บริษัทวิจัย Canalys เคยพยากรณ์เรื่องนี้มาก่อนแล้ว และซีอีโอของ HP เองก็ยอมรับเรื่องนี้ ซึ่งหลังจากแอปเปิลเผยผลประกอบการไตรมาสล่าสุด ทาง Canalys ก็ออกมาย้ำเรื่องนี้ทันที
ส่วนแบ่งตลาดของแอปเปิลในไตรมาสที่สี่ของปี 2011 คือเครื่องแมคอินทอชจำนวน 5 ล้านเครื่อง และ iPad อีก 15 ล้านเครื่อง รวมได้ประมาณ 20 ล้านเครื่อง คิดเป็น 17% ของยอดขายพีซีทั่วโลก 120 ล้านเครื่องในไตรมาสที่สี่
รายงานของ Canalys ไม่ได้เปิดเผยยอดขายเป็นตัวเลขของอันดับอื่นๆ แต่เรียงตามลำดับที่เหลือคือ HP, Lenovo, Dell, Acer ครับ บริษัทเดียวในกลุ่มนี้ที่ส่วนแบ่งตลาดเยอะขึ้นคือ Lenovo หลังเข้าซื้อกิจการพีซี Medion ของเยอรมนีได้สำเร็จ
ตลาดพีซีรวมแท็บเล็ตโต 16% ในปีที่แล้ว แต่ถ้าหักส่วนของแท็บเล็ตออกไปจะติดลบ 0.4% เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมในประเทศไทย
ที่มา - BGR
- 32 comments
- 825 reads
นี่อาจเป็นข่าวที่แฟนๆ BlackBerry รอคอย เมื่อ Research in Motion หรือ RIM ประกาศวันนี้ว่าบริษัทได้ประกาศการปรับตำแหน่งในฝ่ายบริหารโดยคู่หูซีอีโอ Jim Balsillie และ Mike Lazaridis ได้ลาออกจากตำแหน่งและแต่งตั้งซีอีโอคนใหม่คือ Thorsten Heins ซึ่งก่อนหน้านี้ดำรงตำแหน่งซีโอโอใน RIM
นี่เป็นการปรับโครงสร้างต่อเนื่องจากการปรับตำแหน่งในฟากบอร์ดบริหารที่เปลี่ยนประธานบอร์ดเป็น Barbara Stymiest ก่อนหน้านี้ ในส่วนของ Balsillie และ Lazaridis ซึ่งมีฐานะเป็นทั้งผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นใหญ่ใน RIM จะมีการเปลี่ยนหน้าที่โดย Lazaridis จะไปดำรงตำแหน่งรองประธานบอร์ดบริหาร ส่วน Balsillie จะเหลือแค่ตำแหน่งกรรมการบอร์ด จะเห็นว่าทั้งสองไม่มีตำแหน่งในส่วนการดำเนินงานแล้ว
Lazaridis กล่าวว่าการตัดสินใจทั้งหมดนี้เกิดขึ้นกันเองโดยไม่เกี่ยวกับแรงกดดันจากผู้ถือหุ้นก่อนหน้านี้ และกล่าวว่านี่คือการตัดสินใจเพื่อเข้าสู่ยุคใหม่ของ RIM ซึ่ง Thorsten Heins คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด
Thorsten Heins เคยทำงานอยู่ที่ Siemens มากกว่า 20 ปีก่อนจะเข้ามารับตำแหน่งใน RIM เมื่อปี 2007 และมีตำแหน่งสุดท้ายคือซีโอโอ เขากล่าวว่า RIM มีจุดแข็งคือฐานผู้ใช้งาน 75 ล้านและฐานะทางการเงินที่บริษัทไม่มีหนี้สินระยะยาวเลย โดยซอฟต์แวร์จะเป็นกลไกสำคัญที่สร้างมูลค่าให้ RIM ได้ต่อจากนี้
ปีที่ผ่านมาเป็นปีอันยากลำบากของสองคู่หู RIM ทั้งมูลค่าหุ้นที่ร่วงลงต่อเนื่อง การเสียส่วนแบ่งทางการตลาดให้กับ Android และ iOS มาจนถึงความล้มเหลวในตลาดแท็บเล็ตอย่าง PlayBook ซึ่งล้วนนำมาสู่การตัดสินใจลาออกของสองคู่หูซีอีโอผู้ก่อตั้งในวันนี้
ที่มา: Bloomberg
- 5 comments
- 792 reads
- Read more
บริษัทวิจัย IHS iSuppli ประเมินว่าสัดส่วนการหารายได้ของแอพมือถือในปี 2015 จะเปลี่ยนจากปัจจุบัน โดยแอพที่ตั้งราคาขายตามปกติจะมีสัดส่วนน้อยลง และการซื้อสินค้า-เนื้อหาภายในแอพ (in-app purchase หรือ freemium) จะได้รับความนิยมแทน
IHS iSuppli ประเมินว่าในปี 2015 สัดส่วนของแอพที่ทำเงินด้วย in-app purchase จะสูงถึง 64% ในขณะที่ปัจจุบันมีแอพประมาณ 39% ที่ทำเงินด้วยวิธีนี้
เหตุผลก็เพราะผู้ใช้สมาร์ทโฟนมีแนวโน้มจะดาวน์โหลดแอพฟรีมากกว่า ซึ่ง IHS iSuppli ประเมินว่าในปี 2011 ที่ผ่านมา 96% ของแอพที่ถูกดาวน์โหลดไปทั้งหมดคือแอพฟรี ทำให้การขายแอพโดยตรงทำได้ยากกว่าเดิม
ที่มา - IHS iSuppli
- 10 comments
- 718 reads
Paul Otellini ซีอีโอของอินเทล กล่าวในงานแถลงผลประกอบการไตรมาสล่าสุด เขาพูดถึงแคมเปญโฆษณา ultrabook ว่าเป็น "สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดนับตั้งแต่ Centrino" (ในปี 2003)
ส่วนข้อมูลอื่นๆ ของ ultrabook ที่พูดถึงก็มีการเปิดตัว ultrabook มากกว่า 70 รุ่นในปีนี้ (เคยพูดไปแล้วรอบหนึ่ง) และส่วนใหญ่จะเปิดตัวในครึ่งหลังของปี ส่วนข้อมูลใหม่จริงๆ คือ Otellini เชื่อว่า 40% ของโน้ตบุ๊กตลาดคอนซูเมอร์ที่ขายตลอดปีนี้ จะเป็น ultrabook
สรุปคือคนที่เล็ง ultrabook ไว้ ใช้กลยุทธ์ "รอ" น่าจะเหมาะกว่า
ที่มา - VentureBeat
- 7 comments
- 701 reads
ยาฮูประกาศว่าเจอรี่ หยาง หนึ่งในสองผู้ร่วมก่อตั้งยาฮูได้ลาออกจากตำแหน่งบอร์ดบริหาร รวมถึงตำแหน่งอื่นๆ ของบริษัทในเครือยาฮูทั้งหมดมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
เจอรี่ หยางร่วมก่อตั้งยาฮูกับ David Filo ในปี 1995 และอยู่ในฐานะของผู้บริหารมาโดยตลอด หยางขึ้นเป็นซีอีโอในปี 2007 โดยเรื่องที่โดดเด่นที่สุดระหว่างเขาดำรงตำแหน่งซีอีโอ คือการปฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการจากไมโครซอฟท์ ซึ่งส่งผลให้เขาถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่งซีอีโอในเวลาต่อมา และกลับไปอยู่ในตำแหน่ง Chief Yahoo
Eric Savitz จาก Forbes มองว่าการลาออกของหยางถือเป็นการส่งสัญญาณว่ายาฮูอาจขายกิจการในเร็วๆ นี้ เพราะตลอดมาหยางเป็นคนที่ขัดขวางการขายกิจการมาโดยตลอด อย่างหลังจาก Carol Bartz ถูกปลดออก เขาก็ออกมาประกาศย้ำชัดว่าจะไม่มีการขายบริษัท
- 10 comments
- 2310 reads
- Read more
หน่วยวิจัยของ DigiTimes ประเมินยอดขายพีซีแบบ all-in-one ในปีหน้า 2012 ว่าจะเพิ่มเป็น 15.8 ล้านเครื่อง จากที่ขายได้ 13.5 ล้านเครื่องในปีนี้
อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตของ all-in-one จะเริ่มช้าลง หลังจากโตแบบก้าวกระโดดระหว่างปี 2008-2009 พอมาเป็นปี 2011-2012 จะมีอัตราการเติบโตลดลงมาที่ประมาณ 20% จากปีก่อนหน้า
สำหรับส่วนแบ่งของ all-in-one ในตลาดพีซีเดสก์ท็อปทั้งหมด ในปี 2011 มีส่วนแบ่ง 9.3% ซึ่งจะเพิ่มเป็น 10.5% ในปี 2012 ซึ่งเป็นแนวโน้มที่มองเห็นได้ชัดเจนว่าลูกค้าเองต้องการพีซีแบบ all-in-one มากขึ้นเรื่อยๆ
- 20 comments
- 2492 reads
- Read more
Meg Whitman ซีอีโอของ HP ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Le Figaro ของฝรั่งเศส บอกว่าจะตัดสินใจเรื่องอนาคตของ webOS ภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งเธอยอมรับว่าเป็นการตัดสินใจที่ยาก เพราะเป็นเรื่องชะตาชีวิตของพนักงานจำนวน 600 คนด้วย
เธอยังพูดถึงคำพยากรณ์ของบริษัทวิจัย Canalyst ที่ประเมินว่าแอปเปิลจะขึ้นเป็นผู้ผลิตพีซีอันดับหนึ่งของโลกในปี 2012 แซงหน้า HP (ถ้านับรวมยอดขาย iPad เป็นพีซีด้วย) ว่าเธอเห็นด้วยตามนั้น แอปเปิลทำผลงานได้ดีมากและน่าจะเป็นแชมป์ในปี 2012 ส่วน HP เองก็ต้องเล่นตามเกมของตัวเองให้ดี และพยายามแซงกลับให้ได้ในปี 2013
ที่มา - Computerworld, Apple Insider
- 12 comments
- 2149 reads
นักวิเคราะห์ของ Digitimes Research ประเมินว่าการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดแท็บเล็ต จะส่งผลให้ ราคาเฉลี่ย ของแท็บเล็ตที่วางขายในปีหน้า 2012 ลดราคาลง
- ราคาเฉลี่ยแท็บเล็ตขนาด 10.1" ลงมาอยู่ที่ประมาณ 299-399 ดอลลาร์สหรัฐ
- ราคาเฉลี่ยแท็บเล็ตขนาด 7" ลงมาอยู่ที่ประมาณ 199-249 ดอลลาร์สหรัฐ
Digitimes ยังคาดว่า Amazon จะลดราคา Kindle Fire จากเดิม 199 มาเหลือ 149 ดอลลาร์ และลดราคาเครื่องอ่านอีบุ๊ก Kindle รุ่นล่างสุดมาอยู่ที่ 49 ดอลลาร์ ซึ่งจะส่งผลให้คู่แข่งอย่าง Barnes & Noble และ Kobo ต้องลดราคาสู้ด้วย
ตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊กก็ยังมีอนาคตที่สดใส คาดว่าปี 2012 จะเติบโต 31.4% มียอดขายรวม 28.9 ล้านเครื่อง
ที่มา - Digitimes
- 10 comments
- 2499 reads
ถึงแม้ ultrabook ที่อินเทลหมายมั่นปั้นมือเอาไว้ จะยังไม่สามารถสร้างยอดขายอย่างมีนัยยะสำคัญได้ในตอนนี้ แต่ผลประเมินของบริษัท IHS (iSuppli เดิม) คาดว่า ultrabook จะจุดติด และมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 40% ของโน้ตบุ๊กทั้งหมดในปี 2015
นักวิเคราะห์ของ IHS ให้เหตุผลว่าโน้ตบุ๊กต้องปรับตัวเองใหม่ให้ดูเซ็กซี่มากขึ้น จึงจะสามารถแข่งขันกับแท็บเล็ตได้ และ ultrabook ถือเป็นคำตอบสำหรับผู้ผลิตโน้ตบุ๊ก เพราะนำแนวทางการออกแบบหลายอย่างจากแท็บเล็ตมาใช้
IHS คาดว่า ultrabook จะมีส่วนแบ่งตลาดน้อยกว่า 2% ในปีนี้ แต่ตัวเลขจะเพิ่มเป็น 12% ในปี 2012, 28% ในปี 2013, 38% ในปี 2014 และ 43% ในปี 2015
ที่มา - PC Mag
- 22 comments
- 2258 reads
ยักษ์สีฟ้าไอบีเอ็มได้กลายเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีที่มีมูลค่ากิจการตามราคาในตลาด (Market Capitalization) สูงที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 เมื่อคืนนี้หลังปิดการซื้อขายในตลาดหุ้นอเมริกา ด้วยมูลค่าบริษัท 2.14 แสนล้านดอลลาร์ แซงหน้าอันดับ 2 เดิมอย่างไมโครซอฟท์ซึ่งมีมูลค่าบริษัทเมื่อคืนนี้ 2.132 แสนล้านดอลลาร์ โดยอันดับ 1 ในกลุ่มก็คือแอปเปิลที่มีมูลค่าบริษัทเมื่อคืนนี้ 3.6 แสนล้านดอลลาร์ นี่เป็นการตกอันดับอีกครั้งของไมโครซอฟท์ซึ่งปีที่แล้วก็ถูกแอปเปิลแซงหน้าไป
ครั้งสุดท้ายที่ไอบีเอ็มมีมูลค่าบริษัทสูงกว่าไมโครซอฟท์คือปี 1996 หรือเมื่อ 15 ปีที่แล้ว โดยช่วงที่ผ่านมาไอบีเอ็มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญคือการตัดสินใจขายธุรกิจพีซีให้ Lenovo ในปี 2005 ภายใต้การนำของซีอีโอ Sam Palmisano ซึ่งปัจจุบันก็ยังดำรงตำแหน่งอยู่ และนับจากนั้นมาไอบีเอ็มก็มุ่งความสนใจไปที่ธุรกิจซอฟต์แวร์และการบริการเป็นหลักส่งผลให้ไอบีเอ็มมีกำไรดีขึ้นต่อเนื่องมาโดยตลอด
นักวิเคราะห์จาก Forrester Research มองว่าไอบีเอ็มเป็นบริษัทที่สามารถมองทิศทางในอนาคตได้ดีว่าบริษัทควรหลุดจากกรอบของพีซีไปสู่ซอฟต์แวร์และการให้บริการ ขณะที่ไมโครซอฟท์นั้นผูกตัวเองกับความสำเร็จของซอฟต์แวร์มากเกินไป แม้พยายามฉีกไปสู่ธุรกิจออนไลน์หรือเกม แต่รายได้หลักบริษัทก็ยังหนีไม่พ้นซอฟต์แวร์อยู่ดีทำให้บริษัทก้าวข้ามไปอีกขั้นได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
ที่มา: Bloomberg
- 19 comments
- 3135 reads
โนเกียประกาศวันนี้ว่าบริษัทจะปลดพนักงานเพิ่มอีก 3,500 อัตรา โดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มสายการผลิตเพื่อให้โครงสร้างบริษัทคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้โนเกียจะปิดโรงงานในประเทศโรมาเนีย ลดระดับอัตราการผลิตของโรงงานในฟินแลนด์, ฮังการี และเม็กซิโก รวมทั้งปิดสำนักงานที่มีส่วนงานซ้ำซ้อนกันในประเทศเยอรมนีและอเมริกาอีกด้วย
นักวิเคราะห์จาก Nomura มองว่าการปลดพนักงานรอบนี้ของโนเกียจะช่วยให้สถานะการเงินของบริษัทดีขึ้นมาบ้าง แต่เชื่อว่าน่าจะมีการปลดพนักงานระลอกถัดมาอีก โดยเมื่อเดือนเมษายนโนเกียได้ประกาศปลดพนักงานไปแล้ว 4,000 อัตรา และโอนย้ายอีกประมาณ 2,800 อัตราไปอยู่ Accenture เพื่อดูแลงานเกี่ยวกับ Symbian
รายงานของบริษัทเมื่อไตรมาสล่าสุดระบุว่าโนเกียมีพนักงานทั้งหมด 140,000 คนทั่วโลก
ที่มา: The Wall Street Journal
- 19 comments
- 2940 reads
เมื่อคืนนี้ราคาหุ้นแอปเปิล (NASDAQ:AAPL) ทำสถิติใหม่สูงสุดตลอดกาลอีกครั้งโดยปิดการซื้อขายที่ราคา 411.63 ดอลลาร์ โดยเป็นวันที่สามที่หุ้นแอปเปิลมีราคาสูงกว่า 400 ดอลลาร์ ส่งผลให้แอปเปิลกลับมาเป็นบริษัทที่มีมูลค่ากิจการตามราคาในตลาด (Market Capitalization) สูงที่สุดในโลกอีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้เป็นบริษัทมูลค่าสูงที่สุดได้วันเดียว โดยมูลค่ากิจการปัจจุบันอยู่ที่ 3.81 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่อันดับสอง Exxon Mobil (NYSE:XOM) มีมูลค่ากิจการ 3.58 แสนล้านดอลลาร์
อาจกล่าวได้ว่าราคาหุ้นแอปเปิลนั้นไม่ได้มีมูลค่าลดลงเลยตั้งแต่สตีฟ จ็อบส์ประกาศลาออกจากตำแหน่งซีอีโอ เพราะด้วยการวางจังหวะเวลาเป็นอย่างดีทำให้ราคาหุ้นมีผลกระทบแค่เพียงระยะสั้น แต่ ณ วันนี้เทียบกับวันที่จ็อบส์ประกาศลาออก ราคาหุ้นก็เพิ่มมากว่า 7% แล้ว
ที่มา: The Wall Street Journal และ CBS News
- 15 comments
- 2897 reads
- Read more
บริษัทวิเคราะห์ตลาด IDC ประเมินยอดขายของแท็บเล็ตไตรมาสที่สองของปี 2011 พบว่าสูงขึ้นจากไตรมาสที่แล้วที่ออกมาน้อยกว่าคาด โดยมีจำนวนสุทธิ 13.6 ล้านเครื่องในไตรมาสนี้ และปรับเพิ่มตัวเลขยอดขายตลอดปีนี้จากเดิม 53.5 ล้านเครื่องเป็น 62.5 ล้านเครื่อง
ส่วนแบ่งการตลาดมีการปรับเล็กน้อย iPad 2 ขายได้ 9.3 ล้านเครื่อง คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 68.3% เพิ่มสูงขึ้นจากไตรมาสก่อน ขณะที่ Android ลดลงเหลือ 26.8% โดย IDC ประเมินว่าส่วนแบ่งของแท็บเล็ต Android จะลดลงอีกในไตรมาสที่สาม แต่จะดีขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปี เนื่องจากไตรมาสสามยังต้องเสียส่วนแบ่งให้กับ TouchPad ของ HP ที่ลดราคากระหน่ำซึ่งน่าจะขายได้สุทธิประมาณ 1 ล้านเครื่อง และทำให้สุทธิปี 2011 WebOS จะครองส่วนแบ่งได้ถึง 4.7% IDC ประเมินว่าตลอดปีนี้ iOS จะรักษาส่วนแบ่งได้สูงกว่า Android ในระดับเกิน 40% จนถึงสิ้นปี
มาดูกลุ่ม eReaders กันบ้าง ไตรมาสนี้ยอดขายลดลงตามฤดูกาล โดย Amazon มีส่วนแบ่ง 51.7% ตามด้วย Barnes & Noble ที่ 21.2% คาดว่าสิ้นปีจะมียอดขายรวม 27 ล้านเครื่อง ทั้งนี้ IDC ระบุว่าแท็บเล็ตของ Amazon นั้นเบื้องต้นจะนับเป็นกลุ่ม eReaders อยู่
ที่มา: IDC
- 9 comments
- 1892 reads
ข่าวร้อนในวันนี้คงหนีไม่พ้นข่าวเรื่อง HP กับการแยกธุรกิจพีซีออกไป (1, 2, 3) ซึ่งก็สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งจากภาคการเงินการลงทุน และสื่อด้านไอทีต่างๆ
แต่ความเห็นที่น่าสนใจที่สุดย่อมมาจาก "คู่แข่งรายสำคัญ" ของ HP ในสายธุรกิจพีซี โดยเฉพาะตัว Michael Dell ที่ภาพลักษณ์ของเขาเป็นสัญลักษณ์กลายๆ ของพีซีในองค์กรไปแล้ว
- 15 comments
- 3223 reads
- Read more
แอปเปิลก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทที่มีมูลค่ากิจการตามราคาในตลาด (Market Capitalization) สูงที่สุดในโลกไปเรียบร้อยแล้วแซง Exxon Mobil หลังปิดการซื้อขายในตลาดหุ้นอเมริกาเมื่อคืนนี้ โดยคืนก่อนหน้านี้แอปเปิลยังเป็นอันดับ 1 ในบางช่วงเวลาของตลาดหุ้น
ราคาหุ้นแอปเปิล (NASDAQ:AAPL) ปิดเมื่อคืนนี้ที่ $363.69 ลดลง 2.8% ตามตลาดหุ้นรวมที่ปรับลดลงเมื่อคืน ทำให้แอปเปิลมีมูลค่ากิจการตามราคาตลาด 3.37 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ Exxon Mobil (NYSE:XOM) มีมูลค่า 3.31 แสนล้านดอลลาร์ หลังหุ้นปรับลดลงแรงถึง 4.4% ซึ่งถ้าดูมูลค่าของทั้งสองบริษัทที่รายงานไว้ก่อนหน้านี้ จะเห็นว่าต่างลดลงมามากทั้งคู่ในเวลาเพียงสองสัปดาห์ แต่ Exxon Mobil ลงมามากกว่า จึงทำให้แอปเปิลแซงหน้าไปได้ในที่สุด
Exxon Mobil เป็นบริษัทที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงที่สุดในโลกมาตั้งแต่ปี 2006 โดยเสียตำแหน่งบางไตรมาสให้กับ Petrochina ของจีนที่ทำธุรกิจน้ำมันเหมือนกันและเพิ่งเข้าตลาดหุ้นในปี 2007 การขึ้นเป็นบริษัทอันดับ 1 ของแอปเปิลนี้ทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมไอทีกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังจากไมโครซอฟท์ก็เคยเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกเมื่อปี 1999-2000 และปี 2003
- 13 comments
- 3838 reads
- Read more






