อมๆ กับเทคโนโลยี ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกเหนื่อยกับการตามเทคโนโลยีแล้ว ก็หยุด .. เกษียณแล้วไปพักซะ ไปหาอย่างอื่นทำ คุณไม่เหมาะกับงานด้านเทคโนโลยีอีกแล้ว

  • สุดท้าย และสำคัญที่สุด -- ภาษาอังกฤษ อย่าไปกลัว แล้วจะดีเอง คุณไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก และโลกไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นหลัก เรียนภาษาอังกฤษ และออกไปลุยกับชาวโลกกันดีกว่า

ปล. ผมจบจิตวิทยา

By: KnightBaron
ContributoriPhoneRed HatWindows
KnightBaron's blog
on 01/12/08 19:06 #73777 toggle
KnightBaron's picture

รู้สึกว่า Entry นี้จะทำให้พี่ๆ Programmer ตกม้าตายกันหลายคนนะเนี่ย เหอะๆ

Yume Nikki


Aosekai

By: ssbridge
ssbridge's blog
on 02/12/08 5:06 #73834 toggle
ssbridge's picture

จากประสบการณ์ของผมที่ทำงานมา ผมไม่ค่อยจะยึดติดกับภาษาหรือเทคโนโลยีมากนัก เพราะว่าแต่ละองค์กรมีภาษาที่ต่างกัน และระบบการทำงานที่ต่างกัน ฉะนั้นยังไง เราก็ต้องเรียนรู้ใหม่ แต่สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญน่าจะเป็นพื้นฐาน และระบบความคิดมากกว่า เข้าเรื่องเป็นหัวข้อเลยดีกว่า

  • มีใจรักในงานที่ทำ แต่ก่อนผมไม่เคยรู้สึกว่าข้อนี้สำคัญมากเลย แต่หลังจากที่ผมได้รู้จักกับเพื่อนคนนึงที่ทำอาชีพ ออกแบบเสื้อผ้า เค้าสามารถทำงานได้ตลอด แถมทำงานหนักมาก และก็ยังรู้สึกว่าสนุกกับงานที่ทำ แถมยังบอกผมอีกว่าชอบทำงาน ผมก็งง เอ่อ.. เรานี่นั่งนับเวลาเมื่อไหร่จะเลิก เลยรู้สึกว่าเราใช้เวลาในการทำงานสัปดาห์ละ สี่สิบชั่วโมง มากกว่า ทำอย่างอื่นตั้งเยอะ ถ้าเราไม่มีใจรัก มันก็เหมือนทำร้ายตัวเอง คนถ้ามีใจรัก งานที่เราทำก็จะดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตาเลยทีเดียว แล้วอีกอย่างที่ทำให้ผมเชื่อว่าสำคัญ คือ บริษัทผมสัมภาษณ์ ข้อแรกที่เค้าดูคือเรื่องนี้!!!

  • อัลกอริทึม และ ระบบโครงสร้างข้อมูล อันนี้แต่ละองค์กรเค้าคงไม่มาสอนหรอก มันใช้ในทุกโปรแกรม ฉะนั้นต้องเลือกใช้ให้ถูก

  • Attitude ของการทำงาน บางครั้งเราต้องรับฟังความคิดเห็นคนอื่น ไม่มีใครเก่งไปหมดทุกอย่าง ทำงานเป็นทีม พยายามให้ความคิดเห็นในแง่สร้างสรรค์ อย่ามัวแต่ตินู่นตินี่ ควรจะคิดว่าแก้ปัญหาทางไหนดี และดีเพราะอะไร

  • ทำความรู้จักคน อันนี้สำคัญสำหรับการที่เราจะเจริญเติบโตในองค์กร เราต้องรู้จักว่าคนอื่นทำอะไร อย่างน้อยเราก็จะได้ไปถามได้ในส่วนที่เราไม่รู้ และรู้ว่าถ้าเรามีปัญหาที่เราไม่รู้ว่าจะเลือกทางไหน เราก็สามารถหาคนแนะนำได้ นอกจากเราจะได้รับมุมมองการแก้ไขปัญหาในหลาย ๆ ด้าน เปิดโลกทรรศน์ตัวเองแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่เราได้ ก็คือ ทำให้คนอื่นในองค์กรรู้จักเราด้วย

  • การค้นหา ไม่ว่าจะเป็น Live search หรือ google เพราะบางครั้งเรารู้ว่าสิ่งที่เราถามมันง่ายในการค้นหาก็ไม่ควรจะไปถามคนอื่น ควรจะศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองบ้าง ไม่ใช่ถามไปหมด นอกจากการค้นหาแล้วก็ยังควบคู่กับภาษาอังกฤษเหมือนที่หลาย ๆ ความคิดเห็นได้พูดไว้ ว่ายังไงคนไทยมันก็ยังไม่เยอะพอที่จะสามารถหาอ่านเนื้อหาเฉพาะภาษาไทย ถ้าเป็นคนจีนก็ว่าไปอย่าง เพื่อนคนจีนบอกว่ามันแทบไม่เคยอ่านภาษาอังกฤษเลย เพราะว่ามันสามารถค้นหาด้วยภาษาจีนแล้วเจอ อิจฉามันเหมือนกัน :(

  • เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เสมอ ข้อนี้มีความสัมพันธ์กับข้อแรก ถ้าเรารักงาน เราก็อยากจะรู้เรื่องมากขึ้น ๆ ก็ทำให้เราเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อมาทำงานเอง

หกข้อที่ผ่านมาจะสังเกตว่าไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับโปรแกรม หรือเฟรมเวิร์คมากนัก คงมีแค่อัลกอริทึม เพราะเค้าไม่สอนในบริษัทหรอก พวกโปรแกรมนี้มันเปลี่ยนอยู่เสมอ และแต่ละบริษัทก็มีเทคโนโลยีของตัวเอง ถ้าเก่งพวกโปรแกรมหรือเฟรมเวิร์ค อย่างมากก็ช่วยในช่วงแรกของการทำงาน จะดูเหมือนเราเก่งมาก แต่ว่าถ้าไม่มีหกข้อดังกล่าวมา ในระยะยาวก็ยากที่เราจะประสบความสำเร็จได้

ปล. นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผม อ่านแล้วอาจจะรู้สึกเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยก็แล้วแต่ แต่ว่าอย่างน้อยขอให้ได้ประโยชน์ หรือเก็บกลับไปคิดไม่มากก็น้อย

By: namprik
namprik's blog
on 02/12/08 8:51 #73844 toggle
namprik's picture

ท้อเลยคับผม

By: champillon
champillon's blog
on 02/12/08 9:04 #73846 toggle
champillon's picture

ผมว่าปัญหาของเราจริงๆมีดังนี้ครับ

  • ผู้ผลิตไม่เข้าใจตลาดและผู้บริโภค พูดง่ายๆ ก็คือว่าเหล่าบรรดาอาจารย์ต่างๆตามมหาวิทยาลัย ยังไม่เข้าใจว่าตลาดแรงงาน IT ต้องการอะไร ผมจำได้ครับ ตอนผมเรียนยังไม่มีอาจารย์ท่านใดพูดถึง Source code control หรือว่า tools สำหรับ debugging เลยครับ มีแต่นั่งหา big O หรือ โอเมก้า กับนั่ง prove sql query ต่างๆด้วย สมการทาง math (ซึ่งผมก็ยังไม่เคยได้ใช้เลย... กับงานจริงๆ) เพราะฉนั้นน่าจะจับ ผู้ผลิตมาพบผู้บริโภคนะครับ

  • คนที่จบมาไม่สามารถมองเทคโนโลยีภาพรวมและ trend ของมันได้ ก็ตอนผมเป็นนักศึกษาก็จะรู้แค่ว่าเขียนโปรแกรมนะ เขียนๆไปเหอะ ให้มันทำงานได้ ซึ่งผมไม่เคยรู้เลยว่า scalability คืออะไร performance tuning คืออะไร virtualization คืออะไร SOA คืออะไร Web1.0แตกต่างกับ Web2.0 ยังไง ซึ่งนี่แหละครับ คือเรามองเห็นภาพของ Architecture ทั้งหมดไม่ครบ พูดง่ายๆ แค่มองเฉพาะมุมแหละครับ แล้วก็อีกอย่างนึงคือ ทุกคนถูกปลูกฝังให้เป็นโปรแกรมเมอร์ ไม่ได้ถูกสอนให้เป็น server admin หรือ database admin เลย

โดยส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยกับการที่เขียนโปรแกรมได้หลายภาษา ผมคิดว่าควรเขียนให้รู้ลึกและรู้จริงในภาษาใดภาษาหนึ่ง และเข้าใจในสิ่งที่ภาษานั่นเป็น แล้วรู้จุดอ่อนจุดแข็งของภาษาที่เราเข้าใจเมือเทียบกับภาษาอื่น...

champillon,เพลงยุทธแห่งต้นไม้. Sun Certified Java Programmer.

website => http://champillon.multiply.com/


  • champillon - End your suck life, end microSuck.
By: SmokyBeacon
SmokyBeacon's blog
on 02/12/08 9:35 #73848 toggle
SmokyBeacon's picture

ตอบกันไปเยอะมาก ๆ แล้ว เอาเท่าที่เจอมากับตัวละกัน นิสิตฝึกงาน กำหนดให้พัฒนา Web App ตัวเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง (เล็กจริง ๆ แค่ CRUD -*-) ข้อกำหนดคือ

  • ใช้ PHP + MySQL
  • ใช้ Text Editor จะ EditPlus หรือ NotePad ก็ได้ แต่แนะนำให้ใช้ของฟรีอย่าง PSPad แทน
  • มีเวลาให้ 1 เดือน
  • ไปเก็บ Requirement กับ User เอาเอง

ข้อแรก เด็กทำหน้ามึนเล็กน้อย เลยถามว่าเคยเขียน PHP มาหรือเปล่า เด็กก็ตอบว่าเคย ข้อสอง เด็กทำหน้าเหวออย่างแรง..."ขอใช้ Dreamweaver ไม่ได้หรือครับ" ... "ไม่ได้ เพราะต้องการให้ฝึก ถ้ามัวแต่ใช้ Dreamweaver จะทำให้ติด พี่ต้องการให้น้องมาฝึกทักษะการเขียนโปรแกรม ไม่ใช่ให้มาใช้โปรแกรมสำเร็จรูป" ต่อมา... ผมลองแอบ ๆ ดูหน้าจอ พบว่ามี Dreamweaver อยู่ที่ Taskbar -*- สรุปมันก็กลับไปใช้ Dreamweaver กันเหมือนเดิม

เท่านั้นไม่พอ เวลาติดต่อฐานข้อมูล ไปก๊อปโค้ดจากในเว็บมาใช้เฉยเลย แล้วก็งงว่าทำไมรันไม่ผ่าน -*-

เลยถามไปว่า น้องเรียนสายนี้อยากทำงานอะไร? Programmer? WebDesign? System Analysis? Graphic? blah blah blah...

10 วินาทีผ่านไป อยากเป็น Software Engineer ครับ -*-

แต่ใจมันไม่รักเลยพับผ่าซี เลยสอนไปอีกหลายเรื่องว่าคนเป็น SE ต้องเรียนรู้อะไรบ้าง และต้องมี​ "ใจรัก" จริง ๆ ไม่ใช่สักแต่ว่าอยากเป็นแต่ใจไม่รัก

รวมฟรีแวร์: dFreeware อันนี้กำลังหาแนวร่วมอยู่: ThaiiPhoneDev


รวมฟรีแวร์: dFreeware อันนี้กำลังหาแนวร่วมอยู่: ThaiiPhoneDev

By: nanostation
nanostation's blog
on 13/01/09 16:54 #80508 Reply to:73848 toggle
nanostation's picture

ผมก็เคยเจอเหมือนกันครับตอนเรียนอยู่ (แอบเอาเพื่อนมาเผาหน่อยละกัน) เคยถามแต่ละคนว่ามาเรียนโปรแกรมวิชานี้เพราะอะไรกัน ก็มีหลายคำตอบน๊ะคับ - ไม่รู้เหมือนกัน (คำตอบยอดฮิต อันดับ 1) - เรียนตามเพื่อน (อันดับที่สองครับ แล้วมันจะตามทันหรือป่าว~~) - อยากทำงานด้านคอมพ์ (แล้วอะไรละ) พอเรียนๆไป จนถึงปีสี่ ก็เจออะไรหลายๆอย่างครับ คนเรียนได้เกรดเฉลี่ยสูงมาก แต่... เขียนโปรแกรมไม่ได้ ไม่รู้เรื่อง อ่านหนังสือแล้วไปสอบเอา น่าน.... คนที่เขียน(แก้)โปรแกรมได้ คือคนที่เรียนเพิ่มอีกหนึ่งสาขา ซึ่งก็คือสาขาก๊อปปี้คับ ที่มาบ่นให้ฟังก็ไม่ใช่อะไรหรอกคับ เป็นห่วงน้องๆที่เรียนมาทางด้านคอมพ์ สาขาไหนก็ตาม ควรที่จะมีการพัฒนาตนเองตั้งแต่ตอนเรียนแล้วละคับ ถามใจตัวเองก่อนตัดสินใจเรียนปีหนึ่ง ว่าใจเรารักหรือเปล่า แล้วตอนเรียนอาจารย์เค้าสั่งงานอะไรก็ควรทำให้ได้อย่างน้อยตามที่เค้าสั่ง แต่ถ้าจะให้ดีควรที่จะทำให้กว่า หรือมีอะไรที่มันสร้างสรรค์กว่าเดิม และพยายามคนคว้าหาความรู้เกี่ยวกับที่เรียนอยู่เสมอ สรุปก็คือนิสิตที่จบออกมาควรจะมี

...

เหมือนที่เค้าตอบกันมาหมดนะคับ (^^) แต่จะขอเสริมว่า ให้มีความพยายาม กระตือรือร้นที่จะค้นคว้าหาความรู้ต่อสิ่งใหม่ๆเสมอ พยายามเอาใจใส่ด้วยใจรักจริงๆ แล้วก็เปิดรับความคิดเห็นคนอื่นด้วย อย่าหยิ่งผยองว่าตัวเองเก่ง และที่สำคัญภาษาอังกฤษต้องดีด้วยคับ (แหะ แต่คนเขียนก็เห่ยน๊ะ ^^')

ยังไงก็น้องๆ ที่มาอ่านก็พยายามน๊ะคับ สู้ๆ

By: tasanakorn
tasanakorn's blog
on 02/12/08 15:48 #73916 toggle
tasanakorn's picture

เกิดเป็นคนไทย .. ใช่ว่าจะพูดไทยเขียนไทย ได้อย่างถูกต้องตั้งแต่กำเนิด ... (ปัจจุบันผมยัง ผิดอยู่ประจำ)

คนไอทียิ่งแล้วใหญ่ ภาษาไทยมีมาตั้งเจ็ดร้อยแปดร้อยปี ยังไม่แตกฉาน ... ของที่มันเกิดมาไม่กี่วันไม่กี่เดือนแล้วมีเป็นร้อยๆเป็นพันๆอย่าง จะให้ใช้คล่องหมดได้อย่างไร

จริงๆ มันเป็นสิ่งที่เราทุกคนเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างย่อมต้องมีการฝึกฝนและต้องเตรียมความพร้อม แต่เตรียมการแบบไหนล่ะ ที่จะเหมาะกับทุกองค์กรที่มีอยู่ในโลกนี้

หลายๆ สถาบันการศึกษาได้เขียนหลักสูตรระดับปริญาตรี ให้มีแค่วิชาพื้นฐานเท่านั้น เพื่อให้บัณฑิตที่จบไป หาวิถีทางของต้นเองและฝึกฝนตนเอง เพื่อเข้าสู่การทำงานจริง

ซึ่งการทำแบบนี้ ... กลับถูกมองจากทั้ง ฝ่ายนายจ้าง บัณฑิตและนักศึกษา ว่าไม่ได้สอนอะไรเลย .. ทำให้บัณทิตทำงานไม่เป็น.

ทั้งที่หลายๆอย่างได้ถูกบรรจุเอาไว้ในหลักสูตรแต่กลับไม่รู้ว่ามันคือะไรและใช้ทำอะไร อย่างเช่น Regular Expression มันมีอยู่ในวิชาวิชาหนึ่งที่ผมเรียน แต่ผมถามเพื่อนๆที่เรียนมาด้วยกัน แทบไม่มีใครจำได้ว่าเคยเรียนมา แล้วมันก็ไม่ใช่สิ่งไกลตัวซะด้วย ... Text Editor หรือ IDE หลายๆตัว รองรับ Regular Expression ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น Notepad++, EditPlus, VI หรือแม้แต่ Microsoft Visual Studio รวมทั้งภาษาที่ผมเคยผ่านตามาเกือบทุกภาษาก็สามารถใช้ Regular Expression ได้

หรือแม้แต่วิชาด้าน อันกอริทึม ที่ผู้เรียนมักจะคิดว่า เป็นวิชาที่ยากแต่ไม่ได้ใช้ .. ช้านิดช้าหน่อยไม่เห็นจะเป็นอะไร .. ไอ้ช้านิดกินหน่วยความจำมากไปหน่อยบางที่อาจจะทำให้งานที่ต้องใช้เวลาคิดแค่ 3 วินาที .. กลายเป็น 30 นาที ได้เลย

แล้วจะทำอย่างไรดี เพิ่มหน่วยกิจเข้าไป .. ใส่วิชาที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้นอย่าง

-- ให้เขาเรียน Oracle ... แล้วไปบ่นในบริษัทที่ใช้ MySQL ให้ Go Enterprise ? -- ให้เขาเรียน Python ... แล้วไปไซโค ลูกค้าและนายจ้าง ให้เลิกใช้ PHP ? -- ให้เขาเรียน Java ... แล้วไปว่า C/C++ อันตราย... C# ห่วย หรือเปล่า ..

แล้วถ้านักเรียนเขาบอกว่าไม่ชอบ Python อยากเรียน Perl อยากเรียน Ruby ไม่ชอบ Java อยากเรียน C# หรือ C/C++ ไม่ชอบ Flash อยากเขียน Silver Light .. ไม่ชอบ Oracle อยากใช้ MS SQL บ้างล่ะ ... สถาบันการศึกษาต้องเตรียมวิชาต่างที่เป็นไปได้ทั้งหมดเอาไว้ให้นักศึกษาเลือกเรียนหรือเปล่า

เขียนโปรแกรมได้ เขียนโปรแกรมเป็น

หลายๆบริษัท รับสมัครพนักงานใหม่ โดยอาศัยการสัมภาษณ์งานเพียงอย่างเดียว ซึ่งบางครั้งคำถามง่ายๆ เขียนเว็บเป็นมั้ย เขียน C เป็นมั้ย Java เป็นมั้ย C# เป็นมั้ย ... ซึ่งผู้สมัครงาน มักจะตอบสั้นๆ ง่ายๆ ว่าเป็น .. ซึ่งผมไม่ค่อยเชื่อว่า... คำว่า "เป็น" ที่เขาตอบนั้น คือคำว่า "เป็น" ที่นายจ้างต้องการ

ผมเคยกรอกใบสมัครที่หนึ่ง.. แล้วเขียนรายชื่อภาษาที่สามารถเขียนได้ลงไปยาว 3 บันทัด แล้วก็มีคนถามผมว่า เขียนได้หมดเป็นหมดจริงหรือ .. ผมก็ตอบว่าได้หมดแต่ถนัดแค่ไม่กี่ภาษา

ผมรู้โครงสร้างภาษา Java เคยทำงานด้าน Java แต่อยู่ๆให้ผมไปเขียน Java แล้วให้ได้ผลงานเหมือนกับผมทำงานด้าน Java มาแล้วเป็นสิบๆปี ก็คงไม่ได้

ผมว่าคนสาย IT ไม่มีสูตรสำเร็จ สิ่งต่างๆที่เหมาะกับคนๆหนึ่ง อาจจะไม่เหมาะสำหรับอีกคนๆหนึ่ง Solution ที่เหมาะสำหรับองค์กรๆหนึ่งอาจจะไม่เหมาะสำหรับองค์กรๆหนึ่งก็ได้ ถ้าคนๆหนึ่ง สามารถที่จะรู้ที่จะจดจำทุกอย่างได้ มันก็คงจะดี แต่จริงๆแล้วในโลก IT มันกว้างมาก มันเป็นไปไม่ได้ที่จะรู้ทั้งหมดจำได้ทั้งหมด เพราะฉนั้นแต่ละคนต้องพยายามรู้และต้องรู้ในสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง แต่น่าเสียดายที่บางครั้งถึงแม้จะได้รู้ในสิ่งที่เหมาะกับตัวเองแล้วกับหางานที่เหมาะกับตัวเองไม่ได้..

http://www.thdiy.com


http://www.thdiy.com