IT Industry

Netflix เลือก Blu-ray

tags:

Netflix ผู้ให้บริการเช่าภาพยนตร์ออนไลน์อันดับหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ได้ตัดสินใจเลือก Blu-ray เป็นฟอร์แมตหลักแล้ว หลังจากคู่แข่งอย่าง Blockbuster ได้ตัดสินใจเลือก Blu-ray ไปตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา (ข่าวเดิม)

Netflix ได้มีการสต็อกแผ่นทั้งสองฟอร์แมตมาตั้งแต่ต้นปี 2006 แต่หลังจากนี้ไป Netflix จะทยอยเอา HD DVD ออกไปจากร้านจนหมดภายในสิ้นปีนี้

Netflix เผยสาเหตุของการตัดสินใจครั้งนี้ เนื่องจากได้รับสัญญาณที่ชัดเจนจากทางค่ายภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ ที่ 4 จาก 6 ค่ายได้ตัดสินใจผลิตแต่แผ่น Blu-ray แล้ว (ข่าวเดิม)

ที่มา - ZDNet

ไอโฟนส่วนแบ่งตลาด Smartphone มากอันดับสอง

tags:

Canalys ออกมาเผยตัวเลขส่วนแบ่งตลาด Smartphone ของแอปเปิลทั้งในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก

เมื่อมาดูตัวเลขทั่วโลกแล้วไอโฟนในช่วงไตรมาสที่ 4 เมื่อปี 2007 นั้นมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่อันดับที่สามของโลกที่ 6.5% โดยที่หนึ่งคือโนเกีย (52.9%) และที่สองคือ RIM ที่ผลิตมือถือ Blackberry (11.4%)

เมื่อมาดูแค่ตลาด Smartphone ของสหรัฐแอปเปิลกลายเป็นอันดับสองด้วยส่วนแบ่งตลาด 28% ตามหลัง RIM ที่ 41%

ในขณะเดียวกันนั้น Palm มีแค่ 9% และโทรศัพท์ Smartphone ที่ใช้ Windows Mobile ทั้งหมดรวมแล้วได้ 21%

ไม่เลวเลยนะครับ สำหรับมือใหม่อย่างแอปเปิล

ที่มา - MacRumors

ส่วนต่างรายได้อาชีพสายไอทีมาก-น้อย มากถึง $37,000 ต่อปี!

tags:

EWEEK ได้นำชาร์ทรายได้อาชีพสายไอทีจาก Dice.com มาเปิดเผยพบว่าอาชีพเว็บดีไซน์เนอร์มีรายได้ที่น้อยที่สุดคือ $47,000 (ประมาณ​ 1.6 ล้านบาท) ต่อปีในขณะที่ผู้พัฒนาเว็บมีรายได้สูงกว่าอยู่ที่ $54,750 (ประมาณ 1 ล้าน 9 แสนกว่าบาท) ต่อปี

สำหรับอาชีพที่มีรายได้มากที่สุดต่อปีคือ DBA หรือ Database Administrator หรือผู้ดูแลระบบฐานข้อมูลที่มีรายได้มากถึง $84,750 (เกือบ 3 ล้านบาท) ต่อปี ทำให้เกิดช่องว่างระหว่าง DBA กับเว็บดีไซน์เนอร์ทีมีรายได้น้อยที่สุดกว่า $37,000 (1.4 ล้านบาท) ต่อปี

โดยเฉลี่ยแล้วอาชีพสายไอทีในปี 2006 มักจะมีรายได้เริ่มต้นในปีแรกที่ทำงานประมาณ $42,414 หรือ 1.5 ล้านกว่าบาทโดยประมาณ

บทความนี้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อหนึ่งดอลลาร์สหรัฐที่ 34.4 บาท/ดอลลาร์ สำหรับชาร์ทเต็มดูได้จากที่มาครับ

ที่มา - EWEEK.com

พิพิธภัณฑ์เกมคอมพิวเตอร์ไทย เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลเกมและนักพัฒนาเกมไทย

tags:

ความจริงวงการพัฒนาเกมของคนไทยนั้นมีพัฒนาการมานานหลายปีแล้ว แต่จะรู้กันเพียงกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น

โครงการ “พิพิธภัณฑ์เกมคอมพิวเตอร์ไทย (Thai Computer Game Museum)” จึงถูกริเริ่มขึ้นจากสมาชิกกลุ่มหนึ่งของชุมชน ThaiGameDevX รวบรวมข้อมูลเกม, บริษัทและกลุ่มนักพัฒนาอิสระ, และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาเกมในประเทศไทย เพื่อจัดเก็บให้อยู่ในที่เดียวกันอย่างเป็นระบบและสามารถใช้อ้างอิงได้

หากท่านเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาเกมไทย หรือมีเพื่อนฝูงคนรู้จักที่มีส่วนในการพัฒนาเกมไทย ก็สามารถช่วยกันบอกต่อ และเพิ่มเติมข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลของพิพิธภัณฑ์ได้เลยครับ

เว็บไซต์ของโครงการ: http://museum.thaigamedevx.com/

ซันเปลี่ยนตัวย่อในตลาดหุ้นจาก SUNW เป็น JAVA

tags:

Jonathan Schwartz ประธานของซัน ไมโครซิสเต็มส์ประกาศในบล็อกของตัวเองว่า สัปดาห์หน้าซันจะเปลี่ยนสัญลักษณ์ย่อของบริษัทในตลาดหุ้น NASDAQ จากเดิมที่ใช้ว่า SUNW มาเป็น JAVA

เหตุผลก็เป็นเรื่องการตลาดล้วนๆ Schwartz ให้เหตุผลว่าแบรนด์ของ Java นั้นดีกว่าตัวบริษัทมาก เนื่องจากรู้จัก Java จากมือถือ, โปรแกรมอัพโหลดรูปภาพจาก social network ต่างๆ และเกมคอนโซล ซันจึงหวังจะขยายการรับรู้นี้ออกไปโดยผ่านสัญลักษณ์หุ้น ซึ่งจะแสดงต่อสายตานักเล่นหุ้นใน NASDAQ และนักลงทุนอีกมากมายทั่วโลก

เรื่องการสร้างแบรนด์ของซันกับ Java มักจะมีออกมาเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้เคยมี Java Desktop System ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นการเอา GNOME มาแปะตราใหม่ และปัญหาคือ GNOME นั้นเขียนด้วย C รวมไปถึงกรณีคลาสสิคคือ Java vs JavaScript ที่คนสับสนกันเยอะมาก หวังว่าครั้งนี้คงจะสำเร็จนะครับ

ที่มา - Ars Technica

YouTube เตรียมใช้ระบบโฆษณาใหม่

tags:

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคนที่เข้าใช้งาน YouTube จะได้เห็นระบบโฆษณารูปแบบใหม่ที่กูเกิลได้ตัดสินใจนำมาใช้กับเว็บ YouTube

โดยระบบใหม่นี้นั้นจะนำโฆษณาไปติดบนวีดีโอคลิปเลย ทำให้กูเกิลสามารถหาเงินได้กับโฆษณาไม่ว่าผู้ใช้จะมีการสั่งบล็อกโฆษณาด้วยเว็บบราวเซอร์หรือเมื่อผู้ใช้ได้ใส่วีดีโอแบบ Embed เข้าไปบนเว็บอื่นก็ตาม

โดยโฆษณานั้นจะเลื่อนเข้ามาด้านล่างของวีดีโอบนแถบกึ่งโปร่งแสง (Semi-transparent banner) ประมาณ​ 15 วินาที เมื่อผู้ใช้ทำการคลิ๊กโฆษณานั้นวีดีโอจะหยุดอัตโนมัติแล้วเปิดหน้าต่างใหม่ขึ้นมา

โฆษณาแบบนี้นั้นเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จมากกว่าการนำโฆษณาไปแสดงก่อนดูวีดีโอคลิป เนื่องจากการวิจัยได้บอกว่าผู้ชมส่วนใหญ่นั้นตัดสินใจที่จะไม่ดูคลิปวีดีโอที่มีการบังคับให้ดูโฆษณาก่อนที่จะรับชมตัวคลิปวีดีโอได้

เรื่องนี้อาจจะเป็นข่าวดีสำหรับธุรกิจโฆษณาแต่อาจจะทำให้ผู้ชมหลาย ๆ คนนั้นลาจาก YouTube ก็เป็นได้... "โอ้พระเจ้า...​ คงไม่ดีแน่ โฆษณาข้างวีดีโอน่ะโอเค แต่ในวีดีโอ? ขอผ่านดีกว่า" ผู้ใช้คนหนึ่งกล่าว

ที่มา - TeleGraph UK ผ่านทาง Slashdot

แล็ปท็อปของแอปเปิลขายดี แต่ Dell ยอดลดต่อเนื่อง

tags:

จากผลสำรวจของ ChangeWave นั้นตัวเลขส่วนแบ่งตลาดแล็ปท็อปของแอปเปิลนั้นดีมาก โดยเพิ่มขึ้นกว่า 5% เมื่อ 90 วันที่ผ่านมา โดยมากกว่าปีที่แล้วในเวลาเดียวกันถึง 5% โดยตอนนี้มีส่วนแบ่งกว่า 17% แล้ว

ในขณะเดียวกันผลสำรวจยังบอกอีกว่ากว่า 28% ของผู้ที่กำลังจะซื้อคอมพิวเตอร์ใน 90 วันข้างหน้าจะซื้อแล็ปท็อปของแอปเปิลและ 23% จะซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะของแอปเปิล ในขณะเดียวกันส่วนแบ่งตลาดของ Dell ดูไม่ค่อยดี โดยยอดขายนั้นตกลงอย่างต่อเนื่องเมื่อดูจาก 90 วันที่ผ่านมา

นอกจากตัวเลขจาก ChangeWave แล้วข้อมูลจาก NPD ระบุว่าแอปเปิลมีส่วนแบ่งตลาดของแล็ปท็อปในปัจจุบันถึง 17.6%

ที่มา - MacRumors

อินเดียต้องปรับระบบการศึกษาเพื่อเร่งนำหน้าจีนในตลาดเอาต์ซอร์ส

tags:

นาย Kiran Karnik ประธานสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการของอินเดีย (National Association of Software and Services Companies - NASSCOM) ได้ออกมาให้ความเห็นว่าอินเดียกำลังจะต้องการการปรับปรุงการศึกษาครั้งใหญ่ เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดจากจีนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

ในการให้ความเห็นนี้นาย Karnik ได้ให้ความเห็นว่าจีนยังคงต้องตามหลังอินเดียไปอย่างน้อยสามถึงห้าปี แต่ด้วยอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด เขาเตือนว่าอินเดียไม่สามารถมองข้ามจีนไปได้แม้แต่น้อย

จีนนับเป็นประเทศที่มีประชากรเกินพันล้านคนเพียงประเทศเดียวนอกจากอินเดีย อีกทั้งมีระบบการศึกษาที่สร้างแรงงานออกมาได้เป็นจำนวนมากไม่แพ้อินเดีย แต่อินเดียนั้นได้เปรียบเนื่องจากมีการใช้ภาษาอังกฤษอยู่มากมาก่อนหน้าแล้ว

อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของอินเดียในช่วงปี 2000 - 2006 โตขึ้นจาก 5.8 พันล้านดอลลาร์มาเป็น 30.2 พันล้านดอลลาร์หรือกว่าหกเท่าตัว ขณะที่จีนนั้นโตจาก 2.4 พันล้านดอลลาร์มาเป็น 12.2 พันล้านดอลลาร์ หรือกว่าห้าเท่าตัว แต่ความแตกต่างกันคือการเติบโตของอุตสาหกรรมในจีนนั้นเกิดขึ้นจากความต้องการในประเทศเป็นหลัก ขณะที่ของอินเดียนั้น ซอฟต์แวร์ส่วนมากมีเพื่อการส่งออก

คุ้นๆ ว่าเคยเห็นตัวเลขของไทยในงาน TLUG

ที่มา - PhysOrg

เทคโนโลยี Watermark จะมาแทนที่ DRM ในอนาคต?

tags:

หลังจากที่มีการตื่นตัวเรื่องการขายเพลงโดยที่ไม่มีเทคโนโลยี DRM ในธุรกิจการขายเพลงออนไลน์ไม่นาน ล่าสุดค่ายเพลง Universal ได้ตัดสินใจที่จะทดสอบการขายเพลงที่ไม่มี DRM แต่ว่าทางบริษัทจะนำเทคโนโลยีใหม่ไปใช้ในการตรวจสอบแทน เทคโนโลยีนี้คือการ Watermark ไฟล์เพลงแทน

การ Watermark ไฟล์เพลงนั้นก็คือการใส่ข้อมูลเพิ่มเติมลงไปในเพลงเพื่อที่จะเป็นตัวบอกว่าไฟล์เพลงนี้มาจากไหน เนื่องจากการใช้ DRM นั้นไม่ใช่การป้องกันที่ดีพอ ในที่นี้คือผู้ใช้สามารถเบิร์นเพลงออกมาแล้วนำโหลดเข้าเครื่องใหม่เพื่อกำจัด DRM โดยสิ้นเชิง แต่เทคโนโลยีใหม่นี้จะทำการใส่ข้อมูลเข้าไปในตัวเพลงเลย โดยข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถจะได้ยินโดนหูของคนได้ แต่ทางค่ายเพลงจะมีอุปกรณ์ตรวจสอบพิเศษที่สามารถอ่านข้อมูลเหล่านี้ได้

แต่สำหรับกรณีของ Universal นั้นจะไม่ทำการ Watermark ทุก ๆ ไฟล์ที่มีการดาวน์โหลดเพื่อบอกว่าไฟล์นี้มาจากผู้ใช้คนไหน แต่จะทำเป็นเพลง ๆ ไป (เช่น เพลง A ของศิลปิน ABC ทุก ๆ เพลงที่ขายไปโดยไม่มีการระบุว่าผู้ใช้คนไหนทำการดาวน์โหลดไป) โดย Universal ได้ทำแบบนี้เพื่อที่จะทดสอบความเสี่ยงเกี่ยวกับการทำธุรกิจขายเพลงโดยไม่มี DRM เท่านั้น (ในขณะนี้)

ถึงแม้ว่าจะไม่มีการนำเทคโยโลยีนี้ไปใช้จริงอย่างที่อธิบายไปแล้วก็ตาม แต่มันเป็นไปได้ที่ในอนาคตอาจจะมีการตรวจจับและเอาผิดผู้ใช้งานได้ในอนาคตแน่นอน

ที่มา - CNET News

เด็กใหม่มหาลัยปีนี้สุดไฮเทค-รักธรรมชาติมากขึ้น

tags:

จากการสำรวจล่าสุดของ Alloy Media and Market พบว่าเด็กใหม่ที่จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาในปีนี้มีอุปกรณ์ไฮเทคต่าง ๆ มากกว่ารุ่นที่เรียนจบมหาวิทยาลัยในปีนี้มาก

จากการสำรวจ อุปกรณ์ไฮเทคต่อไปนี้ถือว่าเป็นสิ่ง "ธรรมดามาก" เช่น โทรศัพท์มือถือ, กล้องถ่ายรูปดิจิตอล, แล็ปท็อปและไอพอต (หรือเครื่องเล่น MP3 อื่น ๆ)

สิ่งที่แตกต่างไปจากเดิมที่เห็นได้ชัดคือกว่า 93% มีโทรศัพท์มือถือใช้ในขณะที่รุ่นที่สี่ปีที่แล้วมีเพียง 78% นอกจากนี้แล้วนักเรียนส่วนใหญ่ประมาณ​ 64% มีกล้องถ่ายรูปเป็นของตัวเอง มากกว่าสี่ปีที่แล้วเป็นเท่าตัว

มากกว่าครึ่งหนึ่งของนักเรียน (58%) มีเครื่องเล่นดนตรีพกพาจากสี่ปีที่แล้วที่มีเพียงแค่ 17% และสุดท้ายนั่นก็คือ 63% ของนักเรียนมีแล็ปท็อปเป็นของตัวเอง เทียบกับ 42% เมื่อปี 2005 โดยคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในตอนนี้ถือว่าเป็นสินค้า "รุ่นเก๋า" ไปแล้ว

ประมาณ 1 ใน 3 ของนักเรียนมหาวิทยาลัยนั้นสามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านเครื่อข่ายไร้สายได้เมื่อต้องการ (ไม่ว่าจะเป็นการใช้ WLAN หรือโทรศัพท์มือถือ) โดยปัจจุบันการมีเครือข่ายไร้สายในมหาวิทยาลัยถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่จำเป็นที่สุดเลยทีเดียว

ที่น่าชื่นใจสำหรับผู้ใหญ่และพ่อแม่ผู้ปกครองก็คือกว่า 1 ใน 3 ของนักศึกษาใหม่เหล่านี้มี "ความเชื่อ" ในการอนุรักษ์ธรรมชาติโดยการตัดสินใจที่จะใช้สินค้าหรือแบรนด์ที่สร้างประโยชน์แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม

ที่มา - CNET News

ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ทั้งหมดนี้ส่วนใหญ่ก็มาจากเงินของพ่อแม่ผู้ปกครองอยู่ดี ที่จริงผมว่านี่เป็นเทรนด์ทั่วโลกเลยก็ว่าได้เพราะเมืองไทยตอนนี้ก็ไม่ค่อยต่างกัน ต่างกันก็แค่ตัวจุดชนวนไม่ได้อยู่ที่มหาวิทยาลัยแต่อยู่ที่ร้านกาแฟซะมากกว่า :P

Yahoo! เบียดชนะกูเกิลเรื่องความพึงพอใจลูกค้า

tags:

มหาวิทยาลัยมิชิแกนออกดัชนีสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคในสหรัฐ (American Consumer Satisfaction Index - ACSI) ในหมวด Internet Portals/Search Engines อันดับหนึ่งในปีนี้คือ Yahoo!

Yahoo! ได้ 79 คะแนน เพิ่มจากปีก่อนมา 3 คะแนน ส่วนกูเกิลตามมาติดๆ ที่ 78 คะแนน ลดลงจากปีก่อนที่ได้ 83 คะแนน ทาง ACSI ให้เหตุผลว่าเนื่องจากหน้าแรกของกูเกิลไม่ค่อยจะมีอะไรดังที่เห็น ดังนั้นลูกค้าเลยไม่รู้ว่ากูเกิลมีบริการใหม่เพิ่มขึ้นมากมาย (ดัชนีนี้วัดความรู้สึกของผู้บริโภคเท่านั้น ไม่ได้วัดว่าค่ายไหนมีผลิตภัณฑ์เจ๋งกว่าค่ายอื่นนะครับ)

อีกรายที่มาแรงคือ Ask.com ซึ่งหลังจากปรับหน้าตาเว็บใหม่แล้ว มีคะแนนเพิ่มมาเป็น 75 คะแนน เท่ากันกับ MSN/Windows Live ส่วน AOL คะแนนลดวูบลงไปเหลือ 67 คะแนน ใครอยากดูคะแนนแบบเต็มๆ ก็กดเข้าไปดูได้ที่ ACSI

ที่มา - Ars Technica

ตลาดพีดีเอลดลง 40% ในรอบหนึ่งปี

tags:

ตัวเลขจาก IDC บอกว่ายอดขายเครื่องพีดีเอในไตรมาสที่สองของปี 2007 นั้นลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปี 2006 ถึง 43.5% เลยทีเดียว ถ้าเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2007 ก็ลดลง 20% เทรนด์นี้ต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว (ข่าวเก่า)

เหตุผลก็น่าจะเดากันได้ครับ มาจากการเติบโตของสมาร์ทโฟนและโน้ตบุ๊คขนาดเล็ก ที่เข้ามาแย่งตลาดพีดีเอนั่นเอง

เมื่อต้นปีนี้ Dell (อันดับ 4 ของตลาด) เพิ่งประกาศเลิกธุรกิจพีดีเอ Axim ไปแล้ว ล่าสุด Fujitsu-Siemens (อันดับ 5) ก็ประกาศตัวออกจากธุรกิจนี้เช่นกัน ทำให้ผู้เล่นรายใหญ่เหลือเพียง Palm, HP/Compaq และ Acer เท่านั้น

ผมเชื่อว่าการมาถึงของ iPhone จะทำให้ยอดขายลดลงมากยิ่งขึ้นไปอีก ต้องรอดูตัวเลขสิ้นปีนี้

ที่มา - Ars Technica

อัตราส่วนผู้หญิงในวงการไอทีลดลง

tags:

ผลสำรวจจากกระทรวงแรงงานของสหรัฐพบว่า อัตราส่วนของผู้หญิงที่ทำงานในอุตสาหกรรมไอทีลดลงเหลือ 26.1% จาก 28.9% ในปี 2001 และอัตราส่วนของผู้หญิงที่จบการศึกษาจากคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ ลดลงเหลือ 21% จาก 37% ในปี 1985

สาเหตุที่วิเคราะห์ก็ต่างกันไป บางคนก็ว่าเป็นเพราะธรรมชาติของผู้หญิงไม่เหมาะกับงานสายคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์ หรือเป็นเพราะชั่วโมงการทำงานในอุตสาหกรรมไอทีที่นิยมอยู่ดึก ทำให้ผู้หญิงที่มีครอบครัวแล้วต้องลำบาก และยิ่งอัตราส่วนผู้หญิงลดลง ผู้หญิงที่ยังเหลืออยู่ก็ยิ่งโดนกดดันจากสภาพแวดล้อมที่มีแต่ผู้ชายมากขึ้นเรื่อยๆ

บทความนี้ได้สัมภาษณ์ผู้หญิงเก่งระดับผู้บริหาร 4 คน ซึ่งแต่ละคนมีคำแนะนำดีๆ ว่าทำอย่างไรจึงจะอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ได้อย่างมีความสุข แนะนำให้ผู้หญิงใน Blognone (ไม่รู้ว่ายังมีหรือเปล่า) อ่านเป็นอย่างยิ่งครับ

ที่มา - ComputerWorld

บิล เกตส์ ครองอันดับหนึ่งผู้นำธุรกิจที่ทรงอิทธิพลมากที่สุด สตีฟ จ็อบส์ รั้งอันดับสาม

tags:

USATODAY ประกาศรายชื่อ 25 ผู้นำทางธุรกิจ ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุด อันดับหนึ่งคงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณกันมาก เขาผู้นั้นได้แก่ บิล เกตส์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ อันดับสองได้แก่ อลัน กรีนสแปน และอันดับสาม ได้แก่ สตีฟ จ็อบส์ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง แอปเปิล

นอกจากนี้ยังมีผู้นำกิจการคอมพิวเตอร์ และไอที ติดอันดับอีกหลายอันดับ อาทิเช่น ผู้บริหารกูเกิล ในอันดับ 4 และผู้บริหารอินเทล ในอันดับ 6

ที่มา : USATODAY

จะมีพีซีลงวินโดวส์ 1 พันล้านเครื่องในปี 2008

tags:

Steve Ballmer แถลงข้อมูลกับนักข่าวว่าขาย Vista ได้ไปทั้งสิ้น 60 ล้านชุด (มากกว่าคอมพิวเตอร์ทั้งหมดที่ใช้ OS X รวมกัน) ในจำนวนนี้ 40 ล้านชุดขายออกไปในช่วง 100 วันแรก และเมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2008 (31 มิ.ย. 2008) โลกของเราจะมีพีซีที่ติดตั้งวินโดวส์ทั้งหมด 1 พันล้านเครื่อง ซึ่งมากกว่ารถยนต์เสียอีก

ผมลองหาตัวเลขยอดขายอุปกรณ์อย่างอื่นมาเทียบ โทรศัพท์มือถือขายไปประมาณ 986 ล้านเครื่องในปี 2006 (ที่มา) ส่วน iPod ขายไปแล้วทั้งหมด 100 ล้านเครื่องเมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้

ในข่าวยังมีตัวเลขด้านยอดขายจากไมโครซอฟท์อีกหลายชุด ที่น่าสนใจก็คืออัตราเติบโตของตลาดพีซีจะอยู่ประมาณ 9-11%, ปีที่ผ่านมาไมโครซอฟท์จ้างคนเพิ่ม 12,800 คน ซึ่งเป็นคนในทีมพัฒนา 4,022 คน, 25% ของฝ่ายพัฒนาทั้งหมดอยู่ในสำนักงานอื่นๆ ของไมโครซอฟท์ที่ไม่ใช่ Redmond และไมโครซอฟท์ขาย Office 2007 ไปแล้ว 71 ล้านชุด (พวกนี้นับ volume licensing ด้วย)

ที่มา - eWeek

Site Search

 
Web blognone.com

User login