ข่าวลือ Facebook Phone มีออกมาเรื่อยๆ ซึ่ง Facebook ก็ปฏิเสธทุกครั้งว่าไม่ต้องการทำฮาร์ดแวร์ (และทุกคนก็คงไม่มีใครเชื่อ)
ข่าวรอบล่าสุดเริ่มมีมูลขึ้นมา โดยเว็บไซต์ AllThingsD อ้างแหล่งข่าววงในว่า Facebook กำลังซุ่มพัฒนามือถือร่วมกับ HTC ดังนี้
- โค้ดเนมของมันชื่อว่า "Buffy" (ตามซีรีส์ทีวี Buffy the Vampire Slayer)
- ระบบปฏิบัติการเป็น Android รุ่นปรับแต่งไปมาก โดยรวมฟีเจอร์ของ Facebook เข้ามา
- สามารถรันแอพที่เป็น HTML5 ได้
- โครงการนี้ซุ่มทำมา 2 ปีแล้ว โดยผู้นำโครงการคือ Bret Taylor (ปัจจุบันเป็น CTO ในอดีตเป็นผู้ก่อตั้งเว็บ FriendFeed ที่ Facebook ซื้อมา)
AllThingsD ประเมินว่า Facebook กำลังถูกบีบจากคู่แข่งในโลกมือถือ เพราะกูเกิลกำลังเชื่อม Android เข้ากับ Google+ ในขณะที่แอปเปิลก็จับมือกับ Twitter ใน iOS5
ส่วนข่าวที่ว่า HTC เป็นผู้ผลิตเครื่องให้ก็สมเหตุสมผล เพราะมีความร่วมมือก่อนหน้านี้อย่าง HTC Salsa/ChaCha มาบ้างแล้ว
สุดท้าย AllThingsD คาดว่า Facebook Phone จะต้องใช้เวลาอีก 12-18 เดือนกว่าจะออกวางขายได้จริง
ที่มา - AllThingsD




Comments
wp ไง ms ก็เป็น pn อยู่นิน่า
MS กำลังทำโคลนของ G+ อยู่ครับ
My Blog
คืออะไรหรอคับ
Microsoft Socl
My Blog
facebook ก็ไปจับกับ amazon สิ 5555
[ข่าวลือ] Facebook Phone มีอยู่จริง <<< อ่านแล้วให้ความรู้สึกเหมือนมีคนมาพูดว่า เอเลี่ยน มีอยู่จริง เลยอ่ะ หรือผมรู้สึกไปแบบนี้คนเดียว เง้อ
คนขี้ใจลอย คนคอยขี้แตก
Buffy the Vampire Slayer ชอบเรื่องนี้นะ แต่มันเกี่ยวไรด้วยหว่า
จริงๆไม่ต้องไปจับมือกับใครก็ดังไม่รู้เรื่องแล้วววว
future mission ครับ ตอนนี้ดังอนาคต อาจดับก็ได้ ถ้าไม่มีการวาง Roadmap หรือสร้างความฐานผู้ใช้ในระยะยาว Trend มันไปทางมือถือ เพราะหารายได้และยืนยันตัวตนได้ดีกว่า เช่น คุณชำระเงินด้วย Facebook Credit ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ โดยการแตะ NFC เข้ากับมือถือของเจ้าของร้านที่มีมือถือเฉพาะที่อ่าน NFC และมีมาตรฐานความปลอดภัยเพียงพอ Facebook ก็ขอ commission ตาม Transaction ตามระเบียบ แค่นี้ก็รวยไม่รู้เรื่องแล้ว นี้แค่ตัวอย่างยังทำได้อีกบาน แถมผู้ใช้สะดวกด้วย
เหมือนจะคล้ายๆ กับ Boot to Gecko อยู่หลายส่วนนะ
pittaya.com
อยากให้ริงโทนเป็น Theme song ของ Buffy เลยแหละ :D
My blog
htc chacha นี่คือ facebook phone ด้วยรึเปล่า ??
ใช่ครับ
http://twitter.com/esc_sequencer
สรุป Facebook แอบซื้อ WebOS ไปซะเลย (โดยเหตุผลด้านความมั่นคง)