Tags:

ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาควบคุมความดันโลหิตของตนไม่ได้ ได้มีการศึกษาที่จะประยุกต์เอา Web Service มาช่วยควบคุมความดันโลหิต

การทดลองนี้ทำโดยแบ่งกลุ่มผู้ป่วยเป็นสามกลุ่ม คือกลุ่มที่รักษาตามปกติ, กลุ่มที่วัดความดันโลหิตแล้วส่งผลให้แพทย์ผ่านทางเว็บ, กลุ่มที่ส่งผลร่วมกับการให้คำปรึกษาจากเภสัชกรทางเว็บ จากการเปรียบเทียบผลที่ผ่านไปเป็นเวลา 1 ปี พบว่า อัตราส่วนผู้ป่วยที่ควบคุมความดันโลหิตได้ในกลุ่มที่ส่งผลและได้รับคำปรึกษาทางเว็บมากกว่า กลุ่มที่รักษาตามปกติอย่างชัดเจน (56% กับ 31% p<0.01)

อย่างไรก็ดี มีข้อถกเถียงว่า การใช้ Web Service มาช่วยอาจทำได้ยากในความเป็นจริง เนื่องจากยังมีปัญหาเกี่ยวกับการเข้าถึงเว็บในประชาชนส่วนใหญ่ (ซึ่งในเมืองไทยคงเป็นปัญหามากเพราะเท่าที่เจอเกือบ 80-90% ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงมักเป็นวัยกลางคนขึ้นไปซึ่งมักจะไม่รู้จักคอมพิวเตอร์)

ที่มา: Journal of American Medical Association

Comments

By: tekkasit
ContributorAndroidWindowsIn Love
tekkasit's blog
on 25/06/08 17:03 #56181 toggle
tekkasit's picture

ผมว่าบทคัดย่อต้นฉบับมันเขียนแปลกๆนะ มันไม่น่าจะเป็น "Web Service" มันน่าจะแค่เว็บเฉยๆอ่ะมากกว่า

By: pawinpawin
Writer
pawinpawin's blog
on 25/06/08 17:41 #56185 Reply to:56181 toggle
pawinpawin's picture

เข้าใจว่าในตัว paper หมายถึง service on the web (web application) มากกว่าครับ คงจะคนละความหมายกับ web service ในแง่ของ software engineering แต่ใน Editorial ก็เขียนแบบเดียวกันครับ

งั้นผมขอเปลี่ยน tag ละกันนะครับ ^^"


pawinpawin | clinicalepi.com

By: elixer
WriteriPhoneAndroidWindows
elixer's blog
on 25/06/08 22:47 #56212 toggle
elixer's picture

เท่าที่อ่านบทคัดย่อ กลุ่มที่ใช้ Web site training อย่างเดียวควบคุมความดันให้อยู่ในเป้าหมายได้มากกว่ากลุ่มที่ได้รับการรักษาตามปกติ อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิตินี่ครับ

ส่วนกลุ่มที่ควบคุมความดันให้อยู่ในเป้าหมายได้มากกว่ากลุ่มที่ได้รับการรักษาตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติคือ กลุ่มที่ใช้ Web site training ควบคู่ไปกับการได้รับการดูแลจากเภสัชกรผ่าน Web communications ครับ

Little RX


Rachanont blog.

By: pawinpawin
Writer
pawinpawin's blog
on 25/06/08 22:49 #56213 Reply to:56212 toggle
pawinpawin's picture

ขอบคุณครับ ผมแก้แล้วครับ ^^" เผอิญอ่านละเอียดอีกครั้งก็เป็นอย่างที่คุณ elixer บอกจริงๆ ครับ


pawinpawin | clinicalepi.com

By: elixer
WriteriPhoneAndroidWindows
elixer's blog
on 25/06/08 23:01 #56214 toggle
elixer's picture

ผมคิดว่าเทคโนโลยีนี้ เหมาะกับผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างโรคความดันโลหิตสูง หรือเบาหวาน เพราะมอนิเตอร์ด้วยตัวเองได้ ได้ผลก็ปรึกษาผ่านเว็บได้เลย แต่ปัญหาคือผู้ป่วยเหล่านี้มักอยู่ในวัยที่ไม่ค่อยได้ใช้คอมพิวเตอร์นี่สิ สงสัยต้องรอให้ถึงรุ่นพวกเราแก่ถึงจะได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ได้มั้ง

Little RX


Rachanont blog.

By: pawinpawin
Writer
pawinpawin's blog
on 26/06/08 8:54 #56266 Reply to:56214 toggle
pawinpawin's picture

ผมว่ารุ่นพวกเราป้องกันไม่ให้เป็นดีกว่าไหมครับ อโรคยา ปรมา ลาภา ^^


pawinpawin | clinicalepi.com

By: obtheair
obtheair's blog
on 26/06/08 11:36 #56285 Reply to:56266 toggle
obtheair's picture

การไม่มีลาภ เป็นโรคมันบัดซบ(จริงๆเลย)

By: tong053
Android
tong053's blog
on 25/06/08 23:56 #56232 toggle
tong053's picture

หรือว่า Web Service ทำให้ความดันโลหิตสูงซะอีก

By: cwt
iPhoneAndroidRed Hat
cwt's blog
on 26/06/08 3:34 #56252 toggle
cwt's picture

ทำเป็นนาฬิกาวัดความดันอัตโนมัติ แล้วส่งผ่าน bluetooth/wifi เข้าอุปกรณ์รับในบ้านแล้ว sync ไปยัง medical center ดีกว่า ไม่ต้องรายงานเองให้ยุ่งยาก

ถ้าออกไปนอกบ้านก็ให้เก็บ stat ไว้ กลับมาบ้านเมื่อไหร่ก็รายงานรวบยอดไปเลย

By: lew
FounderJusci's WriterMEconomicsAndroid
lew's blog
on 26/06/08 11:28 #56283 toggle
lew's picture

ข่าวต่อไป "มือมืดบล็อกเว็บมั่ว ชาวบ้านบาดเจ็บระนาว" - -"

LewCPE


LewCPE's Google+